<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2020 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2020 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยโวยรัฐบาลแจกเงินประชาชน&#039;คนละครึ่ง&#039;ต้องแย่งกันแต่ต้องแบกภาระหนี้ร่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค.63- &amp;nbsp;น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด ในฐานะรองโฆษก และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงโครงการ คนละครึ่ง ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการระยะสั้นที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในช่วงวิกฤตโควิด-19 ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่ยังไม่ใช่มาตรการที่จะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่กำลังจะถูกซ้ำเติมจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมารัฐบาลพลเอกประยุทธ์แก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยการแจกเงินมาโดยตลอด รวมถึงโครงการ คนละครึ่ง ที่แม้จะปรับเปลี่ยนรูปแบบไปบ้างแต่ยังเป็นการแจกเงินที่ไม่แตกต่างกับนโยบายก่อนหน้านี้ของรัฐบาล มิหนำซ้ำยังเปิดสิทธิให้ลงทะเบียนอย่างจำกัด ทำให้ประชาชนต้องแย่งชิงกัน ทั้งๆ ที่เงินที่เอามาแจกนั้นเป็นเงินที่ประชาชนต้องแบกรับภาระหนี้ร่วมกัน ซึ่งทุกคนที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขควรจะมีสิทธิลงทะเบียนได้อย่างเท่าเทียม ไม่ควรทำเหมือนโปรโมชั่นส่งเสริมการขายตามห้างสรรพสินค้าที่ต้องจัดนาทีทองให้ประชาชนแย่งชิงกันเพื่อสร้างความนิยม และนำมาอวดอ้างภายหลังว่าโครงการประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเดือนพฤษภาคม 2563 รัฐบาลได้ขอให้สภาผู้แทนราษฎรอนุมัติการออกพ.ร.ก.เยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 จำนวน 1.9 ล้านล้านบาท โดยอ้างความจำเป็นเร่งด่วนอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะนี้ผ่านมาเกือบ 7 เดือนแล้ว ปรากฏว่าในส่วนเงินสำหรับใช้ฟื้นฟูเยียวยาเศรษฐกิจและสังคม จำนวน 400,000 ล้านบาท ขณะนี้มีการอนุมัติไปแค่ราว 120,000 ล้านบาท แสดงถึงความไร้ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของ รัฐบาล Very กู้ ที่กู้โดยไม่มีแผนรองรับอย่างเป็นระบบ ทำให้ออกมาตรการล่าช้าและแก้ปัญหาไม่ตรงจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.จิราพรกล่าวว่า โครงการคนละครึ่ง ได้ให้สิทธิ 3,500 บาท ต่อคน ต่อ 3 เดือน หรือเฉลี่ย 38.8 บาท ต่อคนต่อวัน รวมทั้ง 2 เฟสใช้วงเงินงบประมาณราว 61,250 ล้านบาท เมื่อรวมกับเงินของประชาชนอีกครึ่งหนึ่งคือ 61,250 ล้านบาท จะมีเงินอัดฉีดเข้าไปในระบบเศรษฐกิจประมาณ 125,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับมูลค่า GDP ของประเทศไทยจำนวน 15.6 ล้านล้านบาท จะเห็นได้ว่าโครงการนี้เป็นเพียงโครงการเสริมระยะสั้นไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ และไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาคนตกงาน โดยปัจจุบันมีคนว่างงานอยู่เกือบ 800,000 คน และมีอีกไม่น้อยที่เสี่ยงจะตกงานจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ รวมทั้งยังมีบัณฑิตจบใหม่ที่จะหางานยากหรืออาจจะหาไม่ได้เลยอีกเกือบ 600,000 คน นอกจากนี้ การแจกเงินในลักษณะยังไม่ได้ช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กอยู่ได้ และไม่ได้ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจเช่นนี้ มาตรการเสริมระยะสั้นเป็นเพียงการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบได้ หากยังเน้นเพียงมาตรการเสริมแบบนี้ เมื่อมีโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่อีก รัฐบาลก็ต้องแจกไม่มีที่สิ้นสุด ถึงวันหนึ่งรัฐบาลจะไม่มีเงินพอที่จะออกมาตรการเพื่อปฏิรูประบบเศรษฐกิจ และหนี้จำนวน 1 ล้านล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยก็จะกลายเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ&amp;rdquo; นางสาวจิราพร กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88277</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง, น.ส.จิราพร สินธุไพร, รองโฆษกเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191027/image_big_5db51d9141368.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2020 08:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2020 08:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปารีณาขึ้นโรงพักแจ้งความฟิล์ม รัฐภูมิ โพสต์ข้อมูลบิดเบือน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 2563 น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;quot;ปารีณา ไกรคุปต์&amp;quot; ระบุว่า...#แจ้งความรองโฆษกเพื่อไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา น.ส.ปารีณา ได้ไปโรงพักสถานีตำรวจโพธาราม เพื่อ แจ้งความฟิล์ม รัฐภูมิ &amp;nbsp;โตคงทรัพย์ &amp;nbsp;รองโฆษกเพื่อไทย ข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และพรบ.คอมฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟิลม์ โพสต์ข้อความว่า กฏหมายไม่อนุญาตให้จำหน่ายสุราทางออนไลน์คือ กฏหมายเอื้อทุนใหญ่ เป็นการเผยแพร่ข้อมูลอันเท็จสู่ระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ ผิดกฏหมาย แถมอ้างระบอบประยุทธ ข้อความดูหมิ่นอีกมากมาย ทำให้รัฐบาลและพลเอกประยุทธ์เกิดความเสียหาย ผิดกฎหมายข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝากรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ศึกษาหาความรู้ หยุดใส่ร้าย หยุดพูดเท็จ ต้องพูดจาอยู่ในร่องในรอย ไม่เข้าใจอะไรก็ปรึกษา #เสี่ยอู๊ด เพราะเสี่ยคือคนที่หวังดีกับฟิลม์อย่าง
.... ลึก.... ซิ้ง... และ.....แท้....จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ อดไปงานที่วัดโสมนัส เพราะอยู่โรงพักค่ะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77261</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปารีณา ไกรคุปต์, ฟิล์ม รัฐภูมิ  โตคงทรัพย์, รองโฆษกเพื่อไทย, แจ้งความ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200913/image_big_5f5d741246b0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
