<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>36252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2019 22:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2019 22:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำตุรกีแบะท่าร่วมผลิตระบบอาวุธ &#039;เอส-500&#039; กับรัสเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน เผย ตุรกีและรัสเซียจะร่วมกันผลิตระบบป้องกันภัยทางอากาศเอส-500 หลังตุรกีซื้อระบบป้องกันขีปนาวุธเอส-400 จากรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน กล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม / TURKISH PRESIDENTIAL PRESS SERVICE / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเดินหน้าซื้อระบบป้องกันขีปนาวุธเอส-400 จากรัสเซียของตุรกี ยิ่งเพิ่มความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับสหรัฐ หลังจาสหรัฐออกมาเตือนหลายครั้งว่า การซื้อเอส-400 ของตุรกีทำให้ตุรกีเสี่ยงโดนสหรัฐคว่ำบาตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกีกล่าวที่นครอิสตันบูลเมื่อวันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม ระหว่างตอบคำถามเยาวชนกลุ่มหนึ่ง ว่าตุรกีจะไม่ถอยหลังเรื่องการซื้อระบบป้องกันขีปนาวุธเอส-400 อย่างแน่นอน เพราะเป็นข้อตกลงที่ลงนามกันไปแล้ว หลังจากซื้อเอส-400 แล้ว ตุรกีและรัสเซียยังจะร่วมกันผลิตระบบป้องกันภัยทางอากาศเอส-500 อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสัมพันธ์ระหว่างตุรกีกับสหรัฐมีความตึงเครียดกันในหลายเรื่อง รวมถึงกรณีที่สหรัฐให้การสนับสนุนกองกำลังชาวเคิร์ดในซีเรีย ซึ่งตุรกีมองว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย และกรณีที่สหรัฐไม่ส่งตัวโมฮัมเหม็ด เฟตุลเลาะห์ กูเลน นักการศาสนาที่ขณะนี้ลี้ภัยอยู่ในสหรัฐ เป็นผู้ร้ายข้ามแดนให้ตุรกี โดยตุรกีกล่าวหาว่าเขาอยู่เบื้องหลังความพยายามก่อรัฐประหารในปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐระบุว่า ข้อตกลงซื้อเอส-400 ของตุรกีเป็นการคุกคามระบบป้องกันทางอากาศของชาติตะวันตก และเมื่อเดือนเมษายน สหรัฐได้ระงับการส่งมอบเครื่องบินขับไล่สเตลธ์ เอฟ-35 ให้ตุรกี แม้ขณะนี้นักบินตุรกีกำลังรับการอบรมการบินเครื่องเอฟ-35 ในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอร์โดอันเผยว่า สหรัฐกังวลเรื่องการเข้ากันได้ของเอส-400 กับเครื่องบินเอฟ-35 แต่พบว่าไม่ใช่ปัญหา และยืนยันว่า ตุรกีจะได้รับเครื่องบินเอฟ-35 ไม่ช้าก็เร็ว ส่วนระบบป้องกันขีปนาวุธเอส-400 คาดว่าจะส่งมอบในเดือนกรกฎาคมนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36252</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตุรกี, ระบบป้องกันขีปนาวุธ, รัสเซีย, เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน, เอส-400, เอส-500</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190519/image_big_5ce174f8897ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2019 22:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2019 22:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; เล็งเปิดแผนโล่ขีปนาวุธชั้นใหม่ ติดตั้งในอวกาศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เตรียมเปิดตัวแผนยุทธศาสตร์ป้องกันมิสไซล์ของสหรัฐฉบับปรับปรุงใหม่ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ ซึ่งรวมถึงการติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ชั้นใหม่ในอวกาศที่จะตรวจจับและตามรอยมิสไซล์ของข้าศึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐกล่าวกันว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะเปิดเผยรายงานการทบทวนด้านการป้องกันมิสไซล์ของสหรัฐฉบับนี้ระหว่างการเดินทางไปยังกระทรวงกลาโหม ในวันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม 2562 โดยแหล่งข่าวเผยว่า รายงานทบทวนยุทธศาสตร์การป้องกันมิสไซล์อย่างครอบคลุมฉบับนี้จะรวมถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะวางกำลังอาวุธในอวกาศ เพื่อทำลายขีปนาวุธของข้าศึกได้ แนวคิดนี้เคยผุดขึ้นในสมัยประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ยุคทศวรรษ 1980 ภายใต้ชื่อแผนความริเริ่ม &amp;quot;สตาร์วอร์ส&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า เมื่อปี 2560 ทรัมป์เคยสั่งการให้ทำการวิเคราะห์เทคโนโลยีป้องกันมิสไซล์ของสหรัฐ และวิธีดัดแปลงเพื่อให้ทันกับภัยคุกคามที่เปลี่ยนไป ซึ่งตามบทย่อของรายงานที่เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวประจำเพนตากอน สำนักงานป้องกันมิสไซล์ (เอ็มดีเอ) ได้ตอบสนองต่อความวิตกเรื่องนี้ของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภัยคุกคามที่รายงานให้ความสำคัญอันดับแรกนั้นคือ การพัฒนามิสไซล์ไฮเปอร์โซนิกของจีนและรัสเซีย อาวุธชนิดนี้สามารถเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าความเร็วเสียงหลายเท่า และสามารถเปลี่ยนทิศทางได้ แทนที่จะร่อนตามวิถีโค้งของขีปนาวุธ ซึ่งทำให้อาวุธไฮเปอร์โซนิกตรวจจับได้ยากมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกลาโหมสหรัฐกำลังมองหาวิธีที่จะปรับปรุงขีดความสามารถในการติดตามมิสไซล์ไฮเปอร์โซนิก โดยเริ่มแรกนั้นคือการใช้เซ็นเซอร์ที่ติดตั้งในอวกาศซึ่งมีอยู่แล้ว แต่ตามการทบทวนยุทธศาสตร์ใหม่นี้ เอ็มดีเอมีแผนจะศึกษาความเป็นไปได้ของการสร้างระบบสกัดกั้นที่มีฐานติดตั้งในอวกาศอีกชั้นหนึ่ง ระบบที่ว่านี้อาจจะเป็นยานโคจรรอบโลกอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่ติดตั้งมิสไซล์ที่จะทำลายหัวรบที่พุ่งขึ้นสู่อวกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกแผนหนึ่งคือ เอ็มดีเออาจจะเน้นพัฒนาวิธีที่จะทำลายขีปนาวุธทันทีที่ถูกยิงจากฐาน หรือขณะที่ยังอยู่ใน &amp;quot;ระยะทะยานขึ้น&amp;quot; จากปัจจุบันที่เทคโนโลยีต่อต้านมิสไซล์จะเน้นที่การสกัดกั้นหัวรบขณะที่บินผ่านชั้นอวกาศแล้ว การติดตามมิสไซล์ในระยะทะยานขึ้นทันทีที่ถูกปล่อยนั้น จะเป็นการเสริมการป้องกันสหรัฐและพันธมิตรได้อีกชั้นหนึ่ง วิธีหนึ่งที่จะทำตามแผนนี้คือการติดตั้งมิสไซล์ชนิดใหม่บนเครื่องบินขับไล่สเตลธ์ เอฟ-35 ที่บินลาดตระเวนเหนือฐานยิงต้องสงสัย สมมติเช่นในกรณีเกิดความขัดแย้งกับเกาหลีเหนือ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26877</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระบบป้องกันขีปนาวุธ, เซ็นเซอร์อวกาศ, เพนตากอน, โดนัลด์ ทรัมป์, โล่มิสไซล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190117/image_big_5c409e2d03f59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
