<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110396</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองโฆษกเพื่อไทย ยันรัฐบาลล้มเหลว พรากชีวิตคนไทยไปแล้วเกือบ 4,000 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.64- &amp;nbsp;นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เดินหน้าฉีดวัคซีนสลับยี่ห้อคือซิโนแวคและแอสตราเซเนกาเป็นวัคซีนหลัก ซึ่งทำให้ต้องใช้ซิโนแวคมากถึงเดือนละ 4-5 ล้านโดส และแอสตราเซเนกาเดือนละ 5-6 ล้านโดสไปจนถึงสิ้นปีนี้ จากเดิมที่เพิ่งจะอนุมัติสั่งซื้อซิโนแวคเพิ่มไปอีก 10.9 ล้านโดส &amp;nbsp;เหตุใด ศบค.จึงยังดื้อดึงเดินหน้าหาวิธีการสั่งซื้อวัคซีนที่มีประสิทธิภาพด้อยกว่ายี่ห้ออื่นเข้ามาท่ามกลางเสียงคัดค้านของประชาชน หรือแท้จริงแล้วเป็นการเล่นละครตบตาเพื่อหาทางลงให้กับเครือข่ายพวกพ้องที่มีผลประโยชน์กับการสั่งซื้อซิโนแวคหรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชนินทร์ กล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นมากกว่าในตอนนี้คือ รายละเอียดในสัญญาจัดซื้อไฟเซอร์จำนวน 20 ล้านโดสที่กระทรวงสาธารณสุขอ้างว่าเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว เพราะทุกวันนี้ประชาชนไม่สามารถเชื่อถือคำพูดใดๆของรัฐบาลได้อีก และแผนการทำงานเชิงรุกที่ทำให้การล็อกดาวน์ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย จึงอยากเสนอให้รัฐปรับเปลี่ยนสถานที่ราชการ ที่มีคำสั่ง work from home ตั้งจุดย่อยสำหรับตรวจเชื้อโควิด-19 ด้วย Rapid antigen test และจุดฉีดวัคซีนกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆอย่างครอบคลุม โดยประสานความร่วมมือจากภาคประชาชนรับสมัครบุคลากรช่วยตรวจเชื้อเชิงรุก เพื่อลดความหนาแน่นของจุดบริการต่างๆ ลดการเดินทาง และแยกผู้ป่วยออกจากบ้านให้ได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การบริหารจัดการโควิดที่ล้มเหลว พรากชีวิตคนไทยไปแล้วเกือบ 4,000 คน ปล่อยให้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนตกอยู่ในภาวะเครียดจนต้องจบชีวิต &amp;nbsp;งานศพผู้ติดเชื้อถูกจัดขึ้นโดยไร้ญาติขาดมิตรร่วมงาน พลเอกประยุทธ์ ควรยุติบทบาท หยุดทำงาน เพื่อชาติได้แล้ว&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายชนินทร์กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110396</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ร, รองโฆษกพรรคเพื่อไทย, วัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f63f6a8a385.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองโฆษกเพื่อไทยถาม&#039;บิ๊กตู่&#039;ได้ยินเสียงประชาชนร่ำไห้บ้างหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.64- &amp;nbsp; นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงแนวทางการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากข้อกำหนดตามมาตรการ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 25 ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ ผอ.ศบค. เตรียมนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ในวันนี้ว่า &amp;nbsp;มาตรการที่ออกมาผ่านกระบวนการคิดที่ไม่รอบด้าน ไม่ทันการณ์ และเลือกปฏิบัติ จึงมีความกังวลว่าจะสร้างความเหลื่อมลํ้าให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบอีกหลายกลุ่ม เพราะครั้งนี้รัฐบาลเยียวยากลุ่มลูกจ้างและนายจ้าง เพียง 3 กลุ่มธุรกิจ คือ 1.ธุรกิจก่อสร้าง 2.ที่พักแรม และ 3.กิจกรรมด้านอาหาร ศิลปะบันเทิงและนันทนาการ ในพื้นที่ 6 จังหวัด กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยไม่ระบุประเภทของธุรกิจและแรงงานให้ชัดเจน สร้างความคลางแคลงใจให้กับประชาชนที่สิ้นหวังและยังไม่เคยได้รับเงินเยียวยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงอยากให้พลเอกประยุทธ์ และคณะรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงให้ชัดเจน และอย่าละทิ้งผู้ประกอบการและแรงงานกลุ่มร้านนวด สปา คลินิกเสริมความงาม ฟิตเนสเซนเตอร์ รวมถึงผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีนายจ้างอนุมัติรับรอง เช่น นักดนตรีอิสระ และแรงงานต่างด้าว ธุรกิจก่อสร้างรายเล็กที่ไม่สามารถส่งงานได้ตามกำหนด รวมทั้งต้องพิจารณาเยียวยาธุรกิจในจังหวัดอื่นๆ ที่มีการระบาดหนักเช่นกันด้วย &amp;nbsp;ซึ่งทั้งหมดถือเป็นหัวใจของธุรกิจภาคบริการ และเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ หลายกลุ่มได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจชะลอตัวก่อนที่จะเกิดการระบาดของโควิด ต่อเนื่องจนมาถึงการระบาดทั้ง 3 ระลอก ทำให้หลายธุรกิจล้มหายตายจากไปนับไม่ถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ความเสียหายของผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชน ล้วนเกิดจากการบริหารที่ล้มเหลว ผิดพลาดและมีราคาที่ต้องจ่าย ทั้งที่ต้นทางของการระบาดทั้ง 3 ระลอก ความผิดไม่ได้มาจากประชาชน แต่ตอนนี้พวกเขากลับเป็นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ของประเทศที่ได้รับความลำบากอย่างแสนสาหัส &amp;nbsp;การจะออกมาตรการเยียวยาใดๆ ต้องทำอย่างทั่วถึง ทันการณ์ และเท่าเทียม เมื่อกู้มาแล้วต้องจ่ายให้ถึงมือประชาชนด้วย ผมอยากถามพลเอกประยุทธ์ เหลือเกินว่าท่านเคยได้ยินเสียงประชาชนร่ำไห้บ้างหรือไม่&amp;quot; &amp;nbsp;นายชนินทร์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108012</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ, พลเอกประยุทธ์, รองโฆษกพรรคเพื่อไทย, เยียวยา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608e0479284fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มแล้วเพื่อไทยซักฟอกงบ65ละทิ้งประชาชน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.2564 - นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการจัดทำงบประมาณประจำปี 2565 ว่า เป็นการจัดทำงบประมาณที่ละทิ้งประชาชน ไม่สนใจสถานการณ์ปัจจุบันโดยสิ้นเชิง สังเกตได้จาก งบกลาง ที่ตั้งไว้สูงถึง 5.7 แสนล้านบาท แม้จะปรับลงจากปี 64 เล็กน้อย แต่ยังถือว่าเป็นงบที่มากเป็นอันดับ 1 ของงบประมาณทั้งหมดติดต่อกันเป็นปีที่ 3 นับตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี อีกทั้งยังตัดงบสำรองฉุกเฉินค่าใช้จ่ายในการบรรเทาหรือแก้ปัญหาจากการระบาดของโควิด-19 ภายในงบกลางออกทั้งหมด ทั้งที่สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยังอยู่ในขั้นวิกฤต และในปีงบประมาณ 2563 - 2564 &amp;nbsp;ก็เคยกันงบส่วนดังกล่าวสำรองไว้หลายหมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เมื่อมาดูภาพรวมของงบกลางในปีงบประมาณ 2565 ค่าใช้จ่ายที่ใช้กับส่วนราชการมีสัดส่วนสูงกว่าทุกปี คิดเป็นเกือบ 85% เหลืองบไว้ใช้กับประชาชนในยามฉุกเฉินน้อยมาก แตกต่างจากรัฐบาลชุดก่อนหน้าที่มีการใช้งบกลางเพื่อประชาชนหรือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจเป็นส่วนใหญ่ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารงานที่ไร้ประสิทธิภาพและไม่สนใจประชาชน ดังเป็นที่ประจักษ์มายาวนานตลอด 7 ปี สอดคล้องกับข้อมูลของ ดร.กิตติ ลิ่มสกุล นักวิชาการเศรษฐมิติระดับโลก ที่ได้ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการทำรัฐประหารรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปี 2562 ไว้ คิดเป็นมูลค่าถึง 3.19 ล้านล้านบาท โดยยังไม่รวมความเสียหายที่เกิดจากความบกพร่องของรัฐบาลในการควบคุมการระบาดของโควิด-19 อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การจัดทำงบประมาณปี 65 ของ พล.อ.ประยุทธ์ แสดงออกว่าไม่แคร์ประชาชนอย่างชัดเจน หากปล่อยให้บริหารต่อมีแต่จะสร้างความเสียหายให้ประเทศ พรรคเพื่อไทยขอให้ทุกคนร่วมจับตาการอภิปรายงบประมาณรอบนี้ และขอเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลเลิกเป็นนั่งร้านให้นายกฯ ที่ไร้ประสิทธิภาพ ขาดวิสัยทัศน์แล้วกลับตัวกลับใจมาอยู่ข้างประชาชน&amp;rdquo;นายชนินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104228</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจัดทำงบประมาณ 2565, นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ, พท., ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, รองโฆษกพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608e0479284fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 08:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039;อัดเละระบบ &#039;หมอพร้อม&#039;ล่ม จวกรัฐบาลผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค. 2564 นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่สังคมออนไลน์ได้สะท้อนปัญหาการลงทะเบียนรับวัคซีนผ่านระบบ หมอพร้อม เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น ถือเป็นอีกครั้งที่รัฐแสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการที่ไม่มีความพร้อมเหมือนชื่อของระบบที่ตั้งไว้ &amp;nbsp;เนื่องจากระบบไม่สามารถรองรับการใช้งานพร้อมกันจำนวนมากได้ ซึ่งเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกในหลายโครงการของรัฐ &amp;nbsp;สร้างความเบื่อหน่ายและเพิ่มภาระให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก ยิ่งในขณะนี้ที่ประชาชนผู้สูงอายุในหลายพื้นที่ มีปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นในการรับวัคซีนอยู่แล้ว การจัดการยิ่งต้องแม่นยำและสร้างความมั่นใจ จึงอยากเสนอแนะรัฐบาลให้ปรับแผนการฉีดวัคซีนใหม่ ดังนี้
1.ประกาศให้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อดึงทุกภาคส่วนมาร่วมกันประชาสัมพันธ์
2.เปิดลงทะเบียนเป็นการทั่วไปสำหรับคนทุกกลุ่ม
3.นำข้อมูลทั้งหมดมาแยกกลุ่มที่ต้องฉีดก่อนหลัง ตามลำดับความสำคัญที่ได้วางแผนไว้ หากยังไม่ถึงคิวให้ขึ้นสถานะเป็น &amp;ldquo;รอนัดหมาย&amp;rdquo;ไว้
4.วางแผนการกระจายวัคซีน เตรียมสรรพกำลังให้พร้อม ทั้งสถานที่และบุคลากรในการฉีด
5.ติดตามผลหลังการฉีดจากระบบที่ลงทะเบียนไว้
6.เรียกกลุ่มถัดไป มาฉีดตามลำดับ โดยส่งแจ้งเตือนไปยังผู้ที่ต้องการฉีดในระบบได้เลย
รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลนำฐานข้อมูลประชาชนที่มีอายุมากกว่า 60ปี หรือผู้มีโรคประจำตัว 7 โรคเสี่ยง ซึ่งมีอยู่ในระบบอยู่แล้ว นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ด้วยการประชาสัมพันธ์เชิงรุก ไม่ต้องรอให้ประชาชนลงทะเบียนข้อมูลเดิมบ่อยครั้งเหมือนอยู่ในประเทศที่ไม่รู้จักคำว่าเทคโนโลยี หากยังคิดจัดการแบบราชการในอดีต ยืนอยู่ตรงข้ามกับความเป็นมืออาชีพ จะมีกลุ่มเสี่ยงที่ตกหล่นจากการลงทะเบียนอีกจำนวนมาก &amp;nbsp;และอาจไม่สามารถคลี่คลายสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101457</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ, รองโฆษกพรรคเพื่อไทย, วัคซีนโควิด, หมอพร้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608e0479284fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2020 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2020 14:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยสงสัยรัฐบาลไม่เลิกพรก.ฉุกเฉินเพราะมีวาระซ่อนเร้น ขวางจัดงานสลายม็อบเผาบ้านเผาเมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.63- &amp;nbsp;นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน โดยทันที เพราะสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ในวันนี้ ความเดือดร้อนของประชาชน ยิ่งกว่าการควบคุมโรค เหตุเพราะ ไม่สอดคล้องกับการผ่อนปรนของศบค. เช่น มาตรการผ่อนปรนระยะที่สอง ที่จะมีการเปิดห้าง แต่เวลาปิดห้างเวลาประมาณ22.00น. ซึ่งเป็นเวลาของคนที่ไปห้าง พนักงานที่เลิกงานแล้วเดินทางกลับ ซึ่งตรงกับกับเวลามาตรการเคอร์ฟิว เป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะประชาชนได้รับความเดือดร้อน สถานการณ์ขณะนี้พรบ.โรคติดต่อ ที่ใช้ถือว่าเอาอยู่ ได้ให้อำนาจหน้าที่ มีบทกำหนดโทษ เพียงพอต่อการควบคุมแพร่ระบาดแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่รัฐบาลยังใช้พรก.ฉุกเฉินอยู่ จึงนำมาสู่ความสงสัยว่า รัฐบาลมีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ วันที่ 19พ.ค.จะครบรอบ 10ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมบริเวณราชประสงค์ ส่งผลต่อความกังวลต่อผู้อำนาจหรือไม่ การคงพรก.ฉุกเฉิน เป็นเพียงเพื่อการยืดเวลา ต่อเวลาให้รัฐบาล เพราะไม่ต้องการให้มีการเคลื่อนไหวทางสังคมหรือไม่ นอกจากนี้เราไม่เห็นด้วยกับการทำโพล์ว่าจะยกเลิกหรือไม่ยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน ซึ่งน่าจะมีเจตนาแอบแฝง เป็นการซื้อเวลา ต่ออายุพรก.ฉุกเฉินเท่านั้น เพราะประชาชนส่วนใหญ่ อยากให้ยกเลิก รวมทั้งการทำโพล์ ถ้าให้กอ.รมน.ทำ อาจไม่น่าเชื่อถือ เพราะเป็นการทำเพื่อเอาใจ ทำตามคำสั่ง น่าจะถึงคราวยกเลิก ผ่อนปรน ให้ประชาชนได้ใช้ชีวิตปกติ ทำมาค้าขายต่อไปได้แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65720</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครบ 1 0ปี ราชประสงค์, ชุมสาย ศรียาภัย, พรก.ฉุกเฉิน, รองโฆษกพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5eba534307685.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2019 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2019 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจี๊ยบ&#039;เท้าสะเอวด่า&#039;บิ๊กตู่&#039;แค่แจงกมธ.ทำเหมือนจะเป็นจะตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ย.62-ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เห็นภาพกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ ซีกรัฐบาล วิ่งพล่านทำทุกอย่างเพื่อปกป้องมิให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ต้องมาตอบคำถามคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ ที่สภาผู้แทนราษฎร แล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ถ้าเป็นเรื่องความเดือดของชาวบ้านธรรมดาๆ &amp;nbsp;แล้วบรรดาผู้แทนราษฎรทั้งหลายจะออกแรงเพื่อปกป้องกันสุดใจถึงขนาดนี้หรือไม่ ซึ่งหาก ส.ส. เหล่านี้ แบ่งพลังสักครึ่งหนึ่งที่ใช้ในการปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ แล้วเอาพลังงานตรงนั้นไปใช้ในการเรียกร้องความถูกต้องให้ประชาชน ประเทศไทยก็คงจะเจริญกว่านี้มาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เรื่องการเข้าให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ นั้น อันที่จริงไม่ใช่เรื่องใหญ่โต คณะกรรมาธิการ เขาแค่เชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาตอบคำถามที่สภา ไม่ได้เรียกมาเข้าคุกสักหน่อย ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ คิดว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด ก็ไม่เห็นต้องกลัวอะไร รัฐมนตรีคนอื่นๆ เขาก็เคยเดินทางเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ กันเป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้ ในห้องประชุม ก็มีทั้ง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ และ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ คอยปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ ทำไม พล.อ. ประยุทธ์ ต้องกลัวขนาดนี้ จนทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ ชอบบอกว่าเลือกตั้งช้า แล้วจะเป็นจะตายกันหรือไง ก็ขอถามกลับว่า กะอีแค่เดินมาตอบคำถามที่สภา ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ ต้องทำเหมือนจะเป็นจะตายด้วย ดังนั้น ทางออกง่ายๆ ของเรื่องนี้ ก็แค่ พล.อ.ประยุทธ์ นั่งรถมาที่สภาเท่านั้น ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ เลิกทำตัวมีปัญหา และยอมรับการตรวจสอบ ผู้ใหญ่ในประเทศหลายๆ ท่านก็จะได้ไม่ต้องวุ่นวายมาช่วยจนเสียหลักการกันไปหมด แถมยังอาจช่วยทำให้ พล.อ ประยุทธ์ ดูดีขึ้น ว่าขนาดเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ก็ยอมลดทิฐิเพื่อไม่ให้บ้านเมืองวุ่นวายด้วย อย่าทำให้ผู้ใหญ่หลาย ๆ คนในประเทศนี้ต้องควักต้นทุนทางสังคมเพื่อปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50401</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ร.ต.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง, รองโฆษกพรรคเพื่อไทย, หมวดเจี๊ยบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181127/image_big_5bfcf64155b39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2019 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2019 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทย ป้องนักวิชาการ ระบุกองทัพภาคที่ 4​ กลั่นแกล้งทางการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 ต.ค. 262 นายชุมสาย​ ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าจากกรณีที่​ พล.ต.บุรินทร์​ ทองประไพ​ รับมอบอำนาจจากแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ให้แจ้งความร้องทุกข์ต่อ พนักงานสอบสวน​ สภ.เมืองปัตตานี &amp;nbsp;ดำเนินคดีกับ &amp;nbsp;แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน และ &amp;nbsp;นักวิชาการ รวม 12 คน &amp;nbsp;ที่ได้ไปเปิดเวทีเสวนา พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่ &amp;nbsp;ที่ลานวัฒนธรรม &amp;nbsp;จังหวัดปัตตานีในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 นั้น เป็นการกระทำที่น่าจะเกินไปกว่าอำนาจและกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะตามข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ผู้ร่วมเสวนาที่เป็นนักวิชาการที่ได้แสดงความเห็นถือเป็นเสรีภาพทางวิชาการ &amp;nbsp;ที่รัฐธรรมนูญในหมวด​ ๓​ ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพฯ​ บัญญัติรับรองคุ้มครองให้กระทำได้​ ประกอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด​ ๑๕ ก็เป็นอำนาจและเป็นสิทธิของประชาชนหรือนักการเมืองที่สามารถกระทำได้เช่นกัน จึงถือว่า &amp;nbsp;เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;และแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่มีเจตนาพิเศษ ในการกระทำความผิด &amp;nbsp;ตามมาตรา 116 แต่อย่างใด ดังนั้นการที่กองทัพภาคที่ 4​ ได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อนักวิชาการและนักการเมืองดังกล่าว อาจถือว่าเป็นการบังคับใช้กฎหมายเกินไปกว่าอำนาจและกฎหมาย และน่าเชื่อว่ามีการหวังผล ในการกลั่นแกล้งกันในทางการเมืองเพื่อต้องการหยุดกระแสการแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชน และต้องการอยู่ในอำนาจ ของรัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปต่อไป ส่วนตัวต้องการเห็นประชาชน จับมือกันเดินหน้าเรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ให้ได้เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้และเป็นประเทศ &amp;nbsp;ประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47427</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมสาย​ ศรียาภัย​, พล.ต.บุรินทร์​ ทองประไพ, รองโฆษกพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c5139f260617.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
