<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 08:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 08:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หมอธีระ’ชี้ยอดสังเวยโควิดของไทยสะท้อนระบบสาธารณสุขที่เริ่มไม่พอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาว่า&amp;nbsp;
สถานการณ์ทั่วโลก 18 สิงหาคม 2564 ทะลุ 209 ล้านไปแล้ว &amp;nbsp;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 633,186 คน รวมแล้วตอนนี้ 209,323,974 คน ตายเพิ่มอีก 9,716 คน ยอดตายรวม 4,393,286 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุด คือ อเมริกา อิหร่าน บราซิล อินเดีย และฝรั่งเศส &amp;nbsp;อเมริกา ติดเชื้อเพิ่ม 129,251 คน รวม 37,885,111 คน ตายเพิ่ม 849 คน ยอดเสียชีวิตรวม 640,067 คน อัตราตาย 1.7%&amp;nbsp;
อินเดีย ติดเพิ่ม 35,201 คน รวม 32,285,101 คน ตายเพิ่ม 440 คน ยอดเสียชีวิตรวม 432,552 คน อัตราตาย 1.3% &amp;nbsp;บราซิล ติดเพิ่ม 37,197 คน รวม 20,416,183 คน ตายเพิ่ม 1,017 คน ยอดเสียชีวิตรวม 570,598 คน อัตราตาย 2.8% รัสเซีย ติดเพิ่ม 20,958 คน รวม 6,642,559 คน ตายเพิ่ม 805 คน ยอดเสียชีวิตรวม 172,110 คน อัตราตาย 2.6% &amp;nbsp;ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 28,114 คน ยอดรวม 6,504,978 คน ตายเพิ่ม 111 คน ยอดเสียชีวิตรวม 112,864 คน อัตราตาย 1.7%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร ตุรกี อาร์เจนติน่า โคลอมเบีย และสเปน ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น &amp;nbsp;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น &amp;nbsp;หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ามีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 86.92 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน &amp;nbsp;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน &amp;nbsp;แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดติดเพิ่มเกินห้าหมื่นคนแล้ว&amp;nbsp;
เวียดนาม เมียนมาร์ เกาหลีใต้ ติดกันหลักพัน กัมพูชา ลาว และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ไต้หวัน และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกงติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ของไทย จำนวนติดเชื้อใหม่เมื่อวานนี้สูงเป็นอันดับ 10 ของโลก &amp;nbsp;ปลายสัปดาห์นี้ยอดติดเชื้อสะสมจะทะลุล้านคน ลักษณะการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้เสียชีวิตในแต่ละวันนั้นสอดคล้องไปกับจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ที่เพิ่มขึ้น โดยมีระยะหน่วงประมาณ 2 สัปดาห์ เหมือนกับประเทศอื่นๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากดูสถิติในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา แล้วเทียบกับระหว่างประเทศที่มีประชากรพอๆ กัน คือ ไทย (69.9 ล้าน) สหราชอาณาจักร (68.2 ล้าน) และฝรั่งเศส (65.4 ล้าน) จะพบว่า ไทยติดเพิ่ม 142,824 คน ตายเพิ่ม 1,381 คน
สหราชอาณาจักรติดเพิ่ม 191,925 คน ตายเพิ่ม 614 คน ฝรั่งเศสติดเพิ่ม 159,130 คน ตายเพิ่ม 352 คน&amp;nbsp;
แม้จำนวนการติดเราจะน้อยกว่าหรือพอๆ กับเค้า แต่จำนวนการตายสูงกว่าเค้าถึง 2-4 เท่า &amp;nbsp;เหตุหนึ่งที่เป็นไปได้ในการอธิบายปรากฏการณ์ดังกล่าวคงหนีไม่พ้นเรื่องสถานะของระบบสาธารณสุขที่รองรับผู้ป่วยรุนแรงและวิกฤติได้มากน้อยเพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ไทยเรามีจำนวนผู้ป่วยรุนแรงและวิกฤติสูงเป็นอันดับ 6 ของโลก โดยมีมากถึง 5,615 คน ในขณะที่ สหราชอาณาจักรมี 918 คน และฝรั่งเศสมี 1,807 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำนวนการเสียชีวิตของไทยนั้นมีสูงระดับสองร้อยคนในแต่ละวันที่เห็นจากรายงานทางการ ประกอบกับการเสียชีวิตนั้นไม่ใช่แค่ที่สถานพยาบาล แต่ยังเกิดที่บ้าน ฯลฯ ซึ่งบ่งบอกถึงความไม่เพียงพอของระบบที่จะรองรับดูแลผู้ติดเชื้อได้ นี่จึงเป็นโจทย์หลักที่ยังต้องมีการเร่งดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน ขอให้ป้องกันตนเองและครอบครัวอย่างเต็มที่ ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า สำคัญมาก ด้วยรักและห่วงใย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113676</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทย์ศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, ระบบสาธารณสุข, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60efa8328cc03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2021 17:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2021 17:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดีกรมการแพทย์ มั่นใจระบบสาธารณสุขไทยไม่ล่มสลาย หากทุกฝ่ายรับผิดชอบร่วมกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ค.64 - นพ.สมศักดิ์&amp;nbsp;อรรฆศิลป์&amp;nbsp;อธิบดีกรมการแพทย์&amp;nbsp;ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีขณะนี้ถูกตั้งคำถามว่าระบบสาธารณสุขของเราล่มสลายหรือยัง&amp;nbsp;และจะแก้ไขอย่างไร&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ตนคงตอบคนเดียวไม่ได้&amp;nbsp;อยากให้เป็นความรับผิดชอบร่วมกันทั้งหมด&amp;nbsp;ถ้าเราช่วยกันตอบ&amp;nbsp;มันขึ้นอยู่กับคำนิยามว่าการล่มสลายของระบบสาธารณสุขคืออะไร&amp;nbsp;เตียงไม่พอล่มสลายไหม&amp;nbsp;ในความเห็นตนยังไม่ใช่&amp;nbsp;เพราะเราสามารถปรับระบบได้&amp;nbsp;ดังนั้นอาจจะเป็นคำถามไม่ใช่เฉพาะสาธารณสุข&amp;nbsp;แต่ถามพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่า ตัวเราเองจะร่วมเป็นสวนหนึ่งในการคงระบบสาธารณสุขได้ไหม&amp;nbsp;ซึ่งตนคิดว่าหาก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มาตรการข้างต้นไปได้ด้วยกันดี&amp;nbsp;มั่นใจว่าไม่มีวันที่ระบบสาธารณสุขไทยจะล้มเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ&amp;nbsp;5 มาตรการสำคัญในการแก้ไขสถานการณ์ คือ 1.นโยบายต้องชัดเจน 2.ประชาชนต้องให้ความร่วมมือ 3.ระบบการควบคุมโรคดี 4.ระบบรักษาพยาบาลเข้มแข็ง และ 5.การฉีดวัคซีนครอบคลุม หาก 5 เรื่องนี้ไปด้วยกันดี หากลดจำนวนผู้ป่วยลงการหาเตียงไม่ใช่เรื่องยาก แต่บุคลากรที่อยู่หน้างานขณะนี้ตึงจริงๆ บางคนไม่ได้กลับบ้านมา 2 เดือนแล้ว ส่วนกรณีที่มีการตรวจแต่ไม่รับผู้ป่วยเนื่องจากเตียงไม่พอนั้น จริงๆ ตั้งแต่แรกก็ไม่ได้บอกว่าหากตรวจแล้วต้องรับ บอกแค่ที่ไหนช่วยตรวจแล้วให้ช่วยประสาน ซึ่งในขณะนี้มีมาตรการเรื่อง Home Isolation และ Community Isolation ออกมา คิดว่าส่วนนี้จะผ่อนคลายไปได้ แค่ตรวจแล้วต้องนำเข้าระบบโดยเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108501</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์, ระบบสาธารณสุข, ล่มสลาย, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210703/image_big_60e028693ca9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดทะลุ8หมื่นกทม.สาหัส!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังไม่ลด! ไทยติดเชื้อเพิ่ม 2,419 ราย ทำยอดรวมทะลุ 8 หมื่น เสียชีวิต 19 คน ยันอาการหนักพันราย ยังเอาอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่หากมากไปกว่านี้ระบบสาธารณสุขที่มีอยู่จะตึงมาก ระดมเชิงรุกพื้นที่ กทม. เตรียมเปิด รพ.บุษราคัมสัปดาห์นี้ วางแผนกระจายฉีดวัคซีน 115 แห่งทั่วกรุง ปลัด สธ.ย้ำให้สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ร่วมกับสมาชิกในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 8 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,419 ราย ติดเชื้อในประเทศ 2,409 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,890 ราย จากการคัดกรองเชิงรุก 519 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย ทำให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 81,274 ราย ผู้ป่วยหายเพิ่ม 2,247 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยหายป่วยสะสม 51,419 ราย อยู่ระหว่างรักษา 29,473 ราย อาการหนัก 1,138 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 380 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 19 ราย เป็นชาย 8 ราย หญิง 11 ราย อยู่ในกทม. 7 ราย, สมุทรปราการ ปทุมธานี จังหวัดละ 2 ราย,&amp;nbsp; นครสวรรค์ สมุทรสาคร กาญจนบุรี ชลบุรี นครศรีธรรมราช สงขลา นครปฐม สุรินทร์ จังหวัดละ 1 ราย ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันในเส้นเลือดสูง โดยปัจจัยเสี่ยงใกล้ชิดสมาชิกในครอบครัวที่ติดเชื้อ ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 382 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 157,530,729 ราย เสียชีวิตสะสม 3,283,727 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวอีกว่า สำหรับจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดวันที่ 8 พ.ค. 5 อันดับแรกคือ กทม. จำนวน 1,112 ราย, นนทบุรี 217 ราย, สมุทรปราการ 114 ราย, ประจวบคีรีขันธ์ 100 ราย, ปทุมธานี 93 ราย และสาเหตุส่วนใหญ่ของการติดเชื้อคือการติดเชื้อจากตลาด ชุมชน ระบบขนส่งสาธารณะ รวมถึงการสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน และถ้าดูจากยอดรวมผู้ติดเชื้อวันนี้ กทม.และปริมณฑลมียอดสูงถึง 1,641 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่จังหวัดอื่นๆ ทั้ง 71 จังหวัด มียอดเพียง 768 ราย ทำให้หลังจากนี้ต้องมีการคัดกรองเชิงรุกมากยิ่งขึ้น เพื่อค้นหาตัวเลขที่แท้จริงมาวางแผนในการป้องกันการระบาด โดยมีนโยบายเร่งด่วนสำหรับ กทม.และปริมณฑลให้ลงพื้นที่สำรวจเชิงรุก โดยพื้นที่คลัสเตอร์สำคัญที่อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังใน กทม. ที่ต้องระดมสรรพกำลังเข้าไปช่วยคือ ชุมชนวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย , ชุมชนวัดญวนคลองลำปัก เขตดุสิต, ปากคลองตลาด เขตพระนคร, ศูนย์การค้าเขตพระนคร โดยวันที่ 8 พ.ค. กทม.จะลงพื้นที่ตรวจเชิงรุกในหลายพื้นที่ อาทิ สนามธูปะเตมีย์ คลองเตย อ่อนนุช สำเพ็ง จึงขอให้ประชาชนและผู้นำชุมชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือ ให้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กได้พูดคุยถึงการบริหารจัดการเตียงว่า ในสัปดาห์นี้จะมีการเปิดโรงพยาบาลบุษราคัม ที่อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี รองรับผู้ป่วยสีเขียวเข้มและสีเหลือง โดยสถานที่ดังกล่าวจะต่างจากโรงพยาบาลสนาม สามารถให้การรักษาที่ยากลำบากยิ่งกว่าโรงพยาบาลสนาม จัดบุคลากรทางการแพทย์มาให้การดูแล เป็นต้น และจากข้อมูลการบริหารจัดการเตียงล่าสุด การรอเตียงในขณะนี้คลี่คลายไปมาก จะไม่เกิน 1-2 วันตามแผนที่ได้วางไว้ สำหรับผู้ป่วยสีแดงอัตราการรอเตียงคือศูนย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในการประชุมคณะที่ปรึกษาด้านสาธารณสุข ในศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เมื่อวันที่ 7 พ.ค. มีความเห็นที่ได้ข้อสรุปว่า ให้ทุกหน่วยงานทั้ง กทม.และปริมณฑลบูรณาการเรื่องข้อมูล เร่งรัดทำการคัดกรองเชิงรุกให้มากขึ้น เร่งระดมการตรวจ จากแผนเดิมที่จะค้นหาเชิงรุกใน กทม. 26,850 คนใน 1 สัปดาห์ ให้ระดมสรรพกำลังดึงหน่วยงานทุกภาคส่วนดำเนินการตรวจให้เสร็จภายใน 2 วัน และมีการพูดถึงการเตรียมเตียงใน กทม.และปริมณฑล ในส่วนของการติดเชื้อกว่า 1,000 ราย เตียงจะต้องเตรียมให้ได้ไม่ต่ำกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ ในแต่ละสัปดาห์จะมีการวางแผนเตียงล่วงหน้า
ฉีดวัคซีนใน กทม.115 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ผู้ว่าฯ กทม.ยังได้เสนอที่ประชุมในสัดส่วนของ กทม. ขอเสนอให้มีการฉีดวัคซีนผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะ บุคลากรครู พนักงานเก็บขยะ กทม. การท่าอากาศยานดอนเมือง การท่าเรือฯ พนักงานการไฟฟ้าฯ การประปาฯ อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการฉีดวัคซีนหลังได้รับวัคซีนเพิ่มเติมในพื้นที่กทม.นั้น จากเดิมที่จะฉีดเฉพาะในโรงพยาบาล เพื่อความปลอดภัยของผู้รับวัคซีน แต่หลังจากฉีดไปแล้วในประเทศกว่าล้านโดส ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น โดย กทม.จะกระจายการฉีดไปทั้งสิ้น 115 แห่ง และเอกชน 14 แห่ง โดยจะมีโรงพยาบาลพี่เลี้ยงคอยดูแลสถานที่ฉีดแต่ละแห่งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ผู้ป่วยยืนยันสะสมและผู้ป่วยหนักมีจำนวนเพิ่มขึ้น มีแผนรองรับอย่างไร พญ.อภิสมัยตอบว่า ในจำนวนที่อาการหนักประมาณ 1,000 ราย ระบบสาธารณสุข เตียง และบุคลากรยังสามารถรองรับได้ แต่หากมากไปกว่านี้ระบบสาธารณสุขที่มีอยู่จะตึงมากขึ้น อาจทำให้ผู้ป่วยหนักต้องรอเตียง ดังนั้นขอให้ติดตามรายงานในพื้นที่ พยายามลดยอดผู้สัมผัสเสี่ยงสูงให้ได้ เมื่อไปพื้นที่เสี่ยงขอให้กักตัว ขอให้ทุกคนรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อลดผู้ติดเชื้อใหม่ให้ได้ ทั้งนี้ ผอ.ศบค.ชุดเล็กขอความร่วมมือทุกส่วนราชการและเอกชนทำงานที่บ้าน เพื่อลดการสัมผัสและการเดินทางสาธารณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ว่าจากรายงานสถานการณ์ วันที่ 8 พ.ค. มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,419 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,247 ราย จากต่างประเทศ 10 ราย มีผู้รักษาหายเพิ่ม 2,435 ราย และมีผู้เสียชีวิต 19 ราย โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ กว่าร้อยละ 50 มาจาก กทม.และปริมณฑล ปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ กทม.ที่ต้องเฝ้าระวัง เช่น ในเขตคลองเตย ราชเทวี ปทุมวัน บางกะปิ จตุจักร ดอนเมือง ลาดพร้าว ดุสิต ยานนาวา บางทองหลาง ส่วนใหญ่จากการอยู่ในชุมชนแออัดขนาดใหญ่ ส่วนปริมณฑลส่วนใหญ่พบในโรงงาน ซึ่งมีการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนมากขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้หากมีการติดเชื้อจะแพร่สู่คนในครอบครัวได้ง่าย จึงสั่งการให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพ ที่ 4, 5, 6 ซึ่งเป็นจังหวัดในเขตภาคกลางและโดยรอบกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังจุดเสี่ยง เข้มงวดมาตรการป้องกันควบคุมโรคในโรงงานต่างๆ นำผู้ติดเชื้อเข้าสู่กระบวนการรักษา และจำกัดวงการระบาดให้ได้โดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า จากการที่กระทรวงสาธารณสุขได้เข้าร่วมการบริหารจัดการเตียงสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ?มีประชาชนประสานมายังสายด่วนต่างๆจำนวน 252 ราย ได้จัดการนำเข้าสู่ระบบแล้ว 133 ราย รอดำเนิน 97 ราย โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) มีจิตอาสารับ-ส่งผู้ติดเชื้อใน 6 โซน กทม. จำนวน 85 ราย เพื่อให้ผู้ติดเชื้อได้รับการรักษาตามระดับอาการที่เหมาะสม นอกจากนี้ ขอทำความเข้าใจในประเด็นผู้ป่วยโควิด-19 อาการหนัก ที่กระทรวงสาธารณสุขได้รายงานรายวันว่ากลุ่มนี้ไม่ใช่ผู้ป่วยที่มีอาการโคม่าต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่เป็นกลุ่มที่มีอาการปอดอักเสบ ปอดบวม ซึ่งต้องให้การรักษาและดูแลอย่างใกล้ชิด
ยอดสะสมกทม.ใกล้ 2 หมื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้ประชาชนยังเข้มมาตรการป้องกันตนเอง ได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่อออกนอกบ้าน หรือหากเป็นผู้ที่ต้องทำงานนอกบ้าน เมื่อกลับบ้านให้รีบอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย หากเป็นไปได้ให้สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ร่วมกับสมาชิกในครอบครัว เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ และไม่นำตัวเองไปอยู่ในสถานที่เสี่ยง รวมถึงเคร่งครัดการปฏิบัติตามมาตรการสังคม ได้แก่ การลดกิจกรรมชุมนุมสังสรรค์ ลดการเดินทางข้ามจังหวัดที่ไม่จำเป็น เป็นต้น เพื่อป้องกันการแพร่และรับเชื้อโควิด-19&amp;rdquo; นพ.เกียรติภูมิกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสรุป 10 อันดับจังหวัดที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศรายใหม่สูงสุด โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.กรุงเทพมหานคร ติดเชื้อรายใหม่ 1,112 ราย ยอดสะสม 18,029 ราย 2.นนทบุรี ติดเชื้อรายใหม่ 217 ราย ยอดสะสม 3,249 ราย 3.สมุทรปราการ ติดเชื้อรายใหม่ 114 ราย ยอดสะสม 3,016 ราย 4.ประจวบคีรีขันธ์ ติดเชื้อรายใหม่ 100 ราย ยอดสะสม 1,267 ราย 5.ปทุมธานี ติดเชื้อรายใหม่ 93 ราย ยอดสะสม 1,192 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.สมุทรสาคร ติดเชื้อรายใหม่ 77 ราย ยอดสะสม 1,376 ราย 7.ชลบุรี ติดเชื้อรายใหม่ 72 ราย ยอดสะสม 3,200 ราย 8.ปราจีนบุรี ติดเชื้อรายใหม่ 63 ราย ยอดสะสม 284 ราย 9.ระยอง ติดเชื้อรายใหม่ 50 ราย ยอดสะสม 379 ราย 10.สุราษฎร์ธานี ติดเชื้อรายใหม่ 35 ราย ยอดสะสม 1,070 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ข้อมูล COVID-19 นนทบุรี รายงานสรุปย่อผู้ป่วยยืนยันโควิด-19 จ.นนทบุรี วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 จำนวน 59 ราย สาเหตุส่วนใหญ่ติดเชื้อภายในครอบครัว ตลาดสด และสถานที่ทำงาน เพศหญิง 29 ราย เพศชาย 30 ราย มีอาการ 36 ราย (61%) ไม่มีอาการ 23 ราย (39%) ความสัมพันธ์ สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน 59 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง&amp;nbsp; นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อจำนวน 114 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน 82 ราย อำเภอเมืองสมุทรปราการ จำนวน 40 ราย,&amp;nbsp;&amp;nbsp; อำเภอพระประแดงจำนวน 11 ราย, อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จำนวน 2 ราย, อำเภอบางพลี จำนวน 23 ราย, อำเภอบางบ่อจำนวน 2 ราย, อำเภอบางเสาธง จำนวน 4 ราย, โรงพยาบาลเอกชนรับมารักษาต่อในสมุทรปราการจำนวน 32 ราย เสียชีวิต 2 ราย 1.ชายชาวจีน อายุุุ 46 ปี มีโรคประจำตัวความดันโลหิตสูง ประวัติเสียงสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 2.หญิงไทยอายุุุ 81 ปี มีโรคประจำตัวเป็นผู้ป่วยติดเตียง ประวัติเสี่ยงสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน
คนไทยเปิดประตูให้โควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะป่วยอยู่ที่ กทม.ทั้ง 2 ราย ผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนจนถึงปัจจุบัน จำนวน 3,016 ราย ในพื้นที่ 2,082 ราย&amp;nbsp; นอกพื้นที่ 934 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาลของรัฐ จำนวน 486&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาลเอกชน จำนวน 391 ราย รักษาใน Hospitel ราชภัฏธนบุรีสมุทรปราการ จำนวน 606 ราย การคัดกรองเฝ้าระวังในคลินิก ARI และในชุมชน จำนวน 104,374 ราย&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อจำนวน 2,082 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการโควิด-19 ระยอง โดยนายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ของจังหวัดระยอง ว่าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 19 ราย ผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.-8 พ.ค. จำนวน 643 ราย เสียชีวิต 3 ราย รักษาหายแล้ว 391 ราย ค้นหาเชิงรุก 22,242 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ลงนามในคำสั่งจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 1151/2564 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 55) หลังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สมุทรสาครรายงานว่า&amp;nbsp; จากการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในสถานประกอบการ พบว่าบริษัท รุ่งเจริญผล จำกัด มีพนักงาน ติดเชื้อโควิดจำนวน 39 ราย จากพนักงานทั้งหมด 69 ราย คิดเป็นอัตราร้อยละ 56.52 ในขณะที่ผู้ไม่พบเชื้อยังคงเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่มีโอกาสติดเชื้อได้ ประกอบกับสถานประกอบการแห่งนี้เป็นสถานที่กระจายสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ไปยังสถานประกอบการแห่งอื่นๆ ซึ่งหากยังคงปล่อยให้ดำเนินกิจการต่อไป อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคไปยังสถานที่อื่นๆ ในวงกว้าง จนยากต่อการควบคุมโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระศักดิ์ยังโพสต์เฟซบุ๊กว่า ช่วงนี้ได้รับข้อมูลทั้งจากประชาชนและภาคเอกชนว่ามีแรงงานต่างชาติหลบหนีเข้าเมืองจำนวนมาก โดยจากการเข้าจับกุมแรงงานต่างชาติในจังหวัดหนึ่ง ระบุว่า สมุทรสาครและกรุงเทพมหานครเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของกลุ่มนี้ ซึ่งนั่นก็อาจทำให้เราเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งหนึ่งที่ผมไม่สบายใจเลยท่ามกลางวิกฤติเช่นนี้ คนไทยด้วยกันเองกลับเปิดประตูบ้าน ลักลอบทำเรื่องผิดกฎหมายเพราะหวังผลประโยชน์ตอบแทนเป็นตัวเงิน โดยไม่คิดเลยว่ามันจะกระทบกลายเป็นปัญหาใหญ่ ทำลายสวัสดิภาพและสร้างปัญหาปากท้องของคนบ้านเดียวกัน ทั้งที่รู้ว่าทุกคนกำลังย่ำแย่เต็มที&amp;quot; ผู้ว่าฯสมุทรสาครระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102241</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ฉีดวัคซีน, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ติดเชื้อเพิ่ม, ระบบสาธารณสุข, วัคซีนโควิด, ศบค., สวมหน้ากากอนามัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210508/image_big_6095ed0db359e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2020 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039;สั่งขนส่งสาธารณะคุมเข้มโควิดหลังกลับมาระบาดอีกครั้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค.2563 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้กลับมาแพร่ระบาดรอบใหม่ -ขณะนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวกับระบบขนส่งสาธารณะทุกโหมดการเดินทาง ต้องมีมาตรการคุมเข้มการป้องกันการแพร่ระบาด 100% ซึ่งทุกหน่วยงานได้มีการตรวจอย่างเข้มข้นทุกขั้นตอน กำชับให้ผู้ใช้บริการสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา โดยเชื่อว่าจะไม่มีความเสี่ยงในเรื่องระบบการเดินทางและเชื่อมั่นว่าระบบสาธารณะสุขของประเทศไทยได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าจากการหารือร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณะสุข ได้แจ้งว่าปัจจุบันประเทศไทยมียารักษาอยู่ประมาณ 5 แสนเม็ด มีสถานพยาบาลรองรับการรักษาเป็นจำนวนมาก จึงมองว่าไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลมาก ทั้งนี้ประชาชนทุกคนต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณะสุขอย่างเคร่งครัดใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง อย่าประมาทและอย่าการ์ดตก ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ขอให้ประชาชนทุกคนอย่าการ์ดตก รักษาสุขภาพ สวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่เสมอ ล้างมือบ่อยๆ และรักษาระยะห่างกันต่อไป ซึ่งจะเป็นการลดความเสี่ยงได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในสัปดาห์หน้า กระทรวงคมนาคมได้เตรียมที่จะหารือร่วมกับหน่วยงานในสังกัด ถึงแผนรองรับการเดินของประชาชนควบคู่กับการป้องกันโควิด-19 ช่วงเทศกาลปีใหม่ 64 รวมถึงการออกมาตรการที่เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน เบื้องต้น เป็นมาตรการเดิมที่เคยทำทุกปี อาทิ การยกเว้นค่าธรรมเนียมผ่านทางบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ของ กรมทางหลวง (ทล.) และ ทางพิเศษ (ทางด่วน) ของการทางพิเศษแห่งประเทศ (กทพ.)ก่อนจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป ส่วนจะมีอะไรเพิ่มเติมขอพิจารณาอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมได้มีการวางแผนบริหารจัดการเดินทางได้ดีขึ้น ทั้งการเดินทางที่สะดวกและคล่องตัวขึ้น ทั้งนี้มีสิ่งที่ต้องเพิ่มเติมคือได้สั่งการให้นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ไปคุมเข้มผู้ประกอบการรถบรรทุกให้มีความพร้อมในการเดินทาง โดยให้สุ่มตรวจรถบรรทุก ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสภาพรถ เพราะส่วนใหญ่ขณะนี้มักจะเกิดกรณีอุบัติเหตุกับรถบรรทุกบ่อยครั้ง และเป็นการป้องกันและช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ทั้งนี้ทำให้ผู้ประกอบการได้ปฏิบัติตามเป็นไปตามระเบียบหรือเงื่อนไขที่ขนส่งตามที่ ขบ. กำหนดด้วย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ทุกหน่วยงานต้องร่วมกัน ทั้งรัฐบาล เอกชน และประชาชน ถ้าหากพบว่ารถบรรทุกกระทำผิด ให้แจ้ง ขบ. เข้าไปดำเนินการตรวจสอบทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86200</URL_LINK>
                <HASHTAG>รมว.คมนาคม, ระบบสาธารณสุข, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201030/image_big_5f9c04378b227.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปลื้มไทยสู้โควิด WHOถ่ายทำคลิป ตัวอย่างโชว์โลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คุมโควิดไทยดังทั่วโลก &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; เผย WHO บุกถ่ายทำคลิปเผยแพร่ประสบการณ์ ยกจุดเด่นระบบสาธารณสุขพื้นฐานเข้มแข็ง &amp;quot;อสม.-อสต.&amp;quot; ปัจจัยความสำเร็จ ขณะที่รองอธิบดีกรมควบคุมโรคชี้สถานการณ์เมียนมาน่าห่วงจ่อลามไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี จนเป็นที่ยอมรับ และองค์การอนามัยโลก (WHO) จึงมาถ่ายทำและผลิตวิดีโอแบ่งปันประสบการณ์โควิด-19 และมุมมองการตอบสนองของประเทศไทย เป็นคลิปสารคดีเกี่ยวกับความสำเร็จของประเทศ และเพื่อถ่ายทอดและแบ่งปันประสบการณ์แก่ประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ถือเป็นประเทศที่ 2 ถัดจากประเทศนิวซีแลนด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวต่อว่า โดยได้จัดทำเป็นวิดีโอ 2 ภาษา คือ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีความยาวประมาณ 4.25 นาที เผยแพร่ทางช่อง Youtube ของ World Health Organization h ttps://youtu.be/0wFuq-QdwAU โดยใจความสำคัญที่ต้องการถ่ายทอดคือ หากมีระบบสาธารณสุขพื้นฐานที่เข้มแข็ง การต่อสู้กับโรคระบาดอย่างโรคโควิด-19 จะง่ายขึ้นมาก โดยจุดเด่นของระบบสุขภาพของไทย คือการออกแบบเพื่อปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ ตอบสนองได้รวดเร็วด้วยยุทธศาสตร์ที่ให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วมในการป้องกัน ค้นหา รักษาและติดตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;WHO มองว่าปัจจัยความสำเร็จของประเทศไทยคือการที่มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบสุขภาพที่มีความเข้มแข็ง ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เฝ้าระวังควบคุมการแพร่ระบาดในชุมชน มีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีแรงจูงใจ ทุ่มเททำงาน มีนักระบาดวิทยาภาคสนามที่มีความชำนาญ ห้องปฏิบัติการมีศักยภาพสูง และความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้รัฐบาลควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ได้ ความสำเร็จในการรับมือโรคโควิด-19 จึงเป็นบทพิสูจน์ถึงการเตรียมการและวางแผนกันมาอย่างดีของประเทศไทย&amp;quot; นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า การตอบสนองอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพของประเทศไทยเป็นแบบอย่างที่น่ายกย่อง ซึ่งมีรากฐานจากหลายทศวรรษแห่งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขและความพร้อมในระดับสูงที่จะรับมือกับการระบาดของไวรัส หรือสถานการณ์สาธารณสุขฉุกเฉินอื่นๆ เช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก ประเทศไทยได้เริ่มรับมืออย่างรวดเร็วเมื่อต้นเดือนมกราคม เมื่อเริ่มมีสัญญาณบ่งชี้ว่าโรคโควิด-19 จะเป็นปัญหาใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 10 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานที่กักตัวของรัฐ รักษาตัวในโรงพยาบาล 116 ราย จำนวนผู้เสียชีวิตคงที่ 58 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,490 ราย รักษาหายแล้วอยู่ที่ 3,316 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์ระบุว่า สถานการณ์ในเมียนมาค่อนข้างน่าเป็นห่วง จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ไม่ได้ระบาดแค่ในรัฐยะไข่อีกต่อไปแล้ว แต่แพร่ระบาดออกมาในรัฐย่างกุ้งและรัฐมอญด้วย ซึ่งรัฐมอญมีชายแดนติดกับประเทศไทยมากขึ้น จึงมีความเป็นไปได้ที่จะแพร่ระบาดในพื้นที่ของรัฐ หรือในเมืองที่มีชายแดนติดกับประเทศไทยในเร็ววันนี้ ซึ่งสิ่งที่ต้องทำต้องคิดถึงจังหวัดที่แรงงานเมียนมาต้องเข้ามาทำงานด้วย ซึ่งหลายจังหวัดอยู่ในเขตปริมณฑล กระทรวงสาธารณสุขจึงมีการเฝ้าระวังมากขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77684</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, คุมโควิด, ระบบสาธารณสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล, อสต., อสม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f622859ef153.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
