<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 12:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนสูบบุหรี่มวนเดียวกันเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อโควิดมากถึง 3.47 เท่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.64-นพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้กรมควบคุมโรคเร่งควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ป้องกันการเกิดผู้ติดเชื้อรายใหม่ และลดจำนวนผู้ป่วยหนักและผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด 19 ให้ได้มากที่สุด ทั้งการฉีดวัคซีนป้องกัน และมาตรการป้องกันส่วนบุคคล คือ &amp;nbsp;การสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ เว้นระยะห่าง งดการร่วมกิจกรรมกลุ่มทุกประเภทแล้ว แต่จุดที่น่าเป็นห่วงขณะนี้ คือ พฤติกรรมการสูบบุหรี่หรือบริโภคผลิตภัณฑ์ยาสูบ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยการสูบบุหรี่มวนเดียวกัน เพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อโควิด 19 มากถึง 3.47 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ขจรศักดิ์ กล่าวว่า การเลิกสูบบุหรี่ทุกชนิด จะทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคเพิ่มขึ้น และควรใช้สถานการณ์ความรุนแรงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 เลิกสูบ ทั้งนี้ สามารถขอรับบริการช่วยเหลือได้ 2 ช่องทาง คือสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขใกล้บ้าน และ 2.ขอรับคำปรึกษาที่ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ โทร.ฟรี 1600 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.ชยนันท์ สิทธิบุศย์ ผู้อำนวยการกองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กล่าวเสริมว่า ขอความร่วมมือไปยังผู้ติดเชื้อโควิด 19 ที่ยังสูบบุหรี่ ขอให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไม่ฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในบริเวณโรงพยาบาลสนาม (Hospitel), ศูนย์แยกกักในชุมชน (CI) ที่เป็นสถานที่ราชการ &amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือสถานที่เอกชน หรือสถานศึกษาหรือสนามกีฬา รวมถึงสถานที่สาธารณะที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งเป็นพื้นที่ ปลอดบุหรี่ทั้งหมด หากฝ่าฝืนถือว่ามีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในการปฏิบัติตามกฎหมายได้ที่ กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค โทร. 02 590 3852 #เลิกสูบลดเสี่ยง คุณทำได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115138</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขจรศักดิ์ แก้วจรัส, ผู้ป่วยโควิด, รองอธิบดีกรมควบคุมโรค, ห้ามสูบบุหรี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612dab6b208b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113705</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัด‘แอสตร้าฯ’ให้กลุ่มอาสาสมัครแรงงานข้ามชาติที่อยู่ในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.64 &amp;ndash; นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค มอบหมายให้สัตวแพทย์หญิง เสาวพักตร์ ฮิ้นจ้อย ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศ พร้อมด้วยผู้แทนจากองค์การอนามัยโลก ประจำประเทศไทย (WHO) องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) และมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เยี่ยมชมและติดตามผลการดำเนินงานการให้บริการฉีดวัคซีนแก่อาสาสมัครแรงงานข้ามชาติที่ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและควบคุมโรคโควิด 19 ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ที่ศูนย์บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ของโรงพยาบาลเจ้าพระยา เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัตวแพทย์หญิงเสาวพักตร์ กล่าวว่า องค์การสหประชาชาติ (UN) ประจำประเทศไทย ได้มอบวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า (AstraZeneca) ให้กับกรมควบคุมโรคเพื่อฉีดสร้างภูมิคุ้มกันโรคในกลุ่มอาสาสมัครแรงงานข้ามชาติที่อยู่ในประเทศไทย และช่วยกระทรวงสาธารณสุขในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคโควิด 19 ในพื้นที่รับผิดชอบ โดยการให้บริการข้อมูลความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับโรคโควิด 19 เป็นภาษาเพื่อนบ้านร่วมกับสายด่วนของกรมควบคุมโรค 1422 และปฏิบัติงานร่วมกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการป้องกันควบคุมโรคโควิด 19 มาอย่างต่อเนื่อง โดยวัคซีนที่ได้รับมอบครั้งนี้ได้กระจายไปยังศูนย์บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ใน 5 จังหวัดชายแดน ได้แก่ โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่, โรงพยาบาลแม่สอด จังหวัดตาก, สำนักงานสาธารณสุขอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และโรงพยาบาลกรุงเทพ-หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คาดว่าจะดำเนินการฉีดเสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม 2564 นี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การป้องกันควบคุมโรคโควิด 19 ในกลุ่มแรงงานข้ามชาติต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาลและเอกชนรวมถึงเครือข่ายระหว่างประเทศ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่มีการระบาดของโรคโควิด 19 เป็นต้นมา กลุ่มอาสาสมัครแรงงานข้ามชาติ ได้สนับสนุนการทำงานของกระทรวงสาธารณสุขในหลายด้าน อาทิ การลดช่องว่างการสื่อสาร เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลสุขอนามัยและสาธารณสุขในพื้นที่ที่มีแรงงานข้ามชาติอาศัยอยู่ ทั้งด้านการป้องกันและควบคุมกันโรค จึงต้องฉีดวัคซีนจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เนื่องจากต้องปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งหากติดเชื้อจะสามารถป้องกันอาการป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิตได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113705</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอาสาสมัครแรงงานข้ามชาติ, นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศ, รองอธิบดีกรมควบคุมโรค, สัตวแพทย์หญิง เสาวพักตร์ ฮิ้นจ้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611c8c8b98e27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอแก้ว&#039;วอนบางคนอย่าเอาแต่บ่น! ยกย่องทีมปราบโควิดสมุทรสาคร&#039;วีรบุรุษนิรนาม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.64-นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ &amp;nbsp;รักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติงานหรือบริหารจัดการ (CEO) ในเขตสุขภาพที่ 5 (เขตตรวจราชการที่ 2, 3และ 4) ประกอบด้วย 8 จังหวัด คือ จังหวัดนครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรสาคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;หมอแก้ว ผลิพัฒน์&amp;quot; &amp;nbsp;ถึงสถานการณ์โควิด-19 ที่สมุทรสาครว่าน้ำเอยน้ำใจ ของใครให้มา
.
ในขณะที่ใครบางคนรอคอยว่าเมื่อไหร่สถานการณ์ในสมุทรสาครจะดีขึ้น
บางคนออกมาบ่น&amp;nbsp;
บางคนออกมาวิจารณ์
บางคนออกมาขู่ สร้างภาพให้คนกลัว
บางคนออกมาตั้งคำถามว่าทำไมไม่ทำโน่นนี่นั่น
คนเหล่านี้บางคนได้รับชื่อเสียง
ได้รับความสนใจ
จากการที่ออกมาบ่น ออกมาวิจารณ์ ออกมาตั้งคำถาม
แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นแต่อย่างไร
.
แต่ก็มีบางคน
ที่ไม่รอ ไม่วิจารณ์ ไม่ตั้งคำถาม
เขาเหล่านั้นอาสาเข้ามาช่วย
เข้ามาเป็นมดงานภาคสนาม
เข้ามาเป็นแพทย์พยาบาลโรงพยาบาลสนาม
เข้ามาช่วยจัดการโรงพยาบาลสนาม
เข้ามาช่วยสอบสวนโรค
เข้ามาช่วยเก็บตัวอย่าง
เข้ามาช่วยบันทึกเหตุการณ์
เข้ามาเป็นล่ามช่วยแปลภาษา
เข้ามาช่วยเก็บข้อมูล
เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล
เข้ามาร่วมวางแผนกับคนในสนาม (ไม่ใช่มองมาจากหอคอย)
บ้างก็เข้ามาสนับสนุนอุปกรณ์การทำงาน
และอีกมากมาย
เข้ามาโดยไม่ต้องร้องขอ
.
เพื่อให้เราเหล่าคนทำงานในพื้นที่ทำงานง่ายขึ้น
เพื่อเข้ามาแบ่งเบาภาระให้คนทำงานในพื้นที่ ให้คนทำงานในพื้นที่ได้พักบ้าง
เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น
เพื่อคนสมุทรสาคร
เพื่อคนไทยทุกคน
.
เข้ามาทำงานไม่ได้สะดวกสบายหรอกครับ
เข้ามาก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับระบบ
เข้ามาก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม
เข้ามาก็มีความเสี่ยง
เข้ามาก็เหนื่อย
แต่ก็ยังเข้ามา
.
คนเหล่านี้ล้วนไม่มีชื่อ
จบงานไปก็ไม่มีใครรู้จัก
เหล่านี้คือวีรบุรุษนิรนาม
เหล่านี้คือมดงานนิรนาม
เหล่านี้คือแรงใจ
เหล่านี้คือมิตร.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89883</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, รองอธิบดีกรมควบคุมโรค, สมุทรสาคร, หมอแก้ว ผลิพัฒน์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210115/image_big_6000f097c8dd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยพบติดเชื้อรายใหม่1รายกลับจากสหรัฐอเมริกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.2563 - &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 1 ราย กลับจากสหรัฐอเมริกา และอยู่ในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ &amp;nbsp;ทำให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,298 ราย รักษาหายป่วยแล้ว 3,111 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 129 ราย &amp;nbsp;และไม่มีเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตคงที่ 58 ราย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72814</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, รองอธิบดีกรมควบคุมโรค, สหรัฐอเมริกา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200527/image_big_5ece45ca8c00f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอแก้ว&#039;ไขปริศนาดราม่า&#039;กราฟโควิด-19&#039; ไทย-ญี่ปุ่น-สิงคโปร์ ใครทำได้ดีกว่ากัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.63- นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้โพสต์ในเฟซบุ๊ก &amp;quot;หมอแก้ว ผลิพัฒน์&amp;quot; ว่า เมื่อวาน มีเพื่อนมาบอกว่าประเทศไทยควบคุมสถานการณ์โรคได้ย่ำแย่กว่าบางประเทศในเอเซีย ทั้งญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ก็ถามไปว่า เอามาจากไหน เขาก็ส่งรูปบนให้ดู ก็เลยโชว์รูปล่างไปให้เขาดูบ้าง และบอกเขาว่าข้อมูลชุดเดียวกัน แค่นำเสนอต่างกันแค่นั้นเอง จะเห็นว่าการเลือกวิธีนำเสนอที่แตกต่างกันทำให้เราแปลผลสถานการณ์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง รูปบนญี่ปุ่นกับสิงคโปร์ดูดีกว่าไทยมาก แต่รูปล่าง ญี่ปุ่นดูไม่ดีเอาเลย และสิงคโปร์ก็ไม่ต่างจากเรามากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปบนเริ่มต้นพล็อตกราฟ ณ วันที่แต่ละประเทศมีผู้ป่วยเกิน 100 ราย แล้วเอาจำนวนผู้ป่วยหลังจากนั้นมาเทียบกัน...เออ...แล้วเขาไปเอาตัวเลข 100 คนมาจากไหน มีหลักวิชาการอะไรรองรับหรือเปล่า ตำราระบาดวิทยาหรือชีวสถิติเล่มไหนเขียนไว้หรือเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ...ไม่รู้สิ ไม่เคยอ่านเจอ แค่เป็นตัวเลขง่ายๆ สะดวกๆ แต่ก็เคยได้ยินมีผู้มีชื่อเสียงท่านหนึ่งเคยพูดไว้ตอนนำเสนอกราฟรูปบนว่าถ้าประเทศไหนมีผู้ป่วยเกินร้อยเมื่อไหร่ สถานการณ์หลังจากนั้น ประเทศนั้นจะมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มเป็น ๒ เท่าทุกๆ ๓ วัน ซึ่งถ้าถามว่าจริงมั้ย ก็ต้องตอบว่า &amp;ldquo;ไม่จริง&amp;rdquo; ตัวเลข &amp;ldquo;๑๐๐&amp;rdquo; ไม่ได้มีความหมายเช่นนั้น ทั้งยังก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่าย เนื่องจากการเริ่มต้นนับสถานการณ์ที่จุดที่แต่ละประเทศมีสถานการณ์ไม่เหมือนกัน ก็อาจเปรียบได้กับการที่คนนำเสนอจงใจปล่อยตัวนักวิ่งออกวิ่ง ณ จุดเริ่มต้นที่แตกต่างกันนั่นเอง ทั้งยังเป็นการปฏิเสธความสำเร็จของการดำเนินงานต่างๆ ที่แต่ละประเทศได้ทำมาก่อนหน้านั้นอีกด้วย สำหรับประเทศไทย ณ วันที่มีผู้ป่วย ๑๐๐ คน ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงของการเกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ ดังนั้น จึงไม่แปลกที่ช่วงแรกอาจจะดูเหมือนมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างนึงครับ ตัวเลขเดียวกันขึ้นอยู่กับคนนำเสนอว่าจะเลือกชี้นำให้คนอ่านให้เข้าใจหรือตีความไปในทิศทางใด การจงใจเลือก &amp;ldquo;วัน&amp;rdquo; ที่จะเริ่มนับที่แตกต่างกันออกไปก็อาจทำให้คนอื่นมองว่าคนนำเสนอมี &amp;ldquo;อคติ&amp;rdquo; ได้ กองเชียร์ทีมไทยก็อาจจะถามว่าทำไมไม่เลือกนับจากวันที่แต่ละประเทศพบผู้ป่วยในประเทศเป็นรายแรก หรือวันที่แต่ละประเทศพบผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศเป็นรายแรก ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้กราฟของประเทศไทยดูดี เพราะเป็นประเทศแรกๆ ที่เกิดเหตุการณ์เหล่านั้นขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนำเสนอข้อมูล ไม่ต้องมีอะไรซับซ้อน แค่มีใจที่ปราศจากอคติก็พอ ถ้าต้องการเสนอสถานการณ์ปัจจุบันเปรียบเทียบกันก็ plot ตัวเลขจำนวนผู้ป่วยสะสมตามวันเวลาปฏิทินก็พอแล้วครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขียนมาถึงตรงนี้ทำให้คิดถึงคำพูดคำหนึ่งที่ว่า &amp;quot;There are three kinds of lies: lies, damned lies, and statistics.&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63192</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, กราฟโควิด, ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, รองอธิบดีกรมควบคุมโรค, หมอแก้ว, ไทย-ญี่ปุ่น-สิงคโปร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e969051939d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62151</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2020 14:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2020 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดหรือยัง? &#039;หมอแก้ว&#039;แจงอีกรอบ ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อาการเป็นอย่างไร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.63- นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้โพสต์ในเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;&amp;quot;หมอแก้ว ผลิพัฒน์&amp;quot; ว่า เมื่อวานแถลงข่าว ได้คุยเรื่องอาการและความรุนแรงของโรคให้ฟัง มีคนสนใจสอบถามเข้ามามาก วันนี้ก็เลยนำเรื่องนี้มาขยายให้ฟังกันอีกรอบครับ
.&amp;nbsp;
คำถามแรก ถ้าป่วยด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อาการจะเป็นยังไงบ้าง
ตอบ ผู้ใหญ่กับเด็กอาการจะไม่เหมือนกันครับ&amp;nbsp;
ผู้ใหญ่ประมาณร้อยละ 89 จะมีอาการไข้
ร้อยละ 68 จะมีอาการไอ
ร้อยละ 14 จะมีอาการอ่อนเพลีย
มีน้ำมูกพบได้ค่อนข้างน้อยแค่ประมาณร้อยละ 5&amp;nbsp;
ร้อยละ 15 มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
ร้อยละ 38 มีอาการอ่อนเพลีย
และร้อยละ 19 มีอาการหายใจลำบากหรือหายใจเร็ว
ในขณะที่เด็กจะมีอาการน้อยกว่า นั่นคือ
มีเด็กที่ป่วยด้วยโรคโควิดร้อยละ 42 ที่มีอาการไข้
ร้อยละ 49 มีอาการไอ (จะเห็นว่าอาการไอพบได้บ่อยกว่าไข้ ในเด็ก)
ร้อยละ 8 มีน้ำมูก
ร้อยละ 8 มีอาการอ่อนเพลีย
และร้อยละ 29% หายใจลำบากหรือหายใจเร็ว
.&amp;nbsp;
คำถามที่ ๒ คือหากติดเชื้อแล้วจะเสียชีวิตมากน้อยแค่ไหน
ในกลุ่มผู้ที่มีอายุน้อยจะพบผู้ที่มีอาการรุนแรงค่อนข้างน้อย&amp;nbsp;
อายุมากขึ้นก็จะพบผู้ที่มีอาการรุนแรงมากขึ้นด้วย นั่นคือ
หากมีผู้ป่วยโรคโควิดที่มีอายุน้อยกว่า 39 ปีหนึ่งร้อยคน จะมีผู้เสียชีวิตเพียง 0.2 คน
หากมีผู้ป่วยโรคโควิดที่มีอายุ 40-49 ปีหนึ่งร้อยคน จะมีผู้เสียชีวิต 0.4 คน
หากมีผู้ป่วยโรคโควิดที่มีอายุ 50-59 ปีหนึ่งร้อยคน จะมีผู้เสียชีวิต 1.3 คน&amp;nbsp;
หากมีผู้ป่วยโรคโควิดที่มีอายุ 60-69 ปีหนึ่งร้อยคน จะมีผู้เสียชีวิต 3.6 คน
หากมีผู้ป่วยโรคโควิดที่มีอายุ 70-79 ปีหนึ่งร้อยคน จะมีผู้เสียชีวิต 8 คน
หากมีผู้ป่วยโรคโควิดที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไปหนึ่งร้อยคน จะมีผู้เสียชีวิต 14.8 คน
จะเห็นได้ว่าหากผู้สูงอายุป่วยด้วยโรคโควิดจะมีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่าผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า
.&amp;nbsp;
เด็กแม้อาการจะไม่มาก แต่ถ้าในบ้านมีทั้งเด็กและผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วยกัน เด็กที่อาการไม่มากอาจทำให้ผู้สูงอายุติดเชื้อได้ ซึ่งหากผู้สูงอายุติดเชื้อขึ้นมาโอกาสที่จะมีอาการรุนแรงและเสียชีวิตก็จะสูงด้วย
.&amp;nbsp;
ดีที่สุดคือไม่ติดเชื้อครับ
ดูแลสุขภาพตัวเอง
ดูแลสุขภาพคนในครอบครัว
ดูแลสุขภาพเพื่อนร่วมงาน และ
ดูแลสุขภาพกันและกันนะครับ
.&amp;nbsp;
ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพราะเราอยู่ทีมเดียวกันครับ #ทีมไทย.
.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62151</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, รองอธิบดีกรมควบคุมโรค, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e898b2db523c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2026 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 07:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอแก้ว&#039;ไม่เชื่อ 15 เม.ย.คนไทยจะติดโควิด3.5แสน ตาย7พัน ติงอย่าปั่นตัวเลขสร้างความกลัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.63-นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;หมอแก้ว ผลิพัฒน์&amp;quot; ถึงการระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่าตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วมีคนถามเข้ามาเยอะมาก เขาถามว่าในวันที่ 15 เมษายนนี้ประเทศไทยจะมีผู้ป่วยถึง 350,000 คนและจะมีผู้เสียชีวิตถึง 7,000 คนเลยเหรอ ซึ่งข้อมูลนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้คนค่อนข้างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผมตอบไปก็คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. ตัวเลขที่กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเผยแพร่ออกมานั้น เป็นตัวเลขที่ &amp;ldquo;ไม่น่าจะเป็นไปได้&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;มีความเป็นไปได้น้อยมากๆๆๆๆๆ&amp;rdquo; ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกไม่ถึง 20 วันจะมีคนเสียชีวิตเพิ่มอีก 7,000 คน เนี่ยนะ แม้แต่ตัวเลขที่เป็นสถานการณ์ปิดเมืองของทีมยังดูจะสูงมากอยู่ดีครับเขาบอกว่าแม้จะปิดเมืองจะยังคงมีผู้เสียชีวิตถึง 485 คน ตอนนี้เรายังไม่ปิดเมืองจริงจังจำนวนผู้เสียชีวิตก็ดูเหมือนจะไม่ถึง 485 คนอยู่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. ต้องขอออกตัวก่อนครับว่า ผมไม่ทราบว่าใครเป็นคนทำการคาดประมาณ ผมไม่รู้ว่าคนคาดประมาณมีความรู้ด้านระบาดวิทยาและชีวสถิติมากน้อยแค่ไหน ผมไม่รู้ว่าเขาใช้สมมุติฐานอะไรในการคาดประมาณ เขามีพารามิเตอร์ที่สำคัญอะไรบ้าง ผมไม่รู้ว่าใครบ้างที่ออกมาพูดเรื่องนี้จริงจัง ผมไม่รู้ว่าคนที่ออกมาพูดรู้วิธีการที่คนคาดประมาณใช้ในการคาดประมาณหรือเปล่า และที่สำคัญที่สุดคือผมไม่รู้ว่าเขา &amp;quot;หวังผล&amp;quot; อะไรจากการทำและเผยแพร่ตัวเลขชุดนี้ (เขาอาจจะหวังดีก็ได้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. โดยทั่วไป กระทรวงสาธารณสุขก็มีทีมนักระบาดวิทยามาคอยทำการคาดประมาณตัวเลขอยู่แล้วครับ ตัวเลขจากการคาดประมาณที่เราทำกันขึ้นมา &amp;ldquo;เรานำมาใช้ประกอบการวางแผน&amp;rdquo; ครับ และมีการปรับปรุงตัวเลขคาดประมาณเป็นระยะๆ ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔. ตัวเลขที่กระทรวงสาธารณสุขเคาะออกมาก็คือ ถึงประมาณวันที่ 15 เมษายนนี้
- ถ้าไม่มีมาตรการที่สามารถป้องกันโรคได้ดีจริงๆ และเราไม่มีการระบาดเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ (เหมือนสนามมวย และสถานบันเทิง) ซ้ำเข้ามาอีก เราจะมีผู้ป่วยประมาณ 25,000 คน ซึ่งตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่เรานำมาใช้ในการเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ในปัจจุบันครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ในขณะที่ถ้าเราสามารถดำเนินการตามมาตรการการเพิ่มระยะห่างระหว่างบุคคล (social distancing) ได้ประมาณร้อยละ 50 (ซึ่งในปัจจุบันเรายังไม่ได้ดำเนินการเข้มข้นถึงขนาดนั้น) เราจะมีจำนวนผู้ป่วยประมาณ 17,600 คน และ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ถ้าเราสามารถเพิ่มระยะห่างระหว่างบุคคลได้ถึงร้อยละ 80 (ซึ่งในปัจจุบันเรายังไม่ได้ดำเนินการเข้มข้นถึงขนาดนั้น) เราจะมีจำนวนผู้ป่วยประมาณ 7,700 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕. ตัวเลขที่ได้มา ผ่านการคิดคำนวณอย่างมีหลักการ และใช้ข้อมูลที่ดีที่สุด เพื่อให้ได้ตัวเลขที่น่าจะใกล้เคียงกับความเป็นจริงระดับหนึ่ง สามารถชี้นำและกำหนดนโยบายได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่ปั้นตัวเลขอะไรขึ้นมาสักตัวนึง สร้างชื่อปั่นกระแสให้กับคนที่ออกมาพูด แต่กลับสร้างความสับสนให้กับสังคม สร้างผลกระทบในแง่ลบให้กับสังคม นำไปสู่การนำมาตรการที่ขาดการคิดไตร่ตรองวางแผนให้รอบคอบมาใช้ ซึ่งส่งผลด้านลบอื่นๆ ต่อไปอย่างกว้างขวาง (แทนที่จะยุติการแพร่โรคกลับส่งเสริมการแพร่โรค) ในขณะเดียวกัน ตัวเลขที่ปั่นมาก็ไม่สามารถจะนำไปใช้ประกอบการวางแผนอะไรได้เลย&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๖. การนำเสนอข้อมูลใดๆ พึงนำเสนอข้อมูลตามความเป็นจริง ดังคำสอนของ อ.สุชาติ เจตนเสนที่กล่าวไว้ว่า &amp;quot;การบิดเบือนความจริง เพื่อได้ผลทางอื่น จะมีผลกระทบต่อการเฝ้าระวัง และควบคุมโรคอย่างมาก&amp;rdquo;&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๗. การสร้างความกลัวในช่วงที่มีการระบาดของโรคไม่ใช่ทางเลือกในการป้องกันโรคที่ดี เรื่องนี้นักระบาดวิทยาและนักควบคุมโรครู้กันมานานแล้


ซื้อหวยออนไลน์&amp;nbsp;ว ความกังวลและความกลัว นำมาซึ่งปัญหาการตีตรา การตั้งแง่รังเกียจกัน นำมาซึ่งปัญหาการปกปิดความจริง ทำให้โรคแพร่ระบาดต่อไปได้ง่ายขึ้น และสุดท้ายคือความแตกแยกในสังคม ดังที่เราเองก็เคยเห็นภาพความแตกแยกเหล่านี้เสมอๆ ในยามที่เรามีปัญหาโรคระบาดสำคัญๆ&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง&amp;nbsp;ในอดีตที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๘. ศึกนี้เป็นศึกที่เราทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันจริงๆ ซึ่งเรื่องนึงที่ต้องร่วมมือกันด้วยคือ การร่วมมือกันให้ &amp;ldquo;ความจริง&amp;rdquo; แก่สังคม การร่วมกันสร้างความรู้ความเข้าใจ เพื่อให้เกิด สติ และปัญญา จึงเป็นยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดในช่วงเวลานี้ และในระยะยาวครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61403</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, รองอธิบดีกรมควบคุมโรค, หมอแก้ม, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200209/image_big_5e3fcf10c12d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
