<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กปั๊ด&#039;สั่งเอาจริง!จัดหนักบูลลี่ทางโซเชียล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.64 - &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. และ โฆษกกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กล่าวถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวเด็กหญิงถูกเพื่อนบูลลี่สีผิวว่าดำในสื่อออนไลน์ ว่าการใช้เเพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หรือสื่อออนไลน์ ในปัจจุบันทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคนไปแล้ว ซึ่งหากใช้อย่างถูกต้องก็จะก่อให้เกิดประโยชน์มากมาย ในทางกลับกันหากใช้ในทางไม่ถูกต้องก็จะก่อให้เกิดผลร้ายตามมามากเช่นกัน อย่างการระรานทางไซเบอร์ หรือ Cyberbullying หมายถึง การกลั่นแกล้ง การให้ร้าย การด่าว่า การข่มเหง หรือการรังแกผู้อื่นทางสื่อสังคมต่างๆ เช่น Facebook, Twitter เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การระรานทางไซเบอร์(Cyberbullying) นอกจากจะส่งผลร้ายในด้านของจิตใจและอาจส่งผลต่อร่างกายของผู้ที่ถูกกระทำแล้ว ในทางกฎหมายอาจจะเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากประชาชนทั่วไปสามารถเห็นหรือเข้าถึงข้อความดังกล่าวได้อาจจะเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในฐานความผิดดังกล่าวเป็นความผิดต่อส่วนตัว หากต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี ผู้เสียหายจะต้องมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้ให้ความสำคัญ และตระหนักถึงภัยจากอาชญากรรมที่ใช้เทคโนโลยีในการกระทำความผิดมาโดยตลอด จึงได้สั่งการ บช.สอท.เร่งดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ โดย พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. ได้สนองนโยบายดังกล่าว และสร้างการรับรู้ถึงพิษภัยต่างๆ บนโลกออนไลน์ พร้อมกับแนวทางการป้องกันให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ขอฝากแนวทางการป้องกัน การระรานทางไซเบอร์(Cyberbullying) ว่าอย่าไว้ใจคนแปลกหน้า โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ เก็บข้อมูลส่วนตัวของตัวเองให้ดี โดยเฉพาะกับคนแปลกหน้า ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์, ผู้ปกครองต้องคอยสอดส่องพฤติกรรม ให้คำแนะนำในการใช้สื่อออนไลน์แก่บุตรหลาน และควรสร้างความสัมพันธ์อันดี เพื่อให้บุตรหลานไว้วางใจ เมื่อมีปัญหาจะได้กล้าขอคําปรึกษา นอกจากนี้ยังฝากประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนทุกคนให้ใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีสติ หากพบเห็นการ Cyberbullying ก็อย่าแชร์ต่อ อย่าคอมเมนต์ อย่าไปยุ่งเกี่ยวไม่ว่าจะทางใด เพื่อให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันปัญหาและทำให้สังคมออนไลน์เป็นสังคมที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91851</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, บช.สอท., ผบ.ตร., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, รองโฆษก ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a31f08be4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งเด้ง 3 ตำรวจสืบภาค 8 หลังจับชาวประมงรีดเงิน 5 ล้านแลกไม่ดำเนินคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.63 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;เปิดเผยถึงกรณีชาวบ้านในพื้นที่อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมตัวปิดล้อมรถยนต์ผู้อ้างตัวเป็นตำรวจเข้าไปจับกุมชาวประมงที่หาลูกหอยแครงและเรียกเงิน 5 ล้านบาท เป็นการแลกเปลี่ยนกับที่ไม่ถูกดําเนินคดีนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ว่าเมื่อวันที่ 20 พ.ค.63 เวลาประมาณ 17.30 น. สภ.กาญจนดิษฐ์ ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สส.ภ.8 จำนวน 3 นาย ได้ตรวจสอบทำประมงผิดกฎหมาย (หอยแครง) ในพื้นที่และขณะทำการตรวจสอบได้เกิดการเข้าใจผิดกับชาวบ้านในชุมชุน จึงได้ถูกชาวบ้านซึ่งเป็นชาวมุสลิมกว่า 300 คน ปิดล้อมรถโตโยต้า ฟอจูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน กจ 792 สุราษฎร์ธานี ของตำรวจ จนไม่สามารถออกมาได้ จึงขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กาญจนดิษฐ์ สนับสนุนมาที่เกิดเหตุ โดยได้เจรจาเบื้องต้นกับผู้ชุมนุมปิดล้อม แต่ไม่สามารถเจรจาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยชาวบ้านเรียกร้องให้ นายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว อดีตกำนันตำบลทุ่งกง อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นคนกลางเข้ามาเจรจา และเมื่อได้ประสานติดต่อให้มา ทำการเจรจากับชาวบ้าน ผลการเจรจาจบลงด้วยดีโดยชาวบ้านยอมเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ ตร.ที่ถูกปิดล้อมได้ แต่เจ้าหน้าที่ชุดกังกล่าวต้องไม่เข้ามาในพื้นที่อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นาย ดังกล่าว เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด บก.สส.ภ.8 จริง ซึ่ง พล.ต.ท.จิรวัฒน์ ทิพยจันทร์ ผบช.ภ.8 จะมีคำสั่งให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 นาย มาปฏิบัติหน้าที่ยัง ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (ศปก.ภ.8) พร้อมมีคำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น โดยหากพบว่ามีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือ มีการเรียกรับเงินเพื่อให้ไม่ถูกดําเนินคดีตามที่ปรากฏเป็นข่าวจริง ให้ดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงไปมา ด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว เป็นธรรม พร้อมเน้นย้ำ คณะกรรมตรวจสอบข้อเท็จจริง เร่งคลี่คลายข้อสงสัยและให้ความกระจ่างแก่สังคม และหากพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ก่อเหตุดังกล่าวขึ้นจริง ซึ่งถือว่า มีความประพฤตินอกรีต ไปเรียกรับเงินทอง เรียกรับผลประโยชน์ หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ขูดรีดประชาชน ให้เร่งดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด ไม่เอาไว้เป็นเยี่ยงอย่าง เพราะเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่กระทำผิดกฎหมายเสียเอง ประกอบกับ ให้พิจารณาดำเนินการทางวินัยกับผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นฐานปล่อยปละละเลย ไม่สอดส่องดูแลความประพฤติผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66496</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สุราษฎร์ธานี, จับชาวประมงพื้นบ้าน, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, รองโฆษก ตร., สภ.กาญจนดิษฐ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190211/image_big_5c60d10655572.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64307</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2020 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2020 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง&#039;พ.ต.ต.&#039;อมเงินฌาปนกิจสงเคราะห์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.63 - &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีที่สื่อนำเสนอข่าว มีข้าราชการตำรวจ สังกัดฝ่ายฌาปนกิจสงเคราะห์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยักยอกเงินที่ได้จากฌาปนกิจหลวงไปใช้ส่วนตัวและไม่ชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการสั่งชุดอาหารว่าง ดอกไม้ โลงศพ ชุดสังฆภัณฑ์และอาหารในงานฌาปนกิจสงเคราะห์ตำรวจหลายรายนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กฤษณะ ระบุด้วยว่า ได้รับรายงานจาก กองกำกับการฝ่ายฌาปนกิจสงเคราะห์ ว่า ข้าราชการตำรวจ รายดังกล่าว คือ พ.ต.ต. ธีร์ธดลย์ พันธ์สนิท สว.ฝ่ายการฌาปนกิจสงเคราะห์ (ดูแลรับผิดชอบ วัดตรีทศเทพ) มีหน้าที่ควบคุมดูแลการดำเนินงานฌาปนสถาน รวมถึงการเก็บเงิน ส่งเงินบำรุงการใช้ฌาปนสถานให้กับทาง สำนักงบประมาณและการเงิน (ตร.) ต่อมาทาง พ.ต.ต. ธีรดลย์ ไม่ส่งเงินตามระเบียบ เมื่อมีการทวงถาม ก็อ้างว่ากำลังรวบรวมหลักฐานทางการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในเรื่องนี้ได้ดำเนินการตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง &amp;nbsp;ตามคำสั่งฝ่ายการฌาปนกิจสงเคราะห์ สก. ที่ 9/2563 ลง 4 มี.ค. 63 &amp;nbsp;โดยกล่าวหาว่า ไม่ได้นำส่งเงินรายได้งานฌาปนสถาน และไม่ได้มาปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย &amp;nbsp;ซึ่งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง พิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการกระทำอันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง เห็นควรตั้งกรรมการวินัยร้ายแรงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร.ระบุด้วยว่า สำหรับประเด็นที่ พ.ต.ต.ธีร์ธดล ได้ติดต่อผู้ประกอบการ สั่งซื้อสินค้าเพื่อนำไปใช้ในงานฌาปนกิจสงเคราะห์ตำรวจ โดยเจ้าภาพงานศพได้ชำระค่าใช้จ่ายให้แก่ พ.ต.ต.ธีร์ธดล ไปแล้ว แต่ทาง พ.ต.ต.ธีร์ธดล ไม่ยอมนำเงินมาชำระให้แก่ทางผู้ประกอบการนั้น เบื้องต้นได้รับรายงานจาก สน.ชนะสงคราม ว่า มีผู้เสียหายที่เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ในเรื่องดังกล่าว จำนวน 3 ราย โดยดำเนินคดีในข้อหาความผิดฐาน &amp;ldquo;ยักยอกทรัพย์&amp;rdquo; ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนที่ พ.ต.ต.ธีร์ธดล ได้ไปหลอกผู้อื่น เพื่อเบียดบังเอาทรัพย์ไปนั้น ขอเรียนว่าเป็นเรื่องของบุคคล ไม่เกี่ยวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่อย่างใด &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้พนักงานสอบสวน เร่งรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมดำเนินคดีกับตำรวจที่กระทำผิดกฎหมายรายดังกล่าว โดยยืนยัน ให้ความเป็นธรรมกับทางผู้เสียหายและเอาผิดกับตำรวจที่ทุจริตในคดีอาญาจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ประกอบกับให้ คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เร่งสอบสวน เอาผิด กรณีเบียดบังทรัพย์สินของทางราชการเป็นของตนพร้อมดำเนินการลงทัณฑ์ทางวินัยอย่างเด็ดขาด ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64307</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง, ยักยอกทรัพย์ฌาปนกิจสงเคราะห์ สตช., รองโฆษก ตร., สตช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea5455c95e64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.คุมเข้ม&#039;จิตรลดา&#039;มีอาการเหม่อลอย ยังไม่ตัั้งข้อหาแทงเด็ก5ขวบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค. 63 &amp;ndash; ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษก ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าการควบคุมตัว น.ส.จิตรลดา ตันติวาณิชยสุข อายุ 51 ปี ผู้ก่อเหตุใช้มีดปอกผลไม้ เเทงเด็กหญิง 5 ขวบ เสียชีวิตภายในร้านอาหารตามสั่ง ถนนนครชัยศรี-ห่วยพลู ต.วัดเเค อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า เจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิดที่โรงพยาบาล หลังยังมีอาการเหม่อลอย ไม่พูดจา และไม่ยอมทานอาหาร โดยจะต้องมีการตรวจสอบร่างกาย และจิตใจให้แล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหา เบื้องต้นภายใน 48 ชั่วโมงนี้ พนักงานสอบสวนอาจพิจารณายังไม่แจ้งข้อหา แต่จะไปยื่นขออำนาจศาลขอขยายเวลาเพื่อควบคุมตัวออกไปก่อน แล้วจึงจะมีการแจ้งข้อหาภายหลัง ซึ่งตามกฏหมายสามารถทำได้ เพื่อให้มีความรอบคอบชัดเจนในการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ ส่วนหลักฐานในการก่อเหตุ หรือแม้ตัวผู้ต้องหาจะให้การหรือไม่ ตำรวจจะต้องรวบรวมหลักฐานให้มีน้ำหนักมากที่สุดเพื่อดำเนินคดี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
รองโฆษกตร. กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายมองว่า ผู้ก่อเหตุเป็นผู้ป่วยทางจิตจะดำเนินคดีได้หรือไม่นั้น ย้ำว่าการดำเนินการคดีต้องดูที่เจตนาและพฤติกรรมของผู้กระทำผิด ไม่ใช่ว่าเป็นข้อยกเว้นของข้อกฏหมาย ตำรวจมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ทราบความผิดให้ได้ ส่วนกรณีผู้ก่อเหตุออกจากที่กักขังว่าหายป่วยหรือไม่ ต้องไปดูในรายละเอียดทั้งหมด ส่วนตัวยังไม่อยากชี้นำหรือตอบในรายละเอียดในตอนนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61461</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิตรลดา, นครปฐม, พ.ต.อ.กฤษณะ, รองโฆษก ตร., แทงเด็ก5ขวบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e8197579ad28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โทษหนัก!ขายหน้ากากอนามัยมือสอง คุก 3 ปี ปรับ 6 หมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.63- &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้า สืบเนื่องจากการปฏิบัติงานร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ สาธารณสุขอำเภอ และฝ่ายปกครอง ทลายแหล่งรีไซเคิลหน้ากากอนามัยมือสอง ส่งจำหน่าย เมื่อวันที่ 2 มี.ค.63 ในเขตพื้นที่ สภ.วิหารแดง จว.สระบุรี ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้รับรายงานเพิ่มเติมจาก สภ.วิหารแดง ว่า การกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบแล้วพบว่ามีการกระทำความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา กับผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นผู้ครอบครองสถานที่ในการก่อเหตุจำนวน 2 ราย และผู้นำของไปขาย จำนวน 1 ราย ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 &amp;ldquo;ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใด ๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพหรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;rdquo; และ ตาม พรบ.ควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ.2474 &amp;nbsp;มาตรา 4 &amp;ldquo;ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบอาชีพขายทอดตลาดหรือค้าของเก่าเว้นแต่จะได้รับอนุญาติ&amp;rdquo; ประกอบกับ มาตรา 12 &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้ใดประกอบอาชีพขายทอดตลาดหรือค้าของเก่าโดยไม่ได้รับใบอนุญาต&amp;rdquo; โทษจําคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ &amp;nbsp; โดยในส่วนความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 หรือไม่นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานการปฎิบัติกับพาณิชย์จังหวัดเพื่อไปตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ขอฝากเตือนไปยังผู้ใดที่คิดจะกระทำการในลักษณะแบบนี้ ขอให้คำนึงถึงผลกระทบและตระหนักถึงความรับผิดชอบที่ควรมีต่อสังคม เป็นที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบันในห้วงที่มีการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดและการป้องกันไวรัสโควิด 19 นั้น ทำให้ประชาชนมีความต้องการหน้ากากอนามัยเพิ่มมากขึ้น และไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน และหากผู้ประกอบการหรือผู้ใดคิดที่จะฉวยโอกาสกอบโกยเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาด มิให้ผู้ใดฉวยโอกาสและซ้ำเติมพี่น้องประชาชน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58758</URL_LINK>
                <HASHTAG>#หน้ากากอนามัย, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, รองโฆษก ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200303/image_big_5e5e173807718.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผีน้อย&#039;ทยอยกลับ &#039;ตม.-กรมควบคุมโรค&#039;ตรวจยิบ แยกหลุมแยกโซน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.63- &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีแรงงานผิดกฎหมายที่เกาหลีใต้ ต้องการเดินทางกลับประเทศไทยว่า ขณะนี้ก็เริ่มมีคนไทย หรือ คนที่เป็นแรงงานผิดกฎหมายที่เกาหลีใต้ ที่จะถูกส่งกลับมายังประเทศไทย จำนวนหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นการทยอยเดินทางกลับ โดยมีการประสานงานกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ การแยกหลุมจอดเฉพาะ แยกโซนไม่ให้ปะปนกับผู้โดยสารอื่นๆ ของการท่าอากาศยาน AOT &amp;nbsp;ผ่านการตรวจคัดกรองโรค และ จัดทำประวัติโดยละเอียด จากทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคระบาดระหว่างประเทศ ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกับ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และ การท่าอากศยาน AOT ในการป้องกันและหยุดการแพร่ระบาดของโรค COVID -19 ตั้งแต่การตรวจคนเข้าเมือง ด้วยกระบวนการคัดกรองบุคคลที่มีมาตรฐานในทุกขั้นตอน เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและมั่นใจในการป้องกันและหยุดการแพร่ระบาดของโรค COVID -19 ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนรับฟังข้อมูล ข่าวสารจากทางราชการ เพื่อป้องกันความสับสนและสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58739</URL_LINK>
                <HASHTAG>-พ.ต.อ.กฤษณะ  พัฒนเจริญ, ผีน้อย, รองโฆษก ตร., โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200303/image_big_5e5df2535aad8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2019 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.สั่ง 3 ผู้ต้องหาแหกศาลพัทยามอบตัวด่วน ขณะนี้ตำรวจกำลังล่าสุดฤทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย.62- &amp;nbsp; พ.ต.อ.กฤษณะ &amp;nbsp;พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณี 3 ผู้ต้องหา คดียาเสพติด ใช้อาวุธมีดแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลจังหวัดพัทยา ได้รับบาดเจ็บ ขณะกำลังนำตัวออกจากห้องขังเรือนจำหนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ไปยัง ศาลจังหวัดพัทยา ก่อนชักปืนยิงขึ้นฟ้า 4 นัด เปิดทางขึ้นกระบะหลบหนี &amp;nbsp;ว่าได้รับรายงานจาก ภ.จว.ชลบุรี ว่า เมื่อวันที่ (4พ.ย.62) ศาลจังหวัดพัทยา ได้อนุมัติหมายจับ ผู้ต้องหา คดีครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย ทั้ง 3 คน ที่หลบหนีขณะอยู่ในควบคุมของเรือนจำดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้แก่ นายหน่อย นิลเทศ , นายบาร์ท อัลเลน เฮลมัส (MR.BART ALLEN HELMUS) และ น.ส.สิรินภา วิเศษฤทธิ์ ในความผิดฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือ เพราะเหตุที่จะกระทำ หรือได้กระทำตามหน้าที่, โดยไตรตรองไว้ก่อน, ร่วมกันหลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจศาล โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป โดยมีหรือใช้อาวุธปืน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน โดยไม่มีเหตุอันควร, ร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น ภ.จว.ชลบุรี ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้ว พร้อมทั้งภายหลังเกิดเหตุได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและตามแนวเขตชายแดนตั้งจุดตรวจจุดสกัดทุกเส้นทางการหลบหนี รวมทั้งการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนความคืบหน้าในขณะนี้นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ,กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ได้ร่วมกันบูรณาการกำลังสืบสวนสอบสวน จนสามารถพิสูจน์ทราบรายละเอียดรถยนต์ที่คนร้ายใช้หลบหนี พร้อมทั้งผู้ต้องสงสัย อีก 5 คน ที่คาดว่าร่วมกันวางแผนพาตัวผู้ต้องหา ทั้ง 3 คน หลบหนีจากควบคุมของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. &amp;nbsp;ฝากเตือนให้ผู้ต้องขังทั้ง 3 รายมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;พร้อมสั่งการให้ เร่งสืบสวน ไล่ล่า กดดัน และจับกุม ผู้ต้องหาและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาดำเนินตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดี ต้องทำงานกันอย่างระมัดระวังมากที่สุด เนื่องจากคนร้ายมีอาวุธปืนและมีด โดยหากมีการต่อสู้ขัดขืนและประสงค์ถึงชีวิตเจ้าหน้าที่ก็จำเป็นที่จะต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด &amp;nbsp;โดยต้องกระทำไปตามหลักยุทธวิธี ระดับการใช้กำลัง &amp;nbsp;ตลอดจน ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำศาล เพิ่มความเข้มในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมคาดโทษหากมีข้อบกพร่อง ปล่อยปละละเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลบหนี หรือให้การสนับสนุนในการหลบหนี หรือให้ที่พักอาศัย จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน จึงขอความร่วมมือญาติและบุคคลใกล้ชิดของผู้ต้องหา เกลี้ยกล่อมให้เข้ามอบตัว และหากผู้ใดพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สำหรับพี่น้องประชาชน ที่ทราบเบาะแสหรือมีข้อมูล สามารถแจ้งได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.) โทร.1599 หรือ สภ.เมืองพัทยา โทร. 038-420-804 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49563</URL_LINK>
                <HASHTAG>-พ.ต.อ.กฤษณะ  พัฒนเจริญ, 3ผู้ต้องหา, จักรทิพย์ ชัยจินดา, ผบ.ตร., รองโฆษก ตร., ศาลจังหวัดพัทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190307/image_big_5c806b52037a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
