<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่มอีกแล้วระบบลงทะเบียนจองฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม รอบ 2 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 สิงหาคม 2564 &amp;nbsp;ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียนฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มสำหรับบุคคลธรรมดา รอบ 2 จำนวน 75,000 ราย ในวันที่ 4 ส.ค &amp;nbsp;โดยระบบจะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่ 10.10 น. ก่อนที่เวลา 14.00 น. จะเปิดระบบการจองวัคซีนสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทันที ที่ถึงเวลาเปิดลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้เกิดปรากฏการณ์ประชาชนจำนวนแห่จองวัคซีน ส่งผลให้เว็บไซต์รองรับจำนวนผู้เข้าใช้ไม่ไหว จนระบบล่ม ไม่ต่างจากการเปิดจองซิโนฟาร์มในรอบแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จในรอบที่ 2 สามารถเข้ามาดำเนินการจองวัคซีน เลือกโรงพยาบาล เลือกวันนัดฉีดและโอนเงินให้เสร็จสิ้นได้ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม เวลา 14.00 น. ถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2564 เวลา 18.00 น. หากไม่ได้เข้ามาดำเนินการตามวันที่กำหนดระบบจะลบข้อมูลออกจากการลงทะเบียนโดยอัตโนมัติ และจะต้องลงทะเบียนใหม่อีกหากประสงค์ขอรับการจัดสรรในครั้งต่อไป
และจากระบบล่มดังกล่าว ทำให้ชาวโซเชียล พากันติดแฮชแท็ก &amp;nbsp;#ซิโนฟาร์ม ขึ้นอันดับ 1 ของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112161</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มสำหรับบุคคลธรรมดา รอบ 2, ระบบล่ม, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210529/image_big_60b244dd9c0a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์แจ้งเกิดเหตุทางเทคนิค เว็บล่ม ชาวเน็ตบ่นยับระบบจองซิโนฟาร์มไม่พร้อม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค. 2564 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ขอแจ้งว่า ขณะนี้การจองวัคซีนซิโนฟาร์มสำหรับประชาชนในรอบแรก จำนวน 40,000 ราย ยังไม่เต็มจำนวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากเว็บไซต์ของวัคซีนซิโนฟาร์ม (https://sinopharm.cra.ac.th) มีผู้เข้าใช้งานระบบเป็นจำนวนมาก และประสบปัญหาทางเทคนิค อันเป็นเหตุให้ผู้ใช้งานไม่สามารถเข้าจองวัคซีนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ผู้ดูแลระบบ อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการแก้ไข ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงต่อกรณีที่เกิดขึ้น และทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกมา ณ โอกาสนี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งแก้ไขให้สามารถกลับมาใช้งานได้เป็นปกติโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านกระแสในโซเชียล โดยเฉพาะทวิตเตอร์ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ การเตรียมตัวของราชวิทยาลัย ขนแฮชแท็ก #ซิโนฟาร์ม #Sinopharm #CRASinop ขึ้นมาติดเทรนด์ในประเทศไทย &amp;nbsp;โดยเฉพาะระบบลงทะเบียนจองที่ไม่พร้อม และมีบั๊คหลายแห่ง โดยเฉพาะการกรอกข้อมูลที่ทำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110147</URL_LINK>
                <HASHTAG>จองวัคซีนซิโนฟาร์ม, ระบบล่ม, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60ab422e6350d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสทช.จี้&#039;ดีแทค&#039;เร่งชดเชยเยียวยาลูกค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค. 2563 &amp;nbsp;นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยภายหลังเรียกตัวแทนดีแทคจะเข้าชี้แจงกรณีระบบลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งล่ม ต่อคณะกรรมการ กสทช.ว่า ช่วงเวลา 04.00 น.-08.00 น.ระบบเครือข่ายของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค มีปัญหาทำให้ไม่สามารถรับข้อความรหัส OTP ในโครงการคนละครึ่งของรัฐบาลได้ ทำให้ประชาชนที่ใช้บริการของดีแทคไม่สามารถได้รับสิทธิ์ในโครงการดังกล่าว กสทช.จึงได้เชิญตัวแทนดีแทคมาชี้แจงรายละเอียดพร้อมถึงความรับผิดชอบในการเยียวยาให้กับลูกค้า
สำหรับเรื่องดังกล่าว เกิดจากระบบฟิลเตอร์ หรือ ระบบคัดกรองลูกค้าที่ดีแทคจะต้องดึงข้อมูลออกมาทำรหัส OTP มาจากแอปพลิเคชัน เป๋าตังค์ ของธนาคารกรุงไทย ผิดพลาด จึงทำให้ดีแทคไม่สามารถรับรู้ได้ว่าลูกค้าคนไหนต้องการขอรหัส OTP บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้กำชับดีแทคและผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ (โอเปอเรเตอร์) รายอื่นให้ดูแลเครือข่ายให้มีคุณภาพ ไม่ควรเกิดปัญหาเช่นนี้อีก แต่เนื่องจากดีแทคกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ และอยู่ระหว่างการประสานขออนุมัติมาตรการเยียวยาดังกล่าวกับฝ่ายบริหาร ดังนั้นจึงยังไม่สามารถแจงรายละเอียดในการเยียวยาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายนฤพนธ์ รัตนสมาหาร ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายประสานงานภาครัฐ ดีแทค กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมเลขหมายโทรศัพท์ของลูกค้าที่ลงทะเบียนและได้รับผลกระทบ เนื่องจากการลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งมีการลงทะเบียน 2 แบบ คือ ผ่านคอมพิวเตอร์ และ โทรศัพท์มือถือ แต่ยืนยันว่าดีแทคต้องชดเชย เยียวยาให้ลูกค้าแน่นอน แต่จะเป็นรูปแบบไหนต้องขอเวลาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ลูกค้าสามารถเก็บหลักฐานการไม่ได้รับสิทธิ์คนละครึ่งโดยการแคปหน้าจอแสดงหลักฐานมายังดีแทคเพื่อร้องขอการเยียวยาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดในเวลา 16:00 น. ดีแทค &amp;nbsp;ส่งแถลงการณ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการชดเชยลูกค้าที่พลาดสิทธิ์ลงทะเบียนคนละครึ่ง ซึ่งดีแทค แจ้งว่า ดีแทค เข้าใจถึงสถานการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกค้า และขออภัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดีแทคพร้อมแสดงความรับผิดชอบด้วยการชดเชยให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว ทั้งลูกค้าในระบบเติมเงิน และระบบรายเดือน อาทิ ส่วนลดเมื่อซื้อโทรศัพท์มือถือ โบนัสเติมเงิน โทรฟรี เน็ตฟรี โดยดีแทคจะติดต่อไปยังผู้ใช้บริการดีแทคที่ได้รับผลกระทบ ผ่านทางข้อความ SMS โดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87054</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีแทค, รหัส OTP, ระบบล่ม, เยียวยา, ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fd9d249e6c32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>DTAC แจ้งพร้อมรับผิดชอบกรณีระบบจ่ายเงินเติมเงินและOTP ล่มช่วงเช้านี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค. 2563 เพจ DTAC ที่ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ขณะนี้ บริการจ่ายเงิน เติมเงิน IVR, USSD, OTP สามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่บางบริการ ได้แก่ dtac application ยังคงขัดข้องอยู่ ซึ่งดีแทคกำลังเร่งแก้ไข เพื่อให้กลับมาให้บริการได้ครบทุกบริการโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดีแทคเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและผลกระทบต่อลูกค้า และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ดีแทคพร้อมที่จะแสดงความรับผิดชอบด้วยการประกาศมาตรการชดเชยให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่า ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เข้าแจ้งความดำเนินคดีบริษัทดีแทค กรณีไม่สามารถให้บริการสาธารณะในช่วงเช้าที่ผ่านมาทำให้ไม่สามารถรับOTPเพื่อลงทะเบียนคนละครึ่งซึ่งเป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลได้ และเตรียมยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวผ่านไปยังกสทช.ให้มีทางค่ายมือถือรับผิดชอบความเสียหายต่อผู้บริโภค
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87007</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง เฟส 2, ดีแทค, รหัส OTP, ระบบล่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180914/image_big_5b9b5cae3094e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่เข้า‘เราไม่ทิ้งกัน’ระบบล่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ไม่สมราคาคุย! &amp;quot;เราไม่ทิ้งกัน&amp;quot; เดี้ยง ประชาชนแห่ลงทะเบียนนาทีเดียวระบบล่ม &amp;quot;ลวรณ&amp;quot; &amp;nbsp;วอนทยอยลงทะเบียนเพราะเปิด 24 ชั่วโมงไม่มีปิด ขณะที่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ห่วงไข่แพง สั่งตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางเพราะจับรายย่อยแก้ไม่ตรงจุด &amp;quot;วีระกร&amp;quot; ถอยกรูดเลิกขายไข่ถูกหน้าพรรคแล้ว รอหาที่ใหม่กว้างขวางกว่าเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ที่ใช้ลงทะเบียนรับสิทธิ์เงินเยียวยาจากมาตรการเยียวยา 5,000 &amp;nbsp;บาท (3 เดือน) แก่ลูกจ้างสถานประกอบการ หรือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส &amp;nbsp;COVID-19 โดยเปิดลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2563 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รัฐบาลระบุว่าระบบสามารถรองรับการทำธุรกรรมได้ถึง 58,000 รายการในเวลาเดียวกัน หรือคิดเป็นจำนวน 3.48 ล้านคนต่อนาที โดยคาดว่าระบบจะสามารถรองรับจำนวนประชาชนที่ต้องการเข้ามาลงทะเบียนออนไลน์ได้แบบไร้กังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาลงทะเบียนจริงคือเวลา 18.00 น. ปรากฏว่าเวลาผ่านไปไม่ถึงนาทีพบว่าระบบล่ม เนื่องจากมีประชาชนแห่ลงทะเบียนกันเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการมอบเงินเยียวยาแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะให้สิทธิ์เฉพาะคนที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ระบุไว้เท่านั้น คือผู้ลงทะเบียนต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เป็นผู้ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม เป็นแรงงาน ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระ ให้เตรียมหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลประกอบอาชีพ ข้อมูลนายจ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เผยว่าระบบรองรับเต็มที่แล้ว แต่ประชาชนลงทะเบียนพร้อมกันมากเกินไป ซึ่งไม่จำเป็นต้องมาลงทะเบียนพร้อมกัน &amp;nbsp;เพราะไม่มีปิด สามารถลงทะเบียนได้ 24 ชั่วโมง หากคัดกรองแล้วว่าคุณสมบัติตรงก็ได้รับเงินช่วยเหลือ &amp;nbsp;3 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นห่วงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากราคาไข่ไก่แพง จึงได้สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงพาณิชย์ ไปตรวจสอบหาสาเหตุตั้งแต่ต้นทาง รวมถึงการตรวจสอบทุกขั้นตอน กลางทางจนถึงปลายทางที่ประชาชน ซึ่งการไล่จับผู้ค้ารายย่อยอาจไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกจุด จึงต้องติดตามทุกขั้นตอน พร้อมเตือนกลุ่มฉวยโอกาสขึ้นราคาต้องเห็นใจประชาชนในสถานการณ์เช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า หลังจากรัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร &amp;nbsp;เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 &amp;nbsp;มี.ค.-30 เม.ย.63 ส่งผลให้พี่น้องประชาชนเป็นกังวลและแห่ซื้อไข่ไก่จนขาดตลาดในบางพื้นที่ ทำให้เกิดการฉวยโอกาสขายไข่ไก่ราคาแพงกว่าที่ควรจะเป็น และไม่ต้องการให้พ่อค้าแม่ค้ารู้สึกว่ารัฐบาลไปตามไล่จับคนกลุ่มนี้ แต่ให้ดูว่าราคาที่พ่อค้าแม่ค้ารับมานั้นราคาเป็นธรรมหรือไม่ โดยการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางจะสร้างความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย รวมถึงการป้องกันการเอารัดเอาเปรียบ หรือเกิดการฉวยโอกาสขึ้นราคาขายในสถานการณ์ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อยู่แล้ว
&amp;#39;วีระกร&amp;#39; ถอยกรูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลหวังว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี ขออย่าใช้จังหวะแบบนี้เอาเปรียบซึ่งกันและกัน แต่มาร่วมช่วยเหลือสนับสนุนซึ่งกันและกันให้ผ่านวิกฤติไปได้&amp;quot; นางนฤมลกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตามที่ได้มีความตั้งใจจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในกรุงเทพฯ ในภาวะขาดแคลนไข่ไก่และมีราคาสูงมาก ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาลอีกทางหนึ่งด้วยนั้น ก็มีหลายท่านได้ทักท้วงในเรื่องที่อาจจะเป็นสาเหตุให้มีการแพร่กระจายของเชื้อ COVID-19 ได้หากมีผู้มาซื้อเป็นจำนวนมาก ประกอบกับบริเวณด้านหน้าของพรรคพลังประชารัฐไม่สามารถรองรับประชาชนได้เกิน 100-200 คน ซึ่งอาจทำให้เกิดความแออัดและการจราจรติดขัดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมจึงขอยกเลิกการนำไข่ไก่จากนครสวรรค์มาจำหน่ายที่หน้าพรรคตามที่ได้ประกาศไว้ จนกว่าจะสามารถหาสถานที่ที่เหมาะสมและกว้างขวางรองรับประชาชนที่มาซื้อได้อย่างเพียงพอ ซึ่งจะประกาศให้ทราบต่อไป&amp;quot; นายวีระกรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ต้องประกาศงดการส่งออกเป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 เดือน ไม่ใช่ประกาศงดส่งออกเพียง 7 วัน เพราะการประกาศงดส่งออกเพียง 7 วันไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนเลยว่าจะมีปริมาณไข่ไก่พอเพียง ในทางกลับกันจะเป็นการบอกให้ประชาชนต้องกักตุนไข่มากขึ้นด้วยซ้ำไป เพราะไม่มั่นใจว่าเหตุใดจึงประกาศงดส่งออกเพียง 7 วันเท่านั้น ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนมากกว่านี้ ว่าจะมีไข่ไก่และไข่เป็ดจำหน่ายพอเพียงอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถึงแม้จะงดการส่งออก ก็จะมีจำนวนไข่ไก่เพิ่มขึ้นจาก 39 ล้านเป็นเพียง 41 ล้านฟองต่อวันเท่านั้น &amp;nbsp;แต่ถ้าประชาชนกักตุนเพิ่มขึ้นเพียง 50% ของความต้องการปกติ จะทำให้ความต้องการเพิ่มขึ้นถึงวันละ &amp;nbsp;60 ล้านฟอง ซึ่งกำลังผลิตของประเทศไม่พอแน่นอน&amp;quot; หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้สิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุดนอกจากไข่ไก่ ก็คือหน้ากากอนามัยแผ่นละ 2.50 บาท ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ปรากฏว่าประชาชนหาซื้อไม่ได้ ทั้งๆ ที่มีโรงงานผลิตภายในประเทศได้วันละนับล้านชิ้น &amp;nbsp;ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องรีบแก้ไขปัญหาหน้ากากอนามัยและไข่ไก่ให้ประชาชนโดยด่วนที่สุด ต้องทำให้ประชาชนเห็นว่าการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินสามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้จริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่เป็นเพียงเสือกระดาษเท่านั้น นายกรัฐมนตรีต้องทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์และปฏิบัติได้จริง ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายทั้งสิ้น ถ้ามีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทำผิดต้องปลดทันที ถ้าเป็นข้าราชการต้องลงโทษเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป และถ้าเป็นพ่อค้าแม่ค้าขายสินค้าเกินกว่าราคาที่กฎหมายกำหนด อย่าไปจับแต่พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย เขาอาจจำเป็นต้องทำเพื่อหาเช้ากินค่ำ พ่อค้ารายใหญ่ๆ เจ้าหน้าที่ของรัฐกล้าจับกุมได้บ้างหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ โพสต์เอกสารผ่านเฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha กรณีโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เหลือหน้ากาก N95 ในคลังเวชภัณฑ์ใช้ได้อีกประมาณ 2 สัปดาห์
ข้าวยังไม่ขาดตลาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้ไปสำรวจร้านจำหน่ายข้าวสารในอำเภอเมืองชัยนาท จ.ชัยนาท พบว่าขณะนี้ราคาข้าวสารบางชนิดเริ่มปรับขึ้นจากเดิม 15-20 บาท เช่น ข้าวสารเสาไห้ จากราคาถังละ 235 บาท เป็น 250 &amp;nbsp;บาท แต่ข้าวสารหอมมะลิยังขายราคาเดิม ถังละ 500 บาท &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ่อค้าจำหน่ายข้าวสารรายหนึ่งในอำเภอเมืองชัยนาทเปิดเผยว่า ตอนนี้ราคาข้าวสารบางชนิดเริ่มปรับสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้ง และประชาชนเกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับโรคโควิด-19 จึงเริ่มมีลูกค้าเข้ามาซื้อข้าวสารไปกักตุน แต่ก็ยังไม่มากนัก ซึ่งทางร้านพยายามตรึงราคาโดยขายราคาเดิมไปก่อน จนกว่าราคาตลาดหรือพ่อค้าคนกลางจะปรับสูงขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ข้าวสารยังมีอยู่ในสต๊อกไม่ขาดตลาด ประชาชนจึงไม่มีความจำเป็นต้องซื้อกักตุน &amp;nbsp;เพราะจะทำให้เสียเงินจำนวนมาก ควรเก็บเงินไว้ใช้ยามจำเป็นอย่างอื่นบ้างจะดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวในกรณีนายจ้างไม่ให้ผู้ประกันตนมาทำงานเนื่องจากสัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้กักตัว 14 วันเพื่อสังเกตอาการ และกรณีหน่วยงานภาครัฐมีคำสั่งให้หยุดกิจการชั่วคราวเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้ประกันตนได้รับผลกระทบไม่สามารถทำงานและไม่ได้รับค่าจ้าง และหนึ่งในมาตรการของรัฐในการลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คือให้ประชาชนลดการรวมตัวกัน เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สำนักงานประกันสังคมได้กำหนดช่องทางการให้บริการเป็นพิเศษ โดยการยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย ให้ยื่นแบบได้ทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ หน้าเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th หัวข้อขอรับประโยชน์ทดแทน กรณีว่างงาน online (e-form for sso benefits) โดยผู้ประกันตนกรอกแบบขอรับประโยชน์ทดแทน กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย และนายจ้างกรอกแบบรับรองการปิดกิจการจากเหตุ COVID-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมกล่าวต่อไปว่า สำหรับผู้ประกันตนที่ถูกเลิกจ้างหรือลาออกจากงาน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สามารถขึ้นทะเบียนผู้ว่างงาน และรายงานตัวผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ที่เว็บไซต์กรมการจัดหางาน เพียงใช้เลขบัตรประชาชนในการเข้าสู่ระบบ ทาง http://empui.doe.go.th/auth/index กรอกข้อมูลจากบัตรประชาชนพร้อมกรอกเลขหลังบัตรประชาชน (Laser Code) จะได้รหัสผ่านเพื่อใช้งานระบบ เมื่อลงทะเบียนเข้าสู่ระบบเสร็จสิ้นแล้ว ให้ผู้ประกันตนยื่นคำขอ รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน (สปส.2-01/7) e-form บนเว็บไซต์ www.sso.go.th โดยยื่นเอกสารช่องทาง ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ส่งทางโทรสาร (FAX) ของสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา หรือ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.ส่งทาง e-mail ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขากำหนด หรือ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4.ส่งทางไลน์ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขากำหนด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการรับสิทธิประโยชน์ และลดขั้นตอนรวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทาง หากมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลได้ที่ เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th ผ่านช่องทาง &amp;nbsp;e-mail (info@sso1506.com), Web board. Live chat และทาง Facebook ของสำนักงานประกันสังคม &amp;nbsp;กระทรวงแรงงาน (Facebook.com/ssofanpage) หรือโทร.1506 (ให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง)
9 สายการบินหยุดบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท. หรือ CAAT) &amp;nbsp;เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (27 มี.ค.63) กพท.เห็นชอบให้สายการบินสัญชาติไทยจำนวน 9 สายการบิน แบ่งเป็นสายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบ (Full-service airlines) จำนวน 3 ราย และสายการบินราคาประหยัด (Low-cost airline) 6 ราย หยุดทำการบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสายการบินที่หยุดทำการบินในเส้นทางต่างๆ มีดังต่อไปนี้ สายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบ 3 ราย ได้แก่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การบินไทย หยุดทำการบินเส้นทางในประเทศทุกเส้นทาง ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม - 31 &amp;nbsp;พฤษภาคม 2563 และโอนย้ายเที่ยวบินให้สายการบินไทยสมายล์ทำการบินแทน ด้านเที่ยวบินระหว่างประเทศหยุดทุกเส้นทาง ได้แก่ ทวีปเอเชีย หยุดระหว่างวันที่ 25 มีนาคม - 31 พฤษภาคม 2563 และทวีปยุโรป ระหว่างวันที่ 1 เมษายน - 31 พฤษภาคม 2563
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.สายการบินไทยสมายล์ หยุดทำการบินเส้นทางในประเทศ เชียงใหม่-ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 25 &amp;nbsp;มีนาคม - 31 พฤษภาคม 2563 และหยุดทำการบินเส้นทางระหว่างประเทศทุกเส้นทาง ระหว่างวันที่ 23 &amp;nbsp;มีนาคม - 31 พฤษภาคม 2563
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส หยุดทำการบินเส้นทางในประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ-เชียงราย, กรุงเทพฯ-กระบี่, สมุย-กระบี่, เชียงใหม่-กระบี่, เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่-ภูเก็ต, เชียงใหม่-สมุย &amp;nbsp;และสมุย-เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม - 24 ตุลาคม 2563 ด้านเส้นทางระหว่างประเทศหยุดทำการบินทุกเส้นทาง ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม - 24 ตุลาคม 2563
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สายการบินราคาประหยัด 6 ราย ได้แก่ 1.สายการบินไทยแอร์เอเชีย หยุดทำการบินเส้นทางในประเทศทุกเส้นทาง วันที่ 1-30 เมษายน 2563 ยกเว้นเส้นทางอู่ตะเภา-ขอนแก่น หยุดบินระหว่างวันที่ &amp;nbsp;1 พฤษภาคม - 24 ตุลาคม 2563 และหยุดบินเส้นทางระหว่างประเทศทุกเส้นทาง ระหว่างวันที่ 27 &amp;nbsp;มีนาคม - 24 ตุลาคม 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.สายการบินนกแอร์ หยุดทำการบินเส้นทางในประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ-กระบี่, นครพนม, น่าน, &amp;nbsp;ร้อยเอ็ด, แม่ฮ่องสอน ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม - 30 เมษายน 2563 และหยุดทำการบินเส้นทางระหว่างประเทศทุกเส้นทางตั้งแต่ 31 มกราคม - 25 ตุลาคม 2563
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.สายการบินไทยไลอ้อน หยุดทำการบินเส้นทางภายในประเทศและเส้นทางระหว่างประเทศทุกเส้นทาง ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม - 30 เมษายน 2563
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4.สายการบินไทยเวียดเจ็ท หยุดทำการบินเส้นทางระหว่างประเทศทุกเส้นทาง ได้แก่ ประเทศจีน &amp;nbsp;เดือนมกราคม-สิงหาคม 2563, ประเทศไต้หวันและเวียดนาม ระหว่างเดือนมีนาคม-สิงหาคม 2563 &amp;nbsp;สำหรับเส้นทางในประเทศให้เปลี่ยนเที่ยวบิน สำหรับผู้สำรองที่นั่งช่วงสงกรานต์ระหว่างวันที่ 13-15 &amp;nbsp;เมษายน 2563 และลดความถี่การทำการบินแต่ละเส้นทางวันที่ 24 มีนาคม - 3 เมษายน 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.สายการบินไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ หยุดทำการบินเส้นทางระหว่างประเทศทุกเส้นทาง ระหว่างวันที่ &amp;nbsp;26 มีนาคม - 16 มิถุนายน 2563 และยกเลิกทำการบินกรุงเทพฯ-บริสเบน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;6.สายการบินนกสกู๊ต หยุดทำการบินเส้นทางระหว่างประเทศทุกเส้นทาง ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม &amp;nbsp;- 30 เมษายน 2563.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61283</URL_LINK>
                <HASHTAG>www.เราไม่ทิ้งกัน.com, ระบบล่ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เราไม่ทิ้งกัน, แห่ลงทะเบียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200328/image_big_5e7f64bb202e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39193</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2019 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“แบงก์ชาติ” จี้ธนาคารกรุงเทพแก้ปัญหาระบบออนไลน์-เอทีเอ็มล่ม กำชับดูแลลูกค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย. 62 - นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่เช้านี้ (22 มิ.ย. 62) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มีปัญหา ไม่สามารถใช้งานระบบออนไลน์ แบงก์กิ้ง และ เอทีเอ็มต่อเนื่องหลายชั่วโมงนั้น จากการตรวจสอบพบว่าเกิดจากการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ

ทั้งนี้ ธปท.ได้ติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องและได้กำชับธนาคารกรุงเทพ เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวทันที โดยระบบสามารถเปิดใช้บริการระบบออนไลน์ได้ตามปกติภายในระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และระบบเอทีเอ็ม ภายในระยะเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้สามารถเปิดใช้บริการทั้งหมดได้ตามปกติ เป็นไปตามขั้นตอนมาตรฐานที่ได้เตรียมการไว้

&amp;ldquo;ธปท. ได้กำชับธนาคารกรุงเทพฯ ให้ดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทุกราย เช่น กรณีรายการโอนเงินไม่สมบูรณ์หรือไม่ได้รับเงิน โดยทันที ซึ่งคาดว่าธนาคารกรุงเทพฯ จะดำเนินการได้ทั้งหมดภายใน 24 ชั่วโมง&amp;rdquo; นายรณดล กล่าว

นอกจากนี้ ธปท. ได้สั่งการให้มีแผนการยกระดับศักยภาพความสามารถในการให้บริการ ทั้งในระยะสั้นที่ต้องปรับปรุงระบบภายใน การสื่อสารกับประชาชนที่รวดเร็วและทั่วถึง รวมทั้งแผนการป้องกันในระยะยาว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอื่นๆขึ้นอีก

สำหรับมาตรการที่จะยกระดับการให้บริการของสถาบันการเงินในระยะยาว และสร้างความเข้มแข็งด้านเสถียรภาพของระบบธนาคารรวมทั้งให้ลูกค้ามีข้อมูลเพียงพอในการเลือกใช้บริการ สิ่งที่ ธปท. จะได้ดำเนินการ คือ การเผยแพร่ข้อมูลสถิติเหตุการณ์ระบบขัดข้องรายสถาบันการเงิน (Downtime) โดยจะเริ่มเผยแพร่ข้อมูลนี้ทาง BOT website ในเดือน ส.ค.2562 เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการและเพื่อให้ประชาชนมีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจเลือกใช้บริการของธนาคาร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39193</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารกรุงเทพ, ระบบล่ม, แบงก์ชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190622/image_big_5d0df87d8264b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2019 20:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2019 19:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฟซบุ๊กล่มทั่วโลกครั้งรุนแรงสุดในประวัติศาสตร์ นานกว่า 14 ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เฟซบุ๊ก เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 2,000 ล้านคน ประสบปัญหาระบบขัดข้องทำให้ผู้ใช้ในหลายประเทศทั่วโลกใช้งานไม่ได้ หรือใช้ได้แบบจำกัดยาวนานกว่า 14 ชั่วโมงตั้งแต่คืนวันพุธ อินสตาแกรมและแอปส่งข้อความอีก 2 แอปของเฟซบุ๊กก็กระทบเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้ประท้วงชูป้ายดิสไลค์เฟซบุ๊กขณะชุมนุมต่อต้านเฟซบุ๊กที่ด้านนอกสำนักงานใหญ่ในแคลิฟอร์เนียเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาบริการล่มของเฟซบุ๊กเมื่อวันพุธและวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเกิดขึ้นในช่วงยามที่บริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐแห่งนี้กำลังโดนตรวจสอบอย่างกว้างขวาง กรณีการทำข้อตกลงแบ่งปันข้อมูลของผู้ใช้โดยไม่ได้ขอความยินยอมจากผู้ใช้ โดยนิวยอร์กไทมส์รายงานว่า อัยการสหรัฐได้เปิดการสอบสวนคดีอาญาแล้ว และคณะลูกขุนใหญ่ศาลนิวยอร์กได้ออกหมายเรียกข้อมูลจากผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอย่างน้อย 2 ราย เกี่ยวกับการทำข้อตกลงดังกล่าวกับเฟซบุ๊ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานบีบีซีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม กล่าวว่า เครือข่ายเฟซบุ๊กกลับมาใช้งานได้แล้วหลังจากเฟซบุ๊กและบริการอินสตาแกรมกับแอปส่งข้อความแมสเซนเจอร์และวอตส์แอปของผู้ใช้เกือบทั่วโลก ขัดข้องนานกว่า 14 ชั่วโมง แต่เฟซบุ๊กยังไม่ได้ชี้แจงสาเหตุที่เกิดปัญหาระบบขัดข้องครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ของเฟซบุ๊กครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งสุดท้ายที่เฟซบุ๊กมีปัญหาระบบล่มระดับใหญ่เท่านี้เกิดเมื่อปี 2551 ซึ่งเวลานั้นเฟซบุ๊กยังมีผู้ใช้งานเพียง 150 ล้านราย จากปัจจุบันเฟซบุ๊กมีผู้ใช้งานราว 2,300 ล้านราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทเทคโนโลยีจากแคลิฟอร์เนียแห่งนี้ออกแถลงการณ์ผ่านบัญชีทวิตเตอร์ของเฟซบุ๊ก ยอมรับว่าเกิดปัญหากับเครือข่ายภายหลังผู้ใช้งานจำนวนมากโวยวายผ่านทวิตเตอร์ ว่าเข้าใช้งานเฟซบุ๊กหรือแอปในเครือของบริษัทไม่ได้ หรือใช้งานได้อย่างจำกัด คำแถลงกล่าวว่าบริษัทกำลังเร่งแก้ไขปัญหาให้ได้โดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่นานหลังจากนั้น เฟซบุ๊กแจ้งว่า ปัญหาการใช้งานติดขัดดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการโดนโจมตีดีดอส (DDos) หรือการโจมตีโดยปฏิเสธการให้บริการ ซึ่งเป็นการโจมตีไซเบอร์ที่พวกแฮ็กเกอร์ส่งข้อมูลคำร้องไปยังเว็บไซต์ในเวลาพร้อมกันจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ใช้กองทัพแฮ็กเกอร์หรือคอมพิวเตอร์ที่ติดซอฟต์แวร์ประสงค์ร้าย จนทำให้เครือข่ายนั้นล่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเมินกันว่า ปัญหานี้เริ่มต้นเมื่อเวลา 23.00 น. ของวันพุธตามเวลาไทยหรือช่วงบ่ายของสหรัฐ สถานีข่าวเอ็นบีซีนิวส์รายงานว่า สาเหตุเกิดจากฐานข้อมูล &amp;quot;โอเวอร์โหลด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผนที่ของเว็บไซต์ downdetector.com ที่ติดตามปัญหาการเข้าใช้สื่อออนไลน์ทั่วโลกเมื่อคืนวันพุธ เผยว่า บริการของเฟซบุ๊กยังคงมีปัญหาติดขัดหรือใช้งานไม่ได้ในหลายพื้นที่ทั่วโลก ทั้งออสเตรเลีย, เอเชีย, ยุโรป, อเมริกาใต้ และอเมริกาเหนือ ถึงเช้าวันพฤหัสบดี หลายพื้นที่ของยุโรปและเอเชียก็ยังใช้งานได้ไม่ปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เฟซบุ๊กเคยล่มเพราะปัญหาเกี่ยวกับเซิร์ฟเวอร์ และเดือนกันยายน เกิดความขัดข้องเพราะปัญหาเกี่ยวกับเครือข่าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31349</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระบบล่ม, รุนแรงสุดในประวัติศาสตร์, อินสตาแกรม, เฟซบุ๊กล่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190314/image_big_5c8a4fdec90da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
