<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โครงการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาอว.โอนแล้วกว่า 91.46% ช่วยนิสิต-นักศึกษากว่า 1.5 ล้านราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.64- นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบรายงานความคืบหน้าแผนโครงการลดค่าเทอมและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนิสิต นักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อนุมัติงบประมาณเพื่อให้สถาบันอุดมศึกษานำไปใช้ลดค่าเทอมและค่าธรรมเนียมการศึกษาภาคเรียนที่ 1/2564 ให้แก่นิสิต นักศึกษา ในส่วนเงินสนับสนุนจากรัฐบาลตามหลักเกณฑ์และวิธีการตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค. 2564 จนถึงวันที่ 8 ต.ค. 2564 ได้อนุมัติงบประมาณให้กับสถาบันอุดมศึกษาทั้งในและนอกสังกัดไปแล้ว จำนวน 150 แห่ง คิดเป็น 91.46% เป็นเงิน 7,831,638,424 บาท สำหรับช่วยเหลือนักศึกษา จำนวน 1,582,665 คน คิดเป็น 88.49%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนักเรียนโรงเรียนสาธิตในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา ฯ ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย. 2564 จนถึงวันที่ 8 ต.ค. 2564 ได้อนุมัติงบประมาณให้กับสถาบันการศึกษาต้นสังกัดโรงเรียนสาธิตไปแล้ว จำนวน 62 แห่ง มากกว่า 95.% เป็นเงิน 154,326,000 บาท คิดเป็น 97.04% สำหรับช่วยเหลือนักเรียน จำนวน 77,163 คน ทั้งนี้ ส่วนที่เหลือคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนตุลาคม นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ยังเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามมาตรการช่วยเหลือด้านการศึกษาของนิสิต นักศึกษาอย่างใกล้ชิด ขอบคุณ อว. ที่เร่งดำเนินการโอนเงินเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด ส่วนที่เหลือขอให้เร่งโอนเงินให้กับสถาบันเพื่อให้ถึงมือนิสิตนักศึกษาโดยเร็วตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับนิสิต นักศึกษา และผู้ปกครอง นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญในการบรรเทาผลกระทบของทุกกลุ่มเป้าหมาย และพร้อมที่จะขับเคลื่อนให้การศึกษาไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้ แม้ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119512</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา, รองโฆษกรัฐบาล, รัชดา ธนาดิเรก, อว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c98cf98797.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 19:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. ไฟเขียวออกกฎคุมเข้มใบขับขี่ &#039;บิ๊กไบค์&#039; ลดอุบัติเหตุเสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63 -&amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ..... ที่แก้ไขเพิ่มเติมจากร่างที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ และให้ดำเนินการต่อไปได้ ทั้งนี้สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงดังกล่าวมีการเพิ่มเติมข้อกำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะขับรถจักรยานยนต์ที่มีกำลังสูง(Big bike) ต้องผ่านการอบรมและทดสอบการขับรถตามที่อธิบดีประกาศกำหนดเป็นการเพิ่มเติม อันจะส่งผลให้สามารถช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน สร้างความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่และประชาชนผู้ใช้ถนนมิให้เกิดการบาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน และมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74837</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล, บิ๊กไบค์, รองโฆษกรัฐบาล, ใบอนุญาตขับขี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3bc2ec7afd0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เคาะ&#039;อนุชา บูรพชัยศรี&#039;นั่งเก้าอี้โฆษกรัฐบาลคนใหม่  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63- &amp;nbsp;มีรายงานจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานแจ้งว่า​ ที่ประชุมครม. มีมติเห็นชอบให้นายอนุชา บูรพชัยศรี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่ แทนนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ที่ไปเป็นรมช.แรงงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74778</URL_LINK>
                <HASHTAG>มติครม., รองโฆษกรัฐบาล, อนุชา บูรพชัยศรี, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200805/image_big_5f2aa231b92da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68855</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2020 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2020 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เห็นชอบ&#039;เพลงสดุดีจอมราชา-เพลงสดุดีพระแม่ไทย&#039;เป็นเพลงสำคัญของแผ่นดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.63- น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี​(ครม.)​ ว่า ครม.เห็นชอบให้เพลงสดุดีจอมราชา และเพลงสดุดีพระแม่ไทย เป็นเพลงสำคัญของแผ่นดิน โดยเพลงสดุดีจอมราชาเป็นเพลงเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อใช้ในการขับร้องถวายพระพรชัยมงคลในโอกาสสำคัญต่าง ๆ ซึ่งได้เปลี่ยนเนื้อ ช่วงหนึ่งจาก &amp;ldquo;ถวายพระพรจอมราชัน ธ อนันต์ปรีชาชาญ&amp;rdquo; เป็น &amp;ldquo; ถวายพระพรองค์ราชินี คู่บารมีองค์ราชัน&amp;rdquo; สำหรับเพลงสดุดีพระแม่ไทย &amp;nbsp;เพื่อใช้ในการขับร้องถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ทั้งนี้ครม.เคยมีมติให้ เพลงสำคัญของแผ่นดินมี 6 เพลงประกอบด้วย เพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงมหาชัย เพลงมหาฤกษ์ เพลงสดุดีมหาราชาและเพลงภูมิแผ่นดิน นวมินทร์มหาราชา.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68855</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล, รองโฆษกรัฐบาล, เพลงสดุดีจอมราชา, เพลงสดุดีพระแม่ไทย, เพลงสำคัญของแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200616/image_big_5ee8802aea831.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2020 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2020 14:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เคาะใหม่!ไร้ชื่อ&#039;วรเจตน์&#039;ในคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในกก.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.63- &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ ว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเสนอแต่งตั้ง นายสุพรชัย กาญจนวาสี นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรม สาขาอายุรกรรม) กลุ่มงานอายุรกรรม โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่ง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ (ด้านเวชกรรม สาขาอายุรกรรม) โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2562 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป และแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ราย ตั้งแต่วันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;1. น.ส.กรรณิกา ชูเกียรติมั่น ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านทันตกรรม) สถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ ดำรงตำแหน่ง ทันตแพทย์ทรงคุณวุฒิ (ด้านทันตกรรม) สถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2562 2.นางสาวประไพ วงศ์สินคงมั่น ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาตรฐานและคุณภาพของสมุนไพร (นักวิทยาศาสตร์การแพทย์เชี่ยวชาญ) สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์การแพทย์ (เคมี) (นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ทรงคุณวุฒิ) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 &amp;nbsp;และ3.นางสิริภากร แสงกิจพร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพันธุกรรมทางคลินิก (นักวิทยาศาสตร์การแพทย์เชี่ยวชาญ) กลุ่มพันธุกรรม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์การแพทย์ (ชีววิทยา) (นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ทรงคุณวุฒิ) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2563 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.ยังอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเสนอแต่งตั้ง นายวรวุฒิ พงษ์ประภาพันธ์ กงสุลใหญ่ (นักบริหารการทูต ระดับต้น) สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต (นักบริหารการทูต ระดับสูง) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.ยังได้อนุมัติตามที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเทวัญ ลิปตพัลลภ​ ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) เสนอแต่งตั้ง​ พล.ต.ท.ประหยัชว์ บุญศรี เป็นกรรมการภาคเอกชนในคณะกรรมการบริหารการพัฒนาพิงคนคร แทนตำแหน่งที่ว่างลง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 16 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้​ ครม.ได้เห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอการทบทวนรายชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 &amp;nbsp;ดังนี้ &amp;nbsp;1.นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ &amp;nbsp; ประธานกรรมการ &amp;nbsp;2. นายนันทวัฒน์ บรมานันท์ &amp;nbsp;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ &amp;nbsp;3. นายนพดล เฮงเจริญ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 4. นายบุญอนันต์ วรรณพาณิชย์ &amp;nbsp;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 5. นายประสงค์ วินัยแพทย์ &amp;nbsp;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 6. นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง &amp;nbsp;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 7. นายฤทัย หงส์สิริ &amp;nbsp; กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 8. นายอธิคม อินทุภูติ &amp;nbsp; กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 9. นายเอกบุญ วงศ์สวัสดิ์กุล &amp;nbsp;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ในครั้งนี้ มีการเปลี่ยนแปลง จากมติครม. เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน โดยพบว่า ไม่มีรายชื่อ นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ ที่ขอลาออก และไม่ได้แต่งตั้งใครมาทดแทน ทำให้คณะกรรมการเหลือเพียง 9 คน นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงชื่อคณะกรรมการจากนายนิพนธ์ ฮะกีมี มาเป็นชื่อนายนพดล เฮงตระกูล แทน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68850</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล, มติครม., รองโฆษกรัฐบาล, วรเจตน์ ภาคีรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200616/image_big_5ee87416f1aba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 16:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 16:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อใช้งานยาว!ครม.ตั้ง&#039;อุตตม&#039;คุมกมธ.วิสามัญ&#039;โอนงบประมาณ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.63- น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม.ว่า ครม.เห็นชอบ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายเพื่อให้การพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฯดังกล่าว แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด จึงกำหนดจำนวนกมธ. 43 คน สัดส่วนครม.ไม่เกิน 1 ใน 4 ของกมธ.หรือไม่เกิน 10 คน สัดส่วนของพรรคการเมือง 33 คน ประกอบด้วยรัฐบาล 18 คน ฝ่ายค้าน 15 คน ทั้งนี้ครม.ได้เสนอชื่อมา 3 คน ได้แก่ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เหลืออีก 7 คนที่ครม.จะพิจารณาตามความเหมาะสม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67642</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.วิสามัญ, น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล, นายอุตตม​ สาวนายน​, พรก.เงินกู้, รองโฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed60acc52986.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2020 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2020 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวเยียวยา&#039;กลุ่มเปราะบาง&#039;13 ล้านคน เดือนละ1พันบาท เป็นเวลา 3 เดือน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.63- น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบหลักการผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ มาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ตามที่กระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอ วงเงินงบประมาณตั้งไว้ไม่เกิน 39,000 ล้านบาท โดยใช้เงินกู้ตามพ.ร.บ.กู้เงิน ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ จะมีเวลาในการทำเรื่องเบิกจ่าย และทำรายละเอียดส่งมายังรัฐบาลอีกครั้ง รวมถึงทำเรื่องรายละเอียดหลักเกณฑ์ของกลุ่มเปราะบาง กระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงการคลัง จะไปพิจารณาอีกครั้งเพื่อให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เงินจ่ายไปถึงให้เร็ว และมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
ทั้งนี้ กลุ่มเปราะบาง แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มเด็กแรกเกิด-6 ปี จากครัวเรือนที่มีความยากจน ประมาณ 1,450,000 คน 2. กลุ่มผู้สูงอายุ ประมาณ 9,660,000 คน และ 3. กลุ่มผู้พิการประมาณ 2 &amp;nbsp;ล้านคน ซึ่งโดยรวมกลุ่มผู้พิการที่รัฐบาลจะเยียวยาอยู่ที่ประมาณ 13 ล้านคน โดยจ่ายรายละ 1 พันบาทต่อเดือน ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมจากเงินอุดหนุนที่ทั้ง 3 กลุ่มนี้ได้รับอยู่แล้ว โดยจ่ายเป็นระยะเวลา 3 เดือนนับตั้งแต่เดือนพ.ค. &amp;ndash; ก.ค. ซึ่งขณะนี้จะสิ้นเดือนพ.ค.แล้ว ก็จะไปจ่ายทบในเดือนมิ.ย.เป็น 2 พันบาท.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66985</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, กลุ่มเปราะบาง, น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, รองโฆษกรัฐบาล, เยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5eccdeb52f9aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
