<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2021 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2021 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจง &#039;รองอัยการสูงสุด&#039; ระวังตัวสูง เลิกงานกลับบ้าน แต่ติดเชื้อหลังร่วมงานเลี้ยงครั้งเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย.64 - นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีนายประสิทธิ์ ศิริภากรณ์ รองอัยการสูงสุด ติดเชื้อโควิด ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่สื่อมวลชนได้เสนอไป เท่าที่ทราบปกติเรื่องนายประสิทธิ์ รองอัยการสูงสุด ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เกือบสองเดือนที่ผ่านมา ได้มีการระมัดระวังตัวขั้นสูงสุด ทุกวันหลังเลิกงานจากที่ศูนย์ราชการอาคาร เอ จะไปออกกำลังกายที่สโมสรราชพฤกษ์แล้วเดินทางกลับบ้าน แต่วันดังกล่าวเป็นวันเกิดเพื่อนสนิทที่เรียน วปอ.51 รุ่นเดียวกัน ในงานเลี้ยงมีเพื่อนที่ติดเชื้อมาร่วมงานด้วย เรียกว่าครั้งเดียวแจ็คพอตเลย

นายประยุทธ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปกติสำนักงานอัยการสูงสุดได้มีมาตรการป้องกันขั้นสูงสุดอยู่แล้ว เช่น จัดสถานที่สำหรับประชาชนและรับสำนวนนอกอาคาร โดยจัดให้เจ้าหน้าที่มาให้บริการ แต่ละอาคารจัดให้มีทางเข้าออกอาคารแต่ละอาคารเพียงทางเดียว นอกจากนี้ ในการเฝ้าระวังสำหรับผู้ที่เสี่ยงสัมผัสผู้ติดเชื้อ ให้ทำการตรวจคัดกรองเเละกักตัว รวมทั้งจะมีการออกมาตรการเกี่ยวกับการทำงานออกมา เช่น การทำงานเหลื่อมเวลาและการทำงานที่บ้าน เพื่อป้องกันยับยั้งการติดเชื้ออย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งก่อนหน้านี้ทางอัยการก็ไม่ได้นิ่งดูดาย มีการใช้มาตรการป้องกันอย่างเข้มข้นมาโดยตลอด จะเห็นได้ว่ากรณีรองอัยการสูงสุดติดเชื้อครั้งนี้ เพราะไปงานเพื่อนสนิทครั้งเดียวจริงๆ ซึ่งจากยอดบุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุดรวมกว่าหมื่นคน สัดส่วนพนักงานอัยการ 4-5 พันคน ตอนนี้ตรวจพบเชื้อเพียง 4 คน ก็จะเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99276</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประสิทธิ์ ศิริภากรณ์, รองอัยการสูงสุด, อัยการสูงสุด, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_6073d8916a630.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2021 12:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2021 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รองอัยการสูงสุด&#039;ติดโควิด! หลังร่วมงานเลี้ยงวปอ.รุ่น51</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย. 64 -&amp;nbsp; มีรายงานว่า นายประสิทธิ์ ศิริภากรณ์ รองอัยการสูงสุด ติดเชื้อโควิด-19 โดยมีรถพยาบาลมารับไปแอดมิตที่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนโรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า เมื่อวันที่ 6&amp;nbsp;เม.ย. นายประสิทธิ์ได้ไปรับประทานอาหารกับเพื่อนที่เรียน วปอ.รุ่น 51 ด้วยกัน เนื่องจากเป็นวันเกิดเพื่อนที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านสวนพลู สาธร 1 เป็นห้องวีไอพีมีเฉพาะกลุ่มเพื่อนสนิท โดยหลังจากกลับงานเลี้ยงทราบข่าวภายหลังว่า คนในงานติดมีผู้ติดเชื้อ 1 คน จึงไปตรวจโควิดที่โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อผลออกทางโรงพยาบาลจึงส่งรถมารับไปแอดมิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ผู้ติดเชื้อจากงานดังกล่าวทราบภายหลังมีจำนวน 5 คน รวมนายประสิทธิ์ที่ตรวจพบเชื้อในวันนี้ด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99259</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานเลี้ยงวปอ., ประสิทธิ์ ศิริภากรณ์, รองอัยการสูงสุด, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_6073d8916a630.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 22:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯ แพร่ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการสั่งลงโทษทางวินัย &#039;รองอัยการสูงสุด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.63 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศ ระเบียบคณะกรรมการอัยการ &amp;quot;ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการทางวินัยและสั่งลงโทษทางวินัยสำหรับรองอัยการสูงสุด พ.ศ.2563&amp;quot; โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการทางวินัยและสั่งลงโทษทางวินัยสำหรับ &amp;quot;รองอัยการสูงสุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 82 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการพ.ศ.2553 คณะกรรมการอัยการจึงออกระเบียบดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า&amp;ldquo;ระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการทางวินัยและสั่งลงโทษทางวินัยสำหรับรองอัยการสูงสุดพ.ศ.2563&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 3 ในระเบียบนี้ &amp;ldquo;ก.อ.&amp;rdquo; หมายความว่า คณะกรรมการอัยการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 4 เมื่อมีผู้เสนอเรื่องต่อก.อ.กล่าวหารองอัยการสูงสุดว่ากระทำผิดวินัย ให้ก.อ.พิจารณาดำเนินการสอบสวนชั้นต้นเพื่อให้ได้ความจริงและเป็นธรรม โดยมิชักช้าการกล่าวหาดังต่อไปนี้ก.อ.อาจไม่ดำเนินการสอบสวนก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) การกล่าวหาเป็นบัตรสนเท่ห์ซึ่งไม่มีพยานหลักฐานแวดล้อมปรากฏชัดแจ้งตลอดจนไม่ชี้พยานบุคคลแน่นอนพอที่จะสอบสวนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2)การกล่าวหาไม่มีข้อมูลหรือไม่มีสาระเพียงพอให้สอบสวนหาความจริงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3)การกล่าวหาเรื่องการใช้ดุลพินิจในการสั่งคดีและการปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 5 ในกรณีที่ก.อ.พิจารณาเห็นว่าการกล่าวหานั้นเป็นกรณีที่จะดำเนินการสอบสวนได้ก.อ.อาจมอบหมายให้กรรมการอัยการคนหนึ่งคนใดหรือข้าราชการอัยการซึ่งมีอาวุโสไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหาหรือแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนชั้นต้นตามที่เห็นสมควรโดยประธานกรรมการต้องเป็นกรรมการอัยการหรือข้าราชการอัยการซึ่งมีอาวุโสไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหาเว้นแต่มีความจำเป็นจะแต่งตั้งกรรมการจากข้าราชการอัยการซึ่งมีอาวุโสต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหาก็ได้เป็นผู้ดำเนินการสอบสวนชั้นต้นแทน และให้กรรมการคนหนึ่งเป็นเลขานุการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสอบสวนชั้นต้นให้ดำเนินการตามระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนชั้นต้นกรณีข้าราชการอัยการถูกกล่าวหาหรือเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัยและการรายงานผลการสอบสวนชั้นต้นที่ปรากฏว่ามีมูลเป็นกรณีกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงโดยอนุโลม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ ก.อ.ได้รับรายงานผลการสอบสวนชั้นต้นแล้วเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามิได้กระทำผิดวินัยหรือการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาไม่เป็นความผิดวินัยหรือไม่มีมูลให้มีมติยุติเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่ก.อ.เห็นว่ากระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรงให้มีมติตามมาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2553 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 6 ในกรณีที่ผลการสอบสวนชั้นต้นปรากฏว่ามีมูลเป็นกรณีกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ก.อ.แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอย่างน้อยสามคนซึ่งมิใช่คณะกรรมการสอบสวนใน ข้อ5 เพื่อทำการสอบสวนโดยคณะกรรมการสอบสวนต้องเป็นกรรมการอัยการหรือข้าราชการอัยการที่มีอาวุโสไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหาเว้นแต่มีความจำเป็นจะแต่งตั้งกรรมการจากข้าราชการอัยการซึ่งมีอาวุโสต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหาก็ได้การสอบสวนให้ดำเนินการตามระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงข้าราชการอัยการโดยอนุโลม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 7 ในกรณีที่ ก.อ. เห็นว่ารองอัยการสูงสุดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้มีมติลงโทษไล่ออก ปลดออกหรือให้ออกจากราชการแล้วแต่กรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 8 ให้ก.อ.มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 9 ให้ประธานก.อ.รักษาการตามระเบียบนี้บรรดาระเบียบข้อกำหนดประกาศและคำสั่งอื่นใดซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2563
นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76328</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.อ., คณะกรรมการอัยการ, คดีบอส กระทิงแดง, รองอัยการสูงสุด, ราชกิจจานุเบกษา, ลงโทษวินัย, อรรถพล ใหญ่สว่าง, อัยการสั่งไม่ฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfcd8d77ebf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2020 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2020 12:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาท่าที&#039;อัยการสูงสุด&#039;หากไฟเขียว&#039;เนตร&#039;ไขก๊อกหมดสิทธิ์สอบวินัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค. 2563 - &amp;nbsp;นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) กล่าวถึงการดำเนินการทางวินัยกับนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุดที่ยื่นหนังสือลาออก ว่าพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 58 บัญญัติในเรื่องการลาออก ว่าหากอัยการจะลาออกต้องให้อัยการสูงสุด (อสส.) สั่งอนุญาตแล้วให้ถือว่าพ้นจากตำแหน่ง แต่หาก อสส.พิจารณาแล้วเห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการ จะยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกไว้เป็นเวลาไม่เกิน 3 เดือนนับแต่วันขอลาออกก็ได้ กรณีนี้ต้องไปดูว่า อสส.มีคำสั่งอย่างไร อนุญาตหรือยับยั้งหรือไม่ หากมีคำสั่งอนุญาตให้นายเนตรลาออก ไม่สามารถที่จะดำเนินการสอบวินัยได้ เพราะนายเนตรลาออกก่อนที่จะมีการเริ่มต้นกระบวนการสอบวินัย แต่ถ้ามีการเริ่มกระบวนการทางวินัยแล้ว ข้าราชการลาออกทีหลัง แบบนี้ถึงสอบวินัยได้ต่อ และต้องอย่าลืมว่ายังมีเรื่องคดีอาญา ที่น่ากลัวกว่าการสอบวินัย ส่วนการตั้งคณะกรรมการสอบดุลพินิจยังต้องดำเนินต่อไป เพราะแม้จะลาออกพ้นไปแล้ว ก็ต้องมีหน้าที่มาให้การเพื่อให้ทราบ การสอบสวนครั้งนี้อัยการต้องชี้แจงต่อสังคมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีเตรียมตั้งกรรมการสอบดุลพินิจเสนอ ก.อ. แต่ อสส.กลับชิงตั้งก่อน เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่า อสส.ไม่ฟังหรือไม่ นายอรรถพลกล่าวว่า ไม่ใช่ไม่ฟัง อสส.ก็มีเหตุผลว่า ถ้าต้องรอตั้งคณะชุดสอบฯ ก็ต้องมีขั้นตอนและต้องใช้เวลาจะทำให้ช้า จึงตั้งกรรมการขึ้นมาก่อน ก็สามารถทำได้ ซึ่งตรวจดูรายชื่อแล้วก็ตรงกันกับที่ตั้งใจทาบทามไว้บางส่วน แต่หากทาง ก.อ.ไม่เอา และ ก.อ.จะตั้งมาอีกชุดก็สามารถทำได้ คณะทำงานชุดที่นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อสส.ตั้งขึ้น ก็ต้องรายงาน อสส. และ อสส.เป็นรองประธาน ก.อ.โดยตำแหน่งอยู่แล้ว ก็ต้องรายงานกับ ก.อ.อยู่ดี ก.อ.อาจไม่ตั้งคณะกรรมการก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่านายเนตรลาออก เพราะเลี่ยงการถูกซักถามเรื่องการใช้ดุลพินิจว่าสุจริตหรือไม่สุจริตใช่หรือไม่ นายอรรถพล ตอบว่า พูดแทนนายเนตรไม่ได้ ในท้ายเอกสารข่าวฉบับวันที่ 11 ส.ค. 2563 ก็มีรายละเอียดว่านายเนตรลาออกเพื่อให้ทุกคนสบายใจและเพื่อเป็นการแสดงสปิริต ต้องรับฟังไปตามนั้นก่อน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74201</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.อ., นายเนตร นาคสุข, ประธานคณะกรรมการอัยการ, รองอัยการสูงสุด, วินัย, อรรถพล ใหญ่สว่าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2d5c4b1311f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
