<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 08:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกศปรียา&#039;มาแล้ว!เฉ่ง&#039;ลุงตู่&#039;ยับ ผ่านมา6ปี ประเทศถอยหลังทุกด้าน ลั่นผ้าอนามัยต้องปลอดภาษี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.63- &amp;nbsp;น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา กรณีที่มีน้องๆ นักเรียน นักศึกษา คนรุ่นใหม่ออกมาชุมนุมจนกลายเป็นกระแสหลักในสังคมอย่างกว้างขวาง เพื่อเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย 3 ข้อ ได้แก่ &amp;ldquo;ต้องประกาศยุบสภา&amp;rdquo; &amp;ldquo;หยุดคุกคามประชาชน&amp;rdquo; และข้อสุดท้ายคือ &amp;ldquo;ร่างรัฐธรรมนูญใหม่&amp;rdquo; ในขณะที่คนรุ่นเก่าบางส่วนที่ไม่ชอบประชาธิปไตย ไม่ชอบความเท่าเทียม ยินดีถูกกดขี่ และอยู่ในสังคมที่ไม่เท่าเทียม แต่ตนได้รับผลประโยชน์ เกิดอาการตกใจ งง และต่อต้านแนวคิดการแก้ไขปัญหาประเทศให้เป็นสากล ลดความเหลื่อมล้ำในทุกด้าน&amp;nbsp;
ทั้งในด้านกฏหมายและการจัดสรรทรัพยากรให้เป็นธรรม กำจัดอภิสิทธิ์ชน แต่ยังคงหมกมุ่นอยู่กับวิธีการคิด แนวคิดตามกรอบที่เผด็จการวางไว้ &amp;nbsp;เป็นเด็กดีของเผด็จการ พยายามสร้างความเข้าใจผิดให้กับการเคลื่อนไหวของเยาวชน บางครั้งมีการใช้ความรุนแรงจะทำลายคุกคามความคิดที่แตกต่าง ด้วยความที่ไม่เข้าใจ วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของคนรุ่นใหม่ แต่คนกลุ่มนี้กลับไม่มีข้อโต้แย้งหรือสงสัยว่า ที่ผ่านมา 6 ปี ประเทศถอยหลังทุกด้าน เพราะกลุ่มผู้ปกครองเผด็จการทหารที่แทบจะไม่เคยตัดสินใจอะไรที่ไม่มีวาระซ่อนเร้นเพื่อผลประโยชน์ของพวกตนเอง ยากที่จะหาการตัดสินใจโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักในการตัดสินใจเป็นอันดับแรก&amp;nbsp;
นี่เป็นประเด็นสำคัญของปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยทุกวันนี้ ที่เราถูกเผด็จการปั่นหัวให้เกิดความแตกแยกเพื่อปกครองง่าย แต่สร้างผลร้ายให้ประเทศถอยหลังจนคนรุ่นใหม่มองไม่เห็นอนาคตของตนเองจึงต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่ออนาคตในวันข้างหน้า โดยมีกลุ่มคนที่เติบโตมากับยุคการสื่อสารทางเดียวที่ตกเป็นเครื่องมือให้เผด็จการที่มักจะรับฟังแนวคิดที่แตกต่างไม่ได้ ต้องการให้ทุกคนคิดเหมือนกันหมด ทำลายคนคิดต่าง ขอฝากถึงคนกลุ่มนี้ด้วยว่า ประเทศไทยเป็นของทุกคน ทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ความคิดเห็นที่แตกต่างเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์และพัฒนาประเทศ ดังนั้นอยายึดความรักชาติไว้กับตนเองฝ่ายเดียว
6 ปีที่ผ่านมา มีเรื่องใกล้ตัวมากมายที่ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนต่ำเกินมาตรฐาน หรือไม่ดีเท่าที่ควรได้รับการใส่ใจ ที่เห็นชัดเจนคือปัญหาความยุติธรรมที่ไม่เท่าเทียม ซึ่งทุกคนประจักษ์ทำให้วลีที่ว่า &amp;ldquo;คุกคือที่ขังคนจน&amp;rdquo; เป็นเรื่องจริงในสังคม ปัญหาเศรษฐกิจที่สร้างคนจนเพิ่มขึ้นหลายล้านคนมากกว่าวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ที่ลดทอนคุณภาพชีวิต รวมทั้งอย่างเรื่องผู้หญิงก็เช่นเดียวกัน &amp;nbsp;ที่เดียร์ได้เคยออกมาเสนอแนวคิดเรื่อง คุณภาพชีวิตและสุขภาพสตรี อย่างเรื่องผ้าอนามัย ว่าจัดเป็นของจำเป็นต่อชีวิตสตรี ซึ่งขาดไม่ได้ โดยเฉพาะเด็กวัยเรียนที่ไม่สามารถเข้าถึงผ้าอนามัยได้ เนื่องจากครอบครัวมีรายได้จำกัด และในช่วงที่เป็นประจำเดือนทำให้ต้องหยุดเรียนไป สูญเสียโอกาส สร้างความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;ดังนั้น หากผ้าอนามัยปลอดภาษี จะทำให้ราคาถูกลง หรือมีแจกฟรีในสิทธิบัตรทอง ก็จะไม่สร้างภาระให้กับเยาวชนที่ยากจนต้องขาดโอกาสในการเข้าถึงผ้าอนามัย โดยกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงพัฒนาสังคม ควรมีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำสิทธิขั้นพื้นฐานของสตรีในด้านนี้
จากตัวอย่างที่ทุกคนรับรู้และจับต้องได้ จะเห็นได้ว่าสิ่งพื้นฐานที่จำเป็นในชีวิตประชาชนในทุกๆด้าน ซึ่งถือเป็นความมั่นคงในการดำรงชีวิตของคนในชาติ จะถูกผู้ปกครองเผด็จการมองแบบไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าใดนัก ในทางตรงกันข้ามกลับให้ความสำคัญอย่างที่สุดในเรื่องความมั่นคงของอำนาจตนเอง ทั้งนี้หากผู้ปกครองลองคิดมุมกลับโดยมองและเน้นทำเพื่อผลประโยชน์และความมั่นคงในการดำรงชีวิตของประชาชน ซึ่งสิ่งนี้เองที่จะส่งผลต่อความมั่นคงของชาติในที่สุด ไม่ใช่คิดหาแต่วิธีจะปราบปราบประชาชนให้สยบยอม อย่างเช่นกรณีนักแสดงทำอาหารไปเลี้ยงผู้ชุมนุมมีข่าวว่าจะโดนแจ้งความจับฐานสนับสนุนการชุมนุม แล้วบอกว่าเพื่อความมั่นคงของชาติ....มันใช่หรือ?.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;



&lt;p&gt;ในช่วงเวลาที่ผ่านมา กรณีที่มีน้องๆ นักเรียน นักศึกษา คนรุ่นใหม่ออกมาชุมนุมจนกลายเป็นกระแสหลักในสังคมอย่างกว้างขวาง...&lt;/p&gt;
โพสต์โดย พรรคเพื่อชาติ: เกศปรียา แก้วแสนเมือง - Ketpreeya Kaewsanmuang เมื่อ&amp;nbsp;วันพุธที่ 23 กันยายน 2020

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78442</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง, ม็อบนักศึกษา, ยุบสภา, รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ, แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9e4bc83d43d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2020 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2020 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคเพื่อชาติย้อนถามรัฐบาลไม่ใส่ใจแก้ปัญหาเศรษฐกิจสนใจแต่ยุบพรรค </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ. นายธีรพงษ์ เผ่ากา รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า จากสถานการณ์ประเทศขณะนี้ที่ประชาชนส่วนใหญ่อยู่ในภาวะลำบากมากทางเศรษฐกิจ มีข่าวประชาชนฆ่าตัวตายเพราะพิษเศรษฐกิจต่อเนื่องตลอดมาตั้งแต่ต้นปี 2562 จนเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีข่าวฆ่าตัวตายเพราะพิษเศรษฐกิจถึง 3 ราย รายแรกเสี่ยรับเหมาก่อสร้างที่พบศพแถวสายไหม รายที่ 2 เสี่ยเต้นท์รถมือสองที่พิษณุโลกฆ่ายกครอบครัว รายที่สามพ่อค้ามังคุดรายใหญ่จังหวัดนครศรีธรรมราชผูกคอตายเพราะปัญหาหนี้สิน แต่ตนไม่เคยเห็นรัฐบาลสนใจปัญหานี้อย่างจริงจัง ไม่มีคนในคณะรัฐบาลออกมาบอกว่าจะแก้ปัญหาพิษเศรษฐกิจที่ประชาชนเลือกจบชีวิตหนีปัญหาเหล่านี้เช่นใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีแต่กระทรวงสาธารณสุขออกมาบ่ายเบี่ยงว่าคนจะฆ่าตัวตายเพราะมีปัญหาทางสุขภาพจิต อีกทั้งปัญหาการปิดโรงอุตสาหกรรมที่มีผลกระทบต่อแรงงาน ก็ไม่เห็นรัฐบาลจะกระตือรือร้นแก้ปัญหา มีแต่มาอ้างว่ามีการมาขออนุญาติเปิดใหม่ การขออนุญาติเปิดไม่ได้หมายความว่าจะมีการเปิดการผลิตจริง เช่นเดียวกับการจดทะเบียนพาณิชย์ก็มีจำนวนจดทะเบียนมากกว่าธุรกิจที่ดำเนินการจริง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการปิดโรงงานเชฟโรแลตที่ระยองมีผลกระทบต่อแรงงาน 1500 ราย กระทรวงแรงงานแทนที่จะประสานเจ้าของใหม่ให้จ้างแรงงานเก่าเข้าไปทำงานต่อ รมต.แรงงานกลับบอกว่าให้แรงงานที่ถูกเลิกจ้างหางานในกูเกิล ชาวบ้านฝากบอกว่า&amp;rsquo;ถ้ากูเกิลหางานง่ายให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ในรัฐบาลชุดนี้ลาออกให้หมดแล้วไปหางานในกูเกิล&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรพงษ์ กล่าวต่อว่า ในทางกลับกันกับข่าวการยุบพรรคการเมืองก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พอมีการตัดสินยุบพรรคการเมือง ซึ่งไม่มีประโยชน์ใดต่อประเทศเพราะมีแต่สร้างความแตกแยกชิงชังแบ่งแยกประชาชนเป็นฝักเป็นฝ่าย ทำให้ประชาชนขาดความสามัคคี ทำลายความมั่นคงของชาติ เพจนายกรัฐมนตรีที่ชอบอ้างความมั่นคงของชาติเข้ามาสู่อำนาจ ซึ่งปกติไม่ใช่เพจที่รวดเร็วว่องไวต่อสถานการณ์โพสต์ทันทีว่า &amp;lsquo;ขอให้ประชาชนเคารพคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ&amp;rsquo; เป็นการแสดงออกให้ประชาชนเห็นว่า #เรื่องการยุบพรรคการเมืองนี้เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ สนใจติดตาม และต้องการให้ประชาชนเห็นด้วยกับการยุบพรรคการเมืองที่คอยตรวจสอบพฤติกรรมรัฐบาลทหารและนายกรัฐมนตรี มากกว่าปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนส่วนใหญ่จากภาวะเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากพฤติกรรมของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่แสดงออก ประชาชนที่ตนไปเยี่ยมเยียนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า &amp;lsquo;รัฐบาลสนใจรักษาอำนาจของตนเองมากกว่าสนใจความอดอยากของประชาชน&amp;rsquo; ถึงกับมีการพูดว่า &amp;lsquo;รัฐบาลอยากให้ชาวบ้านยากจนจะได้ดิ้นรนเพื่อเลี้ยงชีพ ไม่มีเวลาตรวจสอบพฤติกรรมรัฐบาล&amp;rsquo; แต่คำถามที่ชาวบ้านฝากตนมาถามรัฐบาลมากที่สุดคือ &amp;lsquo;ระหว่างความเดือดร้อนของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศทางเศรษฐกิจกับการยุบพรรคการเมืองเพื่อรักษาอำนาจรัฐบาลอะไรเร่งด่วนและสำคัญกว่ากัน&amp;rsquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57916</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ, ธีรพงษ์ เผ่ากา, ยุบพรรคการเมือง, รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190225/image_big_5c7404d323042.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2019 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2019 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เพื่อชาติ&quot; ชี้รัฐบาล &quot;ประยุทธ์&quot;ตกอยู่ในสภาวะ “จำใจยอม” พรรคเล็กคุมเกม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 8 ธ.ค. นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ ทั้งทางด้านการเมือง และเศษรฐกิจ กล่าวคือ เกิดปรากฏการณ์ที่พรรคเล็กมีอำนาจต่อรอง มีมูลค่าทางการเมืองสูง อันเป็นผลมาจากรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ ซึ่งนอกจากไม่เพียงมีเสียงปริ่มน้ำ แต่ยังมีความหลากหลายของพรรคการเมือง และความต้องการที่แตกต่างกัน ซึ่งอย่าลืมว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนักการทหาร ไม่ใช่นักบริหาร หรือนักการเมือง จึงขาดประสบการณ์ทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการความต้องการของพรรคร่วมรัฐบาลได้อย่างลงตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งบางพรรคที่มีทั้งความเก๋า ความเก่า และความเขี้ยวทางการเมืองด้วยแล้ว ดังนั้นจึงทำให้เราเห็นปรากฏการณ์การต่อรองที่เกิดขึ้นทั้งก่อนและหลังการจัดตั้งรัฐบาล และตามมาด้วยการโหวตสวนทางกับพรรคร่วมรัฐบาลของสมาชิกบางพรรค รวมทั้งปรากฏการณ์สภาล่มบ่อยครั้ง จนในที่สุดรัฐบาลก็ต้องแก้ปัญาหาด้วยการจัดดินเนอร์มื้อค่ำพูดคุยกับพรรคร่วม และจำเป็นต้องดึงพรรคเล็กพรรคจิ๋วเสริมทีมรัฐบาล แม้พรรคเหล่านี้จะยอมเสียจุดยืนทางการเมืองของตนเอง ที่ครั้งหนึ่งเคยประกาศเป็นฝ่ายค้านอิสระก็ตาม ดังนั้น ตนมองว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ในขณะนี้ตกอยู่ในสภาวะ &amp;ldquo;จำใจยอม&amp;rdquo; ต่อพรรคเล็ก เพราะทุกเสียงมีค่ามีความหมายต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของรัฐบาล อะไรที่รัฐบาลยอมพรรคเล็กได้ก็คงต้องยอม ขณะที่พรรคเล็กเองก็อยู่ในภาวะ &amp;ldquo;จำใจตาม&amp;rdquo; เช่นกัน เพราะต่อให้ต้องเสียอุดมการณ์และจุดยืนทางการเมืองก็คงถอยไม่ได้ เพราะถ้าถอยคงไม่เกิดประโยชน์และได้อะไร สู้เป็นฝ่ายรัฐบาลมีตำแหน่งแห่งที่คงจะดีกว่า เพราะฉะนั้นจากนี้ต่อไปหากรัฐบาลยังคงรักษาระดับมาตรฐานอย่างคงเส้นคงวาของการเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำไว้ได้ ตราบนั้นก็คงไม่มีหลักประกันอะไรที่จะทำให้รัฐบาลเดินหน้าบริหารประเทศได้ต่อไปจนครบวาระ และเราคงจะได้เห็นปรากฏการณ์อภินิหารตำนานงูเห่ายุคใหม่ที่มีรูปแบบและวิธีการแตกต่างจากอดีต ในสภาต่อไปอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรยุศด์ กล่าวอีกว่า ปัญหาเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของประเทศในขณะนี้ ตนถือว่ามีความสำคัญมากที่สุดเหนือสิ่งอื่นใด เพราะส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง ดังนั้นตนจึงอยากแนะนำ พล.อ.ประยุทธ์ หาคนใหม่ที่เก่ง และเป็นคนดี มี ประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ เข้ามาแก้ไขปัญหา เพื่อเรียกคืนศรัทธา ความเชื่อมั่น และความหวังใหม่ๆให้กับประชาชนได้แล้ว เพราะจากผลงาน 5 ปี ที่ผ่านมาย่อมเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนแล้วว่า ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลปัจจุบันไม่สามารถแก้ไขปัญหาและความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของประเทศได้ และแม้ส่วนตัวตนจะมีความเห็นต่างทางการเมืองกับรัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ตนก็อยากเห็นรัฐบาล และ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจ นำพาบ้านเมืองเดินหน้าต่อไป เป็นความหวัง ความศรัทธา และเป็นที่พึ่งของประชาชนทั้งประเทศได้ เพราะต่อให้รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำแต่ถ้าเศรษฐกิจดี ประชาชนอยู่ดีกินดีย่อมจะไม่ใช่ปัญหา ตรงกันข้ามจะเป็นเกราะคุ้มครองให้รัฐบาลได้เป็นอย่างดี ดังนั้น ตนมองว่ายังไม่สาย ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ จะเข้าใจและรีบแก้ไขในจุดนี้ เพราะถ้าหากเศรษฐกิจของประเทศพังลง และต่อให้ พล.อ.ประยุทธ์รับผิดชอบด้วยการยุบสภา หรือลาออกก็คงไม่คุ้ม เพราะอย่าลืมว่าต้นทุนทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลย่อมไม่มีค่ามากพอที่จะมาชดเชย เมื่อเทียบกับความสูญเสียที่มีต่อเศรษฐกิจ และประชาชนทั้งประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52003</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รยุศด์ บุญทัน, รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d26a26ab9077.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2019 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2019 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.พรรคเพื่อชาติเตือนประชาชน &#039;อย่าหูเบา&#039; หลงเชื่อข่าวส.ส.ฝ่ายค้านหันซบรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.62 - ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกรณีกระแสข่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ต้องการ จำนวน ส.ส.ฟากรัฐบาลให้ได้เกิน 270 เสียง เพื่อแก้ปัญหารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ว่า รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำที่ประกอบด้วยพรรคการเมืองจำนวนมาก เป็นธรรมดาที่จะก่อให้เกิดปัญหาและการต่อรองมากมาย ดังที่เราก็ได้เห็นมาแล้วหลายๆกรณี ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ก็เกิดจากการแบ่งผลประโยชน์ไม่ลงตัว เมื่อเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาลเกิดจากผลประโยชน์ตัวเองเป็นหลัก ก็ย่อมจะเกิดปัญหาและส่งผลกระทบต่อรัฐบาลเป็นธรรมดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.รยุศด์ &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า ขณะที่ ส.ส.ฟากฝ่ายค้าน เมื่อเลือกแล้วว่าจะยืนอยู่ข้างประชาชน ก็ควรเห็นแก่ผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ตนก็ขอยึดมั่นในอุดมการณ์อย่างมั่นคง อย่าหวั่นไหวกับผลประโยชน์หรือข้อเสนอใดๆ แต่อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าเป็นเรื่องยากหากจะมี ส.ส. บางคนเปลี่ยนใจไปซบอกรัฐบาล ขอพี่น้องประชาชนอย่าหูเบา หากสิ่งใดไม่ออกจากปากเจ้าตัวเองก็อย่าเพิ่งเชื่อ อย่าสรุปไปตามนั้น เพราะหากเกิดขึ้นจริง ส.ส.เหล่านั้นก็ต้องรับชะตากรรมทางการเมืองของตน เพราะถือเป็นการทำผิดหลักการ และคำพูดที่เคยสัญญาไว้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวอีกว่า จำนวน ส.ส. ไม่ใช่ตัวชี้วัดเสถียรภาพและอายุรัฐบาลเพียงอย่างเดียว ยังมีอีกหลายปัจจัย ดังนั้นอายุของรัฐบาล จะสั้น จะยาวอยู่ที่ผลงานและการสนับสนุนของประชาชาชน ไม่ใช่เพราะผลจากพลังดูด แม้ดูดได้มีปริมาณแต่ไร้คุณภาพก็ช่วยค้ำจุนรัฐบาลได้ยาก ดังที่เราเห็นคุณภาพของ ส.ส.พรรครัฐบาลบางคน ที่มีพฤติกรรมที่ทำเอาประชาชนรู้สึกอายที่มี ส.ส.เช่นนี้มาแล้ว ซึ่งตนก็ขอฝากไปยังรัฐบาลให้ตั้งใจทำหน้าที่บริหารประเทศแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน สร้างผลงาน ดีกว่าเอาเวลาไปสนใจเรื่องอื่นๆ เพราะถ้าหากรัฐบาลทำได้ดี ย่อมจะเป็นสิ่งที่รับประกันความมั่นคงของรัฐบาลได้ดีที่สุด มากกว่าการมีปริมาณ ส.ส.จำนวนมาก แต่ไร้ซึ่งคุณภาพและผลงาน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44015</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคฝ่ายค้าน, พรรคร่วมรัฐบาล, พรรคเพื่อชาติ, รยุศด์ บุญทัน, รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190819/image_big_5d5a082c8a969.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43727</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2019 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2019 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เด็กเพื่อชาติ&#039;หนุนภาคประชาชนยกทัพหน้าชูธงเขียวแก้รัฐธรรมนูญ สร้างแรงกดดันรัฐบาล-สว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.62 - ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ช่วงนี้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของพี่น้องประชาชน ค่อนข้างจะหนักมาก ขนาดที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ถึงกับออกมายอมรับเองว่า เรามีปัญหาพอสมควรในด้านเศรษฐกิจของเรา &amp;nbsp;ซึ่งเป็นครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรียอมรับเช่นนี้ แม้ประชาชนทั่วไปจะรับรู้ และสัมผัสกับปัญหาเศรษฐกิจมาก่อนหน้าและมีแนวโน้มหนักขึ้นเรื่อยๆ ตลอด5ปี และอาจจะเลวร้ายที่สุดในช่วงปัจจุบันนี้ แม้เราจะมีรัฐบาลประชาธิปไตยแล้ว แต่ก็มาจากประชาธิปไตยที่เจือจาง คณะทำงานส่วนหนึ่งก็เป็นคนเดิม โดยเฉพาะผู้นำ แล้วประชาชนเราจะหวังอะไรได้ นอกจากพยายามช่วยเหลือตัวเอง แม้เราจะมีคณะทำงานฝ่ายค้านที่ขยันขันแข็ง พยายามทำงาน หาทางช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.รยุศด์ ระบุต่อว่า แต่อย่างไรก็ตาม หน้าที่ในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลอยู่ดี ที่จะเป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ซึ่งด้วยกับดักหลายอย่างในรัฐธรรมนูญ ก็ส่งผลต่อการทำงานของรัฐบาลเป็นอย่างมาก ด้วยตอนที่เขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาเป้าหมาย คือ กันพรรคบางพรรคเข้ามามีอำนาจ หรือหากเข้ามาได้ก็ทำงานลำบาก ซึ่งก็สำเร็จตามเป้าหมาย พวกท่านเองได้กลับเข้ามาทำงานเช่นเดิม เขียนกติกากันคนอื่นอย่างไร ตัวเองเข้ามาทำงานก็ลำบากเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามตนเองก็ขอให้กำลังใจ ขอให้ตั้งใจทำงานแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนต่อไป พร้อมๆ กับเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้น จากกับดักในรัฐธรรมนูญด้วย ก่อนปัญหาจะลุกลามไปมากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.รยุศด์ กล่าวอีกว่า ตนเองอยากเสนอแนะทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล หรือประชาชน เรามาร่วมมือกันออกจากกับดักความขัดแย้ง ด้วยการร่วมมือกัน แก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ หากเราสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ ประโยชน์ทั้งหมดจะเป็นของทุกคน ทุกฝ่าย รวมถึงประเทศชาติ รัฐบาลก็จะทำงาน แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ง่ายขึ้น วิน วิน ทุกคน เพราะฉะนั้นแล้ว ข้ออ้างเรื่องแก้ไขปัญหาปากท้องก่อน ค่อยมาดูเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ที่นายกรัฐมนตรีเคยพูดไว้ ตนเองคิดว่า สามารถทำไปพร้อมๆ กันได้ เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นหน้าที่ของรัฐสภา ส่วนการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ไม่กระทบอะไรกันเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ ระบุด้วยว่า อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลไม่เอาด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ก็เป็นเรื่องยากและเป็นไปไม่ได้เลย และอย่าลืมว่าก็ต้องใช้เสียง ส.ว. ถึง 1 ใน 3 ให้ความเห็นชอบด้วย ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ดังนั้น หากจะรอความหวังจากฝ่ายการเมืองคงจะปิดประตูไปได้เลย ตนเองจึงเห็นเพียงโอกาสและความหวังเพียงอย่างเดียว คือ ภาคประชาชน ที่จะต้องเป็นผู้นำในการทำเรื่องนี้ เพื่อสร้างพลังและแรงกดดันไปยังฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะรัฐบาล และ ส.ว. ทั้ง 250 คน ในการชูธงเขียวเพื่อนำพาประเทศออกจากกับดักความขัดแย้ง คืนประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับมา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43727</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อชาติ, การแก้รัฐธรรมนูญ, ดร.รยุศด์ บุญทัน, รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190819/image_big_5d5a082c8a969.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2019 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2019 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กจตุพรปลุกผีม.44 คสช.ไม่มีวันตายแฝงร่างกับประชาชนจนกว่าจะแก้รธน.ทำลายผลพวงรัฐประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.62- ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ แสดงความยินดีกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ที่จะเข้าถวายสัตย์ในวันนี้ (16 ก.ค.) ในที่สุดประเทศไทยก็จะได้มีครม.มาบริหารประเทศ แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนเสียที หลังผ่านเลือกตั้งมาแล้วกว่า 4 เดือน ถือได้ว่าเป็นการตั้งครม.ที่นานที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่เคยมีมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หลังมี ครม. ทุกคนคงคิดว่า ประเทศเราจะสิ้นสุดการใช้มาตรา 44 เสียที แต่ไม่ใช่เลย การมีอยู่ของ คสช.กว่า 5 ปีนี้ คงไม่จบลงง่ายๆ กว่าจะได้เข้าสู่อำนาจ กว่าจะรักษาอำนาจได้ จนกระทั่งกว่าจะได้รัฐบาลใหม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในสมัยที่สองไม่ใช่เรื่องง่าย การมีอยู่ของเครื่องมือบริหารอำนาจ จะคงอยู่ต่อไปอย่างแน่นอน ด้วยการเปลี่ยนรูปแบบ แปลงร่างวิธีการใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ค่อนข้างชัดเจน และ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ที่มีการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 51/2560 แก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหา ปรับโอนหน้าที่ของ คสช. ให้กับ กอ.รมน. โดยมีการจัดโครงสร้างไว้รองรับแล้ว โดยการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ขยายคำจำกัดความของการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรให้รวมถึงอาชญกรรมปกติที่เคยอยู่ในอำนาจของตำรวจ รวมถึงอำนาจเรียกตัวบุคคลมาควบคุมตัวในรูปแบบของการมาให้ข้อมูลคล้ายกับอำนาจของคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ที่ให้อำนาจทหารสามารถเรียกบุคคลมาเพื่อสอบถามข้อมูลหรือให้ถ้อยคำ หากยังสอบถามไม่แล้วเสร็จสามารถควบคุมตัวบุคคลนั้นไว้ได้ไม่เกิน 7 วัน ดังที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก็ได้เพิ่งกล่าวถึงไปเมื่อวานนี้ (15 กค.)
&amp;nbsp;
ดร.รยุศด์ กล่าวอีกว่าขอเตือนความจำไว้เพียงแค่นี้ ขอให้พี่น้องประชาชน พี่น้องสื่อมวลชน อย่าลืมม.44 จบไป คสช.จบไป แต่ คสช.ไม่มีวันตาย จะคงแฝงร่างอยู่กับพี่น้องประชาชน จนกว่าเราจะสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำลายผลพวงของการรัฐประหารได้ แม้เป็นเรื่องที่ยาก แต่หากเราร่วมมือกัน เผด็จการไม่มีทางต้านทานกระแสประชาชนได้อย่างแน่นอน และที่สำคัญเรามาคอยดูกันว่าหากไม่มีเครื่องมือสำคัญอย่าง ม.44 แล้ว รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะจัดการและบริหารประเทศภายใต้รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำที่มีพรรคร่วมมากมายขนาดนี้ได้นานแค่ไหนอย่างไร น่าสนใจติดตามอย่างยิ่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41095</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ดร.รยุศด์ บุญทัน, ม.44, รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ, สืบทอดอำนาจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190716/image_big_5d2d32372d2cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2019 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2019 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อชาติ&#039; ขอ ครม.ชุดใหม่พิสูจน์ผลงาน หากเกิดปัญหานายกฯต้องรับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.62 - นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.)ชุดใหม่ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในสมัยที่ 2 ว่า ตนขอแสดงความยินดีกับ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลที่ในที่สุดก็สามารถตั้ง ครม.ได้เสียที หลังจากผ่านเวลานานพอสมควร หวังว่าจะเป็นถูกใจบรรดาพรรคร่วมรัฐบาล และคนในพรรคพลังประชารัฐเอง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สังคมก็เริ่มมีการตั้งคำถามถึงคุณสมบัติ ประวัติและภูมิหลังของรัฐมนตรีหลายคน บางส่วนก็บอกว่าเป็น ครม. ต่างตอบแทนทางการเมืองบ้าง แต่ในเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนเลือก เป็นคนตั้งรัฐมนตรีเหล่านี้มาด้วยตัวเอง ไม่ว่ารัฐมนตรีเหล่านี้อดีตจะเคยทำอะไรมาหรืออนาคตจะทำอะไร ก็ถือเป็นความรับผิดชอบสูงสุดของ พล.อ.ประยุทธ์ และเหนือสิ่งอื่นใดตนก็ขอเตือน พล.อ.ประยุทธ์ ให้ควบคุมรัฐมนตรีของตัวเองให้ดี ให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก มิใช่เข้ามากอบโกยเพื่อประโยชน์ของตนเองและพรรคพวก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรยุศด์ กล่าวต่อว่า จากนี้ไปตนขอให้รัฐบาล และฝ่ายค้านใช้โอกาสที่ได้รับจากประชาชน แข่งขันกันทำงานอย่างสร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ใช้เวทีสภาในการแก้ไขและสะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชน พิสูจน์ตัวเองอย่าให้เป็นเหมือนสภาในอดีตที่มุ่งแต่จะโจมตี เอาชนะคะคานและเล่นเกมการเมืองเพียงอย่างเดียว จะต้องมีน้ำใจนักกีฬา และมีสปิริตทางการเมือง เพื่อสร้างบรรทัดฐานและวัฒนธรรมทางการเมืองใหม่ ที่สำคัญต้องจัดการปัญหาการเมืองกันให้จบในสภาฯ ตามกลไกในระบอบประชาธิปไตย ตนขอให้ พล.อ.ประยุทธ์เข้าใจในเรื่องนี้ให้ดี รวมถึงนักการเมืองคนอื่นๆด้วย เหมือนกับเกมกีฬา ต้องรู้จักแพ้ รู้จักชนะ และรู้จักอภัย การเมืองก็เช่นกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40685</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.ชุดใหม่, นายรยุศด์ บุญทัน, รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d26a26ab9077.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
