<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 14:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุสรณ์&#039;ชี้โศกนาฏกรรมระบบยุติธรรมซ้ำเติม&#039;เหลื่อมล้ำ-วิกฤติเศรษฐกิจ&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.63-นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการศูนย์พัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม) สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีขับรถชนตำรวจเสียชีวิตและไม่มีการส่งฟ้องคดีก็ดี กรณีบอส อยู่วิทยา พยานสำคัญเสียชีวิตกระทันหัน หรือ กรณีอื่นที่เกิดขึ้นและไม่เป็นข่าว ก็ดี กรณีโจ โลว์ ผู้ต้องหาคดีกองทุน 1MDB เข้าออกและอาศัยในไทยในช่วงก่อนหน้านี้ก็ดี หรือการตัดสินคดีแบบหลายมาตรฐานของศาลยุติธรรมก็ดี การอุ้มฆ่าอุ้มหายก็ดี การฉีกกฎหมายสูงสุดหรือรัฐธรรมนูญด้วยการรัฐประหารก็ดี ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของระบบและกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย รวมทั้งปัญหาระบบนิติรัฐนิติธรรมในประเทศนี้ หากไม่มีการแก้ไขปัญหาและมีการปฏิรูปครั้งใหญ่อย่างแท้จริง ใช้วิธีการซื้อเวลาด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการต่างๆเพียงเพื่อแก้ไขภาพลักษณ์จะยังไม่ใช่การแก้ปัญหาอย่างแท้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ระบบยุติธรรมไทยถูกตั้งคำถามมาอย่างต่อเนื่องถึงความน่าเชื่อถือและความเป็นธรรม กรณีผู้พิพากษายิงตัวตายประท้วงการมีคำสั่งให้ยัดข้อหาผู้บริสุทธิ์ก็ทำให้กระบวนการยุติธรรมตกต่ำมากพออยู่แล้ว เมื่อเจอเข้ากับกรณีบอส อยู่วิทยา ทำให้สังคมไทยและประชาคมโลกเห็นอย่างชัดเจนมากขึ้นว่า ระบบยุติธรรมซื้อได้และถูกแทรกแซงได้โดยผู้มีอำนาจ ผลสะเทือนของสิ่งนี้อาจจะรุนแรงมากกว่าผลกระทบจากโรค Covid-19 และผลเสียหายจะยาวนานกว่าหากไม่รีบแก้ไข ปัญหาโศกนาฏกรรมระบบยุติธรรมไทยซ้ำเติมปัญหาความเหลื่อมล้ำและวิกฤติเศรษฐกิจ สังคมไหนก็ตาม ที่คุณสามารถซื้อหาความยุติธรรมได้ เท่ากับว่า ระบบยุติธรรมเป็นสินค้าส่วนบุคคล หรือ อาจเป็นสินค้าร่วม เฉพาะของคนที่มีอำนาจผูกขาดทางการเมืองและเศรษฐกิจ ไม่ใช่สินค้าสาธารณะอีกต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประชาชนและคนยากจนถูกกีดกันให้ออกไปจากกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ขั้นตำรวจอัยการเช่นนี้แล้ว หากมีผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมที่ทรงคุณธรรมและยึดถือความเป็นธรรม มีความเป็นธรรมมากขนาดไหนก็ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะคดีไม่ถึงศาลยุติธรรม สังคมไทยต้องรีบแก้ไขเรื่องนี้ร่วมกันอย่างเร่งด่วนที่สุดก่อนที่ปัญหาจะลุกลามนำมาสู่ความรุนแรง และเพิ่มความเสี่ยงสู่การเป็นรัฐล้มเหลวในอนาคต สิ่งที่เราต้องการ คือ สังคมที่สงบสันติและเคารพกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจที่รุนแรงอยู่แล้วโดยเฉพาะปัญหาการว่างงานและการเลิกจ้าง ดูได้จากตัวเลขผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานในระบบประกันสังคมของเดือน มิ.ย. ปีนี้ จำนวน 395,693 คน มีอัตราการขยายตัวสูงถึง 120.42% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และมีอัตราการขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 19.16 เมื่อเทียบกับเดือน พ.ค. 2563 ที่ผ่านมา&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์กล่าวว่า คนเกือบสี่แสนคนว่างงานในเดือน มิ.ย. รวมเข้ากับการว่างงานนอกระบบและตัวเลขการว่างงานสะสมมาจะทำให้ยอดรวมของคนว่างงานสูงเป็นประวัติการณ์และตัวเลขยังปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาการว่างงานและการถูกเลิกจ้างจำนวนมากซ้ำเติมปัญหาสังคมอยู่แล้ว อย่าได้ทำให้ความไม่มีนิติรัฐเพิ่มความไม่พอใจของผู้คนที่เดือดร้อนทางเศรษฐกิจจะดีที่สุด นอกจากนี้ ปัญหาหนี้นอกระบบจะมีปัญหารุนแรงขึ้นเพราะคนว่างงานและขาดรายได้ โดยมีทั้งรูปแบบวิธีการเอารัดเอาเปรียบทางด้านกฎหมาย การทำสัญญาเอาเปรียบทางด้านกระบวนการยุติธรรม การฉ้อโกง และการทวงหนี้ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี ปัญหาหนี้นอกระบบ เป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจ ด้านกฎหมาย การเข้าถึงความเป็นธรรม ด้านสังคมและการศึกษา เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อนที่ต้องทำให้ &amp;ldquo;ลูกหนี้นอกระบบ&amp;rdquo; ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมต้องสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ และ ส่งเสริมให้ ลูกหนี้นอกระบบ เข้าร่วมโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ระบบยุติธรรมที่มีปัญหาจะนำมาสู่ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมที่มากขึ้น เราต้องยอมรับความจริงว่า คนยากจนและคนที่ไม่มีเส้นสายและลูกหลานของพวกเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมและเลือกปฏิบัติอยู่แล้วในระดับหนึ่ง กฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมจะมีส่วนช่วยบรรเทาปัญหาความเหลื่อล้ำลงได้บ้าง คนยากจนจำนวนไม่น้อยเข้าไม่ถึงสวัสดิการพื้นฐานของรัฐบางอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มดีขึ้นหลังปี พ.ศ. 2546 เป็นต้นมา โดยนโยบายของรัฐให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางสังคมและเศรษฐกิจมากขึ้น ความล้มเหลวของกลไกตลาด ในการทำให้เกิดโศกนาฏกรรมของสาธารณสมบัติ และปัญหาการฉกฉวยโอกาสโดยไม่ต้องลงแรงอะไร ของระบบสวัสดิการพื้นฐานเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจได้รับการแก้ไขด้วยการเพิ่มบทบาทของรัฐผ่านระบบต่างๆ เช่น หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ระบบประกันสังคม ระบบเรียนฟรี 12 ปี ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและการเข้าถึงทรัพยากร เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การจัดการสินค้าสาธารณะและสาธารณสมบัติเหล่านี้โดยภาครัฐบางช่วงเวลาก็มีประสิทธิภาพ บางช่วงก็ไม่มีประสิทธิภาพ แต่ที่สำคัญส่วนใหญ่ไม่เป็นธรรมและไม่เท่าเทียม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การเข้าถึงระบบการศึกษาที่มีคุณภาพและระบบยุติธรรมอ่อนแอลงอย่างชัดเจน คนจำนวนมากถูกจับติดคุกโดยไม่มีความผิดหรือมีความผิดเพียงเล็กน้อย ในขณะที่ คนมีอำนาจรัฐมีเงินล้วนหนีคดี แต่ที่ร้ายกว่านั้น คือ กระทำความผิดแจ้งชัดแต่กระบวนการยุติธรรมของไทยไม่สามารถแม้นกระทั่งนำบุคคลเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหรือสั่งไม่ฟ้องด้วยการสร้างหลักฐานหรือบิดเบือนความจริง รวมทั้ง องค์กรอิสระอย่าง ปปช ไม่ชี้มูล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ระบบยุติธรรม ต้องเป็น สินค้าสาธารณะเช่นเดียวกับ การป้องกันประเทศ และ ความมั่นคงแห่งรัฐ หากทำให้ระบบยุติธรรมเป็นสินค้าส่วนบุคคลที่ซื้อหากันได้ นี่คือจุดเริ่มต้นของรัฐที่ล้มเหลวและระบบตลาดที่ล้มเหลว ซึ่งต้องอาศัยอำนาจรัฐที่ทรงคุณธรรมและดำรงความยุติธรรมเข้ามาแก้ไขกลไกตลาดและรัฐที่ล้มเหลวนี้ และ ที่มาของอำนาจรัฐนี้ต้องมาจากประชาชน ทางออกและจุดเริ่มต้นกระบวนการปฏิรูประบบยุติธรรมและปฏิรูปประเทศนั้นต้องดำเนินการโดยการแก้ไขมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 เปิดทางให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับโดย สสร ที่มาจากประชาชน ตามที่คณะกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสนอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในเบื้องต้น รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐ ต้องทำให้เกิดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม และ ระบบการปกครองโดยกฎหมายเกิดขึ้นจริงในสังคมไทย คือ เป็นประเทศที่มีระบบนิติรัฐนิติธรรม อันเข้มแข็ง ไม่เช่นนั้นแล้ว โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่อาศัยการลงทุนจากต่างชาติจะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาก็จะมีแต่ นักลงทุนอีแร้ง ไม่ยึดถือธรรมาภิบาล มาใช้ช่องโหว่ของกฎหมาย และ ความยุติธรรมที่ซื้อหาได้ นักลงทุนเหล่านี้ก็จะแสวงหาผลกำไรสูงสุดโดยไม่มีจริยธรรมและไม่เป็นไปตามกฎหมาย แล้วหนีจากประเทศไทยไปเมื่อวิกฤติหรือไม่มีอะไรให้ตักตวงแล้ว หากเราทำให้ระบบยุติธรรมมีความน่าเชื่อถือและบังคับใช้กฎหมายได้ นักลงทุนที่ยึดถือความเป็นธรรม ยีดถือหลักการที่เป็นมาตรฐานสากลจะหลั่งไหลเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โครงการลงทุนขนาดใหญ่ต่างๆก็จะมีการเปิดเผยและโปร่งใสเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นธรรมระหว่างนักลงทุนและผลประโยชน์โดยรวมของประเทศ การลงทุนที่มีคุณภาพเหล่านี้ย่อมเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติโดยรวมมากกว่า&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์กล่าวว่า กรณีการทุจริตอื้อฉาวระดับโลกกรณีกองทุน 1MDB ของมาเลเซีย ไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากขบวนการนี้ผู้กระทำการไม่มีอำนาจรัฐ เป็นขบวนการสมคบคิดกันระหว่างประเทศกับนักลงทุนต่างชาติและสถาบันการเงินบางส่วน เรื่องนี้ต้องเป็น บทเรียนที่ดีของประเทศไทย เพราะประชาชนมาเลเซียผู้เสียภาษีต้องแบกรับภาระไปอีก 20-30 ปีจากหนี้สินของกองทุนแห่งนี้ หากกระบวนการยุติธรรมของมาเลเซียไม่สามารถหาทางออกด้วยการตัดสินอย่างเป็นธรรมแล้วนำเอาผู้กระทำผิดมาลงโทษได้แล้ว มาเลเซียน่าจะถอยหลังไปอีก 20-30 ปีเช่นเดียวกับไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73184</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเหลื่อมล้ำ, ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ, ระบบยุติธรรมไทย, วิกฤติเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc0266adb57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป๊อกเพ้อเฮือกสุดท้าย อ้าง‘ศาลรธน.’ไร้อำนาจยุบ/จับหนุ่มสาวตัวประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ชี้คดีอนาคตใหม่ขึ้นอยู่กับหลักฐาน-ข้อกฎหมาย ลั่นเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมไทย ตำรวจเผยเตรียม 1 กองร้อยดูแลศาลรัฐธรรมนูญ เริ่มเข้าประจำการตั้งแต่ห้าโมงเย็นวันพฤหัสฯ &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; แถลงปิดคดีนอกศาลอีกแล้ว ลาก 20 พรรคการเมืองกู้เงิน ซัด กกต.หลุกหลิกเร่งคดี ส่วนศาล รธน.ไม่มีอำนาจยุบ เพราะไม่เข้ามาตรา 62-66-72 ชี้หากผิดต้องสู้ 3 ศาล จับคนรุ่นใหม่เป็นตัวประกัน บอกเป็นการทุบหัวใจตอกลิ่มความแตกร้าว &amp;ldquo;หมอวรงค์&amp;rdquo; ข้องใจกู้จริงหรือทำย้อนหลัง เตือนรับกรรมเหมือนแมนฯ ซิตี
เมื่อวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการพิจารณาคดีของพรรคการเมืองว่า เห็นพูดกันทุกวัน อันนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับตนเองและรัฐบาลเลย ผลจะถูกหรือผิดเป็นเรื่องหลักการข้อเท็จจริง ตามหลักการข้อกฎหมายพรรคการเมืองให้ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรมด้วยข้อมูลและหลักฐานทุกประเด็น เพราะทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกันทั้งสิ้น เป็นกฎเกณฑ์และข้อความเดียวกัน ส่วนผลการตัดสินไม่ทราบว่าจะออกมาอย่างไร และไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ฉะนั้นไปดูความผิดพลาดเกิดจากใคร และประชาชนควรสนับสนุนหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมในฐานะรัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรี เชื่อมั่นในระบบยุติธรรมของไทยภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความโปร่งใส ยุติธรรม และต้องปฏิบัติต่อประชาชนคนไทยด้วยความเท่าเทียมกัน&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงความเคลื่อนไหวในการนัดอ่านคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) วันที่ 21 ก.พ.นี้ว่า ไม่น่าจะมีความเคลื่อนไหว ซึ่งตำรวจดูแลความเรียบร้อยที่ศาลอยู่แล้ว ไม่น่าจะมีเหตุการณ์อะไร และไม่ได้มีการประเมินอะไร เพราะต้องรอคำวินิจฉัยของศาลก่อน ยังไม่รู้ว่าจะออกมาอย่างไรในรูปแบบไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวในเรื่องนี้ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานความมั่นคง วางมาตรการป้องกันความแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ส่วนการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จัดกำลังตำรวจหน่วยอารักขาและควบคุมฝูงชน (อคฝ.) ทั้งชายและหญิง อำนวยความสะดวกและความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนที่เดินทางมาติดต่อราชการ และมาให้กำลังใจพรรคอนาคตใหม่ ทั้งนี้ ฝากถึงกองเชียร์ขอให้ปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบกฎหมาย เคารพกฎกติกา อย่าทำอะไรที่สุ่มเสี่ยง เพราะเมื่อกฎหมายเดินหน้าไปแล้วไม่สามารถหยุดได้ ส่วนการข่าวยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ความไม่สงบ
เชื่อ อนค.เคารพกฎหมาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. กล่าวว่า เบื้องต้นกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 วางกำลังตำรวจดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบศาลรัฐธรรมนูญ 1 กองร้อย หรือ 150 นาย ส่วนบริเวณด้านในศาลจะมีเจ้าหน้าที่ศาลดูแล และกำหนดเขตอำนาจศาลเช่นเดียวกับครั้งก่อน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเริ่มนำกำลังเข้ารักษาความปลอดภัย และตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าตั้งแต่เวลา 17.00 น. ของวันที่ 20 ก.พ.เป็นต้นไป จนถึงหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย และจะตั้งด่านตรวจความเรียบร้อยตามแผนของกองบังคับการตำรวจนครบาล 2
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พรรคอนาคตใหม่ถือเป็นพรรคที่เคารพกฎหมายพอสมควร และอยู่ในกรอบของกฎหมาย ดังนั้นจึงไม่กังวลเรื่องการชุมนุม เพราะจากการสืบสวนพบว่าผู้ชุมนุมและกลุ่มให้กำลังใจของพรรคอนาคตใหม่ จะไม่เดินทางไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่จะรวมตัวกันที่ที่ทำการของพรรคอนาคตใหม่เช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบที่ทำการพรรค ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ สน.มักกะสันและกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 โดยในวันที่ 20 ก.พ.นี้ได้เรียกประชุมร่วมตำรวจนครบาล 1 และ 2 เพื่อสรุปมาตรการรักษาความปลอดภัยในวันดังกล่าวอีกครั้ง ในเวลา 11.00 น.ที่ บช.น.&amp;rdquo; พล.ต.ต.สมประสงค์ระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค อนค. แถลงปิดคดีนอกศาลในเรื่องเงินกู้พรรคว่า พรรคได้รับการรับรองเมื่อวันที่ 3 ต.ค.2561 และเปิดรณรงค์การรับสมาชิกพรรคและระดมทุนและรับบริจาคทันที เพราะกฎหมายพรรคการเมืองและการเลือกตั้งเรียกร้องให้พรรคการเมืองทำหลายเรื่อง ขณะเดียวกัน ก็มีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมืองจำนวนมาก รวมถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังมีหนังสือแจ้งห้ามพรรคขายสินค้าออนไลน์ และให้รับบริจาคได้จากกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น ห้ามรับจากบุคคลทั่วไป และที่สำคัญ คือห้ามจัดกิจกรรมระดมทุน โดยต้องรอจนถึงเดือน ธ.ค.2561 คสช.จึงจะปลดล็อกทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า เวลานั้นพรรคการเมืองที่มีอยู่และเกิดขึ้นใหม่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ดังนั้นทุกพรรคต้องเตรียมตัวเต็มที่ สำหรับพรรคการเมืองเก่ามีงบประมาณที่ติดก้นถุงและเครือข่ายอยู่แล้ว แต่พรรคการเมืองใหม่เพิ่งเริ่มต้นเมื่อเดือน ต.ค.2561 จะให้เอาเงินมาจากไหน พรรคจึงตัดสินใจกู้เงิน ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดโต๊ะจีนระดมทุน 19 ธ.ค.2561 ได้เงินมากกว่า 600 ล้านบาท และพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ตัดโต๊ะจีนได้เงินมากกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งแต่ละพรรคก็เลือกวิธีการที่แตกต่างกันไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การจัดโต๊ะจีน ถ้าเปิดรายชื่อมาดูจะพบว่าล้วนเป็นบริษัทใหญ่ แต่พรรคอนาคตใหม่ไม่ต้องการรับเงินจากบริษัททุนผูกขาด แม้พรรคจะได้รับการติดต่อเข้ามา พรรคเราเป็นพรรคเกิดใหม่ไม่ต้องการให้มีทุนเข้ามาครอบงำ แต่กฎหมายบังคับให้เราทำเรื่องต่างๆ จำนวนมาก จนท้ายที่สุดเส้นตายใกล้เข้ามา จึงเหลือทางเลือกเดียวคือการกู้เงิน เพราะพรรคอนาคตใหม่ไม่มีปัญญาจัดโต๊ะจีนแล้วจะได้เงิน 600 ล้านบาท หรือ 200 ล้านบาท&amp;quot; นายปิยบุตรระบุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า เมื่อเรากู้เงินมาแล้วก็ไม่ได้ปกปิดเป็นความลับ เราประกาศชัดเจนในงบการเงิน เรื่องนี้สื่อมวลชนและนักร้องทั้งหลายรู้เรื่องนี้ เพราะนายธนาธรเป็นคนบอกเอง เพื่อต้องการให้เกิดความโปร่งใส และพรรคได้ทยอยใช้คืนตามสัญญาเงินกู้ และเมื่อพิจารณาตามกฎหมายพรรคการเมืองสามารถกู้เงินได้ เพราะหลักกฎหมายมหาชนจะเรียกร้องจากองค์กรรัฐว่าไม่มีกฎหมายไม่มีอำนาจ แต่กฎหมายเอกชนจะมีเสรีภาพดำเนินการใดๆ ก็ได้ตราบเท่าที่กฎหมายไม่ได้ห้าม พรรคการเมือง คือ นิติบุคคลเอกชน ซึ่งงานวิจัยและความคิดเห็นของอาจารย์ปริญญา เทวนฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ระบุว่าพรรคการเมืองเป็นนิติบุคคลเอกชน เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เข้าหลักว่าทำได้ทุกอย่างเว้นแต่กฎหมายห้ามไม่ให้ทำ&amp;nbsp;
อ้างมี 20 พรรคกู้เงิน
&amp;ldquo;ที่ผ่านมา กกต.เคยแจกเอกสารให้กับพรรคการเมืองว่าทำอะไรได้หรือทำอะไรไม่ได้ โดยไม่มีสักบรรทัดเดียวที่ระบุว่าห้ามพรรคการเมืองกู้เงิน หากในนี้เขียนชัดว่าห้ามกู้เงิน พรรคจะไม่มีทางกู้เงินแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นหากจะมาลงโทษถึงขั้นยุบพรรคควรต้องตีความอย่างเคร่งครัด จะมาอาศัยการตีความแบบขยายความไม่ได้&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่กล่าวอีกว่า ตามกฎหมายพรรคการเมืองนั้น พรรคการเมืองถูกบังคับให้ส่งงบการเงิน ซึ่งพบว่ามี 16 พรรคระดมทุนในลักษณะเงินทดรอง และอีก 4 พรรคใช้การกู้เงิน แต่ไม่ว่าจะกรณีใดก็ล้วนเป็นนิติกรรมกู้ยืมเงินทั้งสิ้น บางพรรคการเมืองไม่มีการทำสัญญา ไม่มีกำหนดการชำระหนี้ เป็นต้น ซึ่งกฎหมายประเทศไทยไม่ได้ห้ามการกู้เงิน ขณะนี้มีพรรคการเมืองกู้เงินกันมากกว่า 20 พรรค หากวันนี้ไม่ต้องการให้พรรคการเมืองกู้เงิน ก็ควรไปแก้ไขกฎหมายให้ชัดในอนาคต หรือถ้าจะให้พรรคการเมืองกู้เงินได้ ก็แก้ไขกฎหมายเพื่อตั้งกองทุนให้พรรคการเมืองกู้เงินได้เพื่อความเสมอภาค เพราะแต่ละพรรคมีความสามารถระดมทุนไม่เท่ากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญเงินกู้ไม่ใช่รายได้ และเงินกู้ไม่ใช่เงินบริจาค และเงินกู้ไม่ใช่ประโยชน์อื่นใด แต่เงินกู้คือหนี้สิน งบการเงินของแต่ละพรรคที่แสดงต่อ กกต.ในส่วนของเงินกู้ล้วนจัดไปอยู่ในหมวดหนี้สิน ดังนั้น การที่มาตรา 62 ไม่ได้กำหนดเรื่องรายได้ที่มาจากเงินกู้ย่อมถูกต้องตามระบบบัญชี ต่อให้ กกต.จะตีความหรือขยายความว่าเรามีความผิดก็จะมีโทษแค่การปรับเท่านั้น&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวอีกว่า เงินกู้ชัดในตัวเองว่าไม่ใช่การบริจาคและไม่ใช่การให้ เพราะเงินกู้ต้องใช้คืนในฐานะเป็นหนี้สิน ซึ่งหัวหน้าพรรคยืนยันว่าจะทวงคืนเงินกู้ที่กู้ไปชัดเจน และพรรคได้รณรงค์เพื่อช่วยกันซื้อสินค้าของพรรคเพื่อไปใช้หนี้ แต่ถ้าถึงขนาดนี้ยังบอกว่าเป็นเงินบริจาคแล้วก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ต่างกับพรรคการเมืองอื่นที่กู้เงินโดยไม่มีสัญญาไม่มีกำหนดชำระหนี้ชัดเจน แบบนี้กรณีใดเข้าข่ายการบริจาคมากกว่ากัน กกต.ร้องไปและให้เหตุผลว่าพรรคอนาคตใหม่ไปกู้เงิน 191 ล้านบาท พร้อมกับสงสัยว่าพรรคจะชำระหนี้คืนได้หรือไม่ ซึ่งก็สงสัยเหมือนกันว่ากกต.เคยไปถามพรรคการเมืองอื่นๆ แบบนี้หรือไม่ ถ้าไปเปิดงบการเงินของพรรคจะพบว่าพรรคระดมทุนได้มากกว่า 70 ล้านบาทและทยอยคืนเงินให้หัวหน้าพรรค ด้วยกระแสตอนนี้พรรคจะคืนเงินให้นายธนาธรได้แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการพรรค อนค.กล่าวอีกว่า กระบวนการในชั้น กกต.มีความผิดปกติ ทั้งกรณีอนุกรรมการ 2 คณะยกคำร้องไปแล้ว ตามกฎหมายต้องยุติ แต่ กกต.กลับเดินเรื่องต่อไป และยังใช้เวลาแค่ 2 สัปดาห์ในการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค โดยไม่เคยแจ้งข้อกล่าวหากับพรรค และไม่เคยมีการเรียกไปให้ข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น พรรครู้ถูกร้องยุบพร้อมประชาชนทั่วประเทศ หลักประกันการต่อสู้คดีอยู่ตรงไหน กกต.เป็นองค์กรอิสระ ไม่ใช่นักร้อง ที่จะหยิบบัตรสนเท่ห์และส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยมีบรรทัดฐานว่าการพิจารณาคดีข้ามขั้นตอนของ กกต.เป็นสาระสำคัญที่ทำให้มีการวินิจฉัยยกคำร้องมาแล้วจากกรณีของพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกกล่าวหารับเงินจากเอกชน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อีกแง่หนึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจยุบพรรคและไม่มีอำนาจตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค เพราะอำนาจยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคมีอยู่ในมาตรา 92 ของกฎหมายพรรคการเมืองเท่านั้น ดังนั้น ประเด็นนี้เป็นประเด็นข้อกฎหมายที่ศาลต้องวินิจฉัยก่อนว่ามาตรา 92 ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ส่วนบทลงโทษของมาตรา 66 มีแต่โทษเพิกถอนสิทธิของบุคคลที่บริจาคเงินเกินและโทษปรับบุคคลที่บริจาคเงินเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด ส่วนพรรคที่รับเงินดังกล่าวก็ต้องส่งเงินคืนและเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น โดยไม่มีการยุบพรรค ที่สำคัญกระบวนการนี้ต้องเป็นไปตามกระบวนการปกติ คือ กกต.พิจารณาและส่งศาลอาญาและสู้กันถึงสามศาล โดยศาลรัฐธรรมนูญไม่เกี่ยว&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว
ลั่นไม่ผิดทั้ง 3 มาตรา
&amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวอีกว่า ส่วนมาตรา 72 นั้นมีวัตถุประสงค์ป้องกันไม่ให้พรรคการเมืองเอาเงินสีเทามาใช้ในพรรค ถามว่าการกู้เงินผิดตรงไหน เพราะเงินที่มาก็มีแหล่งที่มาที่ถูกกฎหมาย ดังนั้น พรรคไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมาตรา 72 จึงยืนยันได้ว่าพรรคไม่มีความผิดตามมาตรา 62 มาตรา 66 มาตรา 72 ศาลรัฐธรรมนูญต้องยกคำร้อง แต่หากวันที่ 21 ก.พ.ยุบพรรคจริง จะเป็นครั้งแรกที่ยุบพรรคฝ่ายค้านและยุบก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ 3 วัน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;พรรคอนาคตใหม่เราได้เริ่มต้นสร้างความหวังใหม่ให้กับคนรุ่นหนุ่มสาว ถ้าเกิดการยุบพรรคขึ้นจะไม่ใช่แค่ยุบพรรคเท่านั้น แต่เป็นการยุบความหวังของคนรุ่นใหม่ เพราะเป็นการทุบเข้าไปที่หัวใจของคนจำนวนมากที่หวังว่าประเทศไทยจะไปสู่จุดที่ดีกว่าเดิม และยังเป็นการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นที่ต้องการให้ประเทศไทยหลุดจากวงจรรัฐประหาร และการลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาการประชาธิปไตยกำลังเดินไปตามครรลอง อย่าเอานิติสงครามมาเป็นเครื่องมือ เพราะไม่เป็นคุณต่อการพัฒนาประเทศไทย ตรงกันข้ามจะตอกลิ่มให้ความแตกแยกร้าวลงไปเรื่อยๆ ผมฝากถามไปยัง กกต.และผู้บริหาร กกต.ในฐานะผู้ร้องยุบพรรคว่าตื่นเช้ามาในแต่ละวันส่องกระจกแล้วถามตัวเองดังๆ ว่าคุณต้องการยุบพรรค เพราะเป็นพรรคอนาคตใหม่ใช่หรือไม่ และไม่ต้องการให้ธนาธรและปิยบุตรมีบทบาทในทางการเมืองใช่หรือไม่&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว และว่า หนังยุบพรรคเรื่องนี้จะไม่เหมือนเดิม เพราะพรรคอนาคตใหม่จะไม่หายไป ธนาธรและปิยบุตรจะไม่หายไป แต่จะโลดแล่นมากกว่าเดิม และ ส.ส.ของพรรคจะไม่เติมให้กับรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;ถามพรรคอนาคตใหม่ว่า กู้จริงหรือทำเรื่องกู้ย้อนหลัง??? (ทำแบบแมนฯ ซิตี)&amp;rdquo; ว่าการที่ กกต.ขอเอกสารการเงินที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง ร่วม 4 เดือน แต่พรรคไม่ส่งมอบให้ และปลายเดือน พ.ย.2562 ขอขยายอีก 120 วัน แต่ กกต.ไม่อนุญาต ให้ขยายแค่ 2 ธ.ค.2562 ถ้าไม่มอบถือว่าไม่ติดใจ เอกสารดังกล่าวประกอบด้วย 1.บัญชีพรรคการเมืองระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-31 ก.ค.2562 2.สำเนาเงินกู้ฉบับ 2 ม.ค.2562 และฉบับแก้ไขเดือน พ.ค.2562 ที่ส่งดอกเบี้ยทุกปี 3.ขอให้จัดส่งเอกสารหลักฐานชำระหนี้เงินกู้ 3 ครั้ง รวมทั้งสำเนารายงานประชุมมติกรรมการบริหาพรรคที่เห็นชอบให้กู้เงินได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นี่คือเอกสารที่ กกต.พยายามขอหลายรอบแต่ไม่มีการส่งมอบ จึงเกิดคำถามตามมาว่า ถ้ากู้กันจริงแบบตรงไปตรงมา การส่งมอบเอกสารไม่น่ายาก หรือเป็นการทำเรื่องกู้ย้อนหลัง เหมือนการโอนหุ้นย้อนหลัง จึงทำให้ไม่มีการส่งมอบเอกสาร กู้จริงหรือทำเรื่องกู้ย้อนหลัง นิติกรรมอำพรางรอบสอง ทำแบบแมนฯ ซิตีก็ต้องโดนแบบเดียวกัน&amp;rdquo; นพ.วรงค์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57576</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเงินกู้พรรค, พรรคอนาคตใหม่, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ระบบยุติธรรมไทย, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200218/image_big_5e4bf60774b15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
