<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104215</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดอกเตอร์กระทรวงการคลังเตรียมตกงาน!เพื่อไทยเล่นประเมินฐานะการคลังให้เสร็จสรรพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.2564 - นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และผู้อำนวยการศูนย์นโยบายพรรคเพื่อไทย แถลงถึงสถานการณ์หนี้สาธารณะ ว่า 1.หนี้สาธารณะ (รวมเงินกู้ 5 แสนล้านบาท) ณ สิ้นเดือน ก.ย. 64 คาดว่าจะอยู่ที่ 9.2 ล้านล้านบาท GDP อยู่ที่ 16.02 ล้านล้านบาท คิดเป็น 57.4% แต่จำนวนนี้ไม่รวม 1. โควิด-19 ระลอก 3 ที่ยาวเกินคาดเสียหายอีกราวเดือนละ 100,000 ล้านบาท 2. กู้ชดเชยขาดดุลงบ 65 อีก 700,000 ล้านบาท และ 3. GDP ที่ต่ำกว่าประมาณการ หากรวมทั้ง 3 ข้อนี้ กรณีโควิดยืดกว่าคาด 2-3 เดือน หนี้สาธารณะต่อ GDP จะอยู่ที่ 62-63% ทะลุเพดานทันทีในช่วงครึ่งหลังของปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ให้จับตารัฐบาลขยายเพดานหนี้สาธารณะต่อ GDP เป็น 65-70% ในการทบทวนกรอบวินัยการเงินการคลังของคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลัง ที่จะครบกำหนด 3 ปี ภายในเดือน มิ.ย. 64 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สัดส่วนนี้ขยายเพดานให้กันได้ ในเงื่อนไขที่เหมาะสมและรัฐบาลใช้เงินมีประสิทธิภาพ เศรษฐกิจโตเร็วกว่าหนี้ที่ก่อเพิ่ม แต่จาก 7 ปีของรัฐบาลปัจจุบัน GDP ขยายตัวเฉลี่ยเพียง 2.88% ต่อปี แต่หนี้สาธารณะขยายตัวเฉลี่ยสูงถึง 7.07% ต่อปี หนี้โตเร็วกว่ารายได้ประเทศถึงกว่า 2 เท่าต่อปีโดยเฉลี่ย สะท้อนการกู้มาใช้จ่ายไม่ก่อให้เกิดรายได้ ทำให้หนี้สาธารณะต่อ GDP พุ่งเกือบ 20% ในรัฐบาลชุดนี้ แนวโน้มเหล่านี้หากปล่อยไปเรื่อยๆ เป็นสัญญาณอันตรายยิ่ง ต่อการสร้างหนี้นอกระบบงบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การขาดดุลงบประมาณ ปี 58-59 ขาดดุลเฉลี่ย 3-4 แสนล้านบาท ปี 60-63 ขาดดุลเฉลี่ย 5 แสนล้านบาทต่อปี และจะพุ่งเฉลี่ย 7 แสนล้านบาทต่อปีนับจากนี้ ไม่มีแนวโน้มลดลง งบปี 65 ก็ตั้งขาดดุล 7 แสนล้านบาท สุดเพดานตาม พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ แนวโน้มเหล่านี้ส่งสัญญาณอันตราย ต่อภาวะการสร้างหนี้ในระบบงบประมาณที่มากขึ้นทุกปีๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ไทยจึงเข้าสู่ภาวะอันตรายในการสร้างหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ทั้งในและนอกระบบงบประมาณ การขยับเพดานหนี้สาธารณะต่อ GDP ให้รัฐบาลนี้จะนำไปสู่อันตรายทางการคลังของประเทศ เพราะเป็นการสร้างหนี้ไปเรื่อยๆ โดยไม่เห็นอนาคต เสมือนให้ใบขับขี่แก่คนขับรถไม่เป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. การเอาไทยไปเปรียบกับญี่ปุ่น แล้วคิดว่าไทยก่อหนี้แบบนั้นได้ นั้นผิด ญี่ปุ่นต่างจากไทย 1. ธุรกิจกระจายฐานในต่างประเทศสูง ส่งรายได้กลับประเทศสูง (GNP สูง) 2. ก่อหนี้มาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่สูง 3. มีสัดส่วนคนอยู่ในระบบภาษีสูง ทั้ง 3 ข้อนี้ตรงข้ามกับไทย เพราะฉะนั้นคนละบริบท เทียบเคียงกันไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.หากเปรียบเทียบกับรัฐบาล ดร.ทักษิณ จากหนี้สาธารณะต่อ GDP ที่ 54.05% ในปี 45 ลดลงสู่ 39.18% ลดลงเกือบ 15% ใน 4-5 ปี เทียบกับรัฐบาลปัจจุบันจาก 42.56% ในปี 58 พุ่งสู่ 57.4% ใน มี.ค. 64 และ 62-63% ในสิ้นปีนี้ พุ่งขึ้นเกือบ 20% ใน 7 ปี สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารประเทศที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104215</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล, ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายพรรคเพื่อไทย, รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย, หนี้สาธารณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607ba6ee76e12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2020 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2020 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เพื่อไทย ชงไอเดียตั้ง &#039;ธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ธ.ค. 2563 นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และผู้อำนวยการศูนย์นโยบายฯพรรคเพื่อไทย และทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าภาคท่องเที่ยวเป็นภาคการผลิตที่ใหญ่และสำคัญมากของไทย ครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานไปหลายภาคส่วน การจ้างงานจำนวนมหาศาลในวงกว้าง และเป็นอนาคตของไทย แต่ภาคท่องเที่ยวมีลักษณะจำเพาะ เพราะลักษณะธุรกิจมีความไม่เป็นทางการสูง เป็นรายย่อยสูง และมีความไม่แน่นอนสูง เช่น ร้านนวดสปาริมถนน โต๊ะทัวร์ เรือท้องแบนดูปะการัง เป็นต้น ซึ่งทำให้เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบธนาคารปกติรวมถึงพวก Soft Loan จึงล้มตายกันมากในช่วงโควิด-19 และกองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยหรือกองทุนอื่นๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่ใช่ทางออกที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเห็นความจำเป็นที่เราจะต้องคิดใหญ่กว่านั้น ที่จะต้องมีสถาบันการเงินเฉพาะกิจขึ้นมาดูแลภาคการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ หรือ ธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว ทั้งในแง่สินเชื่อในวิกฤตินี้และวิกฤติอื่นๆ ในอนาคต เพราะความเข้าใจในสินเชื่อลักษณะจำเพาะของภาคการท่องเที่ยวเป็นเรื่องสำคัญมากกว่านั้น ธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่รัฐบาลจะส่งผ่านมาตรการภาครัฐผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจไปสู่ภาคท่องเที่ยว อย่างที่เรามี ธกส. ไว้รองรับมาตรการการเกษตรใหญ่ๆ ช่วยเกษตรกรตลอดมา มีธนาคารอาคารสงเคราะห์ ไว้รองรับมาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์ และในอดีตสมัยพรรคไทยรักไทยได้ก่อตั้ง ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME bank ขึ้น ซึ่งตรงนั้นเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จของ SMEs ไทยในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว จะยังเป็นเครื่องมือในการกำหนดทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวไทย ที่ปัจจุบันยังไร้ทิศทาง ยกตัวอย่าง หากเราต้องการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เราสามารถใช้ &amp;ldquo;ทิศทางการให้สินเชื่อ&amp;rdquo; และมาตรการภาครัฐ เพื่อชี้นำการพัฒนาท่องเที่ยวในลักษณะท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้ ในพื้นที่ที่ต้องการได้ ในแบบที่ต้องการผลักดันได้ ธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว เป็นเครื่องมือด้านสินเชื่อรองรับวิกฤติในระยะสั้น และมองเป็นเครื่องมือในการกำหนดทิศทางการพัฒนา ภาคท่องเที่ยวทั้งระบบในระยะยาว&amp;quot;นายเผ่าภูมิกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86079</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว, รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย, เผ่าภูมิ โรจนสกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faaa538db026.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2019 08:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2019 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;รองเลขาฯพท.&#039;แนะรัฐแก้ศก.ฝืดเคืองเน้นซอยลงทุนโครงการย่อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.62-นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงสถานการณ์การจ้างงาน ปัญหากำลังซื้อของประชาชน และแนวทางการลงทุนภาครัฐช่วงเศรษฐกิจขาลงว่า ปัญหาปัจจุบันเหมือนห่วงโซ่ ประชาชนขาดกำลังซื้อ ภาคเอกชนจึงไม่ลงทุน เพราะลงทุนไปก็ไม่มีคนซื้อ เมื่อเอกชนไม่ลงทุนก็ไม่เกิดการจ้างงาน ประชาชนก็ยิ่งไม่มีงานทำ ก็ยิ่งไม่มีกำลังซื้อหนักเข้าไปอีก เป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อยๆ ถามว่าแก้วงจรนี้อย่างไร จะหวังให้เอกชนลงทุนในภาวะแบบนี้ก็คงยาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การลงทุนภาครัฐจึงต้องเป็นคำตอบในการสร้างงานให้ประชาชนในระยะเริ่มแรก แต่การลงทุนภาครัฐอย่างที่ทำๆกันมา ยังไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ ต้องมาคิดกันใหม่ ปัจจุบันการลงทุนภาครัฐส่วนมากเป็นเมกะโปรเจกต์ ทุนใหญ่ไม่กี่บริษัทที่ได้รับประโยชน์ ห่วงโซ่การผลิตจึงแคบมาก การจ้างงานจึงเกิดในวงแคบ ประชาชนเลยรู้สึกว่าไม่มีงานทำ ผลต่อระบบเศรษฐกิจเกิดขึ้นช้ากว่าเม็ดเงินจะเข้าสู่ระบบใช้เวลา 1-2 ปี เป็นอย่างน้อย &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในสภาวะเช่นนี้เราต้องการความรวดเร็วของเม็ดเงินพุ่งสู่มือประชาชนผ่านการจ้างงาน เราต้องการเห็นผู้ได้รับประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐให้มากรายที่สุด รัฐบาลควรขับเคลื่อนด้วยการลงทุนภาครัฐขนาดเล็ก แต่มากโครงการแทนโครงการขนาดใหญ่ไม่กี่โครงการ ซอยผู้ได้ประโยชน์ให้แก่บริษัทให้มากรายที่สุด สร้างห่วงโซ่การผลิตที่กว้างขึ้น SMEs อุตสาหกรรมกลางน้ำจะเกิดขึ้นเป็นทวีคูณ และจะเกิด การจ้างงานในวงกว้างและทั่วถึงให้กับประชาชน เกิดกำลังซื้อขึ้นรวดเร็วและเงินเข้าสู่ระบบเร็วกว่า&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองเลขาพรรค พท.กล่าวว่า การลงทุนภาครัฐเป็นเครื่องสำคัญ แต่ต้องใช้ให้เหมาะกัชสภาวการณ์ ซึ่งถ้ารัฐบาลยังคงทำแบบเดิมอยู่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือ กำลังซื้อจะไม่ฟื้น ประชาชนอดตายก่อน ภาคเอกชนรายเล็กอดตายตาม และในที่สุดภาคเอกชนขนาดใหญ่ก็จะไม่รอด ถ้าถึงขั้นนั้นแล้ว ก็พยุงเศรษฐกิจจะยิ่งยากเป็นทวีคูณ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50495</URL_LINK>
                <HASHTAG>-นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล, รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย, ลงทุนรายย่อย, เศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190202/image_big_5c5522723d17f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เดียร์&#039; หวั่นเลือกตั้งซ่อมไม่โปร่งใส กกต.จัดเลือกตั้งวันพุธทำคนเสียสิทธิอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.62 - น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการเลือกตั้งซ่อมที่จะมีขึ้นในหลายพื้นที่ว่า อยากให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ตื่นตัวไปใช้สิทธิให้มาก หลังจากที่ผ่านมาเราได้เห็นแล้วว่ารัฐบาลล้มเหลวในการบริหารประเทศ เสียงทุกเสียงต่อจากนี้ที่จะเลือกผู้สมัครจากพรรคฝ่ายค้านให้ชนะเลือกตั้ง จะเป็นการกดดันรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ต้องรับผิดชอบต่อปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน และจะทำให้ฝ่ายค้านมีอำนาจมากขึ้นในการเข้าตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ขัตติยา กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันและต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนทุกคน นั่นคือการตรวจสอบการเลือกตั้ง จัดอาสาสมัครจับตามองผลการนับคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้งเพื่อป้องกันการโกง เพราะที่ผ่านมาประชาชนเคลือบแคลงสงสัยไม่มั่นใจในการทำหน้าที่ของ กกต. ทำให้ไร้ความน่าเชื่อถือ โดยล่าสุดที่จังหวัดนครปฐม กกต. กำหนดให้การเลือกตั้งส.ส.ตรงกับวันพุธ ทั้งๆ ที่ปกติเราจะจัดการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ ทำให้หลายคนเสียสิทธิ์เพราะไม่สะดวกเดินทางกลับไปใช้สิทธิ์ในวันหยุดกลางสัปดาห์แม้จะเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ก็ตาม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47107</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล, รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย, ส.ส.นครปฐม, เลือกตั้งซ่อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190209/image_big_5c5ea12d997d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2019 19:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2019 19:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ไก่&#039;ไม่พอ&#039;น้องโบว์&#039;เอาด้วยปูด&#039;คนลายพราง&#039;คุกคามคนฝั่งประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค.62- น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า สถานการณ์วันนี้คือคนลายพรางคุมพื้นที่สื่อ บุกที่พักอาศัย คุกคามมหาวิทยาลัย และล่าสุด เปิดเพจไอโอจัดม็อบชนกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โดยลงเงินสปอนเซอร์โพสต์แบบเลือกกลุ่มเป้าหมายเป็นคนฝั่งประชาธิปไตย ยั่วยุทุกทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยส่วนตัวโบว์ขอบอกว่า ความปลอดภัยของทุกคนสำคัญที่สุด โปรดรอฟังการสื่อสารต่อไปค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่น่าสังเกตว่าโพสต์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง &amp;nbsp;พ.อ.วินธัย สุวารี &amp;nbsp;รองโฆษกกองทัพบก และ โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ชี้แจงกรณี นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก อ้างว่ามีทหาร &amp;nbsp;4 นายคุกคามนายธวัชชัย สุทธิบงกช &amp;nbsp; รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ที่บ้านพัก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งพ.อ.วินธัยแจงว่า เป็นเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพลเรือน ของกองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อย (ชป. กกล.รส.)พื้นที่เขตบางนา และ เขตพระโขนง เดินทางเข้าพบปะประชาชนในชุมชนต่างๆ เพื่อรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตามแผนงานที่ได้กำหนดไว้ โดยเมื่อวันที่ 17 ม.ค.62 เจ้าหน้าที่ได้เข้าพบปะประชาชนในชุมชนหมู่บ้านทับแก้ว, ชุมชนหมู่บ้านยศศักดิ์นิเวศน์, ชุมชนแย้มสรวล และชุมชนหมู่บ้านสุขใจ เขตพระโขนง โดยเจ้าหน้าที่ได้พบปะพูดคุยกับประชาชนในชุมชนหลายบ้านเรือน และเมื่อผ่านบ้านของ นายธวัชชัย ก็ได้เดินเข้ามาทักทายและพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ในเรื่องการทำไร่ที่ จ.กาญจนบุรี คุยกันเพียง 3 นาที บรรยากาศเป็นไปด้วยดี และไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องการเมือง .&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26848</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารคุกคาม, ธวัชชัย สุทธิบงกช, นายวัฒนา เมืองสุข, รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย, โบว์ อยากเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190117/image_big_5c4076ad565d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
