<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.สั่งสอบ&#039;ร้อยโท&#039;คอมเม้นท์หนุน&#039;แอมมี่&#039; พบผิดจริงเจอลงโทษแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 26 มี.ค. พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีนายทหารยศร้อยโท สังกัดสำนักงานพระธรรมนูญทหารบกเข้าไปแสดงความคิดเห็นคอมเม้นท์ในเฟซบุ๊กสนับสนุนการกระทำของนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ ที่ทำลายพระบรมฉายาลักษณ์นั้นว่า ขณะนี้ทางกรมกำลังพลทหารบกได้สั่งให้หน่วยต้นสังกัดดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริง เพื่อรายงานให้กรมกำลังพลฯรับทราบก่อนว่านายทหารคนดังกล่าวได้กระทำแบบนั้นจริงหรือไม่ เพราะการโพสต์ข้อความลงในโซเชียลมีเดียอาจโดนแฮก หรือเป็นความตั้งใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากในโซเชียลมีเดียมีทั้งของจริงและไม่จริง ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และต้องรอดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการ เมื่อหน่วยต้นสังกัดตรวจสอบเสร็จแล้วจะรายงานผลให้กรมกำลังพลฯรับทราบต่อไป อย่างไรก็ตามตามขั้นตอนหากพบว่าเจ้าตัวได้กระทำจริง ถือมีความผิดในระเบียบปฏิบัติเรื่องการใช้โซเชียลมีเดีย หรือสื่อสังคมออนไลน์ที่จะต้องไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมือง และไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง รวมทั้งเป็นการกระทำผิดวินัยทหาร โดยจะมีจากโทษเบาไปหาหนัก เพราะคนที่เป็นข้าราชการต้องมีจิตวิญญาณเป็นข้าราชการที่ดี และหากเป็นทหารต้องยึดสถาบันหลักของชาติ ทั้งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์เป็นที่ตั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97348</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอมเมนต์หนุน, นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์, รองโฆษกกองทัพบก, ศิริจันทร์ งาทอง, สอบทหารยศร้อยโท, แอมมี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603cc14733ea7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2020 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2020 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.เตือนชายไทยเหลืออีก 10 วัน ให้รีบไปแก้ไขหมายเรียกเกณฑ์ทหาร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม63 พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กองทัพบกขอแจ้งเตือนชายไทยที่จะต้องเข้ารับการตรวจเลือกทหารในปี2563 นี้ ให้รีบไปดำเนินการแก้ไขหมายเรียกเข้ารับราชการ ซึ่งกำหนดไว้ในระหว่าง 26 มิถุนายนถึง 22 กรกฎาคม 2563 ไม่เว้นวันหยุดราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเหลือเวลาอีก 10 วันเท่านั้นตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2563 ในการที่ทหารกองเกินจะไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่สัสดีเขต/สัสดีอำเภอ เพื่อขอแก้ไขหมายเรียกเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การไปยื่นแก้ไขหมายเรียกเดิม จะทำให้ผู้ที่ต้องเข้ารับการตรวจเลือกทหารในปีนี้ได้ทราบข้อมูลใหม่ว่าตนเองจะต้องเข้ารับการตรวจเลือกทหารในวันที่และสถานที่ใด รวมทั้งเจ้าตัวจะได้ไปยืนยันสิทธิเช่น การขอใช้สิทธิผ่อนผันต่อ ,การแจ้งขอสละสิทธิ์ผ่อนผันที่เคยใช้สิทธิ์ไว้เมื่อปีที่แล้วเพื่อเข้ารับการตรวจเลือกในปีนี้ ,การขอสมัครเป็นทหาร , แจ้งขอเข้ารับการตรวจเลือกทหารโดยการจับสลากใบดำใบแดง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้มายื่นแก้ไขหมายเรียกกลับเจ้าหน้าที่ ณ ที่ว่าการเขตหรือที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศแล้วเป็นจำนวนมาก แต่ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ไปยื่นแก้ไขหมายเรียก กองทัพบกจึงขอแจ้งเตือนให้รีบไปดำเนินการ ทั้งนี้หากไม่สะดวกไปยื่นแจ้งด้วยตนเอง สามารถทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ที่น่าเชื่อถือไปดำเนินการแทนได้ พร้อมนำเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หมายเรียกเดิม(แบบ สด.35) หนังสือมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้ที่มีความประสงค์จะสมัครเป็นทหารกองประจำการก็สามารถยื่นสมัครได้ในวันที่ไปติดต่อขอแก้ไขหมายเรียกได้เลย ทั้งนี้ถ้ายื่นสมัครเป็นทหารในช่วงที่มาแก้ไขหมายเรียกจะได้รับคะแนนเพิ่มพิเศษถึง 15% ในการสอบคัดเลือกเข้าเป็นข้าราชการของกองทัพบกเมื่อปลดประจำการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71191</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายไทย, รองโฆษกกองทัพบก, เข้ารับการตรวจเลือกทหารในปี2563, แก้ไขหมายเรียกเข้ารับราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0aa546eb2ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2020 08:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2020 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุค&#039;นิว นอร์มอล&#039;กองทัพบกวางกฎเว้นระยะห่างคัดเลือกทหารประจำปี63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 มิ.ย.2563 - พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เป็นเหตุผลให้กระทรวงกลาโหมโดยกองทัพบกจำเป็นต้องประกาศเลื่อนการตรวจเลือกทหารกองประจำการจากเดิมที่กำหนดไว้ในระหว่าง 1-12 เม.ย.2563 ออกไปเป็นห้วงเดือน ก.ค.-ส.ค. และการตรวจเลือกในปีนี้จะแตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมา โดยมีการปรับกระบวนการขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการป้องกันโควิด-19 และวิถีปฏิบัติใหม่รวมถึงการเว้นระยะห่างทางสังคม(Social Distancing) อาทิ การเพิ่มช่วงระยะเวลาในกระบวนการตรวจเลือกมากขึ้นใช้เวลาถึง 67 วัน (จากเดิมใช้เวลาตรวจเลือก 12 วัน) การจำกัดจำนวนทหารกองเกินในแต่ละวันที่ทำการตรวจเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า เพื่อเป็นการลดความแออัด รวมทั้ง มีการจัดแบ่งผู้ที่จะต้องเข้ารับการตรวจเลือกออกเป็น 3 กลุ่ม และแยกช่วงวันที่ ที่แต่ละกลุ่มจะต้องเข้ารับการตรวจเลือก คือ 1.ผู้ที่มีความประสงค์จะสมัครเป็นทหาร 2.ผู้ที่จะเข้าสู่กระบวนการจับฉลากใบดำใบแดง และ3.ผู้ที่ขอใช้สิทธิผ่อนผัน ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มจะถูกจัดลำดับแบ่ง วัน เวลา และสถานที่ ให้เข้ารับการตรวจเลือกเป็นการเฉพาะกลุ่ม เรียงตามลำดับต่อกันไป เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ส่วนชายไทยที่จะต้องเข้ารับการตรวจเลือกในปีนี้คือ ผู้ที่มีอายุ 21 ปีบริบูรณ์(เกิด พ.ศ.2542) กับผู้ที่มีอายุ 22-29 (เกิด พ.ศ.2534&amp;ndash;2541) ที่ยังไม่เคยเข้ารับการตรวจเลือกหรือเคยเข้ารับการตรวจเลือกแล้วแต่ผลการตรวจเลือกยังไม่แล้วเสร็จ สิ่งสำคัญคือในปีนี้ที่ทหารกองเกินหรือผู้ที่ต้องเข้ารับการตรวจเลือกทหารทุกคนจะต้องปฏิบัติเป็นลำดับแรก คือ การไปแก้ไขหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร (แบบสด.35)ใหม่ ในระหว่างวันที่ 26 มิ.ย.-22 ก.ค.2563 ณ หน่วยสัสดีเขต/อำเภอ ตามภูมิลำเนาทหาร และในโอกาสเดียวกันนี้ให้แจ้งความประสงค์ด้วยว่าต้องการสมัครเป็นทหาร ต้องการจับฉลากตรวจเลือก หรือการผ่อนผัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกำหนดการตรวจเลือกทหารประจำปี 2563 มีรายละเอียดดังนี้ &amp;nbsp;วันที่ 26 มิถุนายน-22 กรกฎาคม 2563 ขอแก้ไขวันเวลาตรวจเลือกฯ ในหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร ณ หน่วยสัสดีเขต/อำเภอ ที่เป็นภูมิลำเนาทหาร
วันที่ 29 มิถุนายน-22 กรกฎาคม 2563 การรับสมัคร(ร้องขอ)เป็นทหารกองประจำการ ณ หน่วยสัสดีเขต/อำเภอ ที่เป็นภูมิลำเนาทหาร และจะทำการตรวจเลือก/คัดเลือกผู้มีคุณสมบัติครบในวันที่ 23-25 กรกฎาคม 2563 ณ สถานที่ตรวจเลือกกลางของจังหวัด วันที่ 26 กรกฎาคม-31 สิงหาคม 2563 ทำการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการประจำปี 2563 ณ สถานที่ตรวจเลือกของแต่ละเขต/อำเภอ และผู้ขอผ่อนผันทำการตรวจเลือกตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนดในหมายเรียกที่แก้ไขใหม่ โดยจะดำเนินการไม่เกินวันที่ 31 สิงหาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทัพบกจึงขอแจ้งให้ผู้ที่ต้องเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองประจำการ ได้รับทราบถึงกำหนดการสำคัญและขอให้ได้เตรียมความพร้อม โดยเฉพาะการตกลงใจว่าจะเข้ารับการตรวจเลือกในกลุ่มบุคคลประเภทใด เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการนัดหมายให้สอดคล้องกับกระบวนการตรวจเลือก ทั้งนี้สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: กองการสัสดี, www.sassadee.rta.mi.th หรือหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน โทร 02-223-3259
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67695</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงกลาโหม, กองทัพบก, ทหารกองประจำการ, พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, รองโฆษกกองทัพบก, ระบาด, ไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200603/image_big_5ed6fd5bcb3ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 17:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 17:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.แจงที่ดินป่าสงวนพรานกระต่าย ไม่ใช่พื้นที่สวัสดิการกองทัพบก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.63 - พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมระบุว่า ที่ดินที่มีปัญหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่ อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร เป็นพื้นที่ที่กรมสวัสดิการทหารบกนั้น ว่า จากการตรวจสอบกับกรมสวัสดิการทหารบกแล้วยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งพื้นที่ที่มีปัญหาดังกล่าวไม่ใช่พื้นที่ของโครงการสวัสดิการที่กองทัพบกดำเนินการ และไม่มีโครงการของกองทัพบกในตรงนั้น อีกทั้งกรมสวัสดิการทหารบกไม่เคยจัดสรรที่ดินเพื่อแบ่งขายในลักษณะแบบนั้น และไม่สามารถทำได้ เพราะระเบียบไม่ได้รองรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่กองทัพบก โดยกรมสวัสดิการทหารบกทำได้คือ การพิจารณาให้กำลังพลมาขอกู้เงินสวัสดิการจากกิจการออมทรัพย์กองทัพบก เพื่อไปจัดซื้อที่อยู่อาศัยตามที่กำลังพลมีความประสงค์เท่านั้น อย่างไรก็ตามเชื่อว่าข้อมูลที่เผยแพร่กันอยู่เป็นข้อมูลที่คาดเคลื่อน และเป็นความเข้าใจผิด โดยผู้ให้ข้อมูลได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และไม่เป็นความจริง&amp;quot;รองโฆษกกองทัพบก กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57732</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสวัสดิการทหารบก, จ.กำแพงเพชร, ปัญหาบุกรุกป่าสงวน, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, รองโฆษกกองทัพบก, อ.พรานกระต่าย, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200220/image_big_5e4e64b08a664.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 17:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพบก ปฏิเสธไม่ได้มีคำสั่งหรือจัดทำรูปภาพงดแสดง ๖ ท่าต้องห้าม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.63- &amp;nbsp;พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบกเปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏในสื่อบางสำนัก ที่ได้นำเสนอข่าวโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ผู้บัญชาการทหารบก มีคำสั่งแจ้งไปยังผู้บังคับหน่วย ห้ามทหารทำกิริยา ๖ ท่า ต้องห้าม ขณะสวมเครื่องแบบ โดยมีรูปภาพประกอบทั้ง ๖ ท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเรียนว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ผู้บัญชาการทหารบกไม่ได้มีสั่งการใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กองทัพบกมีกฎระเบียบที่เกี่ยวกับการแต่งกายและการประพฤติปฏิบัติติตน ในระหว่างสวมใส่เครื่องแบบทหารที่ให้กำลังพลยึดถือปฏิบัติเป็นภาพรวมไม่ได้มีคำสั่งเฉพาะเจาะจงในเรื่องใด โดยการแต่งเครื่องแบบต้องเป็นไปตามระเบียบ แบบธรรมเนียม เหมาะสมกับสถานที่ราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก มีนโยบายและได้กำชับหน่วยงานของกองทัพบกอยู่เสมอ ให้กำลังพลแต่งกายตามระเบียบอย่างเคร่งครัด ด้วยความสง่างามและมีวินัย รวมถึงรวมถึงการแสดงตนในสถานที่สาธารณะให้เป็นไปตามแบบธรรมเนียมทหารเพื่อภาพลักษณ์ที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทัพบกจึงขอแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องให้สังคมได้ทราบ ขอความร่วมมืองดส่งต่อข่าวเท็จดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ลักษณะท่าทางที่ไม่สุภาพ หรือการปฏิบัติผิดมารยาททางสังคมก็เป็นเรื่องที่ ทุกคนควรหลีกเลี่ยง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56281</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 ท่า, รองโฆษกกองทัพบก, ศิริจันทร์ งาทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e31704120fff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2019 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2019 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ้าว&#039;ทอน&#039;โกหกอีก!ไหนบอกจับใบดำใบแดงกับมือ เจอทบ.แฉปี44เขตประเวศ สมัครเต็มจำนวน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.62- &amp;nbsp;พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า จากกรณีที่มีผู้โพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดีย เกี่ยวข้องกับการเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองประจำการของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และอ้างว่ามีการหลีกเลี่ยงการตรวจเลือกทหารนั้นกองทัพบกขอเรียนว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบแล้ว พบว่า. นายธนาธร ได้เข้ารับการตรวจเลือกทหารตามกระบวนการของทางราชการอย่างครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อ 2543 ได้ เคยใช้สิทธิ์ขอผ่อนผันเนื่องจากไปศึกษาต่อต่างประเทศ ต่อมาเมื่อเมษายน 2544 ได้แจ้งสละสิทธิ์การผ่อนผันและได้เข้ารับการตรวจเลือกทหารที่ เขตประเวศ กทม. ผลการตรวจเลือกคือ &amp;ldquo;ปล่อยเพราะมีการร้องขอเต็มจำนวน&amp;rdquo; และได้รับเอกสารใบรับรองผลการตรวจเลือก (แบบสด.43 ) เป็นที่เรียบร้อย ถือว่าเป็นบุคคลที่ได้ผ่านการตรวจเลือกทหารตามขั้นตอนของทางราชการอย่างครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่ถูกนำมาเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียจึงเป็นข่าวปลอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณี เอกสารแบบ สด.9 ที่ถูกนำเสนอด้วยนั้น เอกสารดังกล่าว เป็นเพียงหลักฐานในการขึ้นทะเบียนทหารกองเกินเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการผ่านหรือไม่ผ่านตรวจเลือกทหาร ทั้งนี้ การตรวจเลือกทหารต้องยึดถือเอกสารใบสด.43 เป็นหลัก ต่อเรื่องนี้ ขอตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีผู้ไม่หวังดีดำเนินการเรื่องดังกล่าวขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์แอบแฝงหวังให้เกิดความไม่ไว้วางใจหรือมุ่งสร้างให้เกิดความขัดแย้งขึ้น ในทางการเมืองและทำให้สังคมสับสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขออย่าได้นำข่าวปลอมนี้ไปเชื่อมโยงถึงความสัมพันธ์ของกองทัพกับฝ่ายการเมือง เพราะไม่มีส่วนใดที่เกี่ยวข้องกัน รวมทั้งขอให้สังคมได้ใช้วิจารณญาณในการรับทราบข้อมูลในเรื่องนี้ให้รอบด้านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า กองทัพบก เป็นองค์กรหลักด้านความมั่นคงของประเทศ การดำเนินการในทุกเรื่อง อยู่ภายใต้บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบตามกฏหมาย โดยยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ และกองทัพบกไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับส่วนใดใดทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนนี้นายธนาธร ยืนยันว่าส.ด.9 ไม่ปลอม &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ปลอมครับ ผมเดินไปจับใบดำใบแดงด้วยตัวเอง เอกสารทุกอย่างก็จริงหมด พอกันทีกับข่าวปลอมแบบนี้&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52194</URL_LINK>
                <HASHTAG>-พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง, ธนาธร, รองโฆษกกองทัพบก, เกณฑ์ทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191210/image_big_5def7f5e301f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2019 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2019 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแดง&#039;สั่งกองกำลังชายแดน-หน่วยทหารตอนใน คุมเข้มยาเสพติด เผย 6 เดือนจับเพียบทั้งยาทั้งอาวุธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย.62-พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) สั่งการให้กองกำลังชายแดนกองทัพบก และหน่วยทหารในพื้นที่ตอนใน ดำเนินมาตรการปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในทุกมิติ โดยเฉพาะการหยุดยาเสพติดไว้ที่แนวชายแดน ด้วยการลาดตระเวนในพื้นที่ชายแดน และตลอดแนวลำน้ำโขง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ให้มีการจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด บริเวณด่านพรมแดน ตามช่องทางธรรมชาติและตามเส้นทางคมนาคม การสนธิกำลังเข้าตรวจค้นจับกุมบุคคลในพื้นที่เป้าหมาย การสร้างเครือข่ายติดต่อสื่อสารร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในปฏิบัติการติดตามขบวนการยาเสพติด รวมถึงการขอความร่วมมือผู้ประกอบการเพิ่มวิธีป้องกันการลักลอบส่งสิ่งของผิดกฎหมาย ผ่านธุรกิจ รับ-ส่งพัสดุภัณฑ์และระบบขนส่ง ควบคู่กับการติดตามความคืบหน้าทางคดีเพื่อขยายผลไปถึงผู้ต้องหา หรือขบวนการอันเป็นต้นตอของการกระทำผิดกฎหมายให้ได้ครบถ้วน โดยที่ผ่านมามาตรการปราบปรามยาเสพติดดังกล่าวประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​โดยมีผลจากการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดต่อเนื่อง ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่ ตุ.ค.61 1มี.ค.62 กองกำลังชายแดนกองทัพบก ตรวจพบการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดจำนวน 2,974 ครั้ง สามารถยึดของกลางยาบ้า 141,705,817 เม็ด, ไอซ์ 1,227 กิโลกรัม, กัญชา 14,436 กิโลกรัม, เฮโรอีน 376 กิโลกรัม, พืชกระท่อม 20,880 กิโลกรัม การปราบปรามอาวุธสงครามยึดของกลาง อาวุธปืน 14 กระบอก, ลูกระเบิดขว้าง 3 ลูก พร้อมกระสุนจำนวนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการลักลอบนำเข้าสินค้าทางการเกษตร สามารถจับกุมผู้กระทำผิดและยึดของกลางได้หลายรายการ อาทิ ข้าวเปลือก 172 ตัน, หอมแดง 45 ตัน, ยางพาราแผ่น 47 ตัน, เมล็ดข้าวโพด 71 ตัน และกระเทียม 20 ตัน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ำให้กองกำลังชายแดนและหน่วยทหารในพื้นที่ตอนใน ดำรงความต่อเนื่องในการสกัดกั้นปราบปรามยาเสพติด อาวุธสงคราม และสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างเต็มที่ ภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างสังคมปลอดภัยและป้องกันไม่ให้สิ่งผิดกฎหมายเข้ามาบั่นทอนความสงบสุขของบ้านเมือง&amp;rdquo;รองโฆษกกองทัพบก กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34277</URL_LINK>
                <HASHTAG>-พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, ชายแดน, บิ๊กแดง, ผบ.ทบ., พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ยาเสพติด, รองโฆษกกองทัพบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190307/image_big_5c808ef164be3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
