<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2021 08:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั๋วร่วมรถไฟฟ้าไม่คืบ รอลุ้นเปิดใช้ต้นปี65</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 ก.ค. 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม (คนต.) ครั้งที่ 2/2564 ว่าที่ประชุมได้รับทราบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้ คนต. จำนวน 2 คณะ ได้แก่ คณะอนุกรรมการด้านการกำหนดมาตรฐานทางเทคโนโลยีและสถาปัตยกรรมองค์กร และคณะอนุกรรมการด้านการกำหนดมาตรฐานอัตราค่าโดยสารและการจัดสรรรายได้ เพื่อเตรียมความพร้อมวางแนวการออกแบบมาตรฐานทางเทคโนโลยีระบบตั๋วร่วมให้เป็นแบบการใช้บัญชีระบุตัวตนผู้โดยสารและบัตรที่ใช้เป็นแบบระบบเปิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรอบแนวนโยบายการบริหารจัดการตั๋วร่วม มีการแบ่งเป็นส่วนของผู้ใช้บริการ ส่วนของผู้ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ศูนย์กลางจัดการค่าโดยสาร (Central Clearing House) และส่วนผู้ให้บริการชำระเงินมีการกำหนดแผนการดำเนินการเป็นระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยในระยะสั้น ภายในปี 2564จะสามารถนำระบบตั๋วร่วมแบบ Account Based Ticketing (ABT) มาใช้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในระยะกลาง ภายในปี 2565 จะมีการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง (Central Clearing House: CCH) เพื่อรองรับการใช้อัตราค่าโดยสารร่วม และในระยะยาว ภายในปี 2566จะมีการจัดตั้งสำนักงานกลางเพื่อมาทำหน้าที่บริหารจัดการเรื่องตั๋วร่วม พร้อมประกาศใช้พระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมฯ เพื่อสามารถบังคับใช้ระบบตั๋วร่วมกับผู้ประกอบการระบบขนส่งสาธารณะทั้งที่เป็นของรัฐ และของเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้รายงานต่อที่ประชุมว่ากำลังดำเนินการพัฒนาระบบตั๋วร่วมโดยใช้เทคโนโลยี (ABT) โดยในปัจจุบันการออกแบบระบบแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างการพัฒนาซอฟแวร์ และติดตั้งระบบ โดยได้ทำการทดสอบระบบครั้งแรกที่สถานีหัวลำโพง และสถานีสนามไชยเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผลปรากฏว่าระบบใช้งานได้ถูกต้อง ตามแผนงานจะดำเนินการทุกอย่างแล้วเสร็จภายในสิ้นปี64 และสามารถเปิดให้ประชาชนใช้งานระบบได้ในต้นปี65&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้รายงานที่ประชุมว่ามีการเริ่มใช้บัตรจ่ายเงินที่ใช้เทคโนโลยี Account Based Ticketing (ABT) คล้ายกับที่ รฟม. กำลังพัฒนา โดยเริ่มใช้กับทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพ ทางพิเศษอุดรรัถยา ทางพิเศษศรีรัช ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) และทางพิเศษเฉลิมมหานคร ไปแล้ว นอกจากนี้ระบบตั๋วร่วมแบบ Account Based Ticketing (ABT) ดังกล่าว กำลังทำการติดตั้งเพื่อใช้งานกับรถไฟฟ้าสายสีแดง และทางพิเศษดอนเมืองโทลเวย์ โดยคาดว่าจะสามารถใช้งานได้ภายในสิ้นปี 2564 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม ได้มีข้อสั่งการเพิ่มเติมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น รฟม.,รฟท.,กทพ. และกรมทางหลวง(ทล.)เพื่อร่วมกันพิจารณาเกี่ยวกับ แนวทางการดำเนินการด้านสิทธิในทรัพย์สินของระบบบริหารจัดการรายได้กลาง (CCH) เพื่อรองรับการดำเนินการภายหลังจากมีการจัดตั้งสำนักงานกลางตั๋วร่วมในอนาคต และมอบคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาแนวทางการกำหนดมาตรฐานในการวิเคราะห์รูปแบบการลงทุนต่าง ๆ รวมถึงพิจารณาทบทวนแนวทางการกำหนดอัตราค่าโดยสาร โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ รวมถึงพิจารณาแนวทางการลงทุนในระบบ EMV &amp;nbsp;ที่ในอนาคตจะมีการเปลี่ยนถ่ายไปสู่ระบบ M-Flow ให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงานสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109013</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระบบตั๋วร่วม, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607c0e87a6b68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2019 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั๋วร่วมอืดไม่ทันเชื่อมทุกระบบ เบื้องต้นได้แค่รถไฟฟ้า 3 สาย บีทีเอส ไม่เกี่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย. 2562 นายเผด็จ ประดิษฐ์เพชร ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่าความคืบหน้าโครงการพัฒนาระบบติดตั้งตั๋วร่วม (บัตรแมงมุม) นั้นขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนาระบบ บัตร EMV (Euro/ MasterCard และ Visa) ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบปิด 2.0 อย่างไรก็ตามในปีนี้ชัดเจนแล้วว่าระบบตั๋วร่วมจะใช้ได้กับรถไฟฟ้าเพียง 3 สายเท่านั้น ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน รถไฟฟ้าสายสีม่วง และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ซึ่งจะเริ่มเชื่อมต่อระบบในเดือน ก.ย.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนด้านรถเมล์และรถไฟฟ้าสายที่เหลือนั้นคงไม่สามารถดำเนินการได้ทันปีนี้ ส่งผลให้เป้าหมายของกระทรวงคมนาคมที่ต้องการให้เชื่อมตั๋วร่วมแบบ 4.0 ในระบ EMV บนรูปแบบใช้บัตรเครดิตชำระค่าโดยสารสาธารณะได้ทั้งระบบภายในปี 2562 นี้คงต้องเลื่อนออกไปก่อน ซึ่งทางรฟม.แจ้งว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนเรื่องจัดทำระบบ ว่ารฟม.จะดำเนินการเอกทั้งหมดหรือมอบให้ธนาคารกรุงไทยเป็นผู้พัฒนาระบบ 4.0 เบื้องต้น รฟม.แจ้งว่าต้องใช้เวลาพัฒนาระบบราว 12-18 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ซึ่งในวันที่ 21 มิ.ย.นี้ จะมีการจัดประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) เพื่อหาข้อสรุปในเรื่องของตั๋วร่วมในหลายประเด็น ตามที่กระทรวงคมนาคมมอบการบ้านให้ไป เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่างานมีความล่าช้าและบางส่วนก็ยังไม่ได้เริ่มพัฒนาเลย อาทิ การจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อเข้ามา จัดการและบำรุงรักษาระบบตั๋วร่วม (CTC) แนวทางควบคุมค่าโดยสารและระบบค่าโดยสาร่วม(Common Fare) ตลอดจนรูปแบบการพัฒนาซอฟแวร์ตั๋วร่วม 4.0 เป็นต้น&amp;rdquo;นายเผด็จกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเผด็จกล่าวต่อว่าดังนั้นกระทรวงคมนาคมจะพัฒนาระบบบัตรแมงมุมทั้งสองระบบ กล่าวคือบัตรแมงมุมระบบ 2.0 จะใช้ได้ภายในปีนี้กับรถไฟฟ้า 3 สาย และระบบบัตรแมงมุม 4.0 ซึ่งจะใช้ได้กับระบบขนส่งสาธารณะทุกรูปแบบ ทั้ง รถไฟฟ้า รถเมล์ เรือด่วนและการจ่ายค่าทางด่วน เป็นต้น สาเหตุที่พัฒนาทั้ง 2 ระบบพร้อมกันนั้นเหมือนกันในแต่ละประเทศทั่วโลกที่ต้องมีทั้งสองระบบรองรับการใช้งานของประชาชน โดยจากการเก็บข้อมูลล่าสุดพบว่าในประเทศอังกฤษปัจจุบันมีผู้ใช้ บัตรตั๋วร่วม 2.0 (Oyster Card) คิดเป็น 60% ส่วนผู้ใช้บัตรตั๋วร่วม EMV 4.0 มีผู้ใช้คิดเป็นสัดส่วน 40%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ความคืบหน้า ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติเห็นชอบหลักการเพื่อตั้งคณะกรรมการนโยบายตั๋วร่วมขึ้นมาดูแลแนวทางกำกับงานด้านตั๋วร่วมและบัตรแมงมุมในระดับนโยบาย โดยตัวแทนคณะกรรมการจะมาจากหน่วยงานของรัฐบาล นั้นขณะนี้ได้ส่งแนวทางให้กระทรวงคมนาคมแล้ว รอเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมกล่าวว่านายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้เร่งรัดดำเนินโครงการตั๋วร่วม เนื่องจากที่ผ่านมามีความล่าช้าไปมาก โดยเฉพาะความคืบหน้าการพัฒนาระบบ 4.0 นั้นตอนนี้ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการพัฒนา ส่วนด้านรถเมล์ ขสมก.นั้นมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถเชื่อมต่อระบบได้ในปีนี้ เนื่องจากยังติดปัญหาเรื่องข้อพิพาทโครงการ E-Ticket ที่ยังอยู่ในขั้นตอนยกเลิกสัญญา ล่าสุดได้รับรายงานว่าทางบริษัทคู่สัญญาคือ บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) นั้นเตรียมส่งหนังสือฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายมายังขสมก. ส่วนตัวเลขการฟ้องร้องนั้นขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะฟ้องร้องเต็มวงเงินโครงการ 1,655 ล้านบาทหรือไม่ เนื่องจาก ขสมก.ได้บอกเลิกสัญญาทั้งโครงการไปแล้ว จากเดิมที่จะบอกเลิกสัญญาเพียงครึ่งเดียวและจ่ายเงินให้ราว 800-900 ล้านบาทเป็นค่าติดตั้งที่ได้ดำเนินการไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38532</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระบบตั๋วร่วม, เผด็จ ประดิษฐ์เพชร, เลื่อนออกไป, ใช้ได้แค่ รถไฟฟ้า 3 สาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180619/image_big_5b28fa6b9ca5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2018 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2018 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก.เลื่อนใช้ระบบตั๋วร่วม มี.ค.62</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขสมก.เลื่อนใช้ระบบตั๋วร่วม ออกไปเป็น มี.ค.62 จากเดิม. ต.ค.นี้ หลังระบบเดิมไม่รองรับระบบใหม่ คาดจะปรับปรุงระบบฯ แล้วเสร็จต้นปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวถึงความคืบหน้าระบบซอฟต์แวร์อ่านตั๋วร่วมตามมาตรฐานของ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ว่า &amp;nbsp;ในขณะนี้ระบบซอฟต์แวร์ตั๋วร่วมของ ขสมก. ที่พัฒนาอยู่ เป็นคนละเวอร์ชั่นกับทางที่ รฟม. ต้องการ ทำให้แผนการใช้ตั๋วร่วม ในวันที่ 1 .ต.ค. เกิดขึ้นไม่ทัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทาง สนข.ได้มีการหารือร่วมกับ บมจ.ช ทวี หรือ CHO และ ขสมก. แล้วในเบื้องต้น ช ทวี ยินยอมที่จะกลับไปปรับปรุงพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ให้เป็นเวอร์ชั่น 2.5 ตามที่รฟม.กำหนด และคาดว่าจะใช้เวลาปรับปรุงซอฟต์แวร์ประมาณ 1 เดือนก่อน นำไปติดตั้งบนรถเมล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก ขสมก.กล่าวว่าสำหรับการปรับปรุงระบบฯ จากเวอร์ชั่น 2.0 เป็นเวอร์ชั่น 2.5 ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อขอข้อกำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขการทดสอบ เพื่อรองรับบัตรโดยสารร่วมที่จะใช้เป็นแนวทางในการวางแผนการปรับปรุงระบบฯ ต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ขสมก.ได้มีการประชุมร่วมกับ รฟม.เป็นระยะ ๆ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ &amp;nbsp;โดยจะใช้ระยะเวลาปรับปรุงระบบฯ ประมาณ 4 - 6 เดือน ภายหลังได้รับเอกสาร คาดว่าจะสามารถปรับปรุงระบบฯ เสร็จและใช้งานได้ประมาณเดือนมีนาคม 62 &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18674</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก., บัตรแมงมุม, รฟม., ระบบตั๋วร่วม, สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร, เลื่อนใช้ไม่ทัน 1 ต.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180619/image_big_5b28fa6b9ca5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 07:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2018 07:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.ชี้ต.ค.นี้รถเมล์ และแอร์พอร์ตลิงก์ พร้อมใช้ตั๋วร่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รฟม.มั่นใจตั๋วร่วมพร้อมรถเมล์ ขสมก.และแอร์พอร์ตลิงก์ ภายในเดือนต.ค.นี้ เร่งรถไฟฟ้าพีพีพีฟาสแทร็ค 1.7 แสนล้านเคาะประมูลไตรมาสแรก62 จับมือกรุงไทย เปิดตัวตั๋วร่วมเดบิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่าความคืบหน้าโครงการระบบตั๋วร่วมนั้นภายในเดือนต.ค.จะใช้ได้กับรถเมล์ ขสมก.และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ หลังจากนั้นจะทยอยขยายผลไปใช้กับเรือด่วนและเรือข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาต่อไป อย่างไรก็ตามล่าสุดกลุ่มบีทีเอสยื่นหนังสือเขามาขอรายละเอียดโครงการตั๋วร่วม โดยส่วนตัวเชื่อว่าหากรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ามาร่วมด้วยก็จะเป็นผลดีต่อประชาชนผู้ใช้บริการให้มีเส้นทางครอบคลุมมากขึ้นตลอดจนรองรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภคพงศ์กล่าวต่อว่า ส่วนด้านความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์ วงเงิน 1.4 แสนล้านบาทนั้นภายหลังจากผ่านความเห็นชอบจากกระทรวงคมนาคมก่อนส่งต่อไปยังคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ(บอร์ดพีพีพี)ต่อไป คาดว่าจะเปิดขายซองร่างเอกสารประกวดราคา(ทีโออาร์)และเปิดประมูลได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2562&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามขณะที่โครงการรถไฟฟ้ารางเบา(แทรม) จ.ภูเก็ต วงเงิน 3.94 หมื่นล้านบาทนั้นคาดว่าผลการศึกษาจะแล้วเสร็จภายในเดือนหน้า ก่อนเสนอที่ประชุมบอร์ดช่วงกลางเดือนพ.ย.คาดว่าจะเปิดขายซองทีโออาร์และประกวดราคาภายในไตรมาสแรกของปี 2562 ทั้งนี้โครงการแทรมสามารถเดินหน้าได้รวดเร็วเนื่องจากเป็นหนึ่งในโครงการร่วมทุนระยะเร่งด่วน (PPP Fast Track)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภคพงศ์ กล่าวว่าว่าในฐานะหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงคมนาคมที่รับผิดชอบและกำกับดูแลการให้บริการรถไฟฟ้ามหานครสายปัจจุบันทั้ง 2 สาย คือ สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) และสายฉลองรัชธรรม (MRT สายสีม่วง) และสนับสนุนโครงการการพัฒนาระบบตั๋วร่วม (Common Ticketing System) ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม เพื่อความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ในการเชื่อมต่อการเดินทางทุกรูปแบบ ให้กับประชาชน จึงได้ร่วมกับธนาคารกรุงไทยออกบัตรเดบิต Co-Brand ซึ่งปัจจุบันสามารถใช้โดยสารรถไฟฟ้า MRT ได้ทั้ง 2 สาย และในอนาคตจะขยายบริการให้ระบบตั๋วร่วมใช้กับรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และรถประจำทาง ขสมก. รวมถึงเครือข่ายแมงมุมอื่นในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บัตรดังกล่าวเพิ่มความสะดวดสบายได้อย่างมาก สามารถแก้ปัญหาความแออัดบนสถานี คนใช้ไม่ต้องต่อคิวซื้อตั๋ว แถมยังมีส่วนลดให้อีกด้วย สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคปัจจุบัน&amp;rdquo; นายภคพงศ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทยเปิดเผยว่าบัตรตั๋วร่วมเดบิตเป็นการส่งเสริมนโยบายของรัฐบาลเพื่อก้าวไปสู่ยุคสังคมไร้เงินสดควบคู่ไปกับการจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ดังนั้นจึงออกโปรโมชั่นฟรีค่าธรรมเนียมการออกบัตรไปจนถึงเดือนพ.ย.ควบคู่ไปกับการมอบเงินสดส่วนลดพิเศษ(Cashback) ราว 10% ของวงเงินค่าเดินทางที่เติมในบัตร เช่น เติมเงิน 300 บาทได้คืน 30 บาท หรือเติม 900 บาท ได้คืน 90 บาท เป็นต้น สำหรับผู้ขอรับบัตร 20,000 คนแรก อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมียอดผู้ใช้บัตรเดบิตแมงมุมมากกว่า 100,000 คน โดยในอนาคตจะพัฒนาให้สามารถเติมเงินผ่านแอพพลิเพชั่นบนโทรศัพท์มือถือ คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในช่วงต้นปี 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายผยงกล่าวต่อว่าสำหรับบัตรดังกล่าวเรียกว่ากรุงไทย บัตรเดบิตแมงมุม (Krungthai Metro Link) ซึ่งเป็นบัตรเดบิตที่สามารถใช้สำหรับเดินทาง และใช้เบิก ถอน หรือโอนเงินสด รวมทั้งใช้ซื้อสินค้าและบริการได้ทั่วโลก ณ ร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ Mastercard ซึ่งเป็นการรวมความสะดวกด้านการใช้จ่าย และความสบายในการเดินทาง ทำให้การเดินทางง่าย ใช้จ่ายคล่องตัว จบในบัตรเดียว นอกจากนี้ธนาคารยังจะเปิดเคาน์เตอร์พิเศษสำหรับผู้สนใจสมัครบัตร ณ จุดรับสมัครตามสถานีและจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า ได้แก่ สถานีรถไฟฟ้า MRT เตาปูน เพชรบุรี ลาดพร้าว สุขุมวิท พหลโยธิน และบางใหญ่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17606</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, รถเมล์ ขสมก., รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์, รฟม., ระบบตั๋วร่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b74e588ac780.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2018 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลอดกม.ตั๋วร่วมปีนี้ ลุ้นโจทย์ทำราคาตั๋วรถไฟฟ้า 30 บาทตลอดสาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยันคลอดพรบ.ตั๋วร่วมภายในปีนี้ เดินหน้าอัตราค่าโดยสารร่วม ผุดไอเดียรถไฟฟ้า 30 บาทตลอดสาย-กดเพดานค่าโดยสาร 40 บาท รอรัฐบาลใหม่กดปุ่มหลังพบว่าไทยค่ารถไฟฟ้าแพงติดอันดับโลก ด้านบีทีเอสเปรยเพดานค่ารถไฟฟ้า 65 บาททำได้หากรัฐบาลช่วยอุ้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเผด็จ ประดิษฐ์เพชร ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่าความคืบหน้าการจัดทำร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. &amp;hellip;.นั้นประกอบด้วย 4 หัวข้อหลักคือ 1.การแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบาย 2.ภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3.การคิดค่าโดยสารร่วมในระบบขนส่งสาธารณะ (Common Fare) 4.กองทุนตั๋วร่วม ขณะนี้ได้ร่างพรบ.เสร็จเรียบร้อยแล้วอยู่ระหว่างรอกรมบัญชีกลางตรวจสอบด้านกฎหมายกองทุน ดังนั้นจึงคาดว่าจะสามารถเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้ภายใน 1-2 เดือนนี้ เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนเสนอให้ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)อนุมัติออกเป็นกฎหมายต่อไป ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถออกร่างพรบ.ตั๋วร่วมอย่างเป็นทางการได้ภายในปีนี้ ส่งผลให้ภายในปีหน้าจะเริ่มเห็นความชัดเจนของเรื่อง อัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม &amp;nbsp;ซึ่งออกมาเพื่อลดราคาค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะให้กับประชาชนทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามคณะกรรมการดังกล่าวจะสามารถพิจาณาราคาค่าโดยสารร่วมที่เหมาะสมกับความสามารถในการจ่ายของประชาชน (Affordable Fare) ครอบคลุมทั้งระบบขนส่งทางบก ระบบขนส่งทางรางและระบบขนส่งทางน้ำ คล้ายกับคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางที่ดูแลเรื่องค่าโดยสารรถเมล์และรถทัวร์ ทั้งนี้ยืนยันว่าในอนาคตจะมีการคิดเพดานราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าแน่นอนเพราะเป็นหนึ่งในแผนค่าโดยสารร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่แหล่งข่าวจากสนข.กล่าวว่าพรบ.ตั๋วร่วมดังกล่าวมีการคิดราคาค่าโดยสารที่เหมาะสมไว้หลากหลายรูปแบบ เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลมีนโยบายให้กระจายความกระจุกตัวของประชากรไปยังเขตชานเมืองแล้วใช้โครงข่ายรถไฟฟ้าเป็นระบบขนส่งหลักเพื่อรองรับดีมานต์การเดินทางของคนเมืองหลวง ทว่าจากสถิติกลับพบว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในชาติที่มีค่าโดยสารรถไฟฟ้าแพงที่สุดซึ่งจะให้ต้องมาจ่ายค่ารถไฟฟ้าราคา 100-120บาทต่อเที่ยวคงไม่ไหว ดังนั้นจึงให้ความสำคัญกับเรื่องของราคารถไฟฟ้าซึ่งจัดทำไว้หลายรูปแบบ ทั้งเพดานราคา ช่วงราคาที่เหมาะสม รวมถึงการคิดเหมาราคาเดียวตลอดสาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าเมื่อรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งเข้าดำรงตำแหน่งในปีหน้าจะสามารถหยิบยกเกณฑ์ราคาดังกล่าวไปใช้ได้ทันทีหรือแม้แต่จัดเป็นโปรโมทเป็นนโยบายเพื่อลดภาระของประชาชน เช่น รถไฟฟ้า 20-30 บาทตลอดสาย หรือแม้แต่ เพดานค่ารถไฟฟ้าไม่เกิน 40 บาทตลอดจนเรื่องยกเลิกค่าแรกเข้าของรถไฟฟ้าหลากสีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้กฎหมายค่าโดยสารร่วมดังกล่าวจะสามารถบังคับใช้ได้กับโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ที่อยู่ระว่างก่อสร้าง ส่วนผู้ประกอบการรายเดิมอย่าง สายสีเขียวและสายสีน้ำเงินนั้นต้องอาศัยการขอความร่วมมือไม่สามารถไปบังคับได้ ส่วนประเด็นที่ว่าเอกชนผู้บริหารโครงการจะยอมหรือไม่รัฐบาลคงต้องใช้วิธีสนับสนุน ค่าใช้จ่าย(Subsidy) ให้กับเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสกล่าวว่าตนเห็นด้วยกับผู้ว่ากรุงเทพมหานครที่เสนอราคาค่าโดยสารสายสีเขียวตลอดสายเช่น ช่วงหมอชิต-บางหว้า ลดอัตราค่าโดยสารในเพดานราคาสูงสุดที่ 65 บาท จากปัจจุบัน 145 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับกทม.ถึงแนวทางดำเนินการ ความเป็นไปของแผนดังกล่าว แต่ทั้งนี้ต้องหาข้อสรุปให้ได้ว่าส่วนต่างถึง 80 บาทใครจะเป็นผู้รับผิดชอบหรือผู้สนับสนุน(Subsidy) ทั้งนี้ยืนยันว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้หากตกลงข้อเสนอกับทุกฝ่ายลงตัวอาจจะเป็นหนึ่งในนโยบายที่ออกมาเพื่อเป็นสิ่งดีดีให้กับคนกรุงเทพก็ได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13030</URL_LINK>
                <HASHTAG>คีรี กาญจนพาสน์, ค่าโดยสารรถไฟฟ้า, ค่าโดยสารรถไฟฟ้าแพงที่สุด, บีทีเอส, ระบบตั๋วร่วม, สนข., เผด็จ ประดิษฐ์เพชร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180709/image_big_5b42ce06ed6b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 23:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2018 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สนข.เล็งดึงรถร่วมขสมก.เข้าระบบตั๋วร่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนข.เล็งดึงรถร่วมขสมก.-บขส.เข้าระบบตั๋วร่วมหลังคนต่างจังหวัดอยากแตะบัตรแมงมุม เผย ช.ทวียอมเปลี่ยนระบบ E-Ticket รับตั๋ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเผด็จ ประดิษฐ์เพชร ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่าขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการประชุมร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการรถเมล์เอกชนร่วมบริการ รถร่วมฯ ขสมก.และกลุ่มรถโดยสารสาธารณะเอกชนร่วมบริการ รถร่วมฯ บขส. หลังจากที่กระทรวงการคลังได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมนำระบบเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะด้วยบัตรใบเดียวหรือตั๋วร่วมไปใช้กับรถบัสร่วมบริการในท้องถิ่นตามต่างจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเนื่องจากประชาชนท้องถิ่นมีความต้องการใช้ตั๋วร่วมและการสแกนบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยผ่านเครื่องอ่านบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) บนตัวรถอีกด้วย ควบคู่ไปกับการติดตั้งระบบอ่านบัตรตั๋วร่วมบนรถเมล์ในกรุงเทพซึ่งมีอยู่ราว 1 หมื่นคัน มิใช่เพียงติดตั้งแต่รถเมล์ ขสมก.เพียง 2.6 พันคันเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะมีการแนะนำแนวทางการติดตั้งให้กับผู้ประกอบการรวมถึงเม็ดเงินการลงทุนด้วย ซึ่งการลงทุนติดตั้งเครื่องอ่านบัตรนั้นมีอยู่หลายระดับทั้งของจีนและของยุโรป ราคาต่อเครื่องอยู่ที่ราว 1-2 หมื่นบาท ทั้งนี้เครื่องอ่านบัตรต้องได้มาตรฐานตามที่กระทรวงคมนาคมกำหนดด้วย หลังจากนั้นต้องติดตั้งระบบซอฟต์แวร์อ่านตั๋วร่วมตามมาตรฐานของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ซึ่งระบุว่าเป็นเวอร์ชั่น 2.5 โดยผู้ประกอบการสามารถติดต่อขอตัวซอฟต์แวร์จากรฟม. ส่วนด้านรถร่วมฯขสมก.สามารถขอความช่วยเหลือจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ด้านการติดตั้งโปรแกรมเพื่อลดภาระค่าใส่ระบบซอฟต์แวร์ได้อีกด้วย ดังนั้นจึงเชื่อว่าขสมก.จะติดตั้งระบบตั๋วร่วมได้ทัน 1 ต.ค. แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเผด็จกล่าวต่อว่าส่วนกรณีที่ระบบซอฟต์แวร์ของขสมก.ไม่ตรงกับที่รฟม.ออกแบบมานั้น สนข.ได้หารือร่วมกับบริษัท ช.ทวี จำกัด(มหาชน) หรือ CHO และขสมก.เรียบร้อยแล้วเบื้องต้นเอกชนยินยอมที่จะกลับไปปรับปรุงพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ให้เป็น 2.5 เหมือนกับที่รฟม.กำหนด คาดว่าจะใช้เวลาปรับปรุงซอฟต์แวร์ราว 1 เดือนก่อนนำไปติดตั้งในเครื่องอ่านบัตร E-Ticket บนรถเมล์แต่ละคันอีกที &amp;nbsp;ทั้งนี้การปรับปรุงดังกล่าวไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหัวอ่านในเครื่อง E-Ticket เพราะเป็นแค่งานเทคนิคด้านคอมพิวเตอร์เท่านั้น อย่างไรก็ตามในอนาคตเมื่อมีการนำระบบบัตร EMV มาใช้ในช่วงปลายปี 2562 เพื่อเปลี่ยนถ่ายระบบตั๋วร่วมไปเป็น 4.0 แล้วเชื่อว่าผู้ให้บริการขนส่งจะต้องลงทุนเปลี่ยนหัวอ่านบัตรให้รองรับระบบดังกล่าว ทั้งนี้คาดว่าผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวอย่างบีทีเอสจะต้องเข้ามาร่วมเชื่อมต่อกับบัตรระบบ EMV แน่นอน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12191</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรแมงมุม, รถร่วมขสมก., รถเมล์, ระบบตั๋วร่วม, สนข.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180622/image_big_5b2c8d7d73464.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
