<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอกต่อ 3 ที่เก็บของขนาดใหญ่ ราคาสุดคุ้ม งบไม่พอเช่าโกดังไม่ใช่ปัญหา!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;การตามหาพื้นที่เก็บของขนาดใหญ่เพื่อเก็บสินค้าไว้เตรียมขายถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พ่อค้าแม่ค้า รวมถึงบรรดา SME ที่ไม่มีโกดังเก็บของต้องเคยเจอ เพราะ นอกจากจะมีราคาค่อนข้างสูงแล้ว โกดังสินค้าส่วนมากยังอยู่ไกลออกจากตัวเมืองทำให้เช็กสินค้าไม่สะดวก อีกทั้งในบางครั้งโกดังบางแห่งยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ไม่แน่นหนามากพอจนทำให้สินค้านั้นเสี่ยงต่อการสูญหายอีกด้วย แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็อย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะถ้าหากใครกำลังตามหาพื้นที่เก็บของขนาดใหญ่ที่ราคาไม่แรงเท่าโกดัง แต่สามารถเลือกเก็บของได้หลายประเภท และมีระบบรักษาความปลอดภัยดีเยี่ยม วันนี้เรามาพร้อมกับ 3 ที่เก็บของที่จะช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการเรื่องการเก็บสินค้าได้ ถ้าพร้อมแล้วก็อย่ารอช้า ไปเช็กรายละเอียดกัน!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;JWD Storeit&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; JWD Storeit ถือว่าเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ให้บริการที่เก็บของขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์พ่อค้าแม่ค้า และบรรดาเจ้าของแบรนด์น้อยใหญ่ได้ครบทุกด้านอย่างแท้จริง โดยทางบริษัทนั้นมาพร้อมกับพื้นที่ให้เช่าที่มีขนาดตั้งแต่ 0.5 ตร.ม.ไปจนถึง 50 ตร.ม. และมีราคาเริ่มต้นเพียง 1,000 บาทเท่านั้น นอกจากนี้ JWD Storeit ยังเป็นที่เก็บของขนาดใหญ่ที่มีสาขาให้บริการตามจุดมุมเมืองและใจกลางเมืองถึง 5 แห่ง อีกทั้งยังมีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม. มีการใช้ PINCODE ในการเข้าออกที่เก็บของ และมีประกันคุ้มครองหากเกิดปัญหาใด ๆ อีกด้วย ซึ่งถือได้ว่าตอบโจทย์พ่อค้าแม่ค้า และบรรดาคนค้าขายที่ต้องการเก็บสต๊อกสินค้าได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สโตเรจอินไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สโตเรจอินไทย หรือ Storage.in.th นั้นเป็นอีกหนึ่งผู้ให้บริการเรื่องที่เก็บของขนาดใหญ่ที่ธุรกิจตั้งแต่ระดับ SME ไปจนถึงธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ระดับประเทศไว้วางใจเลือกใช้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยนอกจากจะมีพื้นที่ให้เลือกเช่าในราคาเริ่มต้นเพียง 100 บาท / ตารางเมตรแล้ว สโตเรจอินไทยยังมีสาขาให้เลือกใช้บริการตามหัวมุมเมืองถึง 4 แห่ง ซึ่งถือได้ว่าสะดวกต่อการขนส่งและทำสต๊อกสินค้าเป็นอย่างมาก ที่สำคัญ ทางบริษัทยังมีระบบการช่วยขนย้าย และมีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาเป็นลำดับต้น ๆ หากใครสนใจอยากมีพื้นที่เก็บของเพิ่มในราคาคุ้มค่า อย่าลืมลองสอบถามข้อมูลกับสโตเรจอินไทยได้เลย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;EASY Storage&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ถ้าหากธุรกิจของใครกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และต้องการหาพื้นที่เก็บของเล็ก ๆ ที่มีบริการครบครัน บอกเลยว่าห้ามพลาดบริการที่เก็บของขนาดใหญ่จาก EASY Storage เลยทีเดียว โดยทางบริษัทนั้นมีราคาค่าบริการเริ่มต้นการเช่าพื้นที่เพียง 1,500 บาท / เดือนเท่านั้น ที่สำคัญยังมีขนาดห้องเก็บของให้เลือกตั้งแต่ 4 ตร.ม. ไปจนถึงที่เก็บของขนาดใหญ่ถึง 200 ตร.ม. ซึ่งถือว่าตอบโจทย์ทุกความต้องการได้อย่างแท้จริง และนอกจากจะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาและต้องเข้าออกด้วย Keycard ตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว ทางบริษัทยังมีสัญญาเช่าที่ยืดหยุ่น เลือกเช่าได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว อีกทั้งยังมีบริการช่วยยกด้วยบริการรถเข็นและ Hand lift อย่างครบถ้วนอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เมื่อรู้แบบนี้แล้ว หากใครกำลังมองหาที่เก็บของขนาดใหญ่ที่มีราคาคุ้มค่า อยู่ในกลางเมือง และสามารถอำนวยความสะดวกในเรื่องของสัญญาเช่าและค่าใช้จ่ายได้ อย่าลืมลองติดต่อสอบถามข้อมูลจากทั้ง 3 บริษัทที่นำมาฝากในวันนี้ด้วยนะ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112796</URL_LINK>
                <HASHTAG>EASY Storage, JWD Storeit, SME, Storage.in.th, ที่เก็บของขนาดใหญ่, พื้นที่เก็บของขนาดใหญ่, ระบบรักษาความปลอดภัย, ราคาสุดคุ้ม, สโตเรจอินไทย, เก็บสินค้า, เช่าโกดัง, ใช้ PINCODE</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_6111f7e641178.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2018 10:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2018 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตำรวจ-ทหาร&#039;ตึงกำลังเข้มรอบทำเนียบฯ รับมือม็อบอยากเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ทำเนียบรัฐบาล ว่าที่พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผู้กำกับกอง 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 (ผกก.4 บก.ส.3 ) เปิดเผยถึงการเตรียมพร้อมรับมือกลุ่มคนเลือกตั้งที่ประกาศจะเคลื่อนขบวนมาชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 22 พ.ค.ว่า ได้มีการประสานกองสถานที่ทำเนียบรัฐบาล กองกำกับการตำรวจสันติบาล 3 ทำเนียบรัฐบาล รวมถึงกองกำกับการตำรวจสันติบาล 4 ในการดูแลความเรียบร้อยภายในทำเนียบรัฐบาล &amp;nbsp;ทั้งนี้ตำรวจในทำเนียบ มีจำนวน 104 นาย และได้รับการสนับสนุนกำลังเสริมจากกองบัญชาการตำรวจสันติบาล รวมเป็น 200 นาย และใช้ตำรวจควบคุมฝูงชน 4 กองร้อย แบ่งเป็นการดูแลโดยรอบนอกทำเนียบรัฐบาล 3 กองร้อย ซึ่งจะดูแลบริเวณถนนราชดำเนิน ถนนพิษณุโลก เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยมีการวางกำลังตั้งแต่สะพานอรทัย สะพานชมัยมรุเชษฐ์ ประตู 3 ประตู 4 และประตู 5 และเลียบคลองผดุงกรุงเกษม &amp;nbsp;ขณะที่อีก 1 กองร้อยดูแลในทำเนียบรัฐบาล โดยจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำทุกตึกอย่างหนาแน่น โดยพรุ่งนี้(22 พ.ค.)เจ้าหน้าที่ทั้งหมดจะเข้าประจำจุดตั้งแต่เวลา 06.00 น.เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าที่พ.ต.อ.กัมปนาท กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีในส่วนของหน่วยข่าวกรองและทหารจากกรมทหารราบ ที่ 11 รักษาพระองค์(ร.11 รอ.) และ กรมทหารราบที่21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.)ช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลด้วย ขณะเดียวกันทางกทม.ก็จะมีการสนับสนุนรถดับเพลิงและไฟส่องสว่างเพื่อเตรียมพร้อมในการรับมือกลุ่มผุ้ชุมนุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันที่ 22 พ.ค.ต้องขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาล และสื่อมวลชน ติดบัตรประจำตัวเพื่อง่ายต่อการตรวจตรา เนื่องจากเจ้าหน้าที่จะมีการตรวจเข้มบุคคลที่จะเข้ามาภายในทำเนียบฯ ส่วนการอำนวยความสะดวกประชาชนด้านการจราจรภายนอกทำเนียบฯ ได้มีการประสานตำรวจ สน.ดุสิต สน.นางเลิ้ง มาช่วยดูแล ทั้งนี้เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้สถานการณ์ยังไม่มีอะไรน่ากังวล และที่สำคัญตำรวจและเจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นแล้วอย่างเต็มที่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการนำรั้วเหล็กมาวางกั้นชิดขอบทางเท้าโดยรอบทำเนียบฯไว้ทั้งหมดแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9622</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมนุม22พ.ค., ทำเนียบฯ, รอบทำเนียบรัฐบาล, ระบบรักษาความปลอดภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180521/image_big_5b023f254ff28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7307</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภัยไซเบอร์กับธุรกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายบริษัททั้งในเมืองไทยและต่างประเทศได้ใช้จ่ายเงินไปกับเทคโนโลยีใหม่ๆ&amp;nbsp; จำนวนมาก เพื่อยกระดับสินค้าและบริการของตนเองให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันจากการให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านเทคโนโลยี หลายคนอาจลืมใส่ใจเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัทไป ซึ่งจะทำให้เป็นความเสี่ยงต่อองค์กรอย่างหนึ่ง ดังนั้นผู้ประกอบการควรทบทวนการลงทุนในด้านการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ให้มากขึ้น ควบคู่ไปกับการพัฒนาพนักงานในองค์กรให้ทันต่อสถานการณ์ของเทคโนโลยี หรือโลกของธุรกิจที่มีตัวช่วยเป็นดิจิทัลอย่างเช่นทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้มีข้อมูลระบุว่ากว่า 40% ของผู้บริหารที่ถูกสำรวจทั่วโลก พบว่าผลลัพธ์จากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ที่ร้ายแรงที่สุด คือการหยุดชะงักของการดำเนินงานของธุรกิจ ขณะที่ 39% มองว่าภัยไซเบอร์ส่งผลต่อความปลอดภัยของข้อมูลที่มีความอ่อนไหว ส่วน 32% มองว่าเป็นภัยต่อคุณภาพของสินค้าที่ออกสู่ตลาด และ 22% มองว่าเป็นภัยที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของชีวิตมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ แม้ผู้ประกอบการจะมีความตระหนักถึงภัยไซเบอร์ แต่ทว่ากลับไม่มีกลยุทธ์เพื่อป้องกันความปลอดภัยของข้อมูล โดย 48% ได้เปิดเผยว่ายังไม่มีหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยข้อมูลที่เหมาะสมให้แก่พนักงาน และ 54% ระบุว่ายังไม่มีแผนการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อเกิดภัยไซเบอร์ขึ้นอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า เมื่อโลกยิ่งเชื่อมโยงกันมากขึ้น โอกาสที่จะได้รับผลกระทบจากภัยไซเบอร์โดยไม่ทันตั้งตัวยิ่งสูงตามไปด้วย เพราะโดยปกติเมื่อยามเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติขึ้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยทันทีคือการสูญเสียอำนาจในการควบคุม โดยระบบต่างๆ จะถูกโจมตีในระยะเวลาอันสั้นหรือใช้เวลาภายในวันเดียว ซึ่งนั่นแปลว่าผู้ถูกโจมตีจะมีเวลาน้อยมากในการรับมือ หรือแก้ไขปัญหาเบื้องต้นก่อนที่ภัยพิบัตินั้นจะลุกลาม ดังนั้น การที่โลกมีการเชื่อมต่อเครือข่ายต่างๆ ทั้งที่สำคัญและไม่สำคัญมากมายเช่นทุกวันนี้ ยิ่งเปิดช่องโหว่ทำให้ผู้ถูกโจมตีไม่สามารถสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ ก่อนที่การโจมตีจะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจาก PwC 2018 Global Investor Survey ที่ได้ทำการศึกษามุมมองของนักลงทุน และนักวิเคราะห์จำนวน 663 ราย จาก 96 ประเทศทั่วโลก พร้อมทำการเปรียบเทียบกับมุมมองของซีอีโอทั่วโลกจำนวน 1,293 ราย&amp;nbsp; เกี่ยวกับการถูกโจมตีทางไซเบอร์ถือเป็นภัยคุกคามการดำเนินธุรกิจในสายตาของนักลงทุนทั่วโลกอยู่ในเวลานี้มากน้อยเพียงใด ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ 41% ของนักลงทุนและนักวิเคราะห์เห็นตรงกันว่าเป็นภัยคุกคามอันดับที่ 1 ของภาคธุรกิจ โดยปรับตัวขึ้นจากอันดับที่ 5 ในปี 2560 และใกล้เคียงกับมุมมองของซีอีโอทั่วโลก หรือประมาณ 40% มองว่าภัยไซเบอร์เป็นภัยคุกคามอยู่ในลำดับที่ 3 รองจากกฎระเบียบที่เข้มงวดมากเกินไป และปัญหาการก่อการร้ายตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากข้างต้นทำให้นักลงทุนถึง 64% เชื่อว่าผู้นำธุรกิจต้องหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์เป็นภารกิจอันดับต้นๆ ในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังเห็นว่ากระแสของการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ จะส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการเติบโตของธุรกิจในอีก 5 ปีข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในเทคโนโลยีการผลิตและบริการจากการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และบล็อกเชน รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และการเปลี่ยนแปลงช่องทางการจัดจำหน่าย ขณะที่มากกว่า 1 ใน 4 หรือ 26% ยังเชื่อด้วยว่าการเข้ามาของเอไอจะส่งผลให้เกิดแผนการลดจำนวนพนักงานในวงกว้างกว่าปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับในนักลงทุนไทยส่วนใหญ่ก็ไม่แตกต่างกับนักลงทุนทั่วโลกมากนัก ยังคงมีเรื่องของปัจจัยทางด้านการเมือง การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว รวมถึงภัยไซเบอร์ก็เป็นความกังวลหลักๆ ที่มองว่าจะกระทบการเติบโตของธุรกิจในระยะข้างหน้า หากไม่เร่งปรับตัว ผู้ประกอบการต้องทำความเข้าใจและตื่นตัว เพื่อวางกลยุทธ์ให้รอบคอบ ไม่ให้การแทรกซึมถูกกระทำอย่างง่ายดาย ยิ่งหากเทคโนโลยีก้าวไกลไปสักเท่าไหร่ รูปแบบการโจมตีก็หลากหลายยิ่งขึ้น ดังนั้นการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจที่ดี ย่อมต้องมีมาตรการป้องกันที่รัดกุมในโลกของธุรกิจยุคดิจิทัลด้วยเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7307</URL_LINK>
                <HASHTAG>PwC 2018 Global Investor Survey, กระจกไร้เงา, การลงทุน, ความเสี่ยงต่อองค์กร, ธุรกิจยุคดิจิทัล, บริษัท PwC ประเทศไทย, ภัยไซเบอร์, ระบบรักษาความปลอดภัย, รุ่งนภา สารพิน, วิไลพร ทวีลาภพันทอง, สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน, เทคโนโลยีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
