<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2020 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2020 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขึ้นเลย!&#039;เทพไท&#039;เห็น&#039;โฆษกพปชร.&#039;สวน&#039;อภิสิทธิ์&#039;ลั่น13ก.ค.จะเปิดคอร์สอบรมให้นักการเมืองรุ่นน้องดู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.63-นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ผมเห็นข่าวการให้สัมภาษณ์ ของอดีตโฆษก พปชร.กับโฆษก พปชร.คนปัจจุบันพาดพิงคุณอภิสิทธิ์แล้ว ในฐานะที่เคยเป็นโฆษกฯมาก่อน พรุ่งนี้จะเปิดคอร์สอบรม การเป็นโฆษกที่ดีให้ฟังเป็นเบื้องต้น เพื่อวิทยาทานให้แก่นักการเมืองรุ่นน้อง ยินดีจัดให้จัดเต็ม เพื่อให้คอการเมืองได้รับฟังกัน อดใจรอกันนะครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71211</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายเทพไท เสนพงศ์, รองโฆษก พปชร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200701/image_big_5efbf238841f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2019 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2019 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองโฆษก พปชร.ลงพื้นที่ ชวนชุมชนเก็บขยะ  ชี้ดีกว่าไปปลุกม็อบสร้างความแตกแยก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ หรือ&amp;quot;อ้น&amp;quot; รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐและอดีตผู้สมัครส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวว่าตนได้จัดกิจกรรม &amp;quot;ฝั่งธนดีกว่านี้ได้ #FutereLAB Thonburi&amp;quot; เพื่อรณรงค์ช่วยกันเก็บขยะเพื่อรักษาความสะอาดในชุมชน ที่ชุมชนวันโพธิ์ทอง เขตจอมทอง เนื่องจากพบว่าปัญหาขยะในคูคลอง ที่เก็บได้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา มีปริมาณถึง 387,261 ตัน โดยในปี 2558 พบขยะ 88,752 ตัน ปี 2559 พบขยะ 69,726 ตัน ปี 2560 พบขยะ 132,374 ตัน ปี 2561 พบขยะ 49,902 ตัน ปี 2562 พบขยะ 46,507 ตัน แม้สถานการณ์ 2 ปีหลังนี้จะพบสัญญาณที่ดี ปริมาณขยะลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับ 3 ปีก่อน แต่ก็ยังอยู่ในปริมาณที่สูง นอกจากทำลายระบบนิเวศน์ เป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเลแล้ว ยังเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ ก่อให้เกิดปัญหาภาวะน้ำท่วมขัง เพราะอุดตันประตูระบายน้ำ จากการทิ้งขยะไม่ลงถัง หรือเวลาฝนตก และมีลมพัดขยะออกจากถังลงไปสู่ท่อระบายน้ำ และการทิ้งขยะลงในแม่น้ำลำคลองโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ที่สำคัญปัญหาขยะยังกระทบต่อคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน เนื่องจากมีเชื้อโรคต่างๆ ที่เกิดจากขยะในลำคลอง ไม่ว่าจะเป็น โรคอุจจาระร่วง โรคบิด อหิวาตกโรค ไข้รากสาดน้อย ไข้รากสาดเทียม โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ โรคตับอักเสบไวรัสเอ และโรคพยาธิต่างๆ ด้วย เพราะฉะนั้นชุมชนจึงต้องให้ความสำคัญและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการจัดการขยะ การคัดแยกขยะ และถังขยะที่มีฝาปิด จึงอยากให้พี่น้องในชุมชนเป็นต้นแบบในการตื่นตัวในพื้นที่เขตจอมทอง-ธนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากจะดำเนินการด้านการจัดการขยะเพื่อให้พี่น้องมีสุขภาพที่ดี ไม่เจ็บป่วยแล้ว ยังต้องการให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจัดการขยะ และให้ชุมชนมีสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นโดยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ดังนั้นในขณะนี้เราพยายามเรียนรู้โครงการ &amp;ldquo;Zero Waste&amp;rdquo; &amp;nbsp;ของ &amp;ldquo;เมืองคามิคัทซึ&amp;rdquo; (Kamikatsu) ประเทศญี่ปุ่นที่สามารถจัดการขยะได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ จนเป็นต้นแบบเมือง zero waste แห่งเดียวในเอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยริเริ่มจากการรีไซเคิลและใช้ซ้ำ (recycle and reuse) ของเสียทุกชนิดในครัวเรือน ทุกครัวเรือนทำการแยกขยะเอง และนำเศษวัสดุที่ได้รับการล้างทำความสะอาดแล้วจึงส่งไปมายังศูนย์รีไซเคิล และจะจัดตั้งร้านค้าหรือศูนย์กลางที่รวบรวมสินค้าสำหรับให้ยืม เช่น เสื้อผ้า อุปกรณ์ครัวเรือน ที่ชุมชนสามารถหมุนเวียนมายืมไปใช้ได้โดยไม่ต้องซื้อใหม่ ลดรายจ่ายของคนในชุมชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราทำได้นะ แต่ต้องทำกันต่อเนื่องและให้เวลากับมันสักระยะหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; วันนี้เราต้องชวนกันมาทำกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกคน สร้างความสามัคคีกันในชุมชน ดีกว่าชวนกันไปชุมนุมทางการเมืองเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองบางพรรค หรือกลุ่มบางกลุ่ม ที่ใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือต่อรอง มีแต่เพาะเชื้อโรคร้าย สร้างความเกลียดชัง ความแตกแยกขัดแย้งให้กับสังคม และซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจที่ประชาชนกำลังเผชิญกับปัญหาปากท้อง สร้างความหวั่นไหวให้กับนักลงทุนต่างชาติ กระทบต่อความเชื่อมั่น&amp;quot;น.ส.ทิพานัน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52990</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิพานัน ศิริชนะ, รองโฆษก พปชร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191222/image_big_5dfed3764fcc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
