<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ซัด&#039;ประยุทธ์&#039;คุมโควิดไม่ได้ รพ.เอกชนเมินตรวจเชื้อ ระบบสาธารณสุขกำลังจะพัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 เม.ย.64 -น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคลัสเตอร์ทองหล่อที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp; จนปรากฏเป็นภาพประชาชนแตกตื่นไปต่อคิวเพื่อรับการตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลเอกชนจำนวนมาก&amp;nbsp; จนโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง ออกมาประกาศหยุดรับการตรวจเชื้อโควิด-19 เนื่องจากน้ำยาหมด นอกจากนี้ยังปรากฏภาพประชาชนย่านทองหล่อไปต่อคิวเพื่อรับการตรวจหาเชื้อที่อารีนาเท็น ทองหล่อ ซอย 10 จำนวนนับพันคน ไม่มีการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพราะความหวาดกลัวว่าจะติดเชื้อ จึงมีความเสี่ยงว่าจากที่ประชาชนบางคนไม่ได้ติดโควิดมาก่อน อาจจะได้รับเชื้อจากการต่อคิวเพื่อตรวจเชื้อก็เป็นได้ &amp;nbsp;
โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมาก รัฐบาลไม่เคยเรียนรู้จากหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วนำมาพัฒนาการป้องกันและรับมือ&amp;nbsp; ทุกครั้งที่มีการระบาดจากคลัสเตอร์ใหม่ ตั้งแต่ตลาดกลางกุ้ง ตลาดบางแค จนมาถึงทองหล่อ ยังไม่มีการปรับปรุงการตรวจหาเชื้อที่ดีพอ ไม่มีการประสานขอความร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนซึ่งถือว่าสำคัญมากในสถานการณ์นี้ เพราะโรงพยาบาลเอกชนมีเครือข่ายกระจายตัวอยู่ทุกพื้นที่&amp;nbsp; แต่ท่าทีโรงพยาบาลเอกชนขณะนี้อาจมีความกังวลกับภาระค่าใช้จ่าย สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นการปิดช่องทางการรักษาและการมีชีวิตรอดของประชาชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อรุณี กล่าวว่า รัฐบาลควรเร่งเจรจากับภาคเอกชนอย่างเร่งด่วนในการร่วมมือกันตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp; แต่หากคิดไม่ได้ก็ควรนำเอาวิธีการของต่างประเทศมาปรับใช้ เช่น ที่ญี่ปุ่น หากสงสัยว่าติดเชื้อ&amp;nbsp; ประชาชนจะต้องโทรหาศูนย์สาธารณสุข เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าอยู่เขตใด และควรไปโรงพยาบาลใด&amp;nbsp; หากอาการไม่รุนแรง&amp;nbsp; รัฐบาลสั่งให้กักตัวที่บ้าน&amp;nbsp; เพื่อให้เตียงของโรงพยาบาลเพียงพอกับการรักษาผู้ป่วยหนัก&amp;nbsp; ซึ่งวิธีการนี้ญี่ปุ่นใช้มาตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน จนประชากรในประเทศมีความเชื่อมั่นและออกมาใช้ชีวิตตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ระบบสาธารณสุขไทยที่ถูกวางรากฐานไว้อย่างเข้มแข็งกำลังจะพังทลายลง เพราะมีรัฐบาลและหัวหน้าทีมที่อ่อนด้อยประสิทธิภาพ ยิ่งอยู่ยิ่งมีแต่ทำให้ประเทศเสื่อมถอยลงไปทุกวัน&amp;rdquo;นส.อรุณี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98883</URL_LINK>
                <HASHTAG>การควบคุมโควิด-19, น.ส.อรุณี กาสยานนท์, พล.อ.ประยุทธ์ จัทนร์โอชา, ระบบสาธารณสุขไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6056e8494a64d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2020 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2020 18:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ไว้อาลัย &#039;หมออมร นนทสุต&#039; ยกเป็นผู้วางรากฐานระบบสาธารณสุขชุมชน ปัจจัยสำคัญสู้วิกฤตโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.63 - เพจเฟซบุ๊ก พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหม​ โพสต์เฟซบุ๊ก​ส่วนตัวว่า​&amp;nbsp;ผมขอแสดงความอาลัยกับการจากไปของ ศาสตราจารย์ นายแพทย์อมร นนทสุต เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่ผ่านมา ท่านเป็นอดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข และอดีตอธิบดีกรมอนามัย ผู้มีส่วนสำคัญในการวางรากฐานยุทธศาสตร์ระบบสาธารณสุขมูลฐาน และการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน จนได้รับการเรียกขานกันว่าเป็น &amp;ldquo;ครูใหญ่แห่งระบบสาธารณสุขเพื่อชุมชน&amp;rdquo; โดยท่านได้ริเริ่มให้มีผู้สื่อข่าวสาธารณสุข หรือ ผสส. เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารข้อมูลข่าวสารด้านสาธารณสุขให้ถึงตัวชาวบ้าน และต่อมาท่านได้ยกระดับขึ้นมาเป็น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ที่ปัจจุบันมีอยู่นับล้านคนทั่วประเทศ และเป็นปัจจัยสำคัญในความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุขไทยจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในการต่อสู้กับวิกฤต โควิด-19 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหมออมร เป็นอีกหนึ่งในตัวอย่างของบุคลากรสาธารณสุขของไทยจำนวนมาก ที่มีทั้งความรู้ความสามารถ และมีความทุ่มเทเสียสละให้กับการบริการสาธารณะอย่างแท้จริง และผมเชื่ออย่างยิ่งว่า คุณูปการของคุณหมออมร จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของไทยในรุ่นต่อๆไป และประเทศไทยจะต้องจารึกคุณงามความดีที่ท่านได้กระทำไว้ตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67824</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.อมร นนทสุต, นายกฯโพสต์เฟซบุ๊ก, ระบบสาธารณสุขไทย, อสม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed8d8c56e509.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอระวี&#039; แนะ &#039;ผู้บริหารสธ.&#039; เร่งลดความเหลื่อมล้ำกองทัพสาธารณสุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.63 - นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ โพสต์เฟสบุ๊คว่า ทางพรรคพลังธรรมใหม่ได้รับแถลงการณ์ฉบับ2/2563 ของเครือข่ายบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข เรียกร้องการปฏิรูปที่เป็นธรรม 31 องค์กร มีเนื้อหาที่สำคัญคือการขอบคุณรัฐบาลที่ดำเนินการบรรจุข้าราชการจำนวน 45,654 อัตรา ส่งผลต่อขวัญและกำลังใจบุคลากรสาธารณสุขที่รอคอยการบรรจุมานับ 10 ปี นอกจากนี้ทางเครือข่ายยังเรียกร้องเพิ่มเติมอีกหลายประการ เช่น การปรับปรุงระเบียบ นิยาม หลักเกณฑ์ ค่าตอบแทนที่เหมาะสม เสมอภาคของบุคลากรสาธารณสุขทุกวิชาชีพ ทุกสายงาน การบรรจุเป็นข้าราชการให้ครอบคลุมทุกวิชาชีพ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ระวี กล่าวต่อว่า จากข้อเรียกร้องเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าในกระทรวงสาธารณสุขยังมีช่องว่างความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรม ซ่อนอยู่ลึกๆ ซึ่งในสถานการณ์โลกที่คาดว่าจะมีดิสรัปชั่นหลังโควิดระบาดอย่างมากมาย ดังนั้น การเตรียมความพร้อมของกองทัพสาธารณสุขให้มีความพร้อม ขวัญกำลังใจที่จะต่อสู้กับวิกฤตทุกสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขต้องรีบพิจารณาข้อเสนอเหล่านี้ สิ่งใดทำได้ สิ่งใดปรับปรุงได้ก็ควรรีบดำเนินการ เพื่อปลุกขวัญและให้กำลังใจบุคลากรทุกฝ่ายงานที่ทำงานสนับสนุนบุคลากรหลัก จะทำให้กองทัพสาธารณสุขไทยจะไม่ใช่มีเพียงกองทัพเสื้อขาวอย่างเดียว แต่จะกลายเป็นกองทัพหลากสี ไม่ว่าจะเป็นเสื้อขาว เสื้อฟ้า (เจ้าหน้าที่สาธารณสุข) และสีอื่นๆ เป็นกองทัพสาธารณสุขที่มั่นคง สร้างความอุ่นใจกับประชาชนทั่วประเทศ&amp;rdquo; นพ.ระวี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63291</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ระวี มาศฉมาดล, ระบบสาธารณสุขไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200416/image_big_5e97d0da50b69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอประสิทธิ์&quot; ชี้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดกับระบบสาธารณสุขไทย อยู่ในระดับปริ่มๆ แต่ถ้าติดเชื้อพุ่งกว่านี้ เกินศักยภาพแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
31มี.ค.63- ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ &amp;nbsp;วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล &amp;nbsp;คณะแพทยศาสตร์ศิริราช ได้Live สด อัพเดทสถานการณ์การติดเชื้อโรคโควิด-19 ว่า หากจำได้วันที่ &amp;nbsp;23 มีนาคม ได้แถลงแนวโน้มการติดเชื้อในประเทศไทย จะแย่หากไม่มีมาตรการอะไรออกมา &amp;nbsp;แต่ถ้าทำอะไร เส้นกราฟ จะเพิ่มในอัตรา &amp;nbsp;20% ซึ่งจะเป็นการอัตราการติดเชื้อที่ศักยภาพสาธารณสุขของประเทศเราดูแลได้ นั่นคือเป้าหมายการคาดการณ์คร้ั่้งที่แล้ว ที่เราต้องพยายามกดให้อยู่ในระดับนี้ &amp;nbsp;แต่ในช่วง 1สัปดาห์ที่ผ่านมา มีมาตรการของรัฐ ท้องถิ่น จังหวัด และภาคเอกชนหลายแห่งออกมา นับว่าเป็นสิ่งที่ดี ในหลายๆมาตรการที่ออกมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับในแง่สถานการณ์ ในโลก ซึ่งมีทั้งประเทศที่คุมการระบาดได้ดี และคุมได้ไม่ดี &amp;nbsp;ซึ่งประเทศไทย กราฟแสดงว่าอยู่ในเส้นที่ทับซ้อนกับมาเลเซีย โดยมีผู้ติดเชื้อล่าสุด 1,524 ราย เมื่อวันที่ 30 มี.ค.เพิ่มอีก 136 ราย เป็นแนวโน้มที่ทำให้เห็นว่าประเทศไทยอยู่ในระดับที่คุมได้ ถ่าคุมไม่ได้ตัวเลขจะสูงกว่านี้ &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ไทยมีผู้ติดเชื้อเป็นอันดับสองในอาเซียน&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าวันที่ 22 มี.ค.มีการเคลื่อนย้ายของคนออกจากกทม. แสนกว่าคน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง มีผู้ติดเชื้อในต่างจังหวัดมากกว่ากทม. และหลังจากนั้น จำนวนผู้ติดเชื้อในกทม.กลับมาเพิ่มขึ้นใหม่ มากกว่าต่างจังหวัด แต่โดยเฉลี่ยมีผู้ติดเชื้่อระหว่างต่างจังหวัด กับกทม.อยู่ในสัดส่วน 50:50 &amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากได้แก่ เชียงใหม่ &amp;nbsp;นครราชสีมา อุบลราชธานี และภาคใต้ เพราะฉะนั้น ถ้ามองจากภาพรวมถือได้ว่าเราประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นผลจากมาตรการภาครัฐ ท้องถิ่น และเอกขน ทำให้สามารถดึงจำนวนรายผู้ติดเชื้อใหม่ๆลดลงมาได้ และน่าจะอยู่ใกล้เคียงกับระบบสาธารณสุขของเราที่มีอยู่และสามารถจะดูแลได้ &amp;nbsp;แต่ก็อยู่ในระดับปริ่มๆ ถ้ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ มากกว่าระดับที่เป็นอยู่นี้มาก &amp;nbsp; ก็จะเกินศักยภาพทรัพยากรทุกชนิดทางการแพทย์ของประเทศ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ถ้าสามารถทำให้คนไข้ลดลดลง ศักยภาพที่มีอยู่ตอนนี้ จะเพียงพอดูแลคนไข้ได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอย้ำ การอยู่บ้าน เท่ากับการไม่เอาตัวเราไปแพร่เชื้อ หรือรับเชื้อ เข้ามาในบ้าน &amp;nbsp;การออกจากบ้านเป็นสิ่งที่มีความเสี่ยง ถ้าจำเป็นต้องออก ต้องทำ Social Distancing &amp;nbsp;และใส่หน้ากากอนามัย &amp;nbsp;ถ้าช่วยกันแบบนี้ จำนวนคนไข้จะน้อยลงแม้ ไม่เร็วเชื่อ เพราะว่ามีบางส่วนที่มีเชื้ออยู่ในตัวอยู่แล้ว แต่ยังไม่แสดงอาการ &amp;nbsp;อย่ารอให้ต้องมีกฎหมายเด็ดขาดออกมา ควรใช้จิตสำนึกช่วยชาติ &amp;quot;ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีการ เปิดเผยจำนวนผู้ป่วยโรคโควิด 3รพ.ในเครือของศิริราช ได้แก่ รพ.ศิริราช รพ.ศิริราชปิยะมหาการุณย์ ศูนย์การแพทย์กาญจนภิเษกว่า &amp;nbsp;มีคนไข้โควิด-19 รวม 70 ราย เป็นคนไข้หนัก 6 ราย และทางรพ.ทั้ง 3แห่งพยายามเพิ่มเตียงคนไข้แล้ว แต่จำนวนคนไข้ก็เข้ามาก็ไล่เพิ่มจำนวนเตียงที่เพิ่มเรื่อยๆ ซึ่งศักยภาพตอนนี้สามารถเพิ่มได้อีก 16-25เตียง แต่ถ้าเกินกว่านี้่ก็คงเกินศักยภาพของรพ.แล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61570</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, ระบบสาธารณสุขไทย, ศ. นพ.ประสิทธิ์ วัีฒนาภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e82da0bd785b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวัจน์&#039; เชื่อมั่นระบบสาธารณสุขรับมือไวรัสโคโรนา ย้ำนักการเมืองควรให้กำลังใจบุคลากร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.63 -&amp;nbsp; ที่จังหวัดนครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงสถานการณ์ความร่วมมือในการแก้ไขวิกฤติโวรัสโคโรนาที่มีการระบาดว่า ไวรัสโคโรน่าในภาพรวมตอนนี้เป็นสิ่งที่ทั่วโลกกังวลกันและหวั่นเกรงว่าจะมีผลกระทบทั้งเรื่องของสุขภาพและเศรษฐกิจอย่าง ตนคิดว่าทุกฝ่ายให้ความตื่นตัวและให้ความร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา โดยทราบกันดีว่าไวรัสนี้เกิดจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ซึ่งทางจีนก็ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบในการที่จะดูแลแก้ไขด้วยการปิดเมือง หรือไม่ให้กลุ่มท่องเที่ยวออกจากเมืองที่เกี่ยวพันกับไวรัสที่ระบาด อันนี้เป็นการล้อมกรอบปิดสถานการณ์ให้อยู่ในขีดหรือเขตที่จำกัดที่สามารถจะเข้าไปบริหารจัดการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวัจน์ กล่าวว่าส่วนที่บางคนหรือหลายคนที่ติดเชื้อออกมาแล้วและไปประเทศต่างๆอย่างประเทศไทยมีเจอกว่า 10 คน ประเทศอื่นๆก็เจอเป็นเรื่องของแต่ละประเทศที่จะไปบริหารจัดการ ส่วนสถานการณ์ของไทยตนมองว่า ขณะนี้รัฐบาลได้มีมาตรการต่างๆออกมาดำเนินการและมีความร่วมมือกับทุกฝ่าย ไม่ว่าภาคเอกชน โรงพยาบาล ศูนย์การค้า สถานประกอบการการท่องเที่ยวต่างๆ สถานศึกษาที่มีความร่วมมือกันในเรื่องของการสร้างระบบในการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารหรือแม้แต่บนแอร์ไลน์ต่างๆที่มีระบบในการคัดกรองตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้มีการเผยแพร่มากไปกว่านี้ ตั้งแต่มาถึงสนามบินหรือขึ้นเครื่องบินมีการตรวจสอบหรือจะเข้าศูนย์การค้าต่างๆ ตนว่ามาตรการต่างๆเหล่านี้ถือเป็นการแสดงออกถึงการเตรียมความพร้อมในการแก้ไขสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประเทศไทยเคยมีประสบการณ์เรื่องโรคภัยไข้เจ็บที่ระบาดมามากแล้ว ไม่ว่าโรคซาร์ส โรคเมอร์ส หรือไข้หวัดนก ด้วยพื้นฐานของประสบการณ์ที่เราเคยเจอเหตุการณ์หลายครั้งของโรคระบาดเหล่านี้ ตนเชื่อว่าคณะแพทย์หรือระบบสาธารณสุขหรือส่วนราชการต่างๆมีประสบการณ์เพียงพอ และด้วยความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลในการที่จะประสานและให้ข้อมูลติดต่อหรือที่ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติที่มีทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมกันติดตามสถานการณ์แก้ไขปัญหาต่างๆ ตนเชื่อว่าได้ดำเนินมาในทิศทางที่ถูกต้องและมีการตรวจสอบ อย่างน้อยไม่มีของใหม่มา แต่ยกเว้นที่ได้ติดตัวมาแล้วได้เข้ามาแล้วและเราก็ติดตามให้ครบแล้วดูแลสถานการณ์ไม่ให้ลุกลามมากไปกว่านี้ ตนยังมองว่ารัฐบาลได้จัดโครงสร้างต่างๆภายในประเทศรวมทั้งการมีผู้คนมีกรรมการระบบสาธารณสุขต่างๆบวกกับประสบการณ์ที่คณะแพทย์ของเรามีอยู่ถือว่าเป็นการตั้งรับที่เหมาะสมกับสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวัจน์ กล่าวว่า มาตรการกินร้อนช้อนกลางล้างมือให้สะอาดบ่อยๆตอนนี้ประชาชนจะได้รับข้อมูลข่าวสารกันมามากพอสมควร ฉะนั้นตนคิดว่าถ้าเกิดว่าเราจะมีข้อมูลข่าวสารที่เป็นทางการที่อย่างถูกต้องที่เป็น Official เลยว่า หมอหรือแพทย์ว่าอย่างนี้ เราเป็นคนไข้ต้องฟังหมอ หมอบอกว่าเรื่องของไวรัสโคโรน่ามันต้องดูแลอย่างไร ติดต่อกันอย่างไร อย่างน้อยให้ทุกรู้ และวิธีการป้องกันยังไง ตนว่าอันนี้จะเป็นพื้นฐานเหมือนกับเป็นวัคซีนเบื้องต้นให้กับประชาชนจะได้ระวังและก็รู้ว่าไวรัสตัวนี้ถ้าระบาดจะติดต่อกันอย่างไรแล้วถ้ามีอาการอะไรเกิดขึ้นเราก็จะได้สำรวจตัวเองแล้วรีบไปพบแพทย์ก็จะสามารถป้องกันปัญหาต่างๆได้ ฉะนั้นทำอย่างไรให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลต่างๆเหล่านี้ ส่วนที่มีกลุ่มบางกลุ่มจะไปพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีขอให้ปิดประเทศไม่ให้ต้อนรับนักท่องเที่ยวคนจีนเข้าประเทศไทยนั้น ตนว่าเรื่องนี้ต้องว่ากันไปตามระบบสาธารณสุขที่จะเป็นคำตอบ และด้วยมาตรการอย่างนี้อันนี้ต้องฟังหมอ ตนว่าระบบสาธารณสุขจะบอกได้ดีว่าวิธีการควบคุมสถานการณ์ว่าขณะนี้ควรจะแค่นี้ ขณะนี้ควรจะแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีกรณีนำไปเป็นเรื่องทางการเมืองโจมตีพล.อ.ประยุทธ์ฯ นายกรัฐมนตรีนั้น ตนคิดว่าเรื่องไวรัสนี้มันเป็นปัญหาของประชาชน วันนี้ทุกคนต้องช่วยกันให้ข้อมูลหรือให้กำลังใจของคนที่เขามีหน้าที่ทำงาน ทั้งแพทย์ หมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลต่างๆ เจ้าหน้าที่สนามบิน แอร์ไลน์ ศูนย์การค้าต่างๆ เขาเหนื่อยกันมาก ตนว่าวันนี้เราควรจะให้กำลังใจและให้ความร่วมมือ และให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชนในการดูแลตนเอง ฉะนั้นวันนี้ต้องเอาเรื่องนี้กันก่อน เรื่องอื่นว่ากันทีหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมมองประสบการณ์ที่เคยเกิดจากประเทศไทย ผมยังมีความรู้สึกว่า ระบบการแพทย์ ระบบสาธารณสุข ระบบโรงพยาบาล ระบบวิชาการต่างๆในประเทศไทยของเรา ผมว่าเรามีประสบการณ์กับเรื่องนี้มา ส่วนตัวผมยังมีความวางใจกับระบบการแพทย์ของเราที่มีอยู่ และประสบการณ์ที่เรามีอยู่ ฉะนั้นเราก็ต้องติดตามทั่วไป เพราะเราก็ไม่รู้จำนวนของคนที่ติดเชื้อมาก่อนหน้านี้ แต่ผมเชื่อว่าของใหม่ไม่น่าจะมีเพิ่มขึ้นด้วยระบบการคัดกรองต่างๆจากจุดเข้า-ออกของประเทศ&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55860</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครราชสีมา, ระบบสาธารณสุขไทย, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, โรคระบาด, ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e3248f63d005.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
