<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อภิปรายบิ๊กป้อม เด็กพปชร.เสนอ ดันป๊อกสลับหนู!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ไม่รอด ฝ่ายค้านจับขึ้นเขียงซักฟอกปมหนุนซื้อเรือดำน้ำ พท.ขย่มซ้ำนายกฯ ยืมมือคำสั่งศาลแพ่ง ยื่น ป.ป.ช.ฟันผิดจริยธรรม พปชร.เขย่าเก้าอี้ภูมิใจไทย เด็กธรรมนัสโผล่หนุนเขี่ยเสี่ยหนู พ้นสาธารณสุข ให้สลับเก้าอี้บิ๊กป๊อก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 ส.ค. นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช &amp;nbsp;และรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ที่เป็น ส.ส.สาย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;ที่แพร่ระบาดในขั้นรุนแรง ซึ่งทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นสูงสุดติดต่อกันเกือบทุกวัน จนทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งขาดความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการสถานการณ์ ดังนั้นแนวทางการแก้ไขปัญหาจึงขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาให้มีการปรับเปลี่ยนการบริหารงานในตำแหน่งรัฐมนตรีของรัฐบาลใหม่ โดยให้มีการสลับตำแหน่งระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุขคนปัจจุบัน &amp;nbsp;เพื่อแก้ไขสถานการณ์การควบคุมโควิด-19 ที่จะต้องรัดกุมและเด็ดขาด &amp;nbsp;ทำให้สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับผู้ที่ความเหมาะสมนั้น ขอเสนอให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา &amp;nbsp;รมว.มหาดไทยเป็น รมว.สาธารณสุข เนื่องด้วยบุคลิกการทำงานที่เป็นผู้นำ มีความเด็ดขาดในแบบฉบับของอดีตผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งจะสามารถสั่งการทั้งเรื่องของควบคุมการแพร่ระบาดโควิด การตรวจเชื้อเชิงรุกและการจัดสรรวัคซีน และทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายไปได้ ขณะที่นายอนุทินนั้นเหมาะสมที่จะเป็น รมว.มหาดไทย &amp;nbsp;เนื่องจากนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เคยดำรงตำแหน่งดังกล่าวมาแล้ว ซึ่งจะสามารถถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานได้ รวมทั้งประสบการณ์ของนายอนุทินซึ่งเคยบริหารบริษัทเอกชนมาแล้ว จะสามารถนำมาปรับใช้กับรูปแบบการบริหารในส่วนของการปกครองที่จะต้องกระจายอำนาจให้ส่วนภูมิภาคได้&amp;quot; รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัณหพจน์กล่าวต่อว่า ที่เสนอให้มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ ตนเสนอในนามของ ส.ส. โดยเห็นว่าควรมีการปรับเปลี่ยนการทำงานเพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์โควิดดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความเชื่อมั่นให้ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า &amp;nbsp;ในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในวันที่ 16 สิงหาคม พรรคร่วมฝ่ายค้านมีความพร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลความผิดพลาดของรัฐบาลจากการบริหารสถานการณ์โควิด-19 โดยพุ่งเป้าไปที่พลเอกประยุทธ์, นายอนุทิน &amp;nbsp;ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข นอกจากนี้จะเสนอต่อหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคเพื่อไทยเพิ่มรายชื่อพลเอกประวิตร &amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้เป็นหนึ่งในผู้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ &amp;nbsp;เนื่องจากในสถานการณ์โควิดที่ประชาชนอดอยากตกงาน แต่พลเอกประวิตรยังคงสนับสนุนให้จัดซื้อเรือดำน้ำ ขณะที่พลเอกประยุทธ์ในฐานะ รมว.กลาโหมก็ปล่อยปละละเลยให้มีการเปลี่ยนแปลงการใช้งบประมาณ ในโครงการจัดหายานยนต์สายสรรพาวุธจำนวน 169 คัน มูลค่ารวม 921 &amp;nbsp;ล้านบาท ทั้งที่งบประมาณยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงบประมาณ และยังไม่ได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีศาลแพ่งสั่งคุ้มครองชั่วคราวห้าม พล.อ.ประยุทธ์บังคับใช้ข้อกำหนดที่ออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 29 โดยระบุว่าข้อกำหนดที่ออกมาไม่ชอบด้วยกฎหมายว่า ระบบของรัฐธรรมนูญ 60 ที่วางไว้ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองดำเนินการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องพิจารณาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยต้องยื่นเรื่องผ่านคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งหาก ป.ป.ช.ไต่สวนแล้วมีมูลเข้าข่ายความผิดทางอาญา ก็จะส่งให้อัยการยื่นเรื่องต่อศาลฎีกานักการเมือง ถ้ามีมูลเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง เรื่องจะไปถึงศาลฎีกา โดยพรรคเพื่อไทยอยู่ระหว่างการร่างคำร้องเพื่อยื่นต่อ ป.ป.ช.ให้ไต่สวน พล.อ.ประยุทธ์ดำเนินการโดยฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ เป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบ คาดว่าจะยื่นได้ช่วงสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายชูศักดิ์ตอบว่า จะยื่นอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์และนายอนุทินเป็นหลัก นอกจากนี้ยัง มีประเด็นเกี่ยวกับรัฐมนตรีคนอื่นด้วย โดยฝ่ายค้านจะประชุมกัน 11 &amp;nbsp;ส.ค.เพื่อสรุปรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2565 จากพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พบหลายประเด็นที่น่าสงสัย อันเป็นเหตุต้องร้องขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ โดยนายพิธาแจ้งว่ามีคู่สมรส และคู่สมรสเป็นเจ้าของบริษัทแห่งหนึ่ง แต่นายพิธากลับไม่แสดงรายได้ รายจ่าย หรือหุ้นของคู่สมรสต่อ ป.ป.ช. นายพิธาได้นำอาคารของน้องชาย มูลค่า 15,000,000 บาทมาแสดงในบัญชีทรัพย์สินของตนเอง ในทางบัญชีควรตรวจสอบว่าทรัพย์สินรวมที่แจ้งสูงเกินจริงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายพิธาแจ้งที่ดินรายการหนึ่งว่า เป็นที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งแปลกมาก เพราะนายพิธาไม่น่าจะมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวได้ แม้จะไม่ได้แจ้งเลขที่ เนื้อที่ และมูลค่าไว้ก็ตาม แต่การแสดงรายการที่ดินเช่นนี้อาจเข้าข่ายแจ้งข้อความโดยไม่ตรงความจริงหรือไม่ &amp;nbsp;นายพิธาไม่ได้แจ้งมูลค่าที่ดินและบ้านของคู่สมรสไว้แต่อย่างใด ทั้งนี้เห็นได้จากมีการแจ้งรายการอาคารของคู่สมรสไว้ด้วย แต่ไม่แสดงมูลค่า วิเคราะห์ได้ว่าคู่สมรสมีอาคารดังกล่าว ซึ่งควรตั้งอยู่บนที่ดิน แต่กลับไม่มีการแจ้งมูลค่าอาคารและที่ดินไว้ ทำให้มีประเด็นที่ควรตรวจสอบทางบัญชีตามมาว่า บัญชีทรัพย์สินรวมของคู่สมรสแสดงไว้ต่ำกว่าความเป็นจริงหรือไม่&amp;quot; นายเรืองไกรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกรกล่าวว่า หลักฐานทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นล้วนมาจากการตรวจสอบรายการในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินที่นายพิธายื่นต่อ &amp;nbsp;ป.ป.ช.เมื่อคราวรับตำแหน่ง ส.ส. รวมทั้งข่าวในสื่อต่างๆ ดังนั้นจึงมีเหตุที่ต้องร้องขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบว่า บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินของนายพิธากับคู่สมรสที่ได้ยื่นต่อ ป.ป.ช.ไว้นั้น เข้าข่ายตามความใน พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 114 หรือไม่ อีกทั้งได้รับข้อมูลที่ขอไว้ในชั้น กมธ.งบประมาณ 65 ว่ามี ส.ส.และ ส.ว.ยังถือครองที่ดิน ส.ป.ก.อยู่รวม 5 ราย &amp;nbsp;ดังนั้นจะส่งคำร้องกรณีนายพิธา รวมทั้งกรณี ส.ส.และ ส.ว. 5 รายเป็นหนังสือไปถึง ป.ป.ช.วันที่ 9 ส.ค.ทางไปรษณีย์ EMS.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112643</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง, ฝ่ายค้านจับขึ้นเขียงซักฟอกปมหนุนซื้อเรือดำน้ำ, พท.ขย่มซ้ำนายกฯ, รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606e7f8e7eea5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2020 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2020 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกพปชร.ยัน &#039;บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม&#039;จริงใจร่วมหาทางออกแก้วิกฤตประเทศ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.2563 นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.เขต 2 ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;กล่าวภายหลังการประชุมรัฐสภา สมัยวิสามัญ เพื่อหาทางออกประเทศ ที่ผ่านพ้นไปแล้วว่า พลเอกประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ รวมทั้งคณะรัฐมนตรี มีความจริงใจ ที่จะร่วมแก้ปัญหากับทุกฝ่าย ทั้งนี้ขอให้ฝ่ายค้าน และกลุ่มผู้ชุมนุม เห็นถึงความตั้งใจจริงนี้ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ นางสาวพัชรินทร์ ยังวิงวอนขอให้ทุกฝ่าย ร่วมแรงร่วมใจกัน สนับสนุนแนวทางการจัดตั้งกรรมการปรองดองสมานฉันท์ เพื่อหาทางออกร่วมกันผ่านกลไกรัฐสภาฝ่าวิกฤตประเทศ ซึ่งในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ มีมติ มอบหมายให้ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เลขาธิการวิปรัฐบาล เป็นตัวแทนร่วมในคณะกรรมการชุดดังกล่าว &amp;nbsp;พร้อมมอบหมาย ให้เป็นผู้ประสานไปยังทุกฝ่ายรวมใจเป็นหนึ่ง เพื่อประเทศอันเป็นที่รักของเราทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;พร้อมสนับสนุน แนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่คาดว่า รัฐสภา จะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างเร่งด่วน ในเดือนพฤศจิกายน &amp;nbsp;นี้ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จะนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน ของ ไอลอว์ (iLaw) ร่วมพิจารณาด้วย &amp;nbsp;ทั้งนี้ยังได้รับแจ้งจาก นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการ รัฐสภา ว่าขณะนี้ สมาชิกวุฒิสภา ก็พร้อมที่จะร่วมหาทางออกประเทศด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82147</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งกรรมการปรองดองสมานฉันท์, พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา, พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ, พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201004/image_big_5f79589678cac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 20:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 20:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองโฆษก พปชร. อัด &#039;ธนาธร&#039; มั่วนิ่มโหน &#039;วันเฉลิม&#039; เมินหลักกฎหมายห้ามแทรกแซงกัมพูชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย.63 - ​น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ อดีตผู้สมัครส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า และอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่โพสต์เฟซบุ๊ก กล่าวหาว่ารัฐไม่ติดตามความคืบหน้าคดีของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธ์จากกัมพูชาว่า การแสดงความคิดเห็นของนายธนาธรน่าจะบิดเบือน&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนมองเห็นว่านายธนาธรน่าจะหลงผิด เพราะข้อเท็จจริงคือ รัฐบาลไทยได้ดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย สิทธิและหน้าที่ และอำนาจอธิปไตยของรัฐอย่างเต็มที่ในการดูแลคุ้มครองพลเมืองของไทย แต่ที่ผ่านมานายวันเฉลิมไม่ได้แสดงตนต่อสถานทูต ไม่มีสถานะลี้ภัย และไม่มีชื่อนายวันเฉลิมอยู่ในบัญชีผู้ลี้ภัยทางการเมืองของยูเอ็นเอชซีอาร์ จึงเป็นเรื่องยากในการติดตามเมื่อเกิดปัญหาขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกันรัฐไทยก็ต้องดำเนินการโดยเคารพหลักอำนาจอธิปไตยของประเทศกัมพูชาเช่นกัน ซึ่งต้องให้เวลากัมพูชาในการดำเนินการติดตาม ดังนั้นหากผลการดำเนินงานของรัฐบาลไทยไม่ทันใจนายธนาธร ก็ขอให้นายธนาธรทำความเข้าใจเรื่องหลักอำนาจอธิปไตยของแต่ละรัฐรวมถึงหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น (The principle of non-interference) ก่อนที่จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์แบบไม่คำนึงถึงหลักการทางกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แสดงให้เห็นว่านายธนาธรน่าจะมีความลักปิดลักเปิดทางความคิด ไม่สนใจกรอบกฎหมาย หลงผิดในความหมายของ &amp;ldquo;สิทธิที่พึงมี&amp;rdquo; จนหลงลืม &amp;ldquo;หน้าที่ที่พึงกระทำ&amp;rdquo; จึงทำให้สับสนทางความคิดและข้อเท็จจริงและนำเสนอสิ่งที่บิดเบือนออกมาสู่สาธารณชน&amp;rdquo;น.ส.ทิพานัน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า สังคมยังสงสัยว่า นายธนาธรอาจนำเรื่องการหายตัวไปของนายวันเฉลิมมาหาประโยชน์ทางการเมืองเพื่อตนเอง สร้างกระแสให้เกิดความเข้าใจผิดและไม่พอใจต่อรัฐบาล&amp;nbsp;ขณะที่การนำเสนอข้อมูลบางอย่างรวมถึงการแสดงความคิดเห็นที่บิดเบือนอาจทำให้นายธนาธร เข้าข่ายผิดมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 ดังนั้นจึงขอเสนอแนะให้นายธนาธรหมั่นทบทวนตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นออกมาสู่สาธารณชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68444</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิพานัน ศิริชนะ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ, วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee22916dbb97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65751</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2020 19:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2020 19:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกก้าวไกลโวยชี้ช่องยุบพรรคเพียงเพราะ&#039;ถามหาความจริง&#039;เลวทรามกว่าการตีความเงินกู้เท่ากับเงินบริจาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.63- &amp;nbsp;นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณี นางสาวทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ให้ข้อมูลที่พาดพิงถึงพรรคก้าวไกล ให้ความเห็นในการดำเนินกิจกรรมภายใต้แฮชแท็ก #ตามหาความจริง เเละถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า น.ส.พรรณิการ์ เเละคณะก้าวหน้า ครอบงำ หรือควบคุมกิจกรรมทางการเมืองนั้น อาจเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โดยมีโทษถึงยุบพรรคเเละเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีนี้ตนคิดว่าสิ่งที่พรรคก้าวไกลในฐานะพรรคการเมืองซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนมีสิทธิ์ทวงคือความยุติธรรมที่มีเงื่อนงำมาสิบปี การเปิดเผยข้อเท็จจริงกรณีการสูญเสียจากเหตุการณ์ชุมนุมในเดือนพฤษภาคม ปี 2553 เป็นสิ่งที่ควรทำลสังคมต้องไปลิมความรุนแรงที่เกิดขึ้น ตลอดสิบปีที่ผ่านมาผู้เสียชีวิตยังไม่เคยได้รับความเป็นธรรม นักโทษคดีการเมืองที่ออกมาเรียกร้องตามสิทธิ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ยังคงถูกจองจำอย่างไม่มีวันรู้เลยว่าชะตากรรมของตนจะเป็นอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ไม่ต้องฝักใฝ่ฝ่ายใดหรอกคำ จิตใต้สำนึกความเป็นมนุษย์ทั่วไปน่าจะคิดได้ว่ามันไม่ปกติ คุณทิพานัน ต้องการให้ประเทศเดินหน้าแบบไหนกันในขณะที่เผด็จการซ่อนขยะเหม็นเน่าไว้ใต้พรมมาเป็นเวลาสิบปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเริ่มต้นจากความอยุติธรรมในบ้านเมืองนี้ แต่จบด้วยความสูญเสียที่ต้องแลกด้วยชีวิตคนบริสุทธิ์99ศพ วันนี้การทวงถามความจริงไม่ใช่หน้าที่ของพรรคก้าวไกลหรือคณะก้าวหน้า แต่ควรเป็นหน้าที่คนในชาติด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นการยุบพรรคที่คุณทิพานันกล่าวนั้นหากจะยุบเพราะพวกเราทวงถามความเป็นธรรมให้ชีวิตผู้บริสุทธิ์แล้วละก็ผมคิดว่ามันน่าสังเวชกว่ากรณีเงินบริจาคเท่ากับเงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่เสียอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามนาณัฐชา กล่าวว่า พวกคุณไม่สามารถปิดปากคนอื่นเพียงเพราะไม่อยากรู้ความจริงได้อีกต่อไป อยากฝากให้เผด็จการทั้งหลายหัดเห็นหัวประชนเสียบ้าง และการที่สส.พรรคก้าวไกล ออกมาร่วมสนับสนุนแคมเปญและแฮชแท็กดังกล่าว เพราะมันเป็นสิ่งพรรคก้าวไกล สืบทอดเจตนารมณ์ มาจากพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกยุบไป คือการเรียกร้องต่อสิทธิ์เเละเสรีภาพของประชาชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นที่ว่า คุณพรรณิการ์ วานิช และคณะ คณะก้าวหน้า ครอบงำพรรคก้าวไกล นั้น ผมตลกมากเลยครับ ไม่ใครครอบงำเราได้ เพราะ เราคือสายเลือดเดียวกัน ที่บอบช้ำจากการทำร้ายของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้เราต้องเลือกปกป้องสิทธิ์ เเละเรียกร้องเสรีภาพ เหมือนกัน เพียงแต่ผมยังเป็นสส. ก็ทำหน้าที่ขับเคลื่อนในสภา ส่วนคณะก้าวหน้า ก็ดำเนินงานนอกสภา เพื่อความเป็นธรรมของสังคม กรณีดูเหมือนพรรครัฐบาล ต้องการชี้ช่องให้อำนาจเดิมๆ เล่นงาน เล่นสกปรก ทางการเมือง นะครับ. ผมผมว่าเรามาช่วยกันแก้ไขประเทศชาติจะดีกว่า ให้ผ่านวิกฤติโควิด-19 &amp;nbsp;และจะยุบหรือไม่ยุบให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจ เพราะสิ่งที่รัฐบาลบริหารประเทศที่ผ่านมามันสะท้อนให้ประชาชนเห็นอยู่เเล้ว หากทำดี ประชาชนจะอยู่ข้างเราเอง พรรคก้าวไกล พร้อมอยู่เคียงข้างประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พรรคก้าวไกลคือประชาชน เรามีมีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญที่จะหาหาความจริง อย่างน้อยเพื่อปกป้องศักดิ์และศรีของวีรชนที่สละชีวิต .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65751</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, ครอบงำ, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, ทิพานัน ศิริชนะ, ยุบพรรค, รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ, โษกพรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5eba83667710f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2020 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2020 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ้น-ทิพานัน&#039;ชี้&#039;ก้าวไกล&#039;เข้าข่ายผิดกม. เสี่ยงยุบพรรค ปล่อยให้&#039;คณะก้าวหน้า&#039;ครอบงำ ยั่วยุให้ขัดแย้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.63- &amp;nbsp;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ และอดีตผู้สมัครส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวถึงกรณีที่มี กรรมการบริหารพรรค รวมถึงส.ส. พรรคก้าวไกลจำนวนหนึ่งมีการเคลื่อนไหวกิจกรรมภายใต้แฮชแทก ตามหาความจริง ที่เป็นเหตุการณ์เกี่ยวกับการชุมนุมเดือนพฤษภาคม 2553 ในสื่อโซเชียลมีเดียและทางทวิตเตอร์ ว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ควรออกมาชี้แจงว่า พรรคก้าวไกลยินยอมให้ น.ส. พรรณิการ์และคณะก้าวหน้า ควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมทางการเมืองดังกล่าวหรือไม่ &amp;nbsp;เพราะส่วนใหญ่เป็นการระทำของกรรมการบริหารพรรคและส.ส. พรรคก้าวไกลทั้งสิ้น &amp;nbsp;ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดกฎหมาย โดยมีโทษถูกยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ประชาชนทั่วไปมองเห็นว่ากิจกรรมภายใต้หัวข้อแฮชแทกตามหาความจริงที่นำโดยคณะก้าวหน้าที่โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์และแฟนเพจเฟซบุ๊กพร้อมคลิปวีดีโอและแฮชแทกตามหาความจริงในค่ำของวันที่ 11 พ.ค. เพื่อเชิญชวนให้ติดตามข้อมูลภายใต้แฮชแทกตามหาความจริงระหว่างวันที่ 12-20 พ.ค. และต่อมาในเวลาไล่เลี่ยกัน น.ส. พรรณิการ์ ก็ได้โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ประกาศว่าการฉายภาพกลางกรุงพร้อมข้อความว่าตามหาความจริงเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นพร้อมทั้งเชิญชวนให้ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่แฟนเพจเฟซบุ๊กคณะก้าวหน้าระหว่างวันที่ 12-20 พ.ค. 63 &amp;nbsp;ซึ่งประชาชนเห็นว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างชัดเจนสอดรับกันเป็นกระบวนการกับความเคลื่อนไหวของ ส.ส. พรรคก้าวไกล เพราะทั้งลำดับเวลาในการโพสต์ข้อความและแฮชแทกตามล่าหาความจริงที่ริเริ่มนำโดยน.ส. พรรณิการ์ วานิช ตั้งแต่เวลา 9.23 น. ของวันที่ 11 พ.ค. และ คณะก้าวหน้า และต่อมาทีมโฆษกพรรค ทีมรองเลขาธิการพรรค ทีมกรรมการบริหารพรรค และ ส.ส. พรรคก้าวไกลได้เผยแพร่ข้อความและกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องขยายออกไป ดังนั้นจึงเกิดการตั้งคำถามว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำของพรรคก้าวไกล ที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พรป. พรรคการเมือง 2560 มาตรา &amp;nbsp;28 ที่พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมือง ซึ่งมีโทษถูกยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคตามมาตรา 92&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คณะก้าวหน้าควรเลิกหมกหมุ่นกับอดีตให้สมกับชื่อกลุ่มที่ต้องการเดินหน้า แสวงหาอนาคตอันศิวิไลซ์มิใช่หรือ &amp;nbsp; ควรตระหนักและเสนอความคิดอันมีประโยชน์ ที่จะนำพาให้ประชาชนที่เคยลงคะแนนเสียงให้อยู่ดีกินดี ไม่ใช่ย้อนเวลาหาอดีต ที่มีแต่จะสร้างความเกลียดชังขึ้นในสังคม และนำไปสู่ความขัดแย้งที่มีแต่จะพาประเทศดำดิ่งไปสู่ความยากจน ความทุกข์ &amp;nbsp;เพียงเพราะจะเอาชนะทางการเมืองเท่านั้นหรือ&amp;quot; น.ส.ทิพานัน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้สังคมก็มีคำถามว่าการนำเหตุการณ์ในอดีตมาแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวเพื่อคณะก้าวหน้าเองโดยอาศัยเหตุการณ์ที่กลุ่มคนเสื้อแดงตกเป็นจำเลยของสังคมมาเผยแพร่ซ้ำ เป็นการโจมตีกลุ่มเสื้อแดงทางอ้อมหรือไม่ &amp;nbsp;โดยคณะก้าวหน้าไม่เสียประโยชน์อะไรเลยใช่หรือไม่ &amp;nbsp;อีกทั้งอาจแอบแฝงเจตนายุยงปลุกปั่นให้เกิดข้อขัดแย้งระหว่างเสื้อสีต่างๆ ปะทุซ้ำขึ้นมาใหม่เพื่อฉกฉวยประโยชน์ทำนองทำตัวเป็นตาอยู่ ยั่วยุให้ขัดแย้งกันอีกครั้ง หลังจากที่พรรคอนาคตใหม่อาจเคยฉวยโอกาสจับปลาในบ่อเพื่อนมาแล้ว และมาครั้งนี้ในฐานะคณะก้าวหน้าก็ยังจะไม่ลงทุนลงแรงจับปลาเอง จะฉวยโอกาสให้คนอื่นจับปลาให้แล้วยุให้ทะเลาะกัน เพื่อคณะก้าวหน้าจะแย่งปลาไปง่ายๆ อีกหรือไม่ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65721</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิพานัน ศิริชนะ, พรรคก้าวไกล, ยุบพรรค, รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5eba4be613a4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2019 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2019 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> รองโฆษกพปชร.ย้อนไทม์ไลน์คดีเงินกู้อนาคตใหม่ ดักคอ&#039;ปิยบุตร&#039;ยื้อส่งหลักฐานหวังเตะถ่วงคดี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค. 62 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ หรือ &amp;ldquo;อ้น&amp;rdquo; รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ และ อดีตผู้สมัครส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวถึงกรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงประเด็นการไม่สามารถยื่นเอกสารหลักฐานเรื่องเงินกู้ 191 ล้าน ตามกำหนดเวลาที่ กกต. ขยายให้ว่า ควรหยุดการสื่อสารกล่าวหาองค์กรตรวจสอบต่างๆ และพรรคอนาคตใหม่ต้องชัดเจนว่าหลักฐานเอกสารการเงินที่พรรคไม่ส่งเป็นเพราะไม่มี ไม่ทัน หรือไม่เกี่ยวกับคดี อย่าทำให้สังคมสับสน

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า &amp;ldquo;การที่นายปิยบุตรตั้งข้อสังเกตกล่าวหาว่า กกต. เร่งรัดเอกสารหลักฐาน&amp;nbsp; นายปิยบุตรควรชี้แจงข้อมูลให้สังคมทราบชัดเจนว่า เอกสารต่างๆ ไม่ใช่เอกสารที่ กกต. เพิ่งมาขอ เพราะกกต. โดยคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้งเคยขอแล้วหลายเดือนและทางพรรคอนาคตใหม่ไม่ยอมจัดส่ง จน กกต. กำหนดเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 62 ให้ยื่นส่งภายในวันที่ 25 พ.ย. 62 และทางพรรคก็ขอเลื่อนกำหนดอีก 120 วัน ซึ่ง กกต. อนุญาตให้ขยายเวลาจนถึงวันที่ 2 ธ.ค. 62 ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวจะเห็นได้ว่า กกต. ไม่ได้เร่งรัดเอกสารแต่อย่างใด ให้โอกาสขยายเวลาแก่พรรคอนาคตใหม่มาโดยตลอด อีกทั้งการขอเอกสารดังกล่าวก็สมเจตนารมณ์และคำประกาศของพรรคอนาคตใหม่ว่า &amp;ldquo;อนาคตใหม่จะเปิดเผยรายรับและรายจ่ายของพรรคต่อสาธารณะ เพื่อสร้างความโปร่งใสและเปิดโอกาสให้สังคมตรวจสอบได้&amp;rdquo; ซึ่งเป็นข้อความที่พรรคเผยแพร่ในหน้า 18 ของเอกสารได้เวลาอนาคตใหม่ทางเวปไซต์พรรคอนาคตใหม่นั่นเอง&amp;rdquo;

&amp;ldquo;หากนายปิยบุตรเห็นว่าเอกสารหลักฐานทางการเงินไม่เกี่ยวกับประเด็นคดี พรรคอนาคตใหม่ก็ควรชี้แจง กกต. ว่าไม่ขอส่งเอกสาร ไม่ใช่ประวิงเวลาขอเลื่อนส่งไปอีก 4 เดือน ซึ่งก่อนหน้านี้ทางพรรคอนาคตใหม่ก็เคยบ่ายเบี่ยงไม่ส่งเอกสารที่เคยเรียกไปแล้ว นายปิยบุตรมักกล่าวอ้างบ่อยๆ ว่า Justice delayed is justice denied หรือ ความยุติธรรมที่ล่าช้าก็คือความไม่ยุติธรรม ดังนั้นในกรณีนี้นายปิยบุตรและพรรคอนาคตใหม่ไม่ควรใช้กลยุทธโดยการประวิงคดีเสียเอง&amp;ldquo;

&amp;ldquo;การกล่าวอ้างว่าเอกสารที่ กกต. ขอนั้นไม่เกี่ยวกับประเด็นคดีอาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดว่า กกต. กลั่นแกล้งพรรคอนาคตใหม่ เพราะในส่วนตัวเห็นว่า กกต. ขอเอกสารตามคำชี้แจงของพรรคอนาคตใหม่ที่แถลงตั้งแต่เมื่อ 7 เดือนก่อน (เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 62 และ 23 ก.ย. 62) ว่าเงินกู้เป็นหนี้สินที่ต้องชำระคืนเงินกู้ที่ได้มา โดยนำไปใช้ในการตั้งพรรค ค่าเช่าอาคาร สถานที่ ที่ทำการพรรค สาขาพรรค ศูนย์ประจำจังหวัดทั่วประเทศ เงินเดือนพนักงาน การจัดกิจกรรมรณรงค์หาสมาชิกพรรค ไม่ได้นำมาใช้ในการรณรงค์หาเสียง ดังนั้นจึงเห็นด้วยกับ กกต. ที่เอกสารต่างๆ ที่ขอนั้นเป็นพยานเอกสารเกี่ยวข้องกับการกล่าวอ้างของพรรคเองและเป็นประโยชน์แก่พรรค ซึ่งพรรคได้ทราบเรื่องมาเกือบ 7 เดือนแล้ว การเตรียมเอกสารเก็บข้อมูลสามารถทำได้ อีกทั้ง กกต. ขอเอกสารข้อมูลจนถึงระยะเวลาสิ้นสุดเดือน ก.ย. 62 หรือสิ้นไตรมาสที่ 3 ซึ่งขณะนี้ทางบัญชีพรรคควรมีข้อมูลพร้อมแล้วเนื่องจากใกล้จะครบปิดรอบไตรมาสที่ 4 แล้ว ดังนั้นจึงน่าเสียดายแทนพรรคอนาคตใหม่ที่ไม่ยอมจัดส่งเอกสารดังกล่าวแก่ กกต.&amp;rdquo;

&amp;ldquo;พรรคอนาคตใหม่ควรใช้สิทธิของตนเองอย่างเต็มที่ในการจัดส่งเอกสารหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความถูกต้องของตนเองมากกว่าการจะใช้สิทธิดำเนินคดี กกต. เพราะประชาชนมองว่าการดำเนินการดังกล่าวของพรรค อาจเป็นกลยุทธ์ที่ต้องการสื่อสารชี้นำสังคมว่าพรรคอนาคตใหม่ถูก กกต. กลั่นแกล้ง กระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐานหรือไม่&amp;rdquo; น.ส. ทิพานัน ทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51969</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิพานัน ศิริชนะ, รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191001/image_big_5d931e4515d14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2019 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2019 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ็บหนักมาก!สาวพปชร.กางกฎหมายตบหน้า&#039;ช่อ&#039;เซ่นปมหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย 62 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ความแตกต่างกรณีการโอนหุ้นของบริษัทจำกัด (บจก.) กับ บริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (บมจ.) จากประสบการณ์ #อดีตนักกฎหมายตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย #อดีตผู้ร่างข้อบังคับตลท. #อาจารย์สอนกฎหมายหลักทรัพย์ ดังนี้ค่ะ การโอนหุ้นของบริษัทจำกัด อยู่ภายใต้บทบัญญัติมาตรา 1129 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่กรณีการโอนหุ้นของบริษัทมหาชนจำกัดนั้น อยู่ภายใต้บทบัญญัติของ มาตรา 58 ของ พรบ. บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใจความสำคัญว่า &amp;ldquo;...การโอนหุ้นนั้นจะใช้ยันบริษัทได้เมื่อบริษัทได้รับคำร้องขอให้ลงทะเบียนการโอนหุ้นแล้ว แต่จะใช้ยันบุคคลภายนอกได้เมื่อบริษัทได้ลงทะเบียนการโอนหุ้นแล้ว...&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหมายความว่าการโอนหุ้นของบริษัทมหาชนจะสมบูรณ์เมื่อนายทะเบียนของบริษัทได้จดแจ้งการโอน ซึ่งหากบริษัทมหาชนจำกัดเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือที่เรียกว่า Listed Co. แล้ว ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีปฏิบัติของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนของ Listed Co. คือ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TSD ประกอบกับการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์นั้นเป็นการซื้อขายผ่านระบบอิเลคทรอนิคส์ แบบไร้ใบหุ้น (Scriptless)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การบันทึกการซื้อขายจึงเป็นการบันทึกในระบบของ TSD ทันที ภายหลังที่มีการซื้อขายผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งการซื้อขายเปลี่ยนมือของหุ้นนั้นจึงมีผลสมบูรณ์ สามารถใช้ยันต่อบุคคลภายนอกได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ทิพานันท์ ระบุอีกว่า ในประเด็นของการส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์นั้น บริษัทมีหน้าที่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือที่เรียกว่า บมจ. 006 อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมีการประชุมสามัญประจำปี หรือที่เรียกว่าการประชุมผู้ถือหุ้น หมายความว่า บริษัทไม่จำเป็นต้องยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ซึ่งสาเหตุที่กฎหมายกำหนดเช่นนี้เพราะเนื่องจาก จำนวนผู้ถือหุ้นของบริษัท Listed Co. นั้นมีจำนวนมากหลายหมื่นหลายแสนคน และมีการซื้อขายเปลี่ยนมือกันในทุกวัน วันละหลายครั้งในตลาดหลักทรัพย์ และเพื่อให้เกิดสภาพคล่องในการซื้อขายนั่นเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหากกฎหมายจะกำหนดให้บริษัทต้องยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นให้กระทรวงพาณิชย์ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนมือแล้ว ตลาดหลักทรัพย์คงจะไม่เกิดสภาพคล่อง และไม่เป็นผลดีต่อนักลงทุนเป็นแน่แท้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ถูกยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์นั้นจึงเป็นการสรุปรายชื่อผู้ถือหุ้น &amp;quot;ในวันที่บริษัทกำหนด&amp;quot; ว่าจะมีการประชุมผู้ถือหุ้นนั่นเอง ซึ่งนักลงทุนโดยทั่วไปย่อมทราบดีว่า &amp;quot;มิใช่รายชื่อผู้ถือหุ้นที่อัพเดท&amp;quot; ดังนั้นหากต้องการตรวจสอบความเป็นเจ้าของหุ้นแล้วนั้น &amp;quot;จึงไม่สามารถตรวจสอบจากบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์เพียงอย่างเดียวได้&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของความแตกต่างระหว่างบริษัทจำกัดกับบริษัทมหาชนจำกัดนี้ เป็นเรื่องที่นักลงทุนควรรู้ค่ะ หากเป็นเรื่องเดียวกันก็ใช้มาตรฐานเดียวกันในการพิจารณา แต่หากเป็นคนละเรื่องแล้ว ก็ไม่สามารถนำบทบัญญัติของกฎหมายที่แตกต่างกันมาใช้เทียบเคียงหรือนำมาบังคับใช้กันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ไม่รู้ให้ถาม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50920</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่อ พรรณิการ์, ถือหุ้นสื่อ, ทิพานัน ศิริชนะ, รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ, อ้น ทิพานัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191001/image_big_5d931e4515d14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
