<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>36550</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2019 22:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2019 21:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บริษัทรองเท้ากีฬาวอน &#039;ทรัมป์&#039; ยุติสงครามการค้าจีน หวั่นภาษีทำหายนะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บริษัทผู้ผลิตรองเท้ากีฬาของสหรัฐมากกว่า 170 ราย นำโดยอาดิดาส, ไนกี้ และพูมา ทำหนังสือถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ยุติสงครามการค้ากับจีน ระบุหากขึ้นภาษีศุลกากรรองเท้ากีฬาที่นำเข้าจากจีนจะก่อ &amp;quot;หายนะ&amp;quot; ต่ออุตสาหกรรมรองเท้ากีฬาของสหรัฐเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้านไนกี้ที่เอาต์เลตในนครลอสแองเจลีส / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและบีบีซีเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 กล่าวว่า บริษัทผู้ผลิตรองเท้ากีฬาและผู้ค้าปลีกของสหรัฐ 173 แห่ง รวมตัวกันทำหนังสือส่งถึงประธานาธิบดีทรัมป์ เรียกร้องให้ทรัมป์ยกเว้นสินค้าประเภทนี้จากการขึ้นภาษีศุลกากรรอบใหม่ ที่จะกระทบถึงสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ โดยระบุว่าการตัดสินใจของทรัมป์ที่จะขึ้นภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากจีนประเภทนี้จะส่งผลต่อชนชั้นแรงงานในสหรัฐเอง และยังคุกคามอนาคตของธุรกิจบางรายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนบานปลายยิ่งขึ้นในเดือนนี้ หลังจากรัฐบาลทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากันได้ ทรัมป์สั่งขึ้นภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ จาก 10% เป็น 25% และยังขู่ว่าจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มอีกมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ จีนตอบโต้ด้วยการประกาศขึ้นภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากสหรัฐมูลค่า 60,000 ล้านดอลลาร์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำขู่ของทรัมป์ที่จะขึ้นภาษีเพิ่มอีกจะส่งผลกับสินค้าอุปโภคบริโภคที่นำเข้าจากจีนเกือบทุกชนิด ซึ่งรวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องนุ่งห่ม เช่น รองเท้ากีฬาและไอโฟน ก่อความหวาดกลัวแก่ผู้ผลิตและผู้ค้าปลีกในสหรัฐที่ต้องพึ่งการนำเข้าสินค้าจากจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จดหมายของกลุ่มผู้ผลิตรองเท้ากีฬากล่าวว่า การเสนอขึ้นภาษีศุลกากรเพิ่ม 25% กับรองเท้า จะกลายเป็นหายนะสำหรับผู้บริโภคของสหรัฐ, บริษัทของสหรัฐ และเศรษฐกิจของสหรัฐโดยรวม บริษัทเหล่านี้กล่าวว่า อุตสาหกรรมรองเท้ากีฬาต้องจ่ายภาษีอยู่แล้ว 3,000 ล้านดอลลาร์ และภาษีศุลกากรที่จะเก็บเพิ่มขึ้นจะยิ่งเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายและราคาสินค้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36550</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ภาษีศุลกากร, รองเท้ากีฬา, สงครามการค้า, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190522/image_big_5ce56307c6a7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2018 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2018 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;แพน&quot;ส่งรองเท้าฟุตซอลตีตลาดโลก  / คุยนอกรอบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แม้ว่าการแข่งขันในธุรกิจตลาดรองเท้าจะรุนแรงมากขึ้นทุกปี แต่สำหรับแบรนด์ &amp;ldquo;แพน&amp;rdquo; ยังสามารถสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างต่อเนื่อ &amp;nbsp;โดยมี &amp;ldquo;ธัชเมศฐ์ ธนนท์วุฒิฉัตร&amp;rdquo; รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกแอธเลติก จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์รองเท้าภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;แพน&amp;rdquo; (Pan) ที่เป็นบุคคลสำคัญในการขับเคลื่อน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในช่วงปี 2560 ที่ผ่านมาภาพรวมของแพนมียอดขายเราเพิ่มขึ้นจากปี 2560 เนื่องจากรองเท้าฟุตซอลของแพนได้รับความนิยมอย่างมากในตลาด เพราะการผลิตของแพนมีคุณภาพใกล้เคียงกับระดับโลก แต่ระดับราคาที่คนไทยจับต้องได้ ถ้านับเป็นจำนวนคู่เนี่ยรองเท้าแพนขายได้เป็นอันดับหนึ่งมากกว่าอินเตอร์แบรนด์อื่นๆ ขณะเดียวกันปีที่ผ่านมาได้ขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะแถบเพื่อนบ้านหรืออาเซียน อาทิ สปป.ลาว กัมพูชา เมียนมา และมาเลเซีย ผ่านรูปแบบตัวแทนจำหน่ายในการค้าส่งแต่ละประเทศมากกว่าหนึ่งราย เบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในปี 2561 จะทำตลาดอินโดนีเซีย ศรีลังกาเพิ่ม ส่วนตัวเห็นว่าจากนี้หากสามารถสร้างตลาดดังกล่าวได้ จะไปเป็นช่องทางของการกระจายไปยังตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะเป็นอิหร่านที่นิยมเล่นฟุตซอลเหมือนกันอุซเบกิสถาน รวมถึงรัสเซีย เป็นตลาดต่อไปที่จะทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตลาดรองเท้ากีฬาในกลุ่มรองเท้าฟุตซอล มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ 60-70% แต่ถ้าในเมียนมา สปป.ลาว และเวียนนาม ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน อย่างเมียนมาที่ผมเพิ่งกลับมา ทางรัฐเขาจัดการแข่งขัน ให้ประชาชนเข้ามาแข่งในย่างกุ้ง แต่ละทีมมีเข้าแข่งประมาณ 10-12 คน เฉลี่ยแล้วจะมีคนใส่แพนไม่ต่ำกว่า 7 คน บางทีมใส่แพนทั้งทีมเลยก็มี เพราะว่าเหมือนเราเป็นProduct of Thailand เพื่อนบ้านเขาจะคิดว่า Made in Thailand คุณภาพดีแล้วก็ราคาไม่แพงเกินไปแข่งกับอินเตอร์แบรนด์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้บริหารยังบอกอีกว่า หากอยากให้สินค้ามีความแข็งแกร่งต้องทำให้สินค้ามีคุณภาพดีคู่กันไปกับการตลาด การตลาดเดิมจะไปเป็นสปอนเซอร์ให้กับทีมชาติ ปีนี้จะทำเพิ่มไปกับInfluencer เป็นกลุ่มเซเลบริตี้หรือดาราที่เล่นกีฬา ทำการสื่อสารส่วนนี้เพิ่มขึ้น ตลาดในประเทศไทยยังเน้นเรื่องของดิสเพลย์แล้วก็คัตเอ้าท์ อย่างคัตเอ้าท์ที่มีทีมชาติฟุตซอลไทย ก็ขยายไปเกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพราะตลาดใหญ่ของแพนอยู่ตามหัวเมืองต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ภาพคุ้นตาของหลายคนจะเห็นว่าแพนเป็นรองเท้าฟุตซอล แต่ขณะเดียวกันในช่วงที่ผ่านมาเริ่มต้นทำรองเท้าสำหรับเวทีประกวดมิสทีนไทยแลนด์ รุ่น Vegan แต่วิธีการทำการตลาดจะไม่เหมือนกัน จะไม่เหมือนในกลุ่มของที่เป็น Sport Performanceอันนี้เป็นการทำการตลาดบนสื่ออนไลน์ การผ่าน Facebbok IG ดาราเซเลบริตี้ทั้งหลาย เพราะกลุ่มแฟชั่นไม่ได้เน้นเรื่องการแข่งขัน แต่เป็นเรื่องของคุณภาพรองเท้าที่ใสแล้วสบายจริง&amp;ldquo;สินค้าเราก็ทำออกมาตอบสนองคนไทย เพราะฉะนั้นรองเท้าจึงถูกดีไซน์จากเท้าคนไทย ต่างกับแบรนด์นอก เขาใช้เท้าของคนในประเทศ แล้วเอามาพัฒนาเป็นหุ่นรองเท้าถึงจะออกแบบรองเท้าได้ &amp;nbsp;เรียกตรงนี้ว่า Shoe last ซึ่งไม่ว่าจะแบรนด์ต่างๆเขาใช้คนในชาติเขาเป็นต้นแบบของหุ่นเท้าคน แต่ของเราจะสแกนเท้าคนไทยหลายๆ คนแล้วเอามาหาค่าเฉลี่ยแล้วสร้างหุ่นสำหรับคนไทย ผมค่อนข้างมั่นใจว่า รองเท้าแพนคนไทยใส่จะสบายที่สุด แบรนด์นอกอาจใส่หรู แต่แบรนด์เราใส่สบาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธัชเมศฐ์ &amp;nbsp;กล่าวปิดท้ายว่า ปัจจุบันการแข่งขันค่อนข้างรุนแรง ในไทยแพนเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มฟุตซอล แต่เป็นผู้ตามกลุ่มฟุตบอล รองเท้าวิ่ง รวมถึงแฟชั่น บทบาทของผู้นำคือต้องพัฒนา หยุดไม่ได้ไม่ มิเช่นนั้นคู่แข่งก็จะตามเข้ามา จึงให้ความสำคัญเรื่องของงบประมาณพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์ จากการที่บริษัทเป็นโรงงานผลิตรองเท้าแบรนด์เนมอยู่แล้ว ซึ่งมีศักยภาพในการที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่วนกลุ่มที่เป็นผู้ตามก็ต้องดูคู่แข่งแล้วก็วิ่งเข้าใกล้เขาให้มากขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8148</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุนนอกรอบ, ธัชเมศฐ์ ธนนท์วุฒิฉัตร, บางกอกแอธเลติก, ฟุตซอล, รองเท้า, รองเท้ากีฬา, รองเท้าแพน, แพน, โกอินเตอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180430/image_big_5ae68251e06ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
