<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรรคกล้า&#039;อภิปรายนอกสภา ติงจัดงบ65 ไม่สอดรับสถานการณ์ ไม่สนใจดูแลแรงงาน-SME   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.2564 นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม รองโฆษกพรรคกล้า กล่าวถึงร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 31 พ.ค.นี้ ว่า เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ตั้งงบประมาณรายจ่ายลดลง จาก 3.28 ล้านล้านบาท เหลือ 3.1 ล้านล้านบาท ซึ่งอาจเป็นตัวสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจและการจัดเก็บรายได้ที่ลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากวิกฤตการระบาดของโรคโควิด- 19 แต่การกำหนดงบประมาณกลับพบข้อสังเกตว่าหลายอย่างไม่สอดรับกับสถานการณ์ เช่น งบประมาณรายจ่ายจำแนกตามวัตถุประสงค์การป้องกันประเทศ 199,820.7 ล้านบาท พบว่าเป็นงบประมาณงานกองทัพสูงถึง 198,597.2 ล้านบาท ขณะที่สถานการณ์ตามแนวชายแดนตึงเครียด ทั้งความไม่สงบภายในพม่า การหลบหนีเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว แต่งบประมาณการรักษาดินแดนมี 771.1 ล้านบาทเท่านั้น จึงตั้งข้อสังเกตว่างบประมาณส่วนใหญ่เสียไปกับงบประจำและการดูแลบุคลากรมากเกินไปหรือไม่ สะท้อนถึงระบบราชการล้าหลัง จึงขอให้หน่วยงานรับงบประมาณที่เกี่ยวข้องชี้แจงเรื่องนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแสนยากรณ์ กล่าวต่อว่า มีอีกประเด็นที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า เคยตั้งข้อสังเกตไว้ว่า สถานการณ์โควิด-19 แรงงานจบใหม่ไม่มีงานทำ แรงงานเดิมตกงานอีกจำนวนมาก สภาพัฒน์รายงานตัวเลขรวม 7.6 แสนคน แต่หลายองค์กรคาดการณ์ไว้มากถึงหลักล้านคน แต่กระทรวงแรงงานซึ่งรับผิดชอบด้านนี้โดยตรงถูกตัดงบประมาณถึงร้อยละ 28.7 ถือเป็นสัดส่วนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกกระทรวง จึงตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลยังไม่เห็นความสำคัญของการแก้ปัญหาเรื่องแรงงาน หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยังไม่มีแผนงานที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายบุญสืบ จันทร์แจ่มศรี คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคกล้า กล่าวว่า งบประมาณตามยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน รัฐบาลเตรียมงบไว้ 338,547.6 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10.9 ของงบประมาณรายจ่าย 3.1 ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นงบประมาณที่เกือบจะน้อยที่สุด รองจากยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ร้อยละ 3.9 ซึ่งน่าจะไม่เพียงพอต่อการพลิกฟื้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาความเดือดร้อนของภาคธุรกิจและประชาชนหลังยุคโควิด-19 โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก SMEs ซึ่งงบส่วนนี้ถูกจัดแบ่งให้กับแผนงานพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและวิสาหกิจขนาดเล็กเพียง 1,927 ล้านบาท หรือเพียงร้อยละ 0.3&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กให้ยืนระยะแข่งขันกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ได้ เชื่อว่าภายในปีนี้ต่อเนี่องถึงปีหน้า จะมีบริษัท ห้างร้าน และกิจการขนาดเล็กปิดตัวลงอีกมาก และจะยิ่งเพิ่มอัตราคนว่างงานให้สูงขึ้น&amp;quot; นายบุญสืบ กล่าว และว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ทางรัฐบาลได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับปัญหานี้แล้ว แต่ถ้าดูการจัดสรรงบประมาณจะเห็นว่ามันไม่สอดคล้องกับสิ่งที่รัฐบาลพยายามบอกว่าเป็นนโยบายสำคัญ รัฐบาลตั้งงบประมาณในการบูรณาการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมสูงวัยและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากไว้เพียง 623 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.1 จากงบประมาณยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมที่ได้งบฯถึง 733,749 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทพ.กันตพงศ์ ดีชัยยะ คณะทำงานด้านสาธารณสุข พรรคกล้า กล่าวว่า สำหรับงบกลางปีงบประมาณ 2564 มี 12 หมวด แต่ปีนี้มี 11 หมวด โดยตัดหมวดค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 เข้าใจว่างบประมาณที่หายไปในส่วนนี้ วางแผนไว้ตั้งแต่ต้นว่าจะออกเป็น พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ที่เพิ่งออกมาเมื่อไม่กี่วันที่แล้ว ซึ่งกำหนดวงเงิน 3 หมื่นล้านบาทสำหรับแผนงานด้านสาธารณสุข แต่เมื่อเปรียบเทียบกับการเบิกจ่ายเงินกู้ด้านสาธารณสุขปีที่แล้ว วงเงิน 45,000 ล้านบาท จนถึงขณะนี้เบิกจ่ายจริงเพียงแค่ 7,102 ล้านบาท หรือร้อยละ 15.78 เท่านั้น รวมถึงแผนงานด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 355,000 ล้านบาท ก็เบิกจ่ายเพียง 69,117 ล้านบาท หรือร้อยละ 19.47 เท่านั้น สะท้อนถึงปัญหาประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงิน หรือไม่มีแผนเบิกจ่ายเงินที่ชัดเจน เช่น กรณีรัฐบาลตั้งค่าเบิกจ่ายเบี้ยเสี่ยงภัยผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์โควิด-19 แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับเงินในส่วนนี้ โดยค้างจ่ายมากว่า 1 ปีแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104637</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปรายนอกสภา, พ.ร.บ.งบประมาณ 2565, รองโฆษกพรรคกล้า, แสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b2fb141ec5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เด็กพรรคกล้า’แนะรัฐบาลรวมสารพัดแอพฯโควิด-สายด่วนเป็นหนึ่งเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.2564 - &amp;nbsp;น.ส.ภรณี วัฒนโชติ รองโฆษกพรรคกล้า กล่าวถึงแอพพลิเคชั่นหลายตัว เช่น ไทยชนะ หมอชนะ ใกล้มือหมอ หมอพร้อม ไทยเซฟไทย และสายด่วนองค์กรต่างๆ ที่รัฐใช้รับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ว่า เป็นเรื่องที่ดี ที่รัฐใช้เทคโนโลยีและการจัดการข้อมูล เข้ามามีส่วนในการจัดการโรคระบาด แต่มองว่าการให้บริการทางข้อมูลต่อประชาชนในยามวิกฤตจะต้องกระชับ ชัดเจน และเข้าถึงง่าย มีข้อมูลที่ถูกต้อง ใช้ประโยชน์ได้จริง ตนเองเจอประสบการณ์ตรง ได้ไปใช้บริการธนาคารที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง และไปศูนย์การค้านั้นอีกครั้งในวันถัดมา จึงได้รับข้อมูลว่ามีผู้ติดเชื้อโควิดมาใช้บริการที่ธนาคารเดียวกัน แต่กลับไม่ทราบช่วงเวลา โดยธนาคารปิดสาขาเพื่อทำความสะอาด จึงเกิดคำถามว่าเมื่อเช็คอินไทยชนะในการเข้าออกสถานที่แล้ว ทำไมจึงไม่ได้รับแจ้งข่าวสารที่จำเป็น ทำให้ไม่สามารถประเมินความเสี่ยงของการรับเชื้อ และหลักปฏิบัติตนที่เหมาะสม นอกจากนั้นยังมีคนใกล้ชิด หาข้อมูลเพื่อเข้าตรวจเชื้อโควิดผ่านแอพหมอพร้อม โดยให้ข้อมูลว่ามีโรงพยาบาลรอบตัวเป็นจำนวนมากให้เข้าตรวจได้ แต่พอจะไปตรวจจริงๆ กลับไม่พร้อมให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกพรรคกล้า กล่าวอีกว่า อยากเสนอภาครัฐหรือผู้ที่รับผิดชอบแอพพลิเคชั่นต่างๆ เหล่านี้ว่า ควรจะมีข้อมูลที่ตรงกับข้อเท็จจริง และเป็นลักษณะ Real Time เพื่อให้ประชาชนใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอยากเสนอให้มีการรวมแอพพลิเคชั่นไว้ด้วยกันเพียงแอพเดียว และทำฟังชั่นการใช้งานให้ครอบคลุม รวมถึงสายด่วนต่างๆ ซึ่งมีอยู่หลายเบอร์ อยากให้รวมศูนย์เหลือเพียง 1 เบอร์ เพื่อป้องกันความสับสน สะดวกต่อการจดจำ และง่ายต่อการประสานงานให้ความช่วยเหลือประชาชน ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์การปฏิรูประบบ E-Government ของรัฐบาล ในการนำประเทศไทยสู่ยุค 4.0 และ 5.0 ต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99451</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ภรณี วัฒนโชติ, รองโฆษกพรรคกล้า, แอพพลิเคชั่น, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076720593c06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคกล้าสะกิด&#039;บิ๊กตู่&#039;!แฉวิชามารหาเสียงเลือกตั้งซ่อมนครศรีฯ ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐล่อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.64- &amp;nbsp; นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม รองโฆษกพรรคกล้า กล่าวถึงการหาเสียงเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราชว่า หลังจบศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เข้าสู่ช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง คาดว่าการแข่งขันในสนามเลือกตั้งซ่อมเขต 3 นครศรีธรรมราชจะเข้มข้นขึ้น ขณะนี้เริ่มมีข่าวลือคนบางกลุ่มสร้างความเข้าใจผิดให้กับชาวบ้านว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะส่งผลถึงการพิจารณาให้สิทธิหรือยกเลิกสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ จึงอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ให้ความชัดเจนว่าการเลือกตั้งไม่ได้มีผลกระทบในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกพรรคกล้า กล่าวต่อว่า ยังมีการพูดกันถึงการจดรายชื่อประชาชน เกรงว่าจะเป็นการเตรียมการซื้อเสียงหรือไม่ จึงเรียกร้องให้ กกต.จังหวัด และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่เกี่ยวข้องกวดขันการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้สุจริตและเที่ยงธรรมอย่างแท้จริง เพราะหากเลือกคนซื้อเสียง แต่ไม่พัฒนาพื้นที่ พี่น้องชาวเขต 3 นครศรีธรรมราชจะเสียโอกาสไปอีก 2 ปี กว่าการเลือกตั้งจะกลับมาอีกครั้ง จึงมั่นใจในคนนครศรีธรรมราช เลือกคนดี ให้โอกาสคนรุ่นใหม่มาทำงานเพื่อพื้นที่.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93936</URL_LINK>
                <HASHTAG>รองโฆษกพรรคกล้า, แสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม, ้เลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_60347a506f5cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
