<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่วนชายแดนใต้ พบขนปืนระเบิด จ่อหลังรอมฎอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กอ.รมน.ภาค 4 สั่งป้องกันก่อการร้ายสูงสุดช่วงหลัง &amp;ldquo;รอมฎอน&amp;rdquo; 10 วัน หลังพบเบาะแสแนวร่วมเตรียมก่อเหตุ ขนระเบิด อาวุธ เข้าพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอ จ.สงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2564 มีคำสั่งจากกองข่าว กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งเตือนไปยัง ฉก.จว.และ ฉก.อำเภอทุก ฉก.ในพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา เพื่อแจ้งให้เพิ่มการระวังป้องกันการก่อเหตุร้ายในช่วง 10 วันหลังสิ้นสุดของเดือนรอมฎอน หรือตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค.ถึง 22 พ.ค. เนื่องจากมีข่าวสารที่แน่ชัดว่าแกนนำขบวนการบีอาร์เอ็นในประเทศเพื่อนบ้านได้มีการสั่งการให้สมาชิกในพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของ จ.สงขลาก่อเหตุร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวสมาชิกกลุ่มผู้ก่อการร้ายขนย้ายวัตถุระเบิด อาวุธ เข้ามาพักคอยในพื้นที่ รวมถึงความเคลื่อนไหวของสมาชิกปฏิบัติการที่มีความถี่อย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งบอกเหตุได้ว่ากลุ่มจะก่อเหตุสร้างสถานการณ์ต่อเจ้าหน้าที่รัฐ เป้าหมายอ่อนแอ หรือยิงรบกวน ขว้างระเบิดแสวงเครื่อง (ไปป์บอมบ์) ต่อฐานปฏิบัติการ จุดตรวจ จุดสกัด ตลอดจนสถานที่ราชการ ลอบวางระเบิดแสวงเครื่องต่อเจ้าหน้าที่ที่เคลื่อนที่ด้วยยานยนต์ เดินเท้า รวมถึงทำลายทรัพย์สินของทางราชการและก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ โดยมีพื้นที่เพ่งเล็ง ดังนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ จ.ยะลา จำนวน 4 อำเภอ 11 ตำบล และ 1 เขตเทศบาล ได้แก่ ต.ยุโป, ต.ลิดล, ต.ท่าสาป อ.เมืองยะลา และเขตเทศบาลนครยะลา ต.จะกว๊ะ, ต.เกะรอ, ต.ตะโละหะลอ อ.รามัน&amp;nbsp; ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา ต.บ้านแหร, ต.แม่หวาด, ต./อ.ธารโต &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่จังหวัดปัตตานี จำนวน 6 อำเภอ 16 ตำบล ได้แก่ ต.ตุยง, ต.ปุโละปุโย, ต./อ.หนองจิก ต.นาประดู่, ต.นาเกตุ, ต./อ.โคกโพธิ์ ต.เตราะบอน, ต.บางเก่า, ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี ต.กะรุบี, ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ ต.กอลำ, ต.เมาะมาวี, ต./อ.ยะรัง ต.ตะโละแมะนา, ต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่จังหวัดนราธิวาส จำนวน 7 อำเภอ 18 ตำบล ได้แก่ ต.ช้างเผือก, ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ ต.กาลิซา, ต.บองอ อ.ระแงะ ต.สุวารี, ต.สามัคคี, ต.รือเสาะออก, ต./อ.รือเสาะ ต.เชิงคีรี, ต.ตะมะยูง อ.ศรีสาคร ต.โต๊ะเด็ง, ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี ต.กาเยาะมาตี, ต.ลุโบะสาวอ, ต./อ.บาเจาะ ต.ละหาร, ตะปอเยาะ อ.ยี่งอ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่จังหวัดสงขลา จำนวน 2 อำเภอ 5 ตำบล ได้แก่ ต.ลำไพล, ต.ท่าม่วง อ.เทพา ต.เปียน และ อ.สะบ้าย้อย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ทุกหน่วยพิจารณาใช้ประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าว ยกระดับมาตรการ รปภ.การระวังป้องกันขั้นสูงสุด รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดการตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด หรือด่านตรวจไม่ประจำที่ (Pop up) ตรวจสอบบุคคลเฝ้าระวังในบัญชีเป้าหมายยานพาหนะต้องสงสัยที่มีการแจ้งหาย และท่าทีของประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนตรวจสอบสิ่งผิดปกติ วัตถุต้องสงสัย/สิ่งบอกเหตุอื่นๆ เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังการก่อเหตุที่อาจเกิดขึ้น ช่วงเฝ้าระวังตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ยังได้รับแจ้งจากผู้รับเหมาก่อสร้างถนนในพื้นที่ว่า เสาตั้งการ์ดเรล ขนาดยาว 1 เมตร รัศมีกว้าง 4 นิ้ว จำนวน 100 ต้น ที่ติดตั้งริมถนนสาย 410 บ้าน กม.32 สามแยกทางขึ้นทะเลหมอกอัยเยอร์เวง หมู่ 2 ต.อัยเยอร์เวง ได้หายไปตั้งแต่วันที่ 16.เม.ย.ถึง 6 พ.ค. ซึ่งเสาตั้งระเบิดแสวงเครื่องหรือไปป์บอมบ์ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่สำคัญ การประกอบพิธีศพของแนวร่วมที่ถูกเจ้าหน้าที่ ตำรวจทหารวิสามัญฯ 2 ศพที่ ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา เมื่อ 3 วันก่อน มีกลุ่มคนแปลกหน้าจากพื้นที่นอก ต.สะเอะ เข้ามาร่วมพิธีศพ มีการสดุดีผู้เสียชีวิตเป็นเช่นวีรบุรุษหรือนักรพบผู้พลีชีพ มีการเข้าแถวจูบศพ และได้มีการนำวิดีโอการไลฟ์สดของ 2 ผู้เสียชีวิต ที่ได้ไลฟ์สดแสดงความกล้าหาญและพร้อมพลีชีพในการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ หลังจากที่ไลฟ์สดแล้วทั้ง 2 แนวร่วมจึงได้ยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนีจนถูกวิสามัญฯ เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ภาพข่าวของการไลฟ์สดของแนวร่วมก่อนการยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ และภาพพิธีศพของผู้เสียชีวิต ได้มีการนำมาเผยแพร่ในเพจกว่า 100 เพจ ที่เป็นเพจของแนวร่วมปีกทางการเมืองของบีอาร์เอ็น เพื่อเป็นการปลูกระดม รวมทั้งมีการนำสภาพของบ้านหลังที่แนวร่วมเข้าไปพักและยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่จนบ้านเสียหายจากกระสุนปืนทั้งหลัง มีการสร้างเพจเป็นภาพของเด็กๆ ที่กล่าวว่าชุดรายอปีใหม่ของหนูที่เสียหาย ทำให้ไม่มีเสื้อผ้าชุดใหม่เพื่อใส่ในวันอีดิลฟิตรีหรือออกบวช เพื่อต้องการให้เห็นว่าเด็กๆ ได้รับผลกระทบกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และถามหาความรับผิดชอบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 กล่าวว่า เมื่อได้รับแจ้งและเป็นข่าวสารที่เชื่อถือได้ ก็มีการสั่งการป้องกันเหตุ ซึ่งเป็นปกติของกำลังในพื้นที่ที่จะต้องป้องกันเหตุร้าย ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เป็นการไม่ประมาท และได้สั่งการให้ ชป.จรยุทธ์ในแต่ละพื้นที่ดำเนินการกดดัน จำกัดเสรีภาพของแนวร่วมในพื้นที่ ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ว่าจะไม่มีสถานการณ์ความรุนแรงอย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102245</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน., กอ.รมน.ภาค 4, ชายแดนภาคใต้, รอมฎอน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เตรียมก่อเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 19:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2020 19:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัตตานีเปิดให้มีการละหมาดที่มัสยิดได้ เริ่มศุกร์ที่ 22 พ.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;5 พ.ค.63-ที่ห้องประชุมพญาตานี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดปัตตานี นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี &amp;nbsp; ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปัตตานี ครั้งที่ 13/2563 เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และประเด็นสำคัญ เรื่องการผ่อนปรนให้ปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์ ตามประกาศของจุฬาราชมนตรี ฉบับที่ 5/2563 นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดร่วมกับกรรมการประจำมัสยิดทุกมัสยิด ว่ามีความพร้อมในการจัดละหมาดตามกรอบที่กำหนดได้เมื่อไร ซึ่งในส่วนคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนั้น เห็นชอบว่าเวลาที่เหมาะสม ที่จะละหมาดวันศุกร์ได้ &amp;nbsp;คือ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของมัสยิด ที่จะจัดการละหมาดวันศุกร์ให้เกิดความเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ได้ตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ หากมีการไปร่วมละหมาดเกินจำนวนที่ทำเครื่องหมายไว้ เพื่อเว้นระยะห่างทางสังคม 1.5 - 2 เมตร &amp;nbsp;จะทำอย่างไร ทางกรรมการอิสลามต้องเตรียมการไว้ ตั้งแต่การเข้า- ออกมัสยิด ว่าจะมีการจัดการอย่างไร การบริหารเวลาละหมาดที่เหมาะสม ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไกรศร กล่าวถึงประเด็นการผ่อนผันตามมาตรการของรัฐบาล &amp;nbsp;ตั้งแต่เรื่องตลาด &amp;nbsp;ร้านน้ำชา ร้านอาหาร สนามกีฬา ที่ออกกำลังกายได้ ในตรงนี้ ก็เห็นว่าเป็นสีขาว ก็จะเริ่มการผ่อนผันได้ ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม เป็นต้นไป โดยต้องดำเนินการตามมาตรการหลัก และมาตรการเสริม ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างทางสังคม การล้างมือ ตามวิธีปฏิบัติที่สอดคล้องกัน ของกิจการแต่ละประเภท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวอีกว่า ในเรื่องของการละหมาดวันศุกร์ มีความจำเป็นถือว่าได้บุญมาก ในห้วงเดือนรอมฎอน จึงเห็นชอบให้มีการละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิดได้ 22 พฤษภาคมนี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดร่วมกับกรรมการประจำมัสยิดทุกมัสยิด ในการจัดละหมาด เช่นเดียวกันในการประชุมวันนี้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปัตตานี ได้อนุมัติการใช้จ่ายเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการดำเนินการในเชิงป้องกันหรือระงับยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ให้กับอำเภอและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;เป็นครั้งที่ 5 &amp;nbsp;ในวงเงินประมาณ 1 ล้าน 7 แสนบาทด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จังหวัดปัตตานี ในขณะนี้อยู่ในสถาวการณ์ที่สามารถความคุมได้ มียอดผู้ติดเชื้อคงอยู่ที่ 91 ราย เป็นเวลา 14 วัน ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงบาลในจังหวัด 5 คน กลับบ้านแล้ว 85 คน และมีผู้เสียชีวิต 1 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65140</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, ปัตตานี, รอมฎอน, ละหมาด  22 พ.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200505/image_big_5eb1455de4953.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2020 08:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2020 08:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯยะลาออกกฎเหล็ก6ข้อคุมขายอาหารช่วงรอมฎอน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.2563 - &amp;nbsp;นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดยะลา ได้ออกคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 จังหวัดยะลา ที่ 49/2563 ลว.20 เมษายน 2563 เรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ว่าด้วยการให้จำหน่ายอาหารในเดือนรอมฎอน จำนวน 6 ข้อ คือ 1.ให้ผู้ขายสามารถจำหน่ายอาหาร หรือเครื่องดื่มได้เฉพาะหน้าร้านของตัวเอง 2.ห้ามใช้บาทวิถีจำหน่ายอาหาร หรือเครื่องดื่มในลักษณะหาบเร่ แผงลอยโดยเด็ดขาด &amp;nbsp;3.ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดสถานที่จำหน่าย จัดระเบียบให้ผู้ขายอาหารหรือเครื่องดื่ม โดยให้แต่ละผู้ขายเว้นระยะห่างไม่น้อยกว่า 3 เมตร และจัดการลงทะเบียนผู้ขาย 4.สามารถจำหน่ายได้เฉพาะอาหารสำเร็จรูป หรือเครื่องดื่มเท่านั้น (ห้ามขายสินค้าประเภทอื่น ๆ) 5.สำหรับสถานที่ ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด ให้จำหน่ายได้ตั้งแต่เวลา14.00-20.00 น. และ 6.ขอความร่วมมือแต่ละครอบครัวในการออกไปซื้ออาหารไม่เกินครอบครัวละ 2 คน และห้ามมิให้นำบุตรหลานที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ออกไปซื้อหาอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากผู้ไดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท และมีความผิดตามมาตรา 52 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกิน 100,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.นี้เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63884</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์, ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, รอมฎอน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200422/image_big_5e9f9be2ad155.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
