<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มติก.อ.เอกฉันท์!เสนอชื่อ&#039;สิงห์ชัย ทนินซ้อน&#039;นั่งอสส.คนที่16</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิงห์ชัย ทนินซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย. 64 - นายประยุทธ &amp;nbsp;เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ที่ประชมคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) มีมติเอกฉันท์เห็นชอบให้นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน รองอัยการสูงสุด ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด (อสส.) คนใหม่ ทั้งนี้ สืบเนื่องจากนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุดคนปัจจุบันจะมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณ 2564 นี้ ซึ่งตามกฎหมายต้องพ้นจากตำแหน่ง อสส.ไปดำรงตำแหน่งอัยการอาวุโส ตามความในมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2553 สำหรับขั้นตอนต่อไป สำนักงานอัยการสูงสุดจะดำเนินการตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติองค์กรอัยการ และพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 10 โดยสำนักงานอัยการสูงสุดจะมีหนังสือกราบเรียนประธานวุฒิสภา เพื่อให้นำเข้าที่ประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ และเมื่อได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว ก็จะนำความขึ้นกราบบังคมทูล เพื่อทรงพิจารณาโปรดเกล้าฯ ต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยุทธกล่าวอีกว่า นายสิงห์ชัย ว่าที่อัยการสูงสุดคนที่ 16 เกิดวันที่ 22 มกราคม 2500 ปัจจุบันอายุ 64 ปี มีวาระการดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2565 สำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 2 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รัฐศาสตรมหาบัณฑิตจาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเนติบัณฑิตไทย ผ่านการอบรมหลักสูตรที่สำคัญ เช่น หลักสูตรนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 8 วิทยาลัยศาลรัฐธรรมนูญ นักบริหารกระบวนการยุติธรรมชั้นสูง รุ่นที่ 22 จากวิทยาลัยการยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรม หลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง รุ่นที่ 4 สำนักงาน ป.ป.ช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านประวัติการทำงาน นายสิงห์ชัยเคยดำรงตำแหน่งที่สำคัญทั้งรองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดสำนักงานอัยการสูงสุด รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอัยการสูงสุด อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองอัยการสูงสุด นอกจากนี้ ยังดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการเนติบัณฑิตยสภา กรรมการเนติบัณฑิตยสภา และกรรมการในสภามหาวิทยาลัยบูรพาอีกด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105757</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.อ., คณะกรรมการอัยการ, นายประยุทธ  เพชรคุณ, รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด, อสส., อัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c03f24ed471.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 10:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการผวาเผือกร้อนบอส!จ่อเลื่อนเข้าพบกมธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.2563 - &amp;nbsp;นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะทำงานตรวจสอบการสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง ขับรถเฟอร์รารีชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าจากการประชุมคณะทำงานฯ เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ว่าได้นำสำนวนดังกล่าวมาพิจารณาแต่เช้ากระทั่งเวลา 15.00 น. เห็นว่ายังมีเอกสารที่ต้องดูอีกเป็นจำนวนมากจึงพิจารณาต่อวันนี้ ยังไม่มีเนื้อหาสาระอะไรที่จะสรุปนำเรียนทางสื่อมวลชน ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบสำนวนโดยละเอียด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายสมศักดิ์ ติยะวานิช รองอัยการสูงสุด หัวหน้าคณะทำงานฯ ได้วางกรอบแล้ว คงสามารถพิจารณาแล้วเสร็จภายใน 7 วัน ถ้ามีความคืบหน้าจะได้นำเรียนสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนทราบในลำดับต่อไป ส่วนความคืบหน้านั้น เราดำเนินการเป็นขั้นตอนโดยละเอียด ดูภาพรวมทุกมิติ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ กมธ.กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เชิญตำรวจและอัยการไปชี้แจงคดีนี้ จะมีตัวแทนไปพบ กมธ. หรือไม่ นายประยุทธ กล่าวว่า คณะทำงานยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ เป็นไปได้สูงที่จะขอเลื่อนไปก่อน ถ้าเราไปพบ คงจะมีประเด็นทั้งหมดไปนำเรียนว่าเป็นอย่างไร สั่งตามข้อกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เหตุผลในการสั่งเป็นอย่างไร แต่เนื่องจากยังพิจารณาไม่เสร็จคงจะได้หารือกันในเช้านี้ มีแนวโน้มว่าจะขอเลื่อนไปวันหลัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ถามถึงกระแสข่าวว่านายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด จะไม่เดินทางไปชี้แจงต่อ กมธ. นายประยุทธ กล่าวว่า ไม่ทราบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
เมื่อถามถึงกรณีนายวรยุทธยื่นขอความเป็นธรรมต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อัยการจึงสั่งสอบพยานสองปาก ในสำนวนมีเรื่องนี้หรือไม่ นายประยุทธ กล่าวว่า เนื้อในยังไม่ให้ความเห็น เป็นส่วนที่คณะทำงานพิจารณาอยู่ ขอให้รอ 7 วัน คงไม่นานนัก เมื่อคณะทำงานมีความเห็นอย่างไรคงจะนำเรียนให้ทราบโดยเร็วอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
เมื่อถามถึงกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์การสอบคนในด้วยกันเองอาจจะไม่เป็นกลาง นายประยุทธ กล่าวว่า ไม่มีความเห็น ทำตามระเบียบขั้นตอนของสำนักงานอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72787</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทิงแดง, บอส, ประยุทธ เพชรคุณ, รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด, วรยุทธ อยู่วิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f20f0505cdb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2020 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2020 17:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัยการสูงสุด&#039; ตรวจราชการที่อัยการภาค 4  &#039;รองโฆษกอสส.&#039; อ้างกรณีไม่ฟ้อง &#039;บอส วรยุทธ&#039; เพิ่งทราบข่าวที่ปรากฏทางสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประยุทธ เพชรคุณ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.63 - นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีรองอัยการสูงสุด (รอง อสส.) สั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทผู้ก่อตั้งเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ทุกข้อกล่าวหาในคดีขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อปี 2555 ว่า ขณะนี้นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) ยังคงตรวจราชการที่อัยการภาค 4 จะกลับ กทม.สัปดาห์หน้า เกี่ยวกับข่าวการสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ ทางอัยการสูงสุดก็เพิ่งทราบเรื่องนี้จากข่าวที่ปรากฏทางสื่อ และได้สั่งการให้ตรวจสอบสำนวนคดีดังกล่าวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยุทธ กล่าวถึงหลักกฎหมายว่า คดีที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง ไม่ตัดสิทธิ์ผู้เสียหายที่จะยื่นฟ้องเอง และกรณีที่คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการในกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ถ้าไม่ใช่คำสั่งของอัยการสูงสุด ต้องเสนอสำนวนไปให้ ผบ.ตร.พิจารณาทำความเห็นแย้ง ถ้าตำรวจเห็นพ้องกับอัยการจึงจะเป็นคำสั่งเสร็จเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม กฎหมาย ป.วิ.อาญา ยังบอกว่าหากมีพยานหลักฐานชิ้นใหม่ ก็สามารถสอบสวนและดำเนินคดีอีกได้ในอายุความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนรายละเอียดของคดีนั้น นายประยุทธ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ในขณะนี้ เนื่องจากติดภารกิจอยู่ต่างจังหวัด ยังไม่เห็นสำนวนคดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72481</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอสกระทิงแดง, ประยุทธ เพชรคุณ, รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด, วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์, วรยุทธ อยู่วิทยา, อัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200514/image_big_5ebd3ad190713.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2020 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2020 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุติธรรมมุกดาหารยื่นอัยการขอสืบพยานล่วงหน้า คดีแก๊งครูโฉดรุมโทรมนักเรียน ป้องกันข่มขู่วิ่งเต้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.63 - นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด อธิบายข้อกฎหมายในคดีครูและศิษย์เก่าร่วมกันล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงนักเรียนชั้น ม.2 และ ม.4 ในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดมุกดาหาร เกี่ยวกับการสืบพยานล่วงหน้า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 237 ทวิ ประกอบ 172 ตรี ว่า คดีนี้ตนได้รับเเจ้งจากนายธีระศักดิ์ พลอยเพชร อัยการจังหวัดมุกดาหาร ว่าคดีนี้ทางสำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร ได้มอบหมายให้มีอัยการไปร่วมสอบสวนปากคำผู้เสียหาย เนื่องจากผู้เสียหายในคดีนี้เป็นเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี ซึ่งการสอบปากคำจะต้องกระทำต่อหน้าพนักงานอัยการ, นักจิตวิทยา, นักสังคมสงเคราะห์ และผู้ที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเยาวชนไว้ใจ กับพนักงานสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องการสืบพยานล่วงหน้านั้น ทางยุติธรรมจังหวัดมุกดาหารได้มีการประสานเบื้องต้นมายังอัยการจังหวัดมุกดาหารเรียบร้อยแล้ว ว่าจะมีการยื่นคำขอให้อัยการยื่นศาลขอสืบพยานล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 237 ทวิ ซึ่งตามกฎหมายดังกล่าว เมื่อพนักงานอัยการได้รับคำร้องจากพนักงานสอบสวนหรือผู้เสียหายขอให้สืบพยานล่วงหน้าก่อนที่จะมีการฟ้องคดี อัยการก็จะพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายว่าเข้าเงื่อนไขที่จะยื่นขอศาลสืบพยานล่วงหน้าหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 237 ทวิ มีอยู่ 5 ข้อ คือ 1.พยานจะเดินทางไปต่างประเทศ เช่นกรณีที่พยานเป็นนักท่องเที่ยวหรือชาวต่างประเทศที่จะเดินทางกลับประเทศ&amp;nbsp; 2.พยานมีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.พยานซึ่งมีที่อยู่ไกลจากศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดี ซึ่งในปัจจุบันกรณีเเบบนี้จะไม่เป็นปัญหาเพราะจะมีวิธีการสืบพยานผ่านจอภาพได้ แต่กฎหมายยังเขียนไว้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.กรณีที่พยานที่จะนำเข้าสืบจะเป็นการยากที่จะนำเข้าสืบภายหลังหากมีการฟ้องคดี ยกตัวอย่างเช่น พยานที่เห็นเหตุการณ์เป็นโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง ซึ่งอาจจะไม่สามารถเบิกความได้ หรือเสียชีวิตก่อนหากมีการฟ้องคดีในภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.กรณีที่หากไม่นำพยานเข้าสืบพยานอาจจะถูกยุ่งเหยิงจากผู้กระทำความผิดไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เช่นกรณีครู, อาจารย์ ตกเป็นผู้ต้องหาข่มขืนลูกศิษย์ ได้รับการประกันตัว มีโอกาสที่จะไปข่มขู่หรือวิ่งเต้นกับผู้เสียหายหรือคนในชุมชน กรณีอย่างนี้จึงต้องรีบสืบพยานไว้ล่วงหน้า โดยกรณีที่เข้าหลักเกณฑ์ 1 ใน 5 ข้อนี้ สามารถให้อัยการยื่นศาลขอสืบพยานล่วงหน้าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทางปฏิบัติหากอัยการได้รับคำร้องจากพนักงานสอบสวน, ผู้เสียหาย และเข้าเกณฑ์เงื่อนไขการสืบพยานล่วงหน้า ทางพนักงานอัยการจะยื่นคำร้องต่อศาลในท้องที่ที่เกิดเหตุ โดยระบุรายละเอียดการกล่าวหาอย่างย่อให้ศาลได้ทราบ เเละอ้างเหตุตามกฎหมาย 1 ใน 5 ข้อที่กล่าวข้างต้น เมื่อศาลพิจารณาแล้วเข้าเงื่อนไข กฎหมายเขียนไว้ว่าศาลจะต้องสั่งสืบพยานล่วงหน้าทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในกรณีที่มีผู้ต้องหา ศาลจะสอบถามผู้ต้องหาว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีทนายความ ศาลจะมีคำสั่งแต่งตั้งทนายความให้ เพื่อให้มีทนายความคอยซักค้านในการสืบพยานล่วงหน้าไม่ให้มีการได้เปรียบเสียเปรียบกัน แต่ในกรณีฉุกเฉินที่ไม่สามารถตั้งทนายความได้ทัน กฎหมายก็ให้อำนาจศาลในการถามพยานแทนผู้ต้องหาได้ด้วย เพื่อให้เกิดความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย เมื่อสืบพยานล่วงหน้าเสร็จสิ้น ศาลก็จะอ่านผลการสืบพยานให้ผู้ต้องหาได้ทราบ หากมีการยื่นฟ้องภายหลังก็จะนำสิ่งที่สืบพยานไว้ล่วงหน้ามาร่วมพิจารณาได้ แต่หากสั่งไม่ฟ้องที่สืบล่วงหน้าไว้ก็ให้ทิ้งไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65923</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูหื่น, จังหวัดมุกดาหาร, ประยุทธ เพชรคุณ, รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด, รุมโทรมเด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190214/image_big_5c657f78c34ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการมีมติเอกฉันท์ไม่อุทธรณ์คดี&#039;โอ๊ค&#039;ฟอกเงินกรุงไทย รอ&#039;ดีเอสไอ&#039;เห็นแย้งหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.63- &amp;nbsp;นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงการอุทธรณ์คดีของนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เป็นจำเลยในคดีฟอกเงินธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้เครือกฤษดามหานคร ในส่วนเช็ค 10 ล้านบาท ว่า คดีนี้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษายกฟ้อง เมื่อคัดถ่ายคำพิพากษามาแล้ว ทางอัยการคดีพิเศษซึ่งเป็นผู้ดำเนินคดีก็ตั้งคณะทำงานพิจารณาสำนวนคดีนี้ คณะทำงานของสำนักงานอัยการคดีพิเศษเห็นว่า คำพิพากษาของศาลชอบแล้วที่ยกฟ้อง เห็นด้วยกับคำพิพากษาของศาล จึงเสนอเห็นควรไม่อุทธรณ์ไปที่สำนักงานอัยการคดีศาลสูง สำนักงานคดีศาลสูงมีนายมนต์ชัย บ่อทรัพย์ เป็นอธิบดีอัยการ ก็ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 5 คน ร่วมกันพิจารณาสำนวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้ง 5 คน เห็นเป็นเอกฉันท์ เห็นพ้องต้องกันว่า คำพิพากษาของศาลที่ยกฟ้องพานทองแท้ว่าไม่ได้กระทำผิด ชอบแล้ว พูดง่ายๆ คือทั้งอัยการคดีพิเศษและอัยการคดีศาลสูงเห็นด้วยกับคำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตฯ ที่ยกฟ้อง ก็เลยเสนอสำนวนไปที่ดีเอสไอ ต่อไปก็อยู่ที่ขั้นตอนของดีเอสไอ ส่วนรายละเอียดทำไมเห็นด้วย อะไรอย่างไร คดียังไม่ถึงที่สุด ยังไม่สามารถที่จะลงไปในรายละเอียดได้ แต่หลักใหญ่ที่ตอบได้คือ คณะของอัยการเห็นด้วยกับการตัดสินของศาล&amp;rdquo; รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายประยุทธ กล่าวถึงขั้นตอนขณะนี้ด้วยว่า อยู่ระหว่างที่ดีเอสไอจะพิจารณาเห็นแย้งหรือเห็นด้วย ถ้าดีเอสไอเห็นด้วยกับอธิบดีอัยการศาลสูงก็จบ ไม่ต้องไปอัยการสูงสุด จะไปอัยการสูงสุดต่อเมื่อดีเอสไอเห็นแย้งอัยการเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อถามถึงการพิจารณากรณีคำพิพากษาศาลชั้นต้น ที่องค์คณะท่านหนึ่งทำความเห็นแย้งให้ลงโทษนายพานทองแท้ นายประยุทธ กล่าวว่า เป็นรายละเอียด ไม่สามารถลงไปตรงนั้นได้ คดีอยู่ระหว่างพิจารณา ไม่สามารถชี้รายละเอียดได้ ยังไม่ถึงที่สุด เพราะสามารถไปอีกหลายขั้นตอนตามกฎหมาย แต่เหตุผลง่ายๆ ที่อัยการคดีพิเศษและอัยการคดีศาลสูงไม่อุทธรณ์เพราะเห็นด้วยกับคำพิพากษาที่ยกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงกรณีหากประชาชนมีความข้องใจ จะต้องมีการแถลงชี้แจงรายละเอียดต่อไปหรือไม่ นายประยุทธ กล่าวว่า ที่ศาลยกฟ้องโดยคำพิพากษาของศาล ศาลตัดสินอย่างไรท่านพิจารณาโดยความบริสุทธิ์ยุติธรรมอยู่แล้ว สิ่งที่อัยการเราเห็นก็คือสิ่งเดียวกับที่ศาลท่านยกฟ้อง กระบวนการทั้งหมดมีการตรวจสอบละเอียด รอบคอบ รัดกุมอยู่แล้ว โดยเฉพาะการที่ศาลท่านตัดสินมาอย่างนั้นก็แสดงว่าศาลท่านดูละเอียดแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63122</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีกู้กรุงไทย, ประยุทธ เพชรคุณ, พานทองแท้, รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด, สั่งไม่ฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2eb6e44c54b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการเผยดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว 623 ราย  รวม 438 คดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.63-ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยสถิติผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 1 ระหว่างวันที่ 3 - 6 เม.ย. 2563 ว่า เรื่องนี้ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ได้กำชับให้สำนักงานอัยการทั่วประเทศนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ &amp;nbsp;โดยให้รายงานภาพรวมของการดำเนินคดีผ่านระบบสารบบคดีอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมแจ้งให้งานโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวบรวมและประมวลผลภาพรวมทั้งประเทศในการดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ดังกล่าว ถึงวันที่ 6 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่ศาลแขวงทั่วประเทศเปิดทำการในช่วงวันหยุด โดยมีนายรัชต์เทพ ดีประหลาด ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการสำนักงานอัยการสูงสุด และนางณฐนน แก้วกระจ่าง ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้ดำเนินการรวบรวม วิเคราะห์แล้วปรากฏผล ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.จำนวนคดีและจำนวนผู้ต้องหาหรือจำเลยที่กระทำความผิดและถูกดำเนินคดี สำหรับภาพรวมทั้งประเทศมีการฝ่าฝืนทั้งสิ้น จำนวน 438 คดี จำนวนจำเลยที่ถูกดำเนินคดี 623 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ทุกคดีพนักงานอัยการได้มีคำขอให้ศาลลงโทษสถานหนัก ซึ่งศาลได้ใช้ดุลยพินิจลงโทษจำเลยตามคำขอของพนักงานอัยการ เช่น คดีที่พนักงานอัยการฟ้องต่อศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา ลงโทษผู้จำคุก 2 &amp;ndash; 4 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ (ข้อหามั่วสุม) และคดีที่ศาลแขวงจังหวัดอุบลราชธานี ที่ให้จำคุก 15 วัน เปลี่ยนโทษเป็นกักขังแทน 15 วัน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ประเภทคดีที่มีการฝ่าฝืนมากที่สุด ได้แก่ การออกนอกเคหสถาน โดยช่วงอายุที่กระทำความผิดมากที่สุด เป็นช่วงอายุระหว่าง 20-35 ปี รองลงมาคือช่วงอายุระหว่าง 35-55 ปี ซึ่งเป็นช่วงอายุที่กระทรวงสาธารณสุขให้ระมัดระวังในการแพร่เชื้อ
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ จังหวัดที่มีสถิติผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สูง เช่น กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดชลบุรี และจังหวัดเชียงใหม่ ยังเป็นจังหวัดที่มีจำนวนสถิติคดีและจำนวนผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก. มีจำนวนสูงด้วยเช่นกัน ซึ่งอัยการสูงสุดยังได้กำชับใช้พนักงานอัยการทั่วประเทศได้บังคับใช้กฎหมายอย่างรวดเร็วและเฉียบขาดต่อไป ตนจึงอยากเตือนประชาชนให้เคารพกฎหมาย เพราะเจ้าพนักงานจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเด็ดขาดในทุกข้อหาความผิด &amp;nbsp;และจะขอให้ศาลลงโทษสถานหนักในทุกข้อหาเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมา นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ได้มีหนังสือที่ อส 0001/ว140 ลงวันที่ 31 มี.ค. 2563 แจ้งให้อัยการทั่วประเทศดำเนินคดีเฉียบขาดกับผู้ทำการกักตุนสินค้าอุปโภค บริโภค และจำหน่ายสินค้าเกินราคาควบคุม เช่น หน้ากากอนามัย ไข่ไก่ หรือสินค้าจำเป็นในครัวเรือน เป็นต้น การฉ้อโกงหรือหลอกลวงประชาชนในรูปแบบต่างๆ รวมทั้ง การส่งข้อความอันเป็นเท็จทางสื่อออนไลน์ อัยการสูงสุดจึงกำหนดแนวทางปฏิบัติในคดีที่มีลักษณะการกระทำความผิดข้างต้น เพื่อให้พนักงานอัยการใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินคดี ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ให้ดำเนินคดีโดยปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และหนังสือเวียนของสำนักงานอัยการสูงสุด ที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ให้ถือเป็นคดีที่มีความจำเป็น เร่งด่วน ที่ต้องดำเนินคดีด้วยความรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ให้พนักงานอัยการใช้ดุลพินิจสั่งคดีและบรรยายฟ้อง ขอให้ศาลลงโทษในสถานหนัก และไม่รอการลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ของกลางที่เป็นทรัพย์ที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด ขอให้ศาลมีคำสั่งริบตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ผู้กระทำความผิดที่มีประวัติเกี่ยวกับการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันมาก่อน ให้บรรยายฟ้องให้ศาลทราบข้อเท็จจริง ขอให้ศาลลงโทษสถานหนัก หรือเพิ่มโทษหรือนับโทษต่อกัน หรือใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ให้อธิบดีอัยการกำกับดูแลการดำเนินคดีของพนักงานอัยการในบังคับบัญชาให้เป็นไปตามแนวทาง ปฏิบัติตามหนังสือนี้โดยหนังสือดังกล่าว ได้แจ้งสั่งการให้อัยการทั่วประเทศถือปฏิบัติทราบแล้ว และถือปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. 2563 เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62377</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, ประยุทธ เพชรคุณ, พรก.ฉุกเฉิน, รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c1e153a551.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการสูงสุดสั่งอัยการทั่วประเทศดำเนินคดีเด็ดขาดพวกกักตุนสินค้า ฉ้อโกง แพร่ข่าวเท็จซ้ำเติมโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.63-นายประยุทธ &amp;nbsp;เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า วันนี้ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ได้มีหนังสือที่ อส 0001/ว140 ลงวันที่ 31 มี.ค. 2563 แจ้งให้อัยการทั่วประเทศดำเนินคดีเฉียบขาดกับผู้ทำการกักตุนสินค้าอุปโภค บริโภค และจำหน่ายสินค้าเกินราคาควบคุม เช่น หน้ากากอนามัย ไข่ไก่ หรือสินค้าจำเป็นในครัวเรือน เป็นต้น การฉ้อโกงหรือ หลอกลวงประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้ง การส่งข้อความอันเป็นเท็จทางสื่อออนไลน์ ซึ่งเป็นความผิดตาม พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ประกอบข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2558(ฉบับที่ 1) พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 พระราชบัญญัติว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยถือว่า การกระทำดังกล่าวนอกจากจะเป็นความผิดตามกฎหมายดังกล่าวแล้ว ยังส่งผลให้มาตรการที่รัฐบาลกำหนดให้ประชาชนปฏิบัติ เพื่อแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้การดำเนินคดีประเภทดังกล่าวตามอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ เป็นไปอย่างเฉียบขาด รวดเร็ว เพื่อให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษตามกฎหมาย สอดคล้องกับการที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะหยุดการแพร่ระบาดและป้องกันผลกระทบทางเศรษฐกิจ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เพื่อให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติลงได้โดยเร็ว และป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้น อันเป็นการซำ้เติมต่อประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุดจึงกำหนดแนวทางปฏิบัติในคดีที่มีลักษณะการกระทำความผิดข้างต้น เพื่อให้พนักงานอัยการใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินคดี ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ให้ดำเนินคดีโดยปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และหนังสือเวียนของสำนักงานอัยการสูงสุด ที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ให้ถือเป็นคดีที่มีความจำเป็น เร่งด่วน ที่ต้องดำเนินคดีด้วยความรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ให้พนักงานอัยการใช้ดุลพินิจสั่งคดีและบรรยายฟ้อง ขอให้ศาลลงโทษในสถานหนัก และไม่รอการลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ของกลางที่เป็นทรัพย์ที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด ขอให้ศาลมีคำสั่งริบตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ผู้กระทำความผิดที่มีประวัติเกี่ยวกับการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันมาก่อน ให้บรรยายฟ้องให้ศาลทราบข้อเท็จจริง ขอให้ศาลลงโทษสถานหนัก หรือเพิ่มโทษหรือนับโทษต่อกัน หรือใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ให้อธิบดีอัยการกำกับดูแลการดำเนินคดีของพนักงานอัยการในบังคับบัญชาให้เป็นไปตามแนวทาง ปฏิบัติตามหนังสือนี้โดยหนังสือดังกล่าว ได้แจ้งสั่งการให้อัยการทั่วประเทศถือปฏิบัติทราบแล้ว และถือปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. 2563 เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61602</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, กักตุนสินค้า, นายประยุทธ เพชรคุณ, รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e830c7bdcb56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
