<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 07:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 07:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ไกรฤกษ์ นานา’แจ้งข่าวดี’เหตุการณ์ ร.ศ.112’อยู่ในแบบเรียนไทยแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 มี.ค.2534- นายไกรฤกษ์ นานา นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;เหตุการณ์ ร.ศ.112 ได้รับเกียรติเป็นวิชาในแบบเรียนของระบบการศึกษาไทย&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า วิกฤตการณ์ ร.ศ.112 เป็นบทเรียนทางประวัติศาสตร์ ของชาวสยามเรื่องหนึ่ง &amp;nbsp;ที่อยู่ในความทรงจำของคนไทยตลอดมา &amp;nbsp;นอกจากจะอธิบาย สถานการณ์โลก ในยุคล่าอาณานิคม ที่มีเมืองไทยเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยแล้ว ก็ยังอธิบายถึงพระปรีชาญาณของพระมหากษัตริย์ไทยในอดีต&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ทรงใช้ ความสุขุมคัมภีรภาพ ในการแก้ไขปัญหา ของชาติบ้านเมืองทำให้เราอยู่รอดปลอดภัย มาถึงทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทวิเคราะห์ของ อาจารย์ ไกรฤกษ์นานา &amp;nbsp;ได้รับเกียรติให้เป็นวิชาศึกษา &amp;ldquo; ขัตติยพันธกรณี &amp;ldquo; ของบูรพมหากษัตริย์ไทย ในเหตุการณ์นั้น ครั้งเมื่อพ.ศ.2436 นำความปลาบปลื้ม มาสู่ผู้ค้นคว้าวิชานี้ และคนไทยทุกคน ที่ไม่เคยลืมเรื่องราวดีๆ ของเมืองไทยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพประกอบ : &amp;nbsp;ภาพ และบทเรียนในวิชาพื้นฐานภาษาไทย ชุด &amp;ldquo; วรรณคดีวิจักษ์ &amp;ldquo; ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน &amp;nbsp;กระทรวงศึกษาธิการ &amp;nbsp;เมื่อพ.ศ.2554&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94830</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักวิชาการอิสระ, นายไกรฤกษ์ นานา, ร.ศ.112, ระบบการศึกษาไทย, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603edb3fa4889.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2020 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2020 07:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.เอ้&#039;ปลุกการศึกษาไทยตื่นได้แล้วทึ่ง!จีนให้นักบินอวกาศสอนเด็กอนุบาลตั้งเป้าเหยียบดาวอังคารเอาชนะมะกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 มิ.ย.63 - อีกไม่ถึงสองสัปดาห์ หลายโรงเรียน-สถาบันการศึกษา ทั่วประเทศ ก็จะเริ่มเปิดเทอมการเรียนการสอน ตั้งแต่ 1 ก.ค.นี้ ขณะที่มหาวิทยาลัยหลายแห่งทั้งของรัฐและเอกชน&amp;nbsp; ก็จะเริ่มเปิดเรียนช่วงเดือนสิงหาคม การศึกษาไทยยุคPost Covid-19 ในมุมมอง ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์&amp;nbsp; อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) นายกสภาวิศวกร&amp;nbsp; กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การเรียนการศึกษาต้องปฏิรูป ต้องเปลี่ยนตลอด ที่เรียกกันว่า disrupt แต่ที่ผ่านมา ที่คนชอบพูดกันว่า ปฏิรูป ต้องถามว่าแล้วปฏิรูปจริงหรือไม่ ถึงตอนนี้ต้องบอกว่าเรายังไม่เห็น ตราบใดที่ประเทศไทย ยังแบ่งการเรียนระดับมัธยมปลายเป็นสายวิทย์-สายศิลป์ ทั้งที่ประเทศอื่นไม่มีกันแล้ว หรืออย่างที่ต่างประเทศ มหาวิทยาลัยก็ไม่มีการแยก โดยไม่ว่าสาขาไหน จะให้นักศึกษาปีหนึ่งกับปีที่สอง เรียนรวมกัน เรียนทั้งศาสตร์-ภาษา-บุคลิกภาพ แม้แต่ พละศึกษา จากนั้นถึงค่อยไปแยกเฉพาะทาง ก็เห็นว่า การเรียนเฉพาะทางควรไปเรียนตอนปริญญาโทกับปริญญาเอกเท่านั้นถึงจะดี เพราะเฉพาะทางต้องทำงานวิจัย ต้องลงลึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิการบดีสจล.กล่าวว่า ระบบการศึกษาไทยตลกมาก มาบอกว่า เรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วต้องออกไปสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ทั้งที่มาให้เริ่มเรียนตอนอายุ 18 ปี อย่างแค่นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ เรียนสี่ปี แค่ให้เรียนด้านวิศวะอย่างเดียว ก็ยากเต็มทนแล้วจะให้เรียนจบไปพูดภาษาอังกฤษแบบฝรั่ง จะเป็นไปได้อย่างไร ไม่มีทางหรอก ดังนั้น การเรียนภาษา การเรียนสังคม ประวัติศาสตร์ ความเป็นพลเมืองต้องมาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะช่วงเรียนมัธยมศึกษา แล้วประเทศไทย มองเด็กอนุบาล เป็นเด็กคนหนึ่ง พอโตขึ้น ก็เป็นเด็กประถม เป็นเด็กคนหนึ่ง เด็กมัธยม ก็เป็นเด็กอีกคนหนึ่ง เด็กอาชีวะก็เด็กคนหนึ่ง เด็กมหาวิทยาลัยก็เด็กคนหนึ่ง ทั้งที่จริงแล้ว คือท่อเดียวกันหมดเลย แยกกันแบบต่างคนต่างทำ ก็คงจะเจริญละ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการศึกษาไทยยุค โพสต์โควิดฯ เป็นอย่างไร เรื่องดังกล่าว อธิการบดีสจล. ย้อนถามว่า&amp;quot; อยากจะฟังความจริงหรืออยากจะฟังแบบไหน&amp;quot; คือแบบนี้&amp;nbsp; คือต่อให้ประเทศไทยไม่เจอโควิดฯ หากการศึกษาไทยไม่ดิปรัปชั่น ไม่หักศอก ไม่มีความกล้า ความกล้าในการทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อลูกหลานเรา กล้าเจ็บตัว กล้ามีคนเกลียด ต่อให้ไม่มีโควิดฯ ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ก็ไม่ได้เห็นแสงสว่าง คือ การศึกษาไทยจะไปแข่งขันไม่ได้ จะสู้ไม่ได้น้อยลงไปเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า ยกตัวอย่าง รอบๆ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มีโรงเรียนที่เรียนฟรีถึง 17 แห่ง แต่แม้แต่คนที่มีรายได้น้อย ที่เป็นเจ้าหน้าที่ที่นี้ ยังไม่ส่งลูกเรียนโรงเรียนใกล้บ้านเลย ยังส่งลูกเรียนที่โรงเรียนเอกชน หรืออาจารย์บางคนก็ต้องขับรถส่งลูกไปเรียนโรงเรียนนานาชาติ ที่มีค่าใช้จ่ายปีละเป็นล้านบาท แถวดอนเมือง ขับรถไป-กลับ วันละ 240 กิโลเมตร มันมีคำตอบหรือยัง ทั้งที่บ้านก็อยู่ตรงนี้ โรงเรียนให้เรียนฟรีเลย ก็อยู่ตรงนี้ ลาดกระบัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุชัชวีร์ ย้ำว่า การศึกษาที่ฟรี เป็นเรื่องถูกต้อง แต่ว่าฟรีแล้วต้องมีคุณภาพด้วยเพราะถึงต่อให้ฟรีแต่ไม่มีคุณภาพ ผู้ปกครองที่ไม่มีอันจะกิน ก็ไม่ส่งลูกไปเรียน เพราะเขาอยากให้ลูกได้สิ่งที่มีคุณภาพ การฟรีอย่างเดียวจึงไม่ได้ตอบโจทย์ทั้งหมด ต้องปรับโดยคิดเอาคนเป็นหลัก เช่นหากภาครัฐ ยังไม่ทำให้อาชีพครู เป็นอาชีพที่ดึงดูด ก็ยากในการปฏิรูป โดยต้องทำให้อาชีพครู มีRole model สร้างค่านิยม ยกย่องครู เหมือนกับอาชีพอื่นๆด้วยเช่น แพทย์ -พยาบาท -นักวิทยาศาสตร์-นักบินอวกาศ ไม่ใช่ให้คนเก่งๆ ดีๆ แหยงไม่อยากมาเป็นครู การศึกษา ไม่ควรปล่อยให้เป็นแต่เรื่องของรัฐแต่ต้องเป็นเรื่องของคนทุกคน ต้องร่วมมือกัน โดยการโฟกัสเป้าหมายให้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุชัชวีร์ เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ได้รับเชิญจากประเทศจีนให้ไปที่ สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือChinese Academy of Science เมื่อไปถึง ทางผู้บริหารได้บรรยายให้ฟังว่า สถาบันมีความภูมิใจมากที่เกิดขึ้นพร้อมประเทศจีน โดยประเทศจีนเกิดเมื่อ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1949 ส่วน Chiness Academy of Scince&amp;nbsp; ตั้งเมื่อ ค.ศ. 1949 ก็คือ ประเทศจีน ตั้งปุ๊ป ก็ตั้งสถาบันแห่งนี้เลย ผู้บริหารของเขาบรรยายต่อไปว่า ผู้นำของประเทศจีน สนับสนุนเรื่องวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีอย่างถึงที่สุด มีมหาวิทยาลัยในจีน 20-30 แห่ง มีสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ต่างๆ มีการพัฒนาเรื่องต่างๆเช่น นิวเคลียร์ ตอนแรกผมก็เฉยๆ ก็บอกในใจ เก่งครับท่าน พอไปเจออีกสไลด์หนึ่ง ผมตื่นเลย เขาบอกตอนนี้กำลังสร้างโรงเรียนอนุบาลด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่ เขตหวายโหรว ที่เป็นพื้นที่ซึ่งราคาแพงที่สุดของจีนตอนนี้ ที่จัดประชุมเอเปค เมื่อปี&amp;nbsp; ค.ศ. 2014&amp;nbsp; โดยมีการสร้างคอนโดมิเนียมให้ครูที่สถาบันฯได้พักอาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; พอฟังแบบนี้ ผมก็ตื่นเลย เลยถามว่า จริงหรือ เอาแบบนั้นเลยหรือ เขาตอบกลับมาว่า ใช่ แล้วคำพูดต่อไป ผมแทบลงไปนอนดิ้นเลย เขาบอก เราจะบังคับนักบินอวกาศทุกคนของจีนต้องมาสอนเด็กอนุบาลที่นี่ มีนักบินอวกาศใส่ชุดนักบินมาสอน จะมาบอกว่า เขาคือ คนไม่กี่คนบนโลก ที่มีร่วม 7,000 ล้านคน ที่ขึ้นไปเห็นโลกอวกาศทั้งใบ&amp;nbsp; โดยนักบินอวกาศสอนเด็กอนุบาล ด้วยการให้ดูสไลด์เช่น รูปดาวอังคาร แล้วนักบินเขาจะสอนว่า ลูกๆ ที่อยู่อนุบาล ที่เรียนอยู่ที่ จีน วันหนึ่งจะไปเหยียบดาวอังคาร ก่อนพวกอเมริกา ผมฟังแล้ว ได้แต่บอก จีนเขาสอนเด็กอนุบาลกันแบบนี้แล้ว&amp;nbsp; ซึ่งอาชีพนักบินอวกาศ จะไม่เหมือนอาชีพอื่น เพราะแต่ละประเทศ จะมีการตั้งชื่อนักบินอวกาศ ด้วยภาษาของตัวเอง ทำให้การเรียกชื่อนักบินอวกาศ จะแตกต่างกันไปทั่วโลก ไม่มีชื่อกลาง ด้วยการเรียนการปลูกฝังแบบนี้ คือสอนให้เด็กๆ เริ่มคิดจะเป็นนักบินอวกาศ ผมว่า หากเด็กมีความคิดจะเป็นนักบินอวกาศตั้งแต่เด็ก และขยันเรียน เพื่อจะเป็นนักบินอวกาศ คนแบบนั้น ต่อไป ต่อให้เขาไปทำอาชีพอะไร ก็จะประสบความสำเร็จ ผมถึงเห็นว่าเรื่องการศึกษาไทย ต่อไป เราต้องโฟกัสกันตั้งแต่เขายังเด็กๆ แบบจีน ไม่ใช่มานั่งสอน ท่อง A B C D E &amp;quot;อธิการบดีสจล. ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุชัชวีร์ ย้ำว่า&amp;nbsp; การศึกษาไทย จะมีหรือไม่มีโควิดฯ เราต้องมาสร้างคนรุ่นใหม่ ให้มาสู้-แข่งขันกับโลก ที่ต่อไปหลังจากนี้จะเข้าสู่ยุค Neo-nationalism ชาตินิยมใหม่ โดยในอนาคต สิ่งที่เราอาจจะเจออาจไม่ใช่โควิดฯ ก็ได้&amp;nbsp; แต่อาจเป็นเช่น ภัยธรรมชาติที่เราคาดไม่ถึง เราจึงต้องสร้างลูกหลานของเราให้พร้อมกับอนาคตที่อาจจะมาแบบไหนก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69111</URL_LINK>
                <HASHTAG>disruption, ระบบการศึกษาจีน, ระบบการศึกษาไทย, ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200619/image_big_5eec0865a486a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2018 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2018 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โลกเปลี่ยนไปมาก &#039;หญิงหน่อย&#039; แนะการศึกษาไทยไม่จำเป็นต้องสอนให้เก่งเรื่องเดียว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.61 -&amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ &amp;nbsp;สมาชิกพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;เปิดเผยว่า &amp;quot;วันนี้ดิฉันได้รับเกียรติให้เข้าร่วมเสวนา และร่วมเปิดโครงการพัฒนาต้นแบบผู้นำนักศึกษา ครั้งที่1 ของบริษัท Emulation&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเป็นการร่วมกลุ่มของอดีตรัฐมนตรีที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารเข้าร่วมสะท้อนการพัฒนาการศึกษาไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายใต้หัวข้อเสวนาจากอดีตสู่ปัจจุบัน&amp;rdquo;ผ่า&amp;rdquo;หรือ&amp;rdquo; ฝ่า&amp;rdquo; อนาคตการศึกษาไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งดิฉันมองว่าวันนี้โลกเปลี่ยนไปมาก มหาวิทยาลัยต้องปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงของระบบวันนี้หลักสูตรการศึกษาไทยไม่มีความจำเป็นต้องสอนให้นักศึกษาเก่งเรื่องเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เด็กทุกมหาวิทยาลัยต้องสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเชื่อมโยงระหว่างกันได้ สามารถสร้างแบรนด์ให้ชุมชนตนเองได้ อย่างเช่น การสร้างงานให้ทองถิ่นตนเองได้ ทำอย่างไรให้พ่อแม่เปลี่ยนจากขายข้าวเปลือก เป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าให้ครอบครัวตนเองได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสร้างความหลากหลายของหลักสูตร เป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษาไทย ให้มีความเชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่นของตนเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นแล้ว การศึกษาไทยต้องมีความหลากหลายเพียงพอ และที่สำคัญอย่างที่ดิฉันเคยพูดในเวทีเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาที่ผ่านมาแล้วว่า &amp;ldquo;หลักสูตรการศึกษาไทยต้องตัดเสื้อโหลแบบเดียวกันได้แล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20332</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, คุณหญิงหน่อย, ปฏิรู)การศึกษา, ระบบการศึกษาไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181004/image_big_5bb5d52f02e1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 14:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039;ซัดพิธีไหว้ครูสุดล้าหลัง-เจ้ายศเจ้าอย่าง ลั่นแก้ระบบการศึกษาต้องเอารัฐออกมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.61 - นายธนาธร จึงรุงเรืองกิจ&amp;nbsp; หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์แทบลอยด์ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ถึงแนวคิดนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ ต่อการแก้ปัญหาระบบการศึกษาของประเทศไทย &amp;nbsp;ว่า การศึกษาไทยไม่เคยพูดเรื่องประชาธิปไตย &amp;nbsp;สิทธิพลเมือง ไม่เคยพูดเรื่องความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และไม่เคยพูดเรื่องคุณค่าหรือศักยภาพความเป็นมนุษย์ แม้แต่คำเดียวในการศึกษาไทยทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ลองย้อนกลับไปนึกในสิ่งที่เรียน อย่างเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี พ.ศ.2475 เหตุการณ์ที่ใหญ่ขนาดนั้น สมัยผมหนึ่งย่อหน้ากับเหตุการณ์ 2475 พูดถึงนายปรีดี พนมยงค์ครั้งเดียว ในแบบการเรียนการศึกษาไม่เคยพูดเลยว่าประชาชนมีศักยภาพอย่างไรในตัวเอง สอนแต่ให้ทุกคนยอมจำนน สอนแต่ให้ทุกคนสยบยอม แม้แต่ความไม่เป็นธรรม ความไม่ยุติธรรมก็ต้องสยบยอม นี่คือการศึกษาไทย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สัมภาษณ์ถามว่าแล้วพรรคอนาคตใหม่มีนโยบายเรื่องการศึกษาอย่างไร? นายธนาธร ตอบว่า ทำลาย disrupt มัน เขย่ามัน ดึงรัฐออกไป ให้ประชาชน กรรมการโรงเรียนตัดสินเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยกตัวอย่างง่ายๆ พิธีไหว้ครู เป็นพิธีกรรมที่ล้าหลังมาก เอาพิธีกรรมที่เจ้ายศเจ้าอย่างออกไปทั้งหมด จากระบบการศึกษา ยกตัวอย่าง โรงเรียนไหนอยากจะมีการไหว้ครู ก็เป็นเรื่องของโรงเรียน ไม่ต้องไปบังคับเขา โรงเรียนไหนไม่อยากมีก็ไม่ต้องมี โรงเรียนไหนอยากให้นักเรียนไว้ผมยาวได้หรือจะให้ไว้ผมทรงนักเรียน หรือโรงเรียนไหนอยากให้นักเรียน นักศึกษาใส่ชุดนักศึกษาหรืออยากจะให้ใส่ชุดอะไรก็ได้มาเรียน ก็ให้เป็นเรื่องของโรงเรียน ต้องเอารัฐออกจากรูปแบบ เนื้อหาของการเรียนอยากสอนอะไรก็สอน ไม่ต้องไปออกแบบวิธีการประเมินจากส่วนกลาง ให้ท้องถิ่นออกแบบตัวเอง&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงนโยบายให้คนเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมว่าต้องทำให้เด็กเรียนฟรีจริง ที่ผ่านมาที่บอกว่าให้เรียนฟรี 12 ปี แต่ก็ไม่ฟรีจริง มีการไปเก็บเงินจากส่วนอื่นๆ เต็มไปหมด เรื่องที่สองต้องผลักดันเรื่องการให้อินเทอร์เน็ตที่ฟรีและเร็วต้องเกิดขึ้นในโรงเรียนให้ได้ เพราะความรู้ทั้งหมดอยู่ในอินเทอร์เน็ต คนเมืองที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่เร็วกว่าก็มีโอกาสมากกว่าในสังคม ถ้าเราปล่อยให้การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมีความเหลื่อมล้ำ พวกความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำทางสังคมก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องลดช่องว่างตรงนี้ ด้วยการให้มีไวไฟ อินเทอร์เน็ตที่ฟรีและเร็ว ต้องเป็นจริง สำคัญมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สัมภาษณ์ตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องปฏิรูปการศึกษาที่หลายรัฐบาลพยายามจะทำมาตลอด? หัวหน้าพรรอนาคตใหม่ กล่าวว่า &amp;quot;ผมไม่คิดจะปฏิรูปเลย ผมคิดจะเอารัฐไทยออกมา เพื่อจะได้เห็นประชาชน โรงเรียนทุกโรงเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ ถ้าคุณเป็นครูแล้วต้องการสอนในรูปแบบอื่นที่ไม่ต้องใช้หนังสือของกระทรวงศึกษาธิการ คุณโดนด่า ซึ่งเมื่อครูไม่สามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ ไม่สามารถใช้พลังของตัวเองสอนได้ ก็หมดกำลังใจ ก็เลยสอนตามหนังสือไป เราจะเอาแบบนี้หรือไม่-ต้องไม่ ผมไม่ออกแบบการศึกษาให้ใครเห็น ผมเชื่อว่าทุกคนมีอำนาจมีพลังความคิดสร้างสรรค์เพียงพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ทุกคนต้องการคืออำนาจที่ตัดสินใจเองได้ โดยดึงรัฐส่วนกลางออกมาแล้วลดอิทธิพลของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งในเนื้อหาและรูปแบบ โดยรูปแบบก็คือเข้าเรียนกี่โมงเป็นเรื่องของท้องถิ่น &amp;nbsp;เด็กจะไว้ผมยาวได้หรือไม่ จะให้มีชุดนักเรียนหรือไม่ จะใช้หนังสือเรียนหรือไม่ต้องใช้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ตัวผมเองโชคดีเกิดในสังคมที่พอมีอันจะกิน ผมให้ลูกผมไปอยู่โรงเรียนนานาชาติ ลูกผมอายุ 8 &amp;nbsp;ขวบ อยู่ ป.3 ยังไม่มีหนังสือเรียนสักเล่มเลย การเรียนการสอนที่ไม่ต้องมีหนังสือเรียน อย่างลูกผมไปเรียนเรื่องชุมชน ก็เรียนว่าชุมชนมีอะไรบ้าง ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ครูก็ให้ไปสัมภาษณ์คนในชุมชน &amp;nbsp;ร้านขายของชำหน้าปากซอย คนขับวินมอเตอร์ไซค์ นี่คือการเรียนรู้เรื่องชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร ยืนยันว่าแนวทางเรื่องการศึกษาข้างต้นสามารถนำไปใช้กับโรงเรียนที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนวัด โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยให้กรรมการโรงเรียน ครูออกแบบเนื้อหา หลักสูตร &amp;nbsp;คิดรูปแบบที่จะสอนด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่ต้องปฏิรูป ปฏิรูปอย่างเดียวคือเอารัฐไทยออกมา เอากระทรวงศึกษาธิการออกมา&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ย้ำ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10320</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปฏิรูประบบการศึกษา, พรรคอนาคตใหม่, ระบบการศึกษาไทย, หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e51a59b37a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2018 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2018 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่านแล้วเจ็บ!&#039;ดร.อาทิตย์&#039;โพสต์รายงานสถานทูตจีนมองการศึกษาไทยจ่ายครบจบแน่ ปริญญาขยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 เม.ย.61- &amp;nbsp; ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว Arthit Ourairat &amp;nbsp;เรื่อง จีน วิจารณ์การศึกษาของไทย &amp;nbsp;โดยระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีนรักไทยจริงใจ...วิจารณ์การศึกษาของไทยแบบตรงๆ... อ่านแล้วเศร้าจัง .........&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การศึกษาไทยในมุมมองของจีน ห่วยสุดๆ ตั้งแต่ระดับมัธยม จนถึงระดับ มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. สถานทูตจีน เขียนรายงาน (เป็นภาษาจีน) ระบุการศึกษาบ้านเรา เน้นแต่ด้าน ศิลป ศาสตร์ นิติฯรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การตลาด บริหารธุรกิจ ซึ่งจบมาแล้ว ไม่มีงานทำ ความรู้กระจอก สักแต่ให้มีใบปริญญา ไม่ได้สร้าง value-added ใดๆ นักวิทยาศาสตร์ การวิจัย แทบจะเป็นศูนย์ Guanmu อดีตเอก อัครราชทูตจีน บอกว่า25 ปีที่ผ่านมา ไทยผลิตยาง ยังไงก็ยังทำแบบนั้น ไม่สร้างมูลค่าเพิ่ม ทำเป็นยางรถยนต์ หรือสิ่งประดิษฐ์ อะไรเองไม่เป็น สร้างคิดอะไรไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. มหาวิทยาลัยไทย รวมไปถึง ธรรมศาสตร์ จุฬาฯ กิจกรรมเน้นเต้น หลีดโชว์หล่อสวย แต่โง่ ไม่มีการฝึกงานอะไร ที่เป็นประโยชน์ เด็กขอเงินพ่อแม่ เที่ยวกลางคืนไปวันๆ โชว์วัตถุนิยม ว่ารถกูขับรถไร สังคมมันวัดกันแค่นี้ (เห็นมากับตา) พวกดีๆ ก็มีแต่มันน้อย เอาจริงๆนะ ผมว่ามีแค่10% ในขณะที่เด็กสหรัฐฯ พวก MIT Stanford หรือเด็กจีนชิงหัว ปิดเทอม พยายามหางานทำ ฝึกงาน UN World Bank JP Morgan หรือมาค่ายผู้ลี้ภัย ชาวโรฮิงญาในไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. จ่ายครบจบแน่ ปริญญาขยะ เต็มบ้าน คือ หางานไรทำไม่ได้ มีแต่อยากจะรวย &amp;quot;ผมจะทำธุรกิจ&amp;quot; คือมันคิดไรไม่ออก นอกจากขายของ นอกจากนี้ ยังมีทุจริต ผันงบกระทรวงศึกษาให้ทุนกู้ยืมเรียน มหาวิทยาลัยเอกชน ที่มีนักการเมืองเป็นเจ้าของ สุดท้ายก็หนี้สูญ เพราะเด็กบ้านนอก ได้มาเข้ากรุง สักว่า ได้ปริญญาประดับบ้าน แต่มันหางานทำไม่ได้ ปึหนี่งหมดเงิน ภาษีประเทศชาติ ไปหลายหมื่นล้าน เรื่องเลวๆนี้ ไม่เคยถูกตรวจสอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ภาษาอังกฤษ ห่วยแตกขั้นเทพ จริงๆ อจ.จุฬาฯส่วนใหญ่ ก็ลอกบทความฝรั่ง มาแปลๆ ไม่มีความคิด อะไรที่ใหม่ หาน้อยคน ที่จบระดับโลก ไปดู CV เอาเอง จบมหาลัยห้องแถว B-class ทั้งนั้น งานวิจัยขยะ copy/paste เด็มไปหมด ครูมัธยม เอาแค่โรงเรียนในกรุงเทพฯ ผมเคยถูกเชิญไปพูด ยังออกเสียงสะกดศัพท์ไม่ถูกเลย จะสอนเด็กให้ถูกได้อย่างไร แล้วโรงเรียน ในอ.ปัว จังหวัดน่าน มันจะห่วยแตก ขนาดไหน คิดดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ความรู้ใหม่ๆ หรือเทคโน โลยี มันหมุนเวียน เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งคนไทยรู้แต่ ภาษาไทยตัวเอง ไม่มีความสามารถ แข่งขันอะไร ในระดับโลก โลกทรรศน์สุดจะแคบ สำนักข่าวไทย รายงานแต่เรื่องเส็งเคร็ง ไม่ได้สร้างสรรค์คุณค่า ความรู้อะไร คนนั้นท้องกับคนนี้ ไปทำงานมา หลายประเทศ เช่น ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ บอกได้เลย นักเรียนไทย โคตรจะขี้เกียจ ไม่รู้ปีหนึ่งๆ อ่านหนังสือกัน กี่เล่ม?... รัฐบาลไหนจะคิดแก้ไขบ้างหนอ.ขี้เกียจ ปริญญา ชื้อหาได้ จบได้ กลายเป็นคนโง่ ขึ้นไปอีกคน เพราะมีใบประกาศ มีทิฐิเพิ่ม หมิ่นเงินน้อย ทำอะไรไม่เป็น คิดสร้างสิ่งใหม่ๆ ไม่ได้ เบียดเบียดครอบครัวประเทศชาติ เป็นภาระ เป็นปัญหาสั่งคม ไร้คุณภาพอ้างตกงานที่แท้ขาดความรู้ความสามารถ ทุกอย่างชอบจะชื้อ จะกิน จะอยู่แบบสบาย ขาดการศึกษา กล่อมเกลาจิต ไม่มีความอดทด ต่อสู้ เป็นคนงอมืองอเท้าอาศัยผู้อื่น สมองคนอื่นไปๆวัน ๆ โตแบบแก่งแย่ง ชิงดีกัน ไม่มีทีมเวิร์ค เริ่มแต่แย่งสมบัติของพ่อแม่ปู่ย่าตายาย ต่อไปบ้านเมืองจะวุ่นวาย เพราะคนในชาติคิดสร้างไม่เป็น หมดสมบัติชาติ ผลาญหมด ผลาญทรัพยากรวัวควายไร่นาป่าไม้แร่ธาตุหมดแล้วจะกลับมาอยู่อย่างเดิมก็ไม่ได้ จบ ป.โท ป.เอก ทำไร่ทำนาไม่ได้ หากินเองไม่ได้ อนาคตเป็นทาสเขา เด็กขาดคุณภาพ ก็เป็นผู้ใหญ่ไร้คุณภาพ เป็นคนชราก็เป็นภาระประเทศชาติแน่นอน มีใบประกาศ ใบปริญญาแต่สังคมโลกไม่ยอมรับก็สูญปล่าว ต้องรีบแก้ไขเรื่องเหล่านี้ด่วน เร่งพัฒนาสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เค้าส่งมาอ่านแล้วดีเลยส่งต่อ/ลองดูก็ได้ ถ้าท่านอ่านแล้วส่งกลับให้ผู้ส่งต่อ แสดงว่าท่านอ่านจนจบ ถ้าไม่มีแสดงว่าไม่ได้อ่านหรืออ่านไม่จบ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7410</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีนวิจารณ์การศึกษาไทย, ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์, ระบบการศึกษาไทย, สถานทูตจีน, อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร, อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต, เขียนรายงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180419/image_big_5ad8120b1cc89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พูดถึงรากเหง้าก่อนอธิบายอนาคต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาว่าระบบการศึกษาไทยล้มเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วมันล้มเหลวตั้งแต่เมื่อไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งปรับยิ่งแย่ลงหรืออย่างไร? คนรุ่นพ่อแม่ เรียนวิชา หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม ประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียนเป็นเล่มๆ ค่าเฉลี่ยในแง่ศีลธรรม จึงดีกว่ารุ่นลูก รุ่นหลานที่ยกเลิกเรียนวิชาเหล่านี้ไปด้วยข้ออ้างที่สวยหรู ปฏิรูปการศึกษา เอาไปอัดกันอยู่ในวิชาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นทำให้ระบบการศึกษาไทยรุ่นลูกรุ่นหลาน จึงดูเหมือนมีเป้าหมายจะสร้างเด็กไทยทุกคนให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ เพราะอัดแน่นด้วยวิชาการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กจำนวนมากไปไม่ถึง เบื่อหน่ายการเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ไปได้จบปริญญาออกมาจำนวนหนึ่งก็คิดแบบไร้ราก เหมือนเกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และอีกบางส่วนไปได้ตลอดรอดฝั่ง บางคนไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง แต่เข้าใจชีวิต เข้าใจความจริง กลุ่มนี้คือกำลังหลักในการพัฒนาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เกริ่นมาทั้งหมด เพื่อจะอธิบายถึงคนรุ่นใหม่กลุ่มที่ยึดเอา &amp;quot;สิทธิพลเมือง&amp;quot; เหนือสิ่งอื่นใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มองสิทธิเสรีภาพอยู่เหนือความเป็นชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มองเรื่อง &amp;quot;รักชาติ&amp;quot; เป็นความคิดของกลุ่มอนุรักษนิยม ล้าหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็....พยายามทำความเข้าใจกับพรรคของคนรุ่นใหม่ ที่นำเสนอนโยบายรัฐสวัสดิการ ซึ่งนับวันยิ่งมองเห็นถึงความสุดโต่ง มองความเป็นอยู่ของประชาชนว่าแย่ลงเพราะ อำนาจเผด็จการของรัฐในสายสังคมศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่คือผลพวงความล้มเหลวการศึกษาไทยหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็อาจมีข้อโต้แย้งว่า จะล้มเหลวได้อย่างไร ในเมื่อคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้ ตระหนักถึงสิทธิเสรีภาพ ตามคตินิยมของตะวันตก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่มีอะไรเถียง ในมุมนั้นไม่ล้มเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่ถือเป็นความอัปยศคือ ไม่รู้ว่า &amp;quot;รากเหง้า ตัวเองอยู่ที่ไหน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คิดแบบตะวันตก จะเอาสิทธิเสรีภาพอย่างตะวันตก แต่ไม่อธิบายว่า หน้าที่ต่อประเทศนั้นมีอะไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายวันมานี้มีการพูดถึงรัฐสวัสดิการซ้ำแล้วซ้ำเล่า อธิบายมาละเอียดยิบ ถ้ามีอำนาจจะพาไทยสู่รัฐสวัสดิการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ไม่อธิบายว่ารัฐสวัสดิการเกิดขึ้นได้จากอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประชาชนมีหน้าที่ต้องจ่ายเพิ่มเท่าไหร่ และทุกคนต้องจ่ายเท่าเทียมกันตามคตินิยมตะวันตกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ยังแตกบริษัทลูกออกเป็นร้อย เหตุผลหนึ่งเพื่อประโยชน์ทางภาษี ลดค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถามว่าผิดมั้ย? ไม่ผิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถ้ามองในแง่หน้าที่พลเมืองที่ควรทำอะไรเพื่อชาติ....ถือว่า &amp;quot;ไม่ใจ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายปีที่ผ่านมาประเทศแถบยุโรปเหนือซึ่งได้ชื่อว่าเป็นรัฐสวัสดิการชั้นเยี่ยม ต่างพยายามลดขนาดของรัฐสวัสดิการลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะเล็งเห็นแล้วว่ารัฐสวัสดิการเต็มสูบนั้น จะก่อปัญหาในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็...ฝากคนรุ่นใหม่ ในพรรคอนาคตใหม่ อธิบายรากเหง้าของตัวเองให้แจ่มชัด ก่อนจะพูดถึงอนาคต&amp;nbsp; จะเป็นประโยชน์ต่อพรรคของท่านทั้งหลายเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6233</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประวัติศาสตร์, ระบบการศึกษาไทย, ศีลธรรม, หน้าที่พลเมือง, อ่านเอาเรื่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
