<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2020 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2020 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์การันตีหน้ากากอนามัยมีพอยันห้ามขายปลีกเกิน2.50บาท/ชิ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ธ.ค. 2563 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท) คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค องค์การเภสัชกรรม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา องค์การเภสัชกรรม ผู้ประกอบการผลิตหน้ากากอนามัยโรงงานผลิตหน้ากากอนามัย แพลตฟอร์มออนไลน์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือถึงสถานการณ์สินค้าหน้ากากอนามัยภายหลังเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ จ.สมุทรสาคร ว่า ปัจจุบันมีโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยรวม 30 โรง และสามารถผลิตหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ได้ 5 ล้านชิ้นต่อวัน ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ ทั้งการจัดสรรให้กับหน่วยงานทางการแพทย์ หน่วยงานราชการ และจำหน่ายให้กับประชาชน และยังได้ขอความร่วมมือให้โรงงานเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 100% ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้เริ่มพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ภายในประเทศในพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น เกรงว่าประชาชนจะกังวล และหาซื้อหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ จนทำให้ปริมาณการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ จนเกิดการขาดแคลนเหมือนช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้ จึงขอความร่วมมือให้ซื้อเพียงพอใช้ อย่ากักตุน และสามารถใช้หน้ากากทางเลือก เช่น หน้ากากผ้า หรือหน้ากากนำเข้าทดแทนได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ราคาขายปลีกหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศ จะต้องจำหน่ายในราคาเดิม คือ ไม่เกินชิ้นละ 2.50 บาท หน้ากากอนามัยนำเข้า ราคาจำหน่ายต้องเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) กำหนด ส่วนการจำหน่ายหน้ากากอนามัยในแพลตฟอร์มออนไลน์ ได้ขอความร่วมมือช้อปปี้ และลาซาด้า ให้เข้มงวดตรวจสอบราคาจำหน่ายในแพลตฟอร์มของตนเอง ต้องเป็นราคาที่กรมฯ กำหนดไว้เท่านั้น หากจำหน่ายเกินกว่าที่กำหนดไว้จะถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ล่าสุดกรมฯ ได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมแผนที่จะออกตรวจสอบแหล่งจำหน่ายหน้ากากอนามัย และตรวจสอบการจำหน่ายตามที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน โดยกรมฯ ขอความร่วมมือประชาชน หากเห็นพฤติกรรมการเอารัดเอาเปรียบ ขอให้ช่วยถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน และแจ้งสถานที่จำหน่ายให้ชัดเจนผ่านสายด่วน 1569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และเอาผิดร้านค้าเอาเปรียบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโทษกรณีจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคาควบคุม มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีกักตุน โก่งราคา มีโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87582</URL_LINK>
                <HASHTAG>รองอธิบดีกรมการค้าภายใน, วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม, หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f102d224a0c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2019 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2019 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พาณิชย์”นัดถกคณะทำงาน ดูโครงสร้างต้นทุนราคายา นำร่อง 1,000 รายการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ. 2562 นายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะคณะอนุกรรมการพิจารณามาตรการดูแลยาและเวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ เปิดเผยว่า คณะทำงานเพื่อพิจารณาโครงสร้างต้นทุนค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชน ที่มีนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธาน จะมีการประชุมนัดแรก โดยเชิญตัวแทนจากกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลเอกชน มาสอบถามเกี่ยวกับต้นทุนของยา ทั้งที่เป็นยาในประเทศและยานำเข้ามาจากต่างประเทศของแต่ละแห่งมาเก็บไว้เป็นฐานข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลังจากได้ข้อมูลครบถ้วนแล้ว จะมีการพิจารณาในเรื่องราคายาที่โรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่งคิดค่ายากับผู้ใช้บริการเป็นอย่างไรบ้าง และมีการนำอย่างอื่นมารวมไว้กับค่ายาหรือไม่ และหากเห็นว่าราคายาแพงเกินไป และคณะทำงานเห็นว่าโรงพยาบาลมีการชี้แจงต้นทุนไม่สมเหตุสมผล ก็จะมีการเข้าไปดูแลราคาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้บริโภคต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอยืนยันว่าการดูแลราคายา จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งประชาชน โรงพยาบาล ซึ่งคงต้องดูข้อมูลกันอีกทีว่าเป็นอย่างไร ซึ่งในส่วนของราคายา ยอมรับว่าโรงพยาบาลแต่ละแห่งอาจมีต้นทุนราคาไม่เท่ากัน เช่น โรงพยาบาลที่มีเครือข่ายมากก็สามารถสั่งยาครั้งละมากๆ ได้ และจะได้ยาในต้นทุนต่ำ แต่โรงพยาบาลที่มีสาขาน้อยและซื้อยาไม่มาก ก็อาจจะได้ต้นทุนสูงกว่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการพิจารณาเรื่องของโครงสร้างราคายา เบื้องต้นจะมีการเน้นตัวยาที่ประชาชนเข้ามาใช้บริการกันมากก่อน นำร่องประมาณ 1,000 รายการ จากทั้งหมดที่มีตัวยากว่า 10,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในฐานะรักษาการรมว.พาณิชย์ ก็จะเข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) โดยตำแหน่ง ซึ่งในส่วนของการดูเรื่องของยาและค่ารักษาพยาบาล เบื้องต้นจะเดินหน้าในเรื่องนี้ต่อไป โดยยึดหลักให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงมติคณะอนุกรรมการฯเมื่อวันที่ 31 ม.ค.62 ที่กำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนต้องปิดป้ายแสดงราคายาให้ชัดเจน และเปิดเผย เพื่อให้ผู้บริโภคได้เปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการว่า ปัจจุบัน กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ปิดป้ายแสดงราคาอยู่แล้ว แต่โรงพยาบาลจะขายตามราคาที่ปิดป้ายไว้หรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งการที่คณะอนุกรรมการฯกำหนดให้ต้องปิดป้ายแสดงราคานั้น หากจะให้ได้ผลทางกฎหมาย กระทรวงพาณิชย์จะต้องนำเสนอเรื่องให้คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ออกประกาศให้โรงพยาบาลปิดป้ายแสดงราคา หากโรงพยาบาลไม่ปิดป้ายให้เปิดเผย เห็นชัดเจน จะมีความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ.2542 มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และหากปิดป้ายแล้วไม่ขายตามราคาที่แสดงไว้ จะมีโทษปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;ทุกวันนี้ โรงพยาบาลบางแห่งมีการชี้แจงราคาอยู่แล้ว แต่ไม่อยู่ในที่เปิดเผย เช่น อยู่ในสมุดเก็บไว้ที่ช่องจ่ายเงิน หรืออยู่ในคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ไม่ได้อยู่ในที่เห็นเด่นชัด อีกทั้งอาจไม่ได้ขายตามราคาที่แสดงไว้ ซึ่งไม่มีหน่วยงานใดดูแลได้ แต่การที่ต้องให้กกร.ออกประกาศ ก็เพื่อให้กระทรวงพาณิชย์ มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ที่จะดำเนินการได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังไม่ได้นำเสนอให้กกร.ออกประกาศ เพราะต้องการรอให้พิจารณาโครงสร้างต้นทุนยาเสร็จเสียก่อน เพื่อให้มีข้อมูลที่ชัดเจนว่า ยาแต่ละชนิดมีต้นทุนเท่าไร ราคานำเข้าเป็นอย่างไร โรงพยาบาลตั้งราคาขายสอดคล้องกับต้นทุนหรือไม่ หรือมีการนำต้นทุนอื่นๆ มาแฝงไว้ในราคายา และบริการทางการแพทย์หรือไม่ เช่น ค่าขนส่ง ค่าเก็บสต๊อก ค่าใช้จ่ายต่างๆ ของโรงพยาบาล เป็นต้น ขณะเดียวกัน ขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างการหาแนวทางที่จะให้โรงพยาบาลคิดราคายา โดยแยกออกจากต้นทุนอื่นๆ &amp;nbsp;เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภค&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28795</URL_LINK>
                <HASHTAG>000 รายการ, ชุติมา บุณยประภัศร, นำร่องประมาณ 1, ประโยชน์ เพ็ญสุต, รองอธิบดีกรมการค้าภายใน, วิชัย โภชนกิจ, โรงพยาบาลเอกชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8c7a46bfc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
