<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 09:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 09:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมธนารักษ์ลุยเปิดประมูลปล่อยเช่าอาคาร &#039;วังค้างคาว&#039; เขตคลองสาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 สิงหาคม 2564 นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า จากการที่กรมธนารักษ์ได้ได้ประกาศประมูลสิทธิการเช่าอาคารราชพัสดุ (วังค้างคาว) พร้อมที่ดินนอกที่ตั้งตัวอาคาร เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ กท.2723 (บางส่วน) โฉนดที่ดินเลขที่ 3249 แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ประมาณ 0-3-29 ไร่ มีกำหนดระยะเวลาการเช่า 30 ปี โดยประวัติความเป็นมาของวังค้างคาวนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมธนารักษ์ ได้กล่าวในรายละเอียดไว้ว่า บ้านพระประเสริฐวานิช (เจ้าสัวเขียว เหล่าประเสริฐ) เป็นอาคารเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา เดิมเป็นกรรมสิทธิ์ของพระประเสริฐวานิช ต่อมาบ้านและที่ดินตกเป็นของนายเว้น (บุตร) และได้บริจาคให้กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2464 อาคารนี้สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 มีลักษณะและรูปแบบเป็นกลุ่มอาคารเก๋งจีน 2 ชั้น ก่ออิฐถือปูน หลังคามุงกระเบื้อง หน้าจั่วปูนปั้น ประกอบด้วย อาคารสองหลังตั้งขนานกัน หันหน้าออกแม่น้ำ มีระเบียงเชื่อมถึงกัน ล้อมลานโล่ง ตรงกลางขนาดใหญ่ พื้นที่บริเวณใต้ถุนอาคารถูกแบ่งเป็นสัดส่วน ทั้งสองฝั่งเพื่อใช้ประโยชน์เป็นที่เก็บสินค้า โดยในระหว่างปี พ.ศ. 2450-2460 บริษัท หลักสุงเฮง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ของนายเหียกวงเอี่ยม อดีตประธานหอการค้าไทย-จีน เช่าอาคารและพื้นที่เป็นสำนักงานและท่าเรือซึ่งดำเนินกิจการ รับ-ส่งสินค้าทางเรือ จากนั้น ห้างฮั่วจั่วจั่นได้มาขอเช่าต่อ โดยใช้พื้นที่ใต้ตึกเป็นที่เก็บสินค้า เมื่อเลิกเช่าตัวอาคารจึงถูกปิดร้างไม่ได้ใช้ประโยชน์มาหลายสิบปี ทำให้มีค้างคาวเข้ามาทำรังและอาศัยอยู่บริเวณใต้ตึกเป็นจำนวนมาก จึงอาจเป็นสาเหตุทำให้มีคนเรียกอาคารเก่าหลังนี้ว่า &amp;ldquo;วังค้างคาว&amp;rdquo; และในปี พ.ศ. 2561 กรมศิลปากรได้ประกาศรายชื่อโบราณสถานในเขตกรุงเทพมหานครตามนัยราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนพิเศษ 165 ง ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 โดยมีบ้านพระประเสริฐวานิช (เขียว) (วังค้างคาว) ในประกาศดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธนากล่าวเพิ่มเติมต่อว่า สำหรับเงื่อนไขการประมูลสิทธิการเช่าอาคารราชพัสดุ (วังค้างคาว) มีรายละเอียด &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;
1. คุณสมบัติผู้เข้าประมูล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;1.1 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลตามกฎหมายไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;1.2 จะต้องไม่เคยเป็นผู้ทิ้งงานก่อสร้างของทางราชการตามหนังสือแจ้งเวียนรายชื่อผู้ทิ้งงานของคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุกรมบัญชีกลางมาก่อนจึงจะมีสิทธิได้รับการพิจารณา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. สถานที่ติดต่อขอซื้อเอกสารผังประมูล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;สามารถติดต่อขอซื้อเอกสารผังประมูล ในราคาชุดละ 1,500.- บาท ณ ส่วนรายได้ กองบริหารที่ราชพัสดุกรุงเทพมหานคร กรมธนารักษ์ ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2564 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 ทุกวันในเวลา 09.00 &amp;ndash; 15.00 น.เว้นวันหยุดราชการ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กำหนดวัน เวลารับฟังคำชี้แจงและดูสถานที่ประมูลสิทธิการเช่าอาคารราชพัสดุ ผู้เข้าประมูลสามารถรับฟังคำชี้แจงรายละเอียดการประมูล ในวันที่ 9 กันยายน 2564 โดยพร้อมกัน ณ กรมธนารักษ์ เวลา 10.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. การเสนอเงินค่าธรรมเนียมการจัดให้เช่า ไม่ต่ำกว่า 9,475,200.- บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. หลักประกันซอง ผู้เข้าประมูลจะต้องวางหลักประกันซอง เป็นเงิน 947,520.- บาท พร้อมกับการยื่นซองประมูล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. กำหนดวัน เวลาเปิด-ปิดรับซองประมูล และเปิดซองประมูล ผู้เข้าประมูลต้องยื่นซองประมูลต่อคณะกรรมการ ณ ห้องประชุม 702 อาคารกรมธนารักษ์ ในวันที่23 กันยายน 2564 ตั้งแต่เวลา 09.00 ถึง 10.00 น. และคณะกรรมการจะปิดรับซองประมูล ในเวลา 10.00 น. และจะเปิดซองประมูล เวลา 10.30 น. ในวันและสถานที่เดียวกัน ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองบริหารที่ราชพัสดุกรุงเทพมหานคร โทร. 0 2618 6328 ในวันและเวลาราชการ และ Call center โทร. 0 2059 4999 นายยุทธนากล่าวทิ้งท้ายในเรื่องนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112378</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปล่อยประมูล, รองอธิบดีกรมธนารักษ์, วังค้างคาว, สิทธิการเช่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610ca315b91ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 09:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนารักษ์&#039;จ่อรีดค่าถือครองที่ราชพัสดุ2%ดัดหลังส่วนราชการไม่ใช้ประโยชน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.2563 นางศุกร์ศิริ บุญญเศรษฐ์ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์กำลังจัดทำมาตรการพัฒนาให้หน่วยงานราชการรับรู้ต้นทุนการถือครองที่ราชพัสดุ (แคปิตอล ชาร์จ) โดยจะเรียกเก็บค่าเช่าถือครองที่ดิน 2% ของมูลค่าที่ดิน กับหน่วยราชการ หรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นที่ถือครองที่ราชพัสดุไว้ แต่เลิกใช้ประโยชน์ หรือไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งกับกรมฯ รวมถึงมีการครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่นำส่งคืนกลับมาให้กรมธนารักษ์เป็นผู้ดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวถือเป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทย ซึ่งกรมฯได้นำแนวคิดจากประเทศออสเตรเลีย และมอบหมายให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศึกษาอยู่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในปีนี้ จากนั้นจะได้นำเสนอ ครม.เพื่อขอความเห็นชอบ และแจ้งให้ส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับทราบ โดยคาดว่าจะเริ่มเก็บจริงได้ปีงบประมาณ 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่จริงกรมฯไม่ได้มีเจตนาอยากเก็บค่าเช่ากับหน่วยงานรัฐ แต่ต้องทำเพื่อกระตุุ้นให้มีการส่งมอบที่ดินที่ไม่ได้ใช้คืน โดยแนวทางการเก็บค่าเช่าอาจไม่ต้องถือเงินมาจ่ายกับกรมฯโดยตรง แต่อาจใช้วิธีหักจากงบประมาณรายรับประจำปีที่ได้รับแทน ซึ่งจะต้องหารือกับสำนักงบประมาณด้วย สำหรับการคิดค่าเช่า 2% ของมูลค่าทรัพย์สินต่อปี ไม่ถือว่าแพง เพราะถูกกว่าค่าเช่าอัตราพาณิชยกรรมถึง 50% นอกจากนี้ยังมีการสอบถามความเห็นจากทุกฝ่าย และศึกษาแนวทาง ตัวชี้วัดการส่งคืนที่ราชพัสดุที่มีศักยภาพให้กรมธนารักษ์ด้วย&amp;quot; นางศุกร์ศิริ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางศุกร์ศิริ กล่าวว่า ปัจจุบันมีที่ราชพัสดุที่ใช้ประโยชน์ในราชการประมาณ 10.06 ล้านไร่ คิดเป็น 96% ของจำนวนที่ราชพัสดุทั้งหมด ซึ่งตามพ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2562 กำหนดให้ส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งใช้ที่ราชพัสดุมีหน้าที่ใช้ที่ราชพัสดุให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และความตกลงที่ทำไว้กับกรมธนารักษ์ โดยให้กรมธนารักษ์มีหน้าที่ในการปกครอง ดูแล และบำรุงรักษาที่ราชพัสดุ และสามารถเรียกคืนที่ราชพัสดุจากส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ในกรณีเลิกใช้ที่ราชพัสดุ ครอบครองที่ราชพัสดุโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ใช้ที่ราชพัสดุภายในระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันที่ได้ทาความตกลงกับกรมธนารักษ์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีส่วนราชการผู้ครอบครองที่ราชพัสดุบางแปลง ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ตามที่ได้รับอนุญาต หรือใช้ประโยชน์ไม่ครบถ้วน ไม่ยอมส่งที่ดินคืนกรมฯอยู่หลายแห่ง เนื่องจากไม่ได้กำหนดบทบังคับทางกฎหมาย ตลอดจนหน่วยงานไม่เห็นความจำเป็น หรือไม่ได้รับประโยชน์จากการส่งคืนที่ราชพัสดุ ส่งผลให้กรมฯ ไม่สามารถบริหารที่ราชพัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เพื่อให้การบริหารที่ราชพัสดุเกิดประโยชน์สูงสุด กรมธนารักษ์จึงต้องจัดทำมาตรการ แคปิตอล ชาร์จ โดยนำเครื่องมือในการบริหารทางการเงินเรื่องต้นทุนของเงินมาพิจารณาเพื่อให้ส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รับรู้ถึงต้นทุนการถือครองที่ราชพัสดุของหน่วยงาน โดยมาตรการนี้จะทำให้หน่วยงานภาครัฐที่ครอบครองทรัพย์สินเกินความจำเป็นต้องส่งคืนที่ราชพัสดุให้กรมธนารักษ์เพื่อบริหารต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69997</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้นทุนการถือครองที่ราชพัสดุ, รองอธิบดีกรมธนารักษ์, ศุกร์ศิริ บุญญเศรษฐ์, เก็บค่าเช่าถือครองที่ดิน 2%</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200629/image_big_5ef958aba372d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
