<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2019 10:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2019 10:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯลุยรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยช่วงสงกรานต์เปิดตรวจสภาพรถฟรี20 รายการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.62-นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก รักษาราชการแทน อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงการบูรณาการด้านความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวก ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณให้แก่หน่วยงานที่ให้ความร่วมมือในการบรูณาการด้านความปลอดภัยทางถนน ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และภาคีเครือข่ายเอกชนที่มีส่วนร่วมจัดกิจกรรมตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมล กล่าวว่า ได้ดำเนินโครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยบูรณาการกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนนทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ สถานศึกษา และภาคเอกชน จัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการรณรงค์ให้ตรวจสภาพรถก่อนการเดินทาง โดยร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคเอกชน จัดกิจกรรม &amp;ldquo;ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 15 มีนาคม &amp;ndash; 17 เมษายน 2562 ให้บริการตรวจเช็กสภาพความพร้อมของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ก่อนเดินทางกว่า 20 รายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้ง 20 โครงการ ไม่คิดค่าบริการ อาทิ การตรวจระบบเบรก สภาพยาง อุปกรณ์ปัดน้ำฝน ระดับน้ำมันเครื่องและความสกปรกของน้ำมันเครื่อง ท่อยาง หม้อน้ำและรอยรั่ว การทำงานของไฟส่องสว่าง/ไฟสัญญาณต่างๆ ณ สถานบริการที่มีป้ายประชาสัมพันธ์ &amp;ldquo;ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย&amp;rdquo; รวมกว่า 30 หน่วยงาน จุดให้บริการกว่า 2,300 แห่งทั่วประเทศ&amp;rdquo;นายกมล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประกอบด้วย บริษัทผู้ผลิตและศูนย์บริการตัวแทนจำหน่ายรถยนต์/รถจักรยานยนต์ ศูนย์บริการซ่อมบำรุงรักษารถ ศูนย์ซ่อมรถของบริษัทประกันภัย บริษัทติดตั้งแก๊ส NGV/LPG ในรถยนต์ บริษัทผลิตและศูนย์บริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง อู่มาตรฐานของบริษัทประกันภัย สถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) สมาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เชิญชวนลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์ BMW, Honda, Mazda, Mitsubishi, Nissan, Toyota รุ่นที่ผลิตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000) เข้ารับการตรวจสอบ และแก้ไขชุดถุงลมเสริมความปลอดภัยในรถยนต์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางเว็บไซต์ www.checkairbag.com หรือโทรศัพท์ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นกับศูนย์บริการของค่ายรถยนต์ต่างๆ ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2562 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีประชาชนจำนวนมากใช้รถใช้ถนนในการเดินทางกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าช่วงปกติ กรมการขนส่งทางบก โดยกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) นำรายได้ส่วนหนึ่งจากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยทั่วประเทศสนับสนุนงบประมาณให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ตั้งจุดบริการ &amp;ldquo;อาชีวะอาสา&amp;rdquo; จำนวน 189 แห่ง บริเวณถนนสายหลักที่มีการจราจรหนาแน่น สถานีบริการน้ำมัน หรือจุดให้บริการร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บริการเช็กสภาพรถและซ่อมรถเบื้องต้นกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมทั้งเป็นหน่วยบริการอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้พักผ่อนคลายความเมื่อยล้าระหว่างการเดินทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประชาชนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้ด้วยการเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมก่อนขับรถ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7- 8 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง เมื่อมีอาการเหนื่อยล้าระหว่างการเดินทางควรหยุดพักในจุดที่ปลอดภัยอย่างน้อยทุก 2 &amp;ndash; 3 ชั่วโมง และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;เพื่อประชาชนทุกคนได้เดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัยแลมีความสุขในเทศกาลสงกรานต์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31023</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมล บูรณพงศ์, ตรวจสภาพรถฟรี, รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก, เทศกาลสงกรานต์ 2562</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190311/image_big_5c85d9a6406ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2019 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2019 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯย้ำ 21ม.ค.นี้ขึ้นค่าโดยสารแน่นอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค.2562 &amp;nbsp;นายพีระพล ถาวรศุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ) เปิดเผยถึงการปรับค่าโดยสารรถสาธารณะหมวด 1-4 &amp;nbsp;ตามมติของคณะกรรมการควบคุมขนส่งระบบกลาง โดยมีผลในวันที่ 21 มกราคมนี้ ว่า ช่วงที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดดูแลการคำนวณอัตราค่าโดยสาร ทำการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันที่จะส่งผลกระทบต่อการคำนวนค่าโดยสารอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาแม้ว่าราคาน้ำมันจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงบ้าง แต่จนถึงขณะนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมติแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มติของคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกลางฯ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมาได้อนุมัติให้ปรับขึ้นค่าโดยสารสำหรับรถร้อน ทั้ง ขสมก. และรถร่วมบริการ 1 บาท ส่วนรถปรับอากาศให้ปรับขึ้นระยะละ 1 บาทส่วนกรณีรถที่ซื้อมาเข้าร่วมแผนการปฏิรูปมีการซื้อรถที่อายุไม่ถึง 2 ปี และมีการติดตั้งระบบ E-Ticket และ GPS รถดังกล่าวให้ปรับราคา โดยในส่วนของรถร้อนค่าโดยสาร 12 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของรถปรับอากาศ 4 กิโลเมตรแรก คิดอัตราค่าโดยสาร 15 บาท หลังจากนั้นให้จัดเก็บ 25 ตลอดสาย รวมทั้งพิจารณาให้ปรับราคารถ บขส.และรถร่วมบริการ บขส. ซึ่งที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากการใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จึงได้อนุมัติให้รถหมวดดังกล่าวปรับค่าโดยสารขึ้นอีก 10 % โดยมีผล 21 ม.ค.62 เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก.ที่จะปรับขึ้น 21 ม.ค.นี้ รถโดยสารธรรมดา (ครีม-แดง) จากเดิม 6.50 บาทตลอดสาย เป็น 8 บาทตลอดสาย ,รถโดยสารปรับอากาศ (ครีม-น้ำเงิน) จากเดิม 10-18 บาท ตามระยะทาง เป็น 12-20 บาท ตามระยะทาง รถโดยสารปรับอากาศยูโรทู (สีส้ม) และรถปรับอากาศเชื้อเพลิง NGV (สีขาว) จากเดิม 11-23 บาท ตามระยะทาง เป็น 13-25 บาท ตามระยะทาง, รถโดยสารปรับอากาศรุ่นใหม่ (สีฟ้า) ระยะทาง 4 กิโลเมตรแรก เก็บไม่เกิน 15 บาท, ระยะทาง 4-16 กิโลเมตร เก็บไม่เกิน 20 บาท, ระยะทาง 16 กิโลเมตรขึ้นไป เก็บไม่เกิน 25 บาท ส่วนรถโดยสารธรรมดา หากผู้โดยสารใช้ทางด่วนจะมีการเก็บค่าทางด่วนเพิ่มจากค่าโดยสารปกติอีก 2 บาท ส่งผลทำให้ค่าโดยสารเพิ่มจาก 8 บาท เป็น 10 บาทต่อคนต่อเที่ยว ส่วนรถบริการตลอดคืน ช่วงเวลา 23.00 - 05.00 น. จะเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม 1.50 บาท ทำให้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากเดิม 8 บาท เป็น 9.50 บาทต่อคนต่อเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะที่รถโดยสารประจำทางปรับอากาศแอร์พอร์ตบัส (Airport Bus) ได้แก่ สาย A1 ท่าอากาศยานดอนเมือง-จตุจักร กับ สาย A2 ท่าอากาศยานดอนเมือง-อนุสาวรีย์ชัยฯ 30 บาทตลอดสาย, สาย A3 ท่าอากาศยานดอนเมือง-สวนลุมพินี กับ สาย A4 ท่าอากาศยานดอนเมือง-สนามหลวง 50 บาทตลอดสาย และสาย S1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-สนามหลวง 60 บาทตลอดสาย ยังคงเก็บค่าโดยสารอัตราเดิม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนรถร่วมบริการ ขสมก.รถร้อนปรับราคาจาก 9 บาท เป็น 10 บาท รถปรับอากาศ 2 ประเภท &amp;nbsp;แบบขาว-น้ำเงิน ปรับราคาระยะละ 1 บาท จากเริ่มต้น 12 บาท เป็น 13 บาท และรถสีครีม จากราคาเริ่มต้น 13 บาท เป็น 14 บาท.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26274</URL_LINK>
                <HASHTAG>21 ม.ค., ขึ้นค่ารถบขส., ขึ้นค่ารถเมล์, ขึ้นค่าโดยสาร, พีระพล ถาวรศุภเจริญ, รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c53764183d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2018 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2018 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่ง เลื่อนเชื่อมใบสั่งกับตำรวจคาดใช้ปี63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค. 2561 นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)เปิดเผยว่าเรื่องประเด็นการเชื่อมระบบใบสั่งกับตำรวจจราจรและเรื่องร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางบก ฉบับใหม่.ซึ่งเป็นการควบรวมพระราชบัญญัติ หรือ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันว่าจะบังคับใช้กันในปีหน้านั้นหากขั้นตอนทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์พร้อมออกประกาศราชกิจจานุเบกษาแล้วกว่าจะมีผลบังคับใช้จริงต้องเป็นปี 2563 หรือรอไปอีกหนึ่งปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เนื่องจากต้องมีห้วงเวลาของการเปลี่ยนถ่ายระบบต่างๆควบรวมเข้าสู่ถังข้อมูลเดียวกัน อาทิ ระบบใบขับขี่ ระบบทะเบียนรถ ไปจนถึงเรื่องการปรับใบอนุญาตรถเดิมเป็นต้น ดังนั้นเมื่อประกาศแล้วจะยังไม่มีผลในทันทีจนกว่าจะถึงเวลาทีเหมาะสม&amp;quot;นายกมลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมลกล่าวต่อว่าสำหรับความคืบหน้านั้นขณะนี้ขบ.ได้พัฒนาระบบเชื่อมข้อมูลใบสั่งกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติไว้เรียบร้อยแล้วขณะนี้อยู่ระหว่างรอความพร้อมในการเชื่อมข้อมูล ขณะที่เรื่องของตัวพรบ.ฉบับใหม่นั้นขณะนี้อยู่ระห่างรอเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สตช.) พิจารณาการแปรญัตติเพื่อออกเป็นข้อบังคับต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนด้านกรณีรถป้ายแดงนั้นขณะนี้ยังสามารถใช้ได้อยู่ไปจนถึงปีที่จะบังคับใช้กฎหมายแต่ต้องมีใบอนุญาตถูกต้อง และเมื่อกฎหมายบังคับใช้แล้วจะไม่มีรถป้ายแดงวิ่งบนท้องถนนอีกต่อไปเพราะกฎหมายใหม่จะยกเลิกเรื่องการนำมาใช้ขับขี่จะระบุให้ใช้ป้ายแดงเพื่อขายหรือซ่อมแซมเท่านั้น โดยผู้ที่ซื้อรถใหม่ต้องนำมาจดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก(ขบ.)ทันทีเพื่อรับป้ายทะเบียนไปใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกรมการขนส่งทางบกระบุว่าประเด็นสำคัญของการควบรวมกฎหมายที่จะบังคับใช้ในปี 2563 นั้นประกอบด้วย การเพิ่มโทษปรับใบขับขี่ การขยายความผิดไปยังผู้ประกอบการผลิตรถยนต์ การควบรวมทุกประเภทบังคับใช้กฎหมายเดียวกัน รวมถึงการรวมระบบใบขับขี่เป็นมาตรฐานเดียวกันและการออกใบรับรองพิเศษแยกประเภทเพื่อใช้คู่กับใบขับขี่คล้ายโมเดลในประเทศยุโรป เช่น รถบรรทุกน้ำมันหรือรถสาธารณะเป็นต้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25343</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมล บูรณพงศ์, ตำรวจจราจร, พ.ร.บ.การขนส่งทางบก ฉบับใหม่, รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก, เชื่อมระบบใบสั่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd7b81308db3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
