<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระบบนิเวศน้ำโขงทรุดหนัก ชี้เขื่อนจีนกักตะกอนทำสาหร่ายโตผิดปกติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ.63 - นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ เปิดเผยว่าเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจเกาะแก่งแม่น้ำโขงบริเวณพรมแดนไทยลาว จ.เชียงราย ตรงข้ามแขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป.) ลาว พบว่าระบบนิเวศมีความเปลี่ยนแปลงหลายประการในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ชัดเจนมากที่สุดคือ ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 พบว่าน้ำในแม่น้ำโขง มีลักษณะใส มองเห็นท้องน้ำอย่างชัดเจน และเมื่อมองจากที่สูงในตอนกลางวันจะเห็นเป็นสีเขียวคราม โดยผู้สูงอายุหลายราย อาทิ นายรุณ คนขับเรือโดยสารในแม่น้ำโขง วัย 86 ปี บอกตรงกันว่า เกิดมาไม่เคยเห็นน้ำโขงใสขนาดนี้ และเพิ่งเกิดขึ้นที่ อ.เชียงแสน และอ.เชียงของ ในช่วงเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานกลุ่มอนุรักษ์ กล่าวว่า คาดว่าเหตุการณ์น้ำโขงใส น่าจะมีสาเหตุจากตะกอนถูกกักเก็บในแม่น้ำโขงเขื่อนตอนบน ในมณฑลยูนนานนับ 11 เขื่อนเป็นเวลาต่อเนื่องหลายปี นอกจากนี้ในฤดูฝนปีที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำโขงไม่ได้เพิ่มสูงตามฤดูกาล จึงไม่มีน้ำท่วมหลากสองฝั่งตลิ่ง ลำน้ำสาขา และพื้นที่ชุ่มน้ำ ทำให้ตะกอนแร่ธาตุตามริมฝั่งไม่ได้ถูดพัดพาตามระบบธรรมชาติ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบว่า ไก หรือสาหร่ายแม่น้ำโขง มีความผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด โดยปกติตามธรรมชาติแล้ว ไกจะเกิดตามหาดหินและเกาะแก่งในช่วงฤดูแล้ง เมื่อแม่น้ำโขงใสสะอาด ไกจะขึ้นเป็นเส้นยาว ในอดีตนั้นชาวบ้านโดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิง ทั้งฝั่งไทยและลาว ต่างพากันมาเก็บไก นำไปขายสด และแปรรูป สร้างรายได้เป็นอย่างมากในช่วง 3 เดือนของฤดูแล้ง แต่จากการสำรวจในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า ไกที่เกิดในแม่น้ำโขงมีลักษณะไม่สมบูรณ์ ออกเป็นกระจุกสั้นๆไม่ยาวเหมือนปีที่ผ่านๆ มา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการลงพื้นที่หาดหินในแม่น้ำโขง ได้พูดคุยกับคนเก็บไกที่ขับเรือมมาจากบ้านดอน อ.เชียงของ จ.เชียงราย ต่างก็พูดตรงกันว่า ปีนี้ ไกมีลักษณะแปลกไปจากทุกปี นอกจากมีเส้นสั้น ผิดจากธรรมชาติที่เคยเกิด ยังเป็นกระจุก แล้วยังมีสีสนิม ไม่สะอาด ถือว่าผิดปกติมาก อย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน คาดว่าโดยธรรมชาติแล้ว แร่ธาตุอาหารของ ไกคือตะกอนที่พัดมาตามน้ำหลากและตกอยู่ตามแก่งหิน ตามท้องน้ำ และหาดหินต่างๆ แต่ในปีที่ผ่านมา ในช่วงฤดูฝนกลับไม่มีน้ำหลากตามธรรมชาติ อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ ไก ไม่สมบูรณ์&amp;rdquo;นายนิวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของกล่าวว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่เขื่อนทางตอนบนในจีน และเขื่อนตอนล่าง จะต้องใช้งานโดยคำนึงถึงระดับน้ำตามฤดูกาลของแม่น้ำโขง ต้องระบายน้ำให้เป็นไปตามฤดูกาล ซึ่งวงจรน้ำขึ้น-น้ำลงในรอบปี เป็นปัจจัยสำคัญของระบบนิเวศแม่น้ำโขง ที่เอื้อให้เกิดการหลากของตะกอนแร่ธาตุที่พัดไปกับแม่น้ำ เป็นอาหารของปลา เป็นปุ๋ยธรรมชาติที่มีมูลค่ามหาศาลต่อพืชพรรณต่างๆ รวมทั้งพื้นที่เกษตรกรรม ตลอดลุ่มน้ำลงไปถึงดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่เวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจีระศักดิ์ อินทะยศ ผู้ประสานงานสถาบันองค์ความรู้ท้องถิ่นโฮงเฮียนแม่น้ำของ กล่าวว่า นับเป็นปรากฎการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในเวลาเพียงปีเดียว ที่น่าเป็นห่วงคือ สิ่งนี้อาจจะซ้ำเติมผลกระทบต่อนิเวศและชุมชนริมสายน้ำโขงทางภาคอีสาน ที่อยู่ท้ายน้ำเขื่อนไซยะบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจีระศักดิ์ กล่าวว่า จากการสำรวจเกาะแก่งแม่น้ำโขงล่าสุด พบว่า ต้นไคร้หางนาค ที่เป็นพืชท้องถิ่นขึ้นอยู่บนแก่งหินตลอดสองฝั่งและบนเกาะกลางแม่น้ำโขง พบว่าต้นไคร้ตายเป็นจำนวนมาก ถือเป็นวิกฤติของต้นไคร้หางนาค ที่โดยปกติแล้ว ในฤดูแล้ง เมื่อแม่น้ำโขงลดระดับ จะผลิใบงอกงาม แต่ที่ตายกันมากในเวลานี้เนื่องจากความผันผวนของแม่น้ำโขงที่ไม่ป็นไปตามฤดูกาล ไคร้หางนาคนี้คืออาหารที่สำคัญของปลาแม่น้ำโขงที่อพยพมาในฤดูน้ำหลาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวแทนโฮงเฮียนแม่น้ำของ กล่าวว่า ต้นกำเนิดของแม่น้ำโขง มาจากหิมะละลายในเขตทิเบต เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย น้ำในแม่น้ำโขงตอนบน ที่พรมแดนไทยลาวพม่า สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เป็นน้ำที่เกิดจากการละลายของหิมะที่ต้นน้ำแทบจะ 100 เปอร์เซนต์ โดยเฉพาะในฤดูแล้ง แต่เมื่อมีเขื่อนขนาดใหญ่กว่า 11 เขื่อน สร้างกั้นแม่น้ำโขงทางตอนบน ทำให้ท้ายน้ำเกิดผลกระทบอย่างชัดเจน ซึ่งที่แม่น้ำโขงในแถบนี้ ในปีนี้ เดือนนี้ เราพบว่าน้ำใสที่สุดในรอบชีวิตของคนลูกน้ำโขงที่เกิดมาพบเจอ แต่ก่อนหน้านี้ได้มีรายงานว่าพบแม่น้ำโขงสีคราม ที่ภาคอีสาน ทางท้ายน้ำเขื่อนไซยะบุรี ตั้งแต่ปลายปี 2562 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 คณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้เห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงคมนาคมให้ยุติการดำเนินโครงการปรับปรุงร่องน้ำการเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง (หรือที่รู้จักกันว่า โครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง) ภายใต้ความตกลงการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง พ.ศ. 2543 ซึ่งครม.มีมติรับทราบรายงานผลการดำเนินงานเบื้องต้น (Preliminary Work) โครงการปรับปรุงร่องน้ำการเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ภายใต้ความตกลงการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง พ.ศ.2543 และให้ความเห็นชอบการยุติการดำเนินโครงการปรับปรุงร่องน้ำการเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง แต่อย่างไรก็ตามเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง มีความเห็นว่าภัยคุกคามต่อแม่น้ำโขยังคงต้องรีบแก้ไข โดยเฉพาะผลกระทบจากเขื่อน ทั้งในจีน และในลาว อาทิ เขื่อนไซยะบุรี และเขื่อนดอนสะโฮง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2559-2562) มีการฟื้นโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขงอีกครั้ง โดยให้บริษัทที่ปรึกษาจากจีนเข้ามาทำการสำรวจและออกแบบตลอดลำน้ำบริเวรพรมแดนนั้น กลุ่มอนุรักษ์และเครือข่ายชุมชนใน จ.เชียงราย ได้พบและให้ข้อมูลแก่หลายหน่วยงาน อาทิคณะกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และหน่วยงานรัฐต่างๆ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งพบว่า การรับฟังต่างก็มีความเห็นไปในทางเดียวกัน คือโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง จะสร้างผลกระทบสิ่งแวดล้อม สังคม และความมั่นคง จนนำไปสู่การเสนอให้ครม.มีมติยุติโครงการ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56803</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มรักษ์เชียงของ, จังหวัดเชียงราย, นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว, ผลกระทบแม่น้ำโขง, ระบบนิเวศแม่น้ำโขง, สถานการณ์แม่น้ำโขง, โครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200210/image_big_5e41151e5fb84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำโขงลดฉับพลันเสี่ยงสูญพันธุ์สัตว์น้ำ กระทบปลาวางไข่แม่น้ำสงคราม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.62 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนมรายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงขณะนี้พบว่าลดแห้งลงอย่างฉับพลันและผิดธรรมชาติ นอกจากจะทำให้สัตว์น้ำขนาดเล็กเช่น กุ้ง หอย และลูกปลา ตายเป็นจำนวนมากแล้ว ยังสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศน์ในระยะยาวอีกด้วย ผลมาจากประเทศจีนแผ่นใหญ่เริ่มตั้งแต่มณฑลยูนนานได้สร้างเขื่อนขวางลำน้ำโขงถึง 10 แห่ง ขณะที่ประเทศลาวก็สร้างไม่แพ้กัน มีถึง 10 แห่งเช่นเดียวกัน (ยังไม่นับรวมเขื่อนในประเทศกัมพูชาอีก 3 แห่ง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่น้ำโขงมีความยาวรวมทั้งสิ้น 4,880 กม. เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง โดยเฉพาะพันธุ์ปลาอย่างน้อย 1,100 ชนิด ส่งผลให้เป็นแหล่งประมงน้ำจืดขนาดใหญ่ซึ่งมีปริมาณการจับปลามากกว่า 2.6 ล้านตันต่อปี ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 25 ของปริมาณการจับปลาน้ำจืดทั่วโลก นอกจากนี้ลุ่มน้ำโขงยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมากกว่า 430 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกกว่า 800 ชนิด นก 1,200 ชนิดพันธุ์ และพันธุ์พืชอีกกว่า 20,000 ชนิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2562 เกิดวิกฤติภัยแล้งสาหัสกว่าหลายปีผ่านมา จีนแผ่นดินใหญ่จึงกักเก็บน้ำไว้ในเขื่อนทั้ง 10 แห่ง จึงทำให้ประเทศที่อยู่ปลายน้ำได้รับผลกระทบ ประกอบกับเขื่อนไซยะบุรี ซึ่งเป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศลาว หลังสร้างเสร็จจึงได้กักน้ำไว้เพื่อเตรียมทดสอบผลิตไฟฟ้า ยิ่งเพิ่มวิกฤติในลำน้ำโขงหนักขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม บริเวณลำน้ำสงครามไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ชาวบ้านเรียกบริเวณดังกล่าวว่าปากน้ำไชยบุรี โดยเฉพาะแม่น้ำสงครามกำลังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น แรมซาร์ไซต์(Ramsar Site) หรือพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ แห่งที่ 15 ของประเทศไทย เริ่มจากปากน้ำไชยบุรี ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน ไปถึงบ้านปากยาม ต.สามผง อ.ศรีสงคราม รวมระยะทาง 92 กม. และเป็นลำน้ำสาขาเพียงแห่งเดียวที่ทุกๆปีปลาจากลุ่มน้ำโขงจะอพยพขึ้นไปวางไข่ เพราะตลอดสองฟากฝั่งแม่น้ำสงครามมีป่าบุ่งป่าทาม เสมือนกำแพงที่เป็นแหล่งอาศัยหลบภัย ขยายพันธุ์ และเลี้ยงลูกอ่อนของสัตว์น้ำที่เมื่อโตขึ้นก็จะว่ายออกมายังแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วไป เป็นระบบนิเวศน์ที่ดีที่สุดในลุ่มน้ำโขง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏว่าบริเวณปากน้ำดังกล่าว มีชาวประมงพื้นบ้านได้วางข่ายดักปลาขวางการอพยพของปลาที่จะว่ายขึ้นไปวางไข่ในลุ่มน้ำสงคราม จากการเปิดเผยของนายสมฤทธิ์ ศรีตระกูล อายุ 51 ปี บ้านเลขที่ 3/1 หมู่ 1 ต.ไชยบุรี นอกจากจะเป็นเกษตรกรทำนาแล้ว ก็ยังเป็นนักจับปลาในลุ่มน้ำโขงอีกด้วย โดยกล่าวว่าที่เห็นชาวบ้านนำลอบมาวางไว้ที่ริมแม่น้ำสงคราม เพราะทุกปีเมื่อถึงฤดูน้ำหลาก ปลาจะเข้ามาในลอบจำนวนมาก แต่ปีนี้แล้งหนักลอบที่วางไว้นับสิบอันจึงเหมือนแม่สายบัวรอเก้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ากรณีวางข่ายดักปลาขวางลำน้ำ เป็นการทำลายระบบนิเวศน์ในการวางไข่ของปลาหรือไม่ ซึ่งนายสมฤทธิ์ตอบว่ามีส่วนแต่ไม่ทั้งหมด เพราะปลายังหาช่องทางหลบขึ้นไปวางไข่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน นายยรรยง ศรีเจริญ หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำจืด WWF-Thailand เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่าโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีอาจทำให้กว่าหลายล้านชีวิตต้องเผชิญกับปัญหามากมายไม่ใช่เฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศที่ได้รับผลกระทบอีกด้วย ซึ่งปลาจำเป็นต้องวางไข่ในป่าบุ่งป่าทาม เมื่อปริมาณน้ำไม่ถึงป่าบุ่งป่าทาม ปลาก็จะต้องว่ายน้ำแหล่งวางไข่ใหม่ แต่ก็ต้องไปไกลกว่าปกติ โชคดีตรงที่ป่าบุ่งป่าทามบริเวณบ้านท่าบ่อสงคราม บ้านศรีเวินชัย และบ้านปากยาม อ.ศรีสงคราม มีน้ำท่วมขังอยู่ ถ้าไม่โดนดักจับกลางทางปลาก็จะมีที่วางไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ลุ่มน้ำโขงตอนล่าง (Lower Mekong Basin) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ใน 4 ประเทศ คือ ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เป็นทั้งแหล่งน้ำ แหล่งโปรตีน แหล่งพันธุ์ปลา พันธุ์พืช และสัตว์น้ำหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งหล่อเลี้ยงผู้คนมากกว่า 60 ล้านคน เป็นแหล่งโปรตีนของผู้คนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงมากถึงร้อยละ 47-80 โดยมีมูลค่าการทำประมงต่อปีอยู่ที่ 127,000 &amp;ndash; 231,000 ล้านบาท&amp;rdquo; นายยรรยง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41828</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครพนม, ระบบนิเวศแม่น้ำโขง, แม่น้ำโขงนครพนม, แม่น้ำโขงแห้งขอด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d38040ec4a1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
