<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82980</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;นักเรียนเลว&#039; จะเปล่งเสียงแห่งการเปลี่ยนแปลง ลั่น 21 พฤศจิกา ยกระดับม็อบไล่ &#039;บิ๊กตู่&#039;  </HEADLINE>
                <CONTENT>

&lt;p style=&quot;text-align: left;&quot;&gt;
6 พ.ย. 63 &amp;nbsp;- เวลา 10.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นักเรียนมัธยมศึกษาในนาม &amp;quot;กลุ่มนักเรียนเลว&amp;quot; และองค์กรนักเรียนแนวร่วม อ่านแถลงการณ์ว่า สืบเนื่องจากนักเรียนเลว และองค์กรนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ได้จัดชุมนุมและกิจกรรมเรียกร้องให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียน รวมไปถึงในระบบการศึกษาต่อกระทรวงศึกษาธิการมาอย่างต่อเนื่อง แต่กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งนำโดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ มิได้สนใจที่จะแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้องของนักเรียน ขาดวุฒิภาวะ และความเป็นผู้นำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: left;&quot;&gt;โดยอัางว่าการชุมนุมของนักเรียนมีผู้อยู่เบื้องหลัง อีกทั้งยังเพิกเฉยให้นักเรียนผจญปัญหาต่อไป โดยที่ตนเพียงแต่สร้างภาพกับสื่อว่ารับฟังนักเรียน การกระทำเช่นนี้นับเป็นการดูหมิ่นนักเรียนอย่างมาก ไม่สมควรที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอีกต่อไป จึงได้ยื่นหนังสือให้นายณัฏฐพลลาออกจากตำแหน่ง แต่นายณัฏฐพลก็มิได้ดำเนินการใด ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: left;&quot;&gt;หากการเรียกร้องกับกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวกับปัญหาที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงนั้น มิได้ทำให้ระบบการศึกษาพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นพวกเรานักเรียนจึงจะยกระดับการเรียกร้องไปที่ต้นตอของปัญหา คือผู้ที่เลือก นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐนตรี นั่นคือพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ดังนั้น นักเรียนเลวและองค์กรนักเรียนแนวร่วม จึงประกาศจัดชุมนุมครั้งใหญ่ของนักเรียนขึ้นในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 เพื่อยกระดับการเรียกร้องให้เสียงของนักเรียนไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังทุกคน การศึกษาไม่ได้รับการพัฒนา เพราะการเมืองมีปัญหา เราจะเปล่งเสียงแห่งการเปลี่ยนแปลงออกมาถ้าการเมืองดี เราจะมีการศึกษาที่มีคุณภาพ เท่าเทียม ทั่วถึง และเคารพสิทธิ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: left;&quot;&gt;ตัวแทนของ นักเรียนเลวบอกว่าการชุมนุมในวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ สถานที่เวลา จะประกาศอีกครั้ง โดยเราจะยกระดับช่วยกันพูดในฐานะนักเรียนเป็นในฐานะประชาชน และประเด็นในการพูดไม่ใช่แค่เรื่องการศึกษา แต่จะมีเรื่องเรื่องการเมืองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: left;&quot;&gt;สำหรับข้อ 3 ข้อเรียกร้อง คือ 1.หยุดคุกคามนักเรียน 2.ยกเลิกกฎระเบียบล้าหลัง และ 3.ปฏิรูปการศึกษา พร้อมด้วย 1 เงื่อนไข คือ หากทำไม่ได้ให้ลาออกจากตำแหน่ง.&lt;/p&gt;


	อย่าร้องเอ๋ง!&amp;#39;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&amp;#39;ย้อนแกนนำม็อบสามนิ้ว
	ประธานเนชั่นฯโต้ข่าว&amp;#39;คุณหญิงคนดัง&amp;#39;จ่อใช้นอมินีเข้าถือหุ้นบริษัท
	สามนิ้วเฮลั่น!&amp;#39;อานนท์&amp;#39;ฟุ้งการต่อสู้เรื่องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์พวกเราชนะแล้ว
	เบื่อการใช้อำนาจ!&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39;เปรยหวังวันหน้ามีคนเก่งกว่า
	ไหนว่าไทยไม่มีประชาธิปไตย &amp;#39;อุ๊&amp;#39; แขวะ &amp;#39;ตี๋&amp;#39; เดินหาเสียง​เลือกตั้ง​ อบจ.เฉยเลย
	เอ๊ะยังไง! &amp;#39;กนก&amp;#39;&amp;nbsp;
	เฉลยชัดๆ 3 ข้อเรียกร้องของม็อบ 3 นิ้ว &amp;#39;ใครได้ประโยชน์&amp;#39;



</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82980</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, นักเรียนเลว, ระบบการศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201106/image_big_5fa4d506552c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 19:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฏฐพล&quot;เผยผลโหวตสอบโอเน็ต 80%  ให้ยกเลิก  ยันฟังความเห็นเด็กและเห็นด้วย  ว่าต้องรื้อระบบการศึกษาแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
18ก.ย.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ในช่วง 2&amp;nbsp;สัปดาห์ที่ผ่านมา ภายหลังจากได้เปิดช่องทางรับข้อเรียกร้อง ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นของนักเรียน ผ่านเว็บไซต์ www.nataphol.com และช่องทางอื่นๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ ทุกประเด็นทางกระทรวงศึกษาธิการถือเป็นเรื่องต้องรับมาพิจารณาและดำเนินการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ทุกเรื่องที่น้องๆ เสนอเข้ามาในทุกช่องทางที่ผมเปิดไว้ ผมได้รับรู้และรับทราบทุกข้อ และในหลายๆ เรื่อง ผมได้เรียกให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามารับทราบข้อมูลและให้ดำเนินการแก้ไขเป็นการเร่งด่วน ซึ่งบางเรื่องได้ดำเนินการไปแล้ว และบางเรื่องอยู่ระหว่างการดำเนินการ ผมมีความชัดเจนที่ต้องการรื้อระบบการศึกษา ซึ่งหลายเรื่องกว่าจะมีผลสำเร็จต้องใช้ระยะเวลา แต่ขอให้น้องๆ มั่นใจว่า ผมเห็นด้วยกับทุกๆ ฝ่าย ที่ต้องมีการรื้อระบบการศึกษาไทย ให้สอดคล้องกับทศวรรษที่ 21&amp;rdquo; นายณัฏฐพลกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รมว.ศธ.ยังกล่าวถึง การยกเลิกการสอบ O-NET ในช่วงแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปีนี้ ตนได้เรียกสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) มาพูดคุย และให้ร่วมหารือกับคณะกรรมการ สทศ. เพื่อสรุปแนวทางปฏิบัติ รวมถึงแก้ไขข้อติดขัดต่างๆ หากมีการปรับเปลี่ยนแนวทางการสอบ แต่ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์การวัดผลอื่นๆ มาทดแทนด้วย ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้ที่จะมีการยกเลิกการสอบในบางระดับชั้นหรือทุกชั้นหรือเลือกที่จะสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพลกล่าวว่า สำหรับช่องทางการสำรวจ ซึ่งเปิดให้มีการโหวตผ่าน&amp;nbsp;www.nataphol.com&amp;nbsp;ปรากฏว่า ในเบื้องต้นมีผู้เข้ามาร่วมโหวตมากกว่า 20,000&amp;nbsp;โหวต ซึ่งเสียงโหวตส่วนใหญ่กว่า 80% แสดงความคิดเห็นต้องการให้ยกเลิก O-NET&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัญหาการคุกคาม รวมถึงการถูกครูล่วงละเมิดทางเพศ ที่มีการเรียกร้องนั้น รมว.ศธ. ย้ำว่า ตนเองให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เป็นอย่างมาก ซึ่งนับตั้งแต่การเปิดศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนและนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ (ศคพ.) สายด่วน 1579&amp;nbsp;เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และ เว็บไซต์&amp;nbsp;www.nataphol.com&amp;nbsp;มีประโยชน์ต่อผู้ถูกกระทำ เพราะมีการร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก และการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ ศธ. ได้ดำเนินการเอาผิดผู้กระทำความผิดได้ทันท่วงที และไล่ออกไว้ก่อน พร้อมยกเลิกใบประกอบวิชาชีพครู รวมแล้วกว่า 16&amp;nbsp;กรณี จากอดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีการดำเนินการแต่อย่างใด รวมถึงการคุกคามด้านอื่นๆ ในโรงเรียนก็ต้องให้มีความเข้มข้น &amp;ldquo;โรงเรียนต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยจากการคุกคาม&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล ย้ำอีกว่า การแก้ไขปัญหาในทุกๆ เรื่องนั้น สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกับน้องๆ นักเรียนและอีกหลายภาคส่วน และตนเชื่อมั่นว่า น้องๆ นักเรียนจะเป็นส่วนหนึ่งในการมีส่วนร่วมด้านปฏิรูปด้านการศึกษาไทยจนเกิดผลสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทุกการร้องเรียน ผมจะเก็บเป็นความลับ ขอให้ทุกคนมั่นใจ ผมเชื่อว่าข้อเรียกร้องของน้องๆ ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทยในวันนี้ น้องๆ ยังคงสามารถใช้ช่องทาง&amp;nbsp;nataphol.com&amp;nbsp;และช่องทางของ ศธ. ได้ โดยส่วนตัวเชื่อว่า น้องๆ อาจไม่ได้คิดที่อยากจะออกไปชุมนุมด้วย เพราะข้อเรียกร้องที่มานั้นได้รับการแก้ไขแล้ว และบางเรื่องก็อยู่ในขั้นตอนดำเนินการ&amp;rdquo;นายณัฏฐพลกล่าวว่า ตนได้เน้นย้ำไปยังผู้อำนวยการสถานศึกษาทั่วประเทศ ให้เปิดรับฟังข้อร้องเรียน พร้อมทำความเข้าใจกับน้องๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมเสริมว่า ประเด็นปัญหาสำคัญของประเทศในขณะนี้ คือเรื่องปากท้องของประชาชน และปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งถือเป็นลำดับต้นๆ ที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ และร่วมมือกันแก้ไขอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้น ในช่วงนี้ เราควรสร้างโอกาสและข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน ในสถานการณ์ที่ไทยอยู่ในจุดที่ได้เปรียบกรณีการรับมือจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;เพราะไทยเป็นประเทศที่อยู่ในลำดับต้นๆ ในการรับมือได้ดีที่สุด ซึ่งนี่คือจุดแข็งของไทย ที่นานาประเทศให้ความชื่นชม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภายหลังจากนายณัฏฐพลได้มอบนโยบายให้ สพฐ. สั่งการให้โรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ เปิดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน มีโรงเรียนทั้งสิ้น 1,015&amp;nbsp;โรงเรียน ใน ๔๗ เขตพื้นที่การศึกษา มีนักเรียนร่วมแสดงความคิดเห็นรวม 29,584&amp;nbsp;คน โดยแบ่งเป็นเวทีแสดงความคิดเห็นระดับชั้นประถมศึกษาใน ๑๘ เขตการศึกษา 176&amp;nbsp;โรงเรียน มีนักเรียนร่วมแสดงความเห็น2,218 คน เป็นเวทีแสดงความคิดเห็นระดับชั้นมัธยมศึกษาใน 29&amp;nbsp;เขตการศึกษา จำนวน 839 &amp;nbsp;โรงเรียน นักเรียนแสดงความเห็น 27,344&amp;nbsp;คน รวมถึงโรงเรียนเฉพาะทาง 48 &amp;nbsp;แห่ง ศูนย์การศึกษาพิเศษ 77&amp;nbsp;ศูนย์ และโรงเรียนสงเคราะห์อีก 52&amp;nbsp;แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยประเด็นที่มีการแสดงความเห็นเป็นหัวข้อเดียวกันกับการชุมนุมของเด็กนักเรียนที่ผ่านมา ได้แก่ ปัญหาด้านการเรียนการสอน ที่ยังมีความเหลื่อมล้ำในระบบ การแข่งขันของคุณครูที่ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอน ไม่เห็นด้วยกับการสอบ O-NET เนื่องจากบริบททางการศึกษาของแต่ละโรงเรียนและแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน ปัญหาด้านเครื่องแบบนักเรียน และทรงผม ปัญหาการใช้พฤติกรรมรุนแรง กลั่นแกล้ง รังแกผู้อื่นทั้งทางวาจาและร่างกาย รวมถึงการปรับปรุงสภาพโรงเรียนให้มีความเหมาะสมมากขึ้น ส่วนการแสดงออกทางความคิดเห็น ต้องการให้ผู้ใหญ่เปิดใจรับฟังความคิดเห็นในมุมที่แตกต่าง เนื่องจากความแตกต่างระหว่างวัย ประสบการณ์ และทัศนคติ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77865</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ระบบการศึกษา, สอบโอเน็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f64a90c72b84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2019 08:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2019 08:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ณัฏฐพล&#039;ฟิต!ดึงทุกส่วนร่วมวางแผนงานพัฒนาระบบการศึกษาไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.62 -&amp;nbsp;นายณัฏฐพล​ ทีปสุวรรณ​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ​ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว​ ระบุว่า​ เมื่อวานนี้ ผมและครอบครัวได้รับพระมหากรุณาธิคุณ เป็นมงคลสูงสุดในชีวิต ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งที่ได้รับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กรุณาทูลเกล้าเสนอชื่อผม ให้ดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ผมจะทำหน้าที่ที่ท่านนายกฯ ให้ความไว้วางใจ อย่างสุดความสามารถ ใช้ประสบการณ์ที่มีเพื่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหา ขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ของกระทรวงศึกษา ให้มีความก้าวหน้าและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบการศึกษาและการเรียนรู้ในโลกที่กำลังโดนเปลี่ยนแปลงด้วยเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมทำคนเดียวไม่ได้ครับ หากขาดความร่วมมือร่วมใจ ไม่ว่าจะจากเจ้าหน้าที่กระทรวงทุกท่าน คุณครูทุกคน เด็ก นักเรียน รวมถึงผู้ปกครอง และทุกภาคส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบการศึกษาของบ้านเราครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมอยากขอเชิญให้ทุกคน ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันครับ &amp;nbsp;มาร่วมกันแก้ไขปัญหาที่ยังคงมีอยู่ในระบบการศึกษา มาร่วมกันสร้างและพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ทำให้เด็กนักเรียน ลูกหลานของพวกเราทุกคน สามารถเติบโตมีศักยภาพและเป็นกำลังหลักของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจะรีบดำเนินการรับฟังข้อมูลทุกด้านไม่ว่าแผนงาน แนวทางการพัฒนาการศึกษา และปัญหาที่ยังคงมีอยู่ในกระทรวงฯ และระบบการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากผมวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด ผมจะมานำเสนอและแบ่งปันต่อทุกท่านครับ มาร่วมทำงานด้วยกันกับผมนะครับ &amp;nbsp;เราจะเดินหน้าไปด้วยกันครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40676</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล​ ทีปสุวรรณ, ระบบการศึกษา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d26941d32ad9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2019 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2019 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.สมเกียรติ&#039;ลากไส้คณะราษฏรชังเจ้า-ระบอบทักษิณ พวกทำลายการศึกษาประเทศไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.62-ดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโพสต์เฟซบุ๊ก หัวข้อ พวกทำลายการศึกษาประเทศไทย โดยระบุรายลดเอียดว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าหลวง ครองราชย์ 42 ปี ได้ส่งนักเรียนทุนคิง และทุนกระทรวงต่างๆ ไปศืกษาในต่างประเทศ 204 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมัยรัชกาลที่6 ครองราชย์ 15 ปี ส่งนักเรียนทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ 306 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมสองรัชกาล มีนักเรียนทุน 510 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักเรียนเหล่านี้ คือ ความหวังที่จะกลับมาพัฒนาสยามประเทศ ในโครงการจำนวนมากที่ ร 5 ทรงริเริ่มไว้เป็นประเทศแรกๆในเอเซีย จนญี่ปุ่นยังต้องมาดูงาน เช่น การไฟฟ้า รถไฟ อากาศยาน รถราง ไปรษณีย์ ป่าไม้ วิศวกรรม วิทยาศาสตร์ พาณิชย์นาวี การพาณิชย์ การศึกษา การเหมืองแร่ การผังเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนเก่งที่สุดของประเทศเหล่านี้ ถูกปลดจากราชการ ส่งไปขังไว้ที่เกาะตารุเตา นักพัฒนาจำนวนมากไปตายในต่างประเทศ หลังเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิกชันนารี่ฉบับแรกของไทย เขียนจากในคุก โดย สอ เสถบุตร เขาถูกหาว่าเป็นสายเจ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมคุ้นเคยกับชื่อนักเรียนทุนเหล่านี้ที่ติดบอร์ดไว้ที่โรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยุคนั้น เป็นยุคสมัยการสร้างเมือง การสร้างชาติในยุโรป
หากไม่ถูกจำคุก ปลดออก ไล่ออก ประเทศไทยน่าจะไปได้ระดับญี่ปุ่น ผมหวังว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อคณะราษฎร์ยึดอำนาจได้ ได้สั่งปิดการสอนมัธยมปลายในโรงเรียนรัฐบาล ในกรุงเทพ 25 แห่งและปิดการสอนมัธยมปลายใน โรงเรียนประจำมณฑล ประจำ จังหวัดทั่วประเทศ โรงเรียนเหล่านี้ ได้กลับมาเปิดสอนชั้นมัธยมปลายอีกครั้งในปี 2490 เหตุที่ปิด เขาหาว่าเป็นโรงเรียนเจ้าตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดีที่ไม่ปิดเซนต์โยไปด้วย โรงเรียนเซนต์โยเซฟเปิดสอนในรัชกาลที่5 เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การศึกษาพังทลาย ระบบการเรียนที่มีครูฝรั่งมาสอน ใช้ระบบอังกฤษ มีครูฝรั่งเป็นอาจารย์ใหญ่ถูกทำลายลง นักเรียนยุคนั้นจบ ม ปลาย ภาษาใช้งานได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครูฝรั่งถูกส่งกลับประเทศหมดสิ้น แต่การศึกษาระบบนี้ยังดำเนินต่อไปในสิงคโปร์ มลายา ลังกา อินเดีย ฟิลิปปินส์ ที่เอาครูฝรั่งมาตั้งถิ่นฐานกันมาก คนพื้นเมืองประเทศเหล่านั้นเดิมพูดอังกฤษไม่เป็นเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช้เวลาร่วม 20ปี จึงเปิดโรงเรียนกันใหม่ ไล่ชาติอื่นไม่ทันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงเรียนของไทยกลับคืนมาใหม่ มีโรงเรียนดีๆกระจายทั่วพระนคร และต่างจังหวัด
==============
ราวปี 2503 เกิดการทำแผนพัฒนาประเทศฉบับแรก ผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารโลกมาช่วยวางแผนการศึกษา และวางแผนกำลังคน จัดเงินกู้ให้พัฒนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ม แพทย์ศาสตร์ ม เชียงใหม่ และขอนแก่น มีเงินร้อกกี้เฟลเลอร์มาช่วยธรรมศาสตร์ ทำให้มหาวิทยาลัยเข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เน้นผลิตสาขาจำเป็น ไม่ล้น ไม่เกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อนักการเมืองมาคุม ในระบอบประชาธิปไตย ไม่มีแผนใดๆ ขึ้นกับเงินใต้โต๊ะ ผลประโยชน์งานก่อสร้างมหาวิทยาลัย จึงผลิตกันล้น สาขาที่ควรผลิตไม่มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การวางแผนโดยผู้เชี่ยวชาญที่ไม่มีผลประโยชน์ต่างจากนักการเมืองที่เอาผลประโยชน์นำมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อต่างประเทศออกไป นักการเมืองคุม ความเละเทะก็เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พศ 2535 มีคนประหลาดสองคนจากสองพรรค มาผลักดันให้จับสลากเข้าโรงเรียนทุกโรงเรียน ไม่มีประเทศใดในโลกเขาทำกัน อ้างเหตุว่าแก้รถติด และทำให้โรงเรียนเท่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสองปีที่ผ่านมา ผมตามไปดูพบว่าทำวิจัยพื้นๆงี่เง่า ไม่มีข้อมูลอะไรไว้ชิ้นหนึ่ง ใช้เงินห้าล้าน ทำโดยอาจารย์ราชภัฏ เด็กนักการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จับสลากอยู่สองปี แต่นักเรียนเรียนอย่างน้อยสามปี อย่างมากหกปี ห้ามสอบตกอีก โรงเรียนไทยพังทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีจับสลากครึ่งหนึ่ง สอบเข้าครึ่งหนึ่งหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเขมร เวียดนามขำก้าก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงเรียนเพิ่งแกร่งเหมือนเดิมเมื่อสิบปีที่ผ่านมา แต่โรงเรียนจำนวนมาก ตายแล้วตายเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจึงเกิดวิกฤติการศึกษา ผู้ปกครองไม่มีโรงเรียนที่ดีเเพียงพอ แห่ส่งลูกเข้าอินเตอร์บ้าง ไปนอกบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกิดเงินไหลออกครั้งมโหฬาร เศรษฐกิจจะฝืดมาก เมื่อชนชั้นกลางไม่ศรัทธาระบบการศืกษาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิบกว่าปีมานี้ นักการเมืองฝากลูกหลาน หัวคะแนนมาเป็นครู ข้าราชการ ที่จบจากมหาวิทยาลัยแข่งขันสูงมีเพียง 5% มีคอรัปชั่น 30% ทั้งแทบเลต สร้างอาคาร เลือกใช้แบบเรียน จนโรงเรียนจำนวนมากค้างค่าไฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐมนตรีอยูในตำแหน่งคนละหกเดือนโดยเฉลี่ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีงบให้ซื้อเสื้อผ้า รองเท้าให้นักเรียนทุกคน บ้าป่าว ส่วนใหญ่ซื้อเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นกระทรวงหาเสียง หาตังค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัญญาแทบเลตเซ็นไปแล้ว รับคอมห้าสิบเปอร์เซนต์ไปแล้ว เสียหายมากมาย ไม่มีทำคอนเทนท์ให้เด็ก โรงงานปิดไปแล้ว แต่จะซื้ออืก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้นทุนผลิตพันเดียวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นกระทรวงที่ต้องวางแผนกำลังคน ดันผลิตครูเกินมาปีละห้าหกหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องห้ามพวกสายตรงอย่างวิศวะ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ คณิตศาสตร์ มาสอน เด็กก็ต้องไปกวดวิชาซีครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลูกหลานถามว่าทำไมการศึกษา ไทยเป็นอย่างนี้ จึงเล่าให้ฟัง
----------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าหลวง ครองราชย์ 42 ปี ได้ส่งนักเรียนทุนคิง และทุนกระทรวงต่างๆ ไปศืกษาในต่างประเทศ 204 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมัยรัชกาลที่6 ครองราชย์ 15 ปี ส่งนักเรียนทุนไปศืกษาต่อต่างประเทศ 306 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมสองรัชกาล มีนักเรียนทุน 510 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักเรียนเหล่านี้ คือ ความหวังที่จะกลับมาพัฒนาสยามประเทศ ในโครงการที่ ร 5 ทรงริเริ่มไว้เป็นประเทศแรกๆในเอเซีย จนญี่ปุ่นยังต้องมาดูงาน เช่น การไฟฟ้า รถไฟ อากาศยาน รถราง ไปรษณีย์ ป่าไม้ วิศวกรรม วิทยาศาสตร์ พาณิชย์นาวี การพาณิชย์ การศืกษา การเหมืองแร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะราษฏร์จับเข้าคุกสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อรัชกาลที่9 ขึ้นครองราชย์พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านในสิบกว่าปีแรกคือ ทรงให้กำลังใจนักเรียนโรงเรียนต่างๆ ในงานของโรงเรียน งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน งานลูกเสือ ทั้งในกทม และต่างจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงทราบเรื่องราวความเป็นมาของโรงเรียนต่างๆดีมาก คือกำลังใจของการศึกษาไทย ให้ฟื้นกลับมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขียนแล้วเศร้า เสียเวลาไปเท่าใด อับอายประเทศแถวบ้านรอบบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำลายการศึกษาคือทำลายชาติ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39401</URL_LINK>
                <HASHTAG>2475, คณะราษฎร, ดร.สมเกียรติ โอสถสภา, ทำลาย, ระบบการศึกษา, ระบอบทักษิณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c996870a5d0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2019 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2019 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉายแววรมว.ศึกษาฯ&#039;มงคลกิตติ์&#039;ชู15ข้อแก้ระบบการศึกษาไทย ตามสไตล์ 007 รวดเร็ว ปราดเปรียว เร้าใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.62 - นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร แบบบัญชีรายชื่อ และ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาการศึกษาไทยมีหลายส่วนด้วยกัน ถ้าผมได้มีโอกาสเข้าไปบริหารการศึกษาของชาติในอนาคต ศธ. ซึ่งมีหน่วยงานในกำกับ อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐ(สพฐ) สำนักงานคณะกรรมการอาชีวะศึกษา(สอศ) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สภาการศึกษา การศึกษานอกโรงเรียน(กศน) การศึกษาเอกชน(สช) สกสค. องค์การค้าของ สกสค. และ คุรุสภา ภายใน 6 เดือน ผลงานต้องออกสำเร็จเป็นรูปธรรม ตามสไตล์ อ.เต้ 007 รวดเร็ว ปราดเปรียว เร้าใจ จะต้องดำเนินการดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เราต้องดูแลเด็กตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล-อนุบาล ช่วง 1.5-6 ขวบ อย่างดีที่สุด เป็นช่วงที่พัฒนาสมองดีที่สุด อาทิ อาหารเสริมสมอง ทักษะคิดวิเคราะห์ ความฉลาดทางอารมณ์ งบอุดหนุน บุคคลากรต้องพร้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.จัดการเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนใหม่ ทุกระดับ กับ ขนาดโรงเรียนให้สอดคล้องกัน โดยไม่มีจุดรั่วไหลในการทุจริตงบรายหัวที่ซ้ำซ้อนกัน 3.แก้ปัญหาราคาหนังสือแบบเรียน สำหรับ นักเรียน 9 ล้านคน อาทิ คณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์ ของ สสวท. ภาษาไทย ของ สำนักวิชาการ สพฐ. ที่มีราคาแพงมากไม่สอดคล้องกับภาคเอกชนที่มีราคาถูก ทำให้ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นักเรียนได้หนังสือไม่ครบ 8 กลุ่มสาระ ได้แค่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สาระ เพิ่มภาระผู้ปกครองนักเรียน ซึ่งผิดวัตถุประสงค์เงินอุดหนุนค่าหนังสือรายหัวนักเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ส่งเสริมให้นักเรียนทุกระดับซึมซับอยู่ในสายเลือดของความเป็นชาติ ศาสนา และ สถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงประวัติศาสตร์ของชาติไทยที่มีมาอย่างยาวนานกว่าเกือบ 800 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.แก้ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้าย ครู ผู้บริหาร ให้เกิดความยุติธรรม สุจริต เป็นธรรม เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.การเลื่อนวิทยะฐานะครู ขึ้นอยู่กับคุณภาพของนักเรียนแรกเริ่มเปรียบเทียบปัจจุบัน โดยไม่ผูกติดกับการอบรมครู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ส่งเสริมให้นักเรียนที่มีความสามารถแต่ละด้านไปให้ถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.แก้ปัญหาขนาดห้องเรียนให้เหมาะสมกับคุณภาพผู้เรียนไม่เกิน ห้องละ 20 คน(อนุบาล) ห้องละ 30 คน(ประถม) ห้องละ 40 คน(มัธยม) เป็นการกระจายทรัพยากรครู สถานที่ ภาระงานให้ได้ประสิทธิภาพ อีกอย่างเป็นแก้ปัญหาแป๊ะเจี๊ยไปในตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.ส่งเสริมให้นักเรียนศึกษาต่อในระดับอาชีวะศึกษา เพิ่มตลาดแรงงานเฉพาะด้าน ให้มีเงินเดือนตั้งแต่เรียน ปวช1-3 รองรับกับงานภาคเอกชน ที่มีคุณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10.แก้ปัญหาหนี้สินครู โดยการตัดหนี้ดอกเบี้ยเดิม ตั้งธนาคารครู จ่ายหนี้เก่า เริ่มใหม่ ให้ดอกเบี้ยไม่เกิน 3.5-4.5% 11.แก้หนี้ องค์การค้าของ สกสค.กว่า 6 พันล้านบาท โดยการใช้ทรัพยากรเดิมให้คุ้มค่า รับงานหารายได้เพิ่ม ไม่ปลดพนักงานเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12.ปรับปรุงให้คุรุสภามีความเข้มแข็งในการควบคุมมาตราฐานวิชาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13.ปรับปรุง สกสค.ให้เพิ่มศักยภาพให้การดูแล ครูและบุคคลากรทางการศึกษา มีประสิทธิภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14.ส่งเสริมให้โรงเรียนเอกชนมีความเข็มแข็ง เพื่อแข่งขันกับโรงเรียนรัฐบาล เพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศ
15.เพิ่มศักยภาพสภาการศึกษา ให้เป็นมันสมองในการขับเคลื่อนการศึกษาภาพรวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16.ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ในโรงเรียนและสถานศึกษา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38354</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตี๋เต้, พรรคไทยศรีวิไลย์, มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, ระบบการศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf7ccea50b3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนาคตใหม่ชี้อนุรักษ์นิยมซุกซ่อนอยู่ในระบบการศึกษา ปลุกนักเรียนเอาอย่าง&#039;กาลิเลโอ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.61 - ที่คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ส่วนวังจันทน์ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย นายรังสิมันต์ โรม เครือข่ายเยาวชน (NGN) และผู้ลงสมัครแข่งขันไพรมารีโหวตแบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ร่วมเสวนาในหัวข้อ &amp;quot;บทบาทครูยุคใหม่กับการสร้างสังคมประชาธิปไตย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวว่า วัฒนธรรมอำนาจนิยมในระบบการศึกษาเป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับสังคมไทย และแทบจะเป็นประสบการณ์ร่วมของทุกคนว่า ต้องผ่านอะไรที่เลวร้ายในโรงเรียน เช่น ถูกครูตี ซึ่งเป็นเรื่องอำนาจอย่างหนึ่ง ขณะเดียวกันก็ยังมีอุดมการณ์อนุรักษ์นิยมที่ซ่อนอยู่ในหลักสูตร แบบเรียน พจนานุกรม หรือแม้แต่ดิกชันนารี มองการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นประชาธิปไตยในแง่ลบอยู่เยอะมาก&amp;nbsp;แบบเรียนของไทยเชิดชูระบอบอำนาจนิยม ขณะที่เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองไทยอย่าง 14 ตุลาคม 2516 เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 แทบไม่มีการพูดถึง&amp;nbsp;เราใช้อำนาจนิยมนี้ในโรงเรียน หล่อหลอมให้คนเป็นเหมือนกันหมด ทั้งชุดนักศึกษา ตัดผม หรือแม้พิธีกรรมต่างๆ&amp;nbsp; สังคมไทยทำให้คนเชื่อฟังโดยการใช้อำนาจ ไม่ค่อยได้ใช้เหตุผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ระบบวัฒนธรรมอำนาจนิยม คนที่อยู่ในระบบมักไม่ค่อยกล้าต่อต้าน เพราะมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ นักเรียนที่ตั้งคำถามกับครู ถูกมองว่าดื้อ ไม่เชื่อฟัง คะแนนจิตพิสัยอาจจะถูกหัก เป็นต้น&amp;nbsp; แต่สำหรับผม ราคาที่ต้องจ่ายในการต่อต้านนี้ คือ สิ่งที่เป็นคุณค่าพื้นฐานสำคัญของชีวิต ถ้าในโลกนี้ทุกคนพูดคำว่า ใช่ เหมือนกันทั้งหมด ศิลปวิทยาการความก้าวหน้าต่างๆ คงไม่เกิด โลกนี้ก้าวหน้าได้เพราะมีคนกล้าพูดคำว่า ไม่ เช่น กาลิเลโอ ที่ท้าทายศาสนจักรที่มีอำนาจอย่างมากในตอนนั้น โดยกล้าบอกว่า โลกไม่ได้เป็นศูนย์กลางของจักรวาล หรือ กรณีแบ่งแยกสีผิว แบ่งฝั่งคนนั่งรถเมล์ในอเมริกาเมื่อก่อน ผู้หญิงผิวสีคนหนึ่งไปนั่งฝั่งคนขาวแล้วถูกโวยวายไล่ให้ลุก แต่เธอบอกว่า ไม่ เรื่องนี้จึงเป็นประเด็น และที่สุดความเท่าเทียมจึงเกิดขึ้น ผมยืนยันว่า ในวัยรุ่นคนหนุ่มสาว เราต้องหล่อเลี้ยงความเป็นขบถ ซึ่งความเป็นขบถนี้ไม่ได้ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย แต่ทำให้สังคมก้าวหน้า ถ้าเราไม่เริ่มต้นตั้งคำถามกับระบบ ทุกอย่างก็จะยังคงอยู่แบบเดิมต่อไป&amp;quot; นายปิยบุตร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายรังสิมันต์&amp;nbsp; กล่าวว่า เราทุกคนคือเหยื่อของระบบการศึกษาไทย ที่บังคับและทำทุกอย่างเพื่อให้ทุกคนต้องเหมือนกัน เรื่องนี้จะแก้ไขได้ สังคมไทยต้องเป็นสังคมประชาธิปไตย เพราะเรื่องอำนาจนิยมในระบบการศึกษา มีรากฐานมาจากความไม่เป็นประชาธิปไตย วัฒนธรรมแบบนี้ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่ระดับครอบครัว โรงเรียน มหาวิทยาลัย เช่น เวลาเราถูกครูตีจะรู้สึกว่าไม่แปลก เพราะเราถูกตีมาแล้วจากครอบครัว ระบอบอำนาจนิยมอยู่กับเรามานาน จนเราคิดว่าเป็นเรื่องปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคนที่เป็นครู สิ่งสำคัญที่สุดในวันนี้ไม่ใช่เรื่องการควบคุม บังคับเด็ก แต่ครูต้องคิดภาพให้ออกว่า เด็กแบบไหนจะเหมาะสมกับสังคมประชาธิปไตย แล้วมอบสิ่งนั้นให้กับเด็ก ไม่ใช่การผลิตซ้ำอำนาจนิยมอย่างที่เราเคยได้รับมา&amp;nbsp; เพราะไม่เช่นนั้น การที่เด็กทุกคนเป็นเหยื่อก็จะดำเนินต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22038</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยบุตร แสงกนกกุล, ระบบการศึกษา, อนาคตใหม่, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181115/image_big_5bed40d014412.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2018 13:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2018 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คุณหญิงหน่อย&#039; ชูไอเดีย &#039;เลิกตัดเสื้อโหล&#039; แก้ปัญหาระบบการศึกษาไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.61 - &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ดิฉันได้รับเกียรติให้เข้าร่วมเวทีเสวนาในงาน WORLDDIDAC ASIA 2018 มาร่วมกันถอดรื้อปัญหาระบบการศึกษาไทย ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้าหลายเดือนดิฉันตั้งใจทำการบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เข้าไปรับฟังมุมมองต่าง ๆ ของคนรุ่นใหม่ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อทราบถึงความคาดหวังต่อการศึกษาไทยในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อมาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนในงานอยู่มากพอสมควร เพราะดิฉันมองว่ามันคือโอกาส ที่ให้ผู้ใหญ่อย่างเราได้มาร่วมมองปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบการศึกษาไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าประเทศไทยคือหนึ่งโรงเรียนใหญ่ คุณอยากเห็นครูใหญ่พัฒนาการศึกษาในโรงเรียนแห่งนี้อย่างไรบ้าง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันฝันว่าอยากจะทำโรงเรียนให้เป็นของชุมชน เอานักเรียนเป็นศูยน์กลาง ทำให้กระทรวงศึกษาเล็กลง สร้างโรงเรียนให้โตขึ้น โรงเรียนต้องเป็นของเด็ก เป็นของพ่อแม่ เป็นของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราตัดเสื้อโหลไม่ได้อีกแล้ว หลักสูตรการศึกษาไทยต้องเลิกตัดเสื้อโหลได้แล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การศึกษาแบบใหม่ คือการร่วมกันออกแบบโดยคนในชุมชน ในการสร้างหลักสูตรขึ้นมาให้เหมาะสมกับเด็ก สร้างพื้นที่ให้เขาสามารถทำงานในชุมชนได้ ในจังหวัดของตนเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และไม่มีความจำเป็นว่าหลักสูตรของชุมชนต่าง ๆ จะเหมือนกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะเราไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อโหลที่เหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งความหลากหลายของหลักสูตรการศึกษานี้ จะเป็นจุดแข็งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาที่ดีขึ้น ในระบบการศึกษาไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19828</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ระบบการศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181013/image_big_5bc192fea5d60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
