<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2018 04:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2018 04:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะบักสะบอม!หมากรุก120นาทีดวลโทษสอยเจ้าภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ทีม&amp;quot;ตราหมากรุก&amp;quot;โครเอเเชีย ผ่านเข้าสู่รอบ 4 ทีมเป็นทีมสุดท้ายต่อจาก อังกฤษ, ฝรั่งเศส และ เบลเยี่ยม หลังเตะกันยาว 120 นาที เดี้ยงกันระนาว ยังชนะ รัสเซีย ไม่ได้ ก่อนไปสอยเจ้าภาพในการดวลจุดโทษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟุตบอลโลก รัสเซีย 2018 ได้ครบ 4 ทีมในรอบ เซมิไฟนอล แล้ว โดย โครเอเชีย เป็นทีมสุดท้าย ที่ผ่านเข้ามา หลังเอาชนะ รัสเซีย ได้ในการดวลจุดโทษ แม้อาการจวนเจียนจะไปในช่วง 120 นาที หลังจากที่มีนักเตะหลายคน เริ่มมีอาการเจ็บที่กล้ามเนื้อต้นขา ไม่ว่าจะผู้รักษาประตู กองหลัง หรือแม้แต่กองหน้า แต่สุดท้าย ก็ได้ไปต่อ เตรียมเจอ อังกฤษ เป็นด่านต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมนี้ รัสเซีย ที่ชื่อชั้นเป็นรอง เป็นฝ่ายขึ้นนำได้ก่อน จาก เดนิส เชอรีเชฟ นาทีที่ 31 แต่กองเชียร์เจ้าภาพดีใจกันได้ไม่ถึง 10 นาที โครเอเชีย ตามตีเสมอได้ จาก อังเดรย์ ครามาริช นาทีที่ 39
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมมาเข้มข้นขึ้นในช่วงท้าย เมื่อ โครเดยเอเชีย พยายามเร่งเกมเพื่อเอาชนะในเวลา แต่ไปๆมาๆ เริ่มมีบางคนเจ็บกล้ามเนื้อ ผู้รักษาประตู ดาเนียล ซูบาซิช ที่ทำท่าจะเล่นต่อไม่ไหว แต่ฝืนยืนเฝ้าเสาต่อจนจบ 90 นาทีเพราะเปลี่ยนตัวไม่ได้แล้วเว้นเข้าสู่ช่วงเอ็กซ์ตร้าไทม์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จบเกม เสมอ 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษ และเป็น โครเอเชีย ที่พลิกขึ้นนำบ้าง คราวนี้จาก โดมากอย วิดา นาทีที่ 101 แต่เจ้าภาพก็ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ตามตีเสมอจาก ดีซาโกเยฟ นาทีที่ 115 จบช่วงต่อเวลาพิเศษ ยังเสมอกันอีก ที่ 2-2 ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ และเป็นทาง โครเอเชีย ที่เด็ดขาดกว่า ชนะไป 4-3
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12956</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติรัสเซีย, ทีมชาติโครเอเชีย, ฟุตบอล, รอบควอร์เตอร์ไฟนอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180708/image_big_5b412c675ed5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12955</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2018 23:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2018 23:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงโตคำรามทะลุเข้ารอบรองฯ&quot;แม็คไกวร์-อัลลี่&quot;โขก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อังกฤษ ทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก ได้สำเร็จ เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 90 ได้ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ กับ เดเล่ อัลลี่ ช่วยกันโขกเอาชนะ สวีเดน ไปอย่างง่ายดาย เมื่อคืนวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สิงโตคำราม&amp;quot;ทีมชาติอังกฤษ ได้เปิดศึกรอบควอร์เตอร์ไฟนอล กับ สวีเดน ในเวิลด์ คัพ เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี โดยทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ตั้งเป้าจะทะลุเข้าสู่รอบเซมิไฟนอลให้ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1990 และก่อนเกมที่ ซามาร่า อังกฤษ&amp;nbsp;ก็ดูจะเหนือกว่าต่างจากทีมขุนพลไวกิ้งที่ไม่มีตัวทีเด็ดนักแม้จะถีบเยอรมนี ตกรอบแรกมาได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษ ขึ้นนำได้ตั้งแต่นาทีที่ 30 จากลูกโหม่งของ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ที่เทคตัวขึ้นโขกลูกเปิดจากคอร์นเนอร์ของ แอชลี่ย์ ยัง เข้าไปอย่างเต็มแรง จากนั้นครึ่งหลัง เดเล่ อัลลี่ มาบวกลูกที่สองให้ทีมสิงโตคำรามด้วยลูกโหม่งอีกเช่นกัน คราวนี้มาจากการครอสบอลของ เจสซี่ ลิงการ์ด จบเกม 90 นาที อังกฤษ ชนะไป 2-0 ผ่านเข้าไปรอเจอผู้ชนะระหว่าง รัสเซีย เจ้าภาพ กับ โครเอเชีย ในรอบรองชนะเลิศ ต่อไปวันเสาร์หน้า
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12955</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติสวีเดน, ทีมชาติอังกฤษ, ฟุตบอล, รอบควอร์เตอร์ไฟนอล, เดเล่ อัลลี่, แฮร์รี่ แม็ึคไกวร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180707/image_big_5b40e8675c7c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2018 03:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2018 03:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลาตินสูญพันธุ์!แชมป์5สมัยกระเด็นแพ้เบลเยี่ยม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;quot;แซมบ้า&amp;quot;บราซิล ดวงแตกในรอบควอร์เตอร์ไฟนอล บุกแทบตายแต่หลังรั่ว พ่าย เบลเยี่ยม 2-1 เกมคู่ดึก ที่ คาซาน เมื่อคืนวันศุกร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบลเยี่ยม วันนี้มาวางรับอย่างแน่นหนา หลายครั้งที่มีผู้เล่นเรียง 2 แถวอยู่ในกรอบเขตโทษถึง 7-8 คน ขณะที่ บราซิล เปิดฉากไม่พูดพล่ามทำเพลง เดินหน้าบุกตามสไตล์ และเกือบได้ประตูขึ้นนำ จาก ติอาโก ซิลวา บอลกระแทกหน้าขา ติโบท์ กูร์ตัวส์ ขาตายแล้ว แต่บอลลอยชนเสาก่อน นายทวารจากเชลซี ตามคว้าเข้ามือไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บราซิล นอกจากจะไม่มีโชคไหนจังหวะนี้แล้ว ยังโชคร้ายเสียประตูไปก่อนจากการทำเข้าประตูตัวเองของ เฟร์นานดินโญ่ จากลูกเตะมุม บอลมาแฉลบหัวไหล่เบียดเสาเข้าไป ในนาทีที่ 13
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลายังเหลืออีกมาก บราซิล เดินหน้าบุกต่อ แต่ก็ต้องระวังเกมโต้กลับเป็นระยะ และก็มาพลาดจน เปิดพื้นที่ให้ เควิน เดอ บรูย์น กระชากขึ้นมาถึงหน้าเขตโทษก่อนหวดเต็มข้อ ส่งบอลผ่านมือ อลิสสัน เบ็คเกอร์ เข้าไปอย่างสุดสวย นาทีที่ 31
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครึ่งหลัง ติเต้ บอสทีมแซมบ้า แก้เกมส่ง ดักลาส คอสตา ลงไปแทน กาเบียล เฮซุส และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ก็โหม่งตีไข่แตกให้ทีมได้ ในนาทีที่ 76&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แชมป์โลก 5 สมัย เริ่มมีความหวัง แต่แม้จะบุกหนักยังไง จังหวะสุดท้ายถ้าไม่พลาดไปเอง ก็ยิงติดบล็อค หรือโดนเซฟไว้ได้ สุดท้าย เบลเยี่ยม ยันไว้ได้ และชนะไปหวุดหวิด 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายไปเจอ ฝรั่งเศส
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12900</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติบราซิล, ทีมชาติเบลเยี่ยม, ฟุตบอล, รอบควอร์เตอร์ไฟนอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180707/image_big_5b3fd1dc2568f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2018 23:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2018 23:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตราไก่ฉลุยเข้าเซมิฯหลังอัดอุรุกวัยที่ไม่มีคาวานี่ไป2ลูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

ฝรั่งเศส ตบเท้าเข้าสู่รอบเซมิไฟนอล ฟุตบอลโลก 2018 เป็นทีมแรก หลังต้อน อุรุกวัย 2-0 ในเกมรอบควอร์เตอร์ไฟนอล ที่ สนามนิซนี นอฟโกรอด เมื่อคืนวันศุกร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุรุกวัย ไม่มี เอดินสัน คาวานี่ ฮีโร่ คนทำ 2 ประตูในนัดที่แล้ว เจ็บไม่สามารถลงสนามได้ แต่ออกสตาร์ทเกมกับ ฝรั่งเศส ค่อนข้างทำได้ดี แต่จังหวะสุดท้ายกลับไม่มีอะไรน่ากลัวทั้งที่แนวรับทีมตราไก่ช่วงแรกยังหลวมๆอยู่และพลาดง่ายๆให้บ้าง และน่าจะทำให้ ฝรั่งเศส เล่นแบบไม่มีอะไรต้องกลัวนักในแดนหลัง และมาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะฟรีคิก อองตวน กรีซมันน์ เปิดเข้ากลางเขตโทษ ราฟาเอล วาราน กองหลังเพื่อนร่วมทีม โฉบเข้าไปหันหลังโหม่งเสยบอลข้ามกองหลังอุรุกวัยไปเสียบมุม ช่วยให้ฝรั่งเศส ออกนำก่อนหมดครึ่งแรก 4 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครึ่งหลังกลับมาเล่นได้ 15 นาที ทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ชองป์ส มาได้ประตูเพิ่มอีก จาก กรีซมันน์ ที่ซัดจากนอกเขตโทษ บอลตรงตัวผู้รักษาประตูแต่ติดส่ายก่อนถึงเป้าหมาย เฟร์นานโด มุสเลร่า ปัดไม่พ้น บอลปลิ้นข้ามเส้นไป หลังจากนั้นทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ อุรุกวัย ก็ไม่มีวี่แววที่จะทวงคืนได้สักประตู จบเกม ฝรั่งเศส ชนะไป 2-0 ผ่านเข้าไปรอเตะในรอบเซมิไฟนอล ที่ เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ได้สำเร็จเป็นทีมแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12899</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติฝรั่งเศส, ทีมชาติอุรุกวัย, ฟุตบอล, รอบควอร์เตอร์ไฟนอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3f9dd03ff35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
