<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัยเก๋ายุคไฮเทคอยากสุขภาพดี ใช้อุปกรณ์ล้ำสมัยแบบไม่ลืมออกกำลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(หุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุ และกำไลติดสัญญาณติดตามตัว อุปกรณ์จำเป็นสำหรับผู้สูงวัยที่ต้องอยู่บ้านเพียงลำพัง กระทั่งคุณตาคุณยายที่ป่วยโรคอัลไซเมอร์ซึ่งอาจหลงทางได้ง่าย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุคนี้มองไปทางไหนก็ไฮเทคแทบทุกเรื่อง ขนาดเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ยังสามารถสั่งงานผ่านมือถือ เพื่อให้อุปกรณ์ดังกล่าวเปิด-ปิดได้แม้เจ้าของยังกลับไม่ถึงบ้าน ซึ่งมีตั้งแต่ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า แอร์คอนดิชั่นเนอร์ ฯลฯ ก่อนหน้านี้ว่านวัตกรรมดูแลผู้วัยอย่างหุ่นยนต์ดูแลคุณตาคุณยายอยู่บ้านคนเดียว ว่าไฮเทคแล้ว เพียงแค่กดปุ่มตั้งค่าโปรแกรมทิ้งเอาไว้ เมื่อถึงเวลาเครื่องก็จะทำงานโดยอัตโนมัติ ทว่าแนวโน้มในอนาคต สิ่งต่างๆ จะยิ่งมีความทันสมัยมากขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงสินค้าเพื่อคนสูงวัยที่หลายคนตั้งคำถามว่า นวัตกรรมสุดล้ำดังกล่าวจะยิ่งส่งผลให้คุณตาคุณยายไม่อยากขยับเขยื้อนร่างกาย ทว่าทุกอย่างมักจะมีข้อดีและข้อเสียอยู่ในตัวเอง อ.ณรงค์ เทียมเมฆ ผู้ทรงคุณวุฒิแผนส่งเสริมกิจกรรมทางกายจาก สสส. ให้มุมมองไว้น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(อ.ณรงค์ เทียมเมฆ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ.ณรงค์ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;ทุกวันนี้มนุษย์เราส่วนใหญ่มักจะขาดการเคลื่อนไหวอยู่แล้ว นั่นหมายถึงว่าเราขาดการออกกำลังทางกาย หากยิ่งมีอุปกรณ์ โดยเฉพาะของใช้ที่ทันสมัย โดยที่ผู้สูงวัยไม่ได้ลุกเดินเหิน ก็อาจกระตุ้นให้มีการเคลื่อนไหวน้อยขึ้นไปอีก ซึ่งหลักเกณฑ์การเคลื่อนไหวของร่างกาย หากยิ่งหมั่นขยับก็จะทำให้เกิดความแข็งแรง กระฉับกระเฉง และจะทำให้อวัยวะส่วนต่างๆ ทำงานได้ดี แต่ถ้าหากเรากินอาหารเข้าไปและนอนอยู่นิ่งๆ ประกอบร่างกายของผู้สูงอายุก็ทรุดโทรมอยู่เป็นทุนเดิม นั่นไม่เพียงทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ไม่ดีแล้ว แต่จะส่งผลให้เป็นโรคอ้วน โรคหัวใจ เบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงตามมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(เพียงแค่ผู้สูงอายุลุกขึ้นเดินไปปิดไฟ หรือปิดก๊อกน้ำ&amp;nbsp;ก็เท่ากับเป็นการออกกำลังกายอย่างง่ายๆ)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของอุปกรณ์ไฮเทคของผู้สูงวัยในปัจจุบัน ก็ขอให้ยึดหลักการใช้โดยทางสายกลาง ซึ่งหมายความว่าหากผู้ป่วยท่านนั้นต้องนอนติดเตียง การใช้ระบบสั่งการด้วยโทรศัพท์มือ ในการเปิด-ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าก็ถือว่าจำเป็น มันขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ท่านอยู่อาศัยด้วย รวมถึงเรื่องฐานะและสภาพทางการเงิน ว่าครอบครัวของผู้สูงอายุจะสามารถจ่ายได้หรือไม่ ถ้าจ่ายได้และมีความจำเป็น เช่น การที่ลูกหลานออกไปทำงาน และต้องทิ้งท่านไปวันละ 7-8 ชั่วโมงขึ้นไป ก็สามารถใช้ได้ หรือแม้แต่อุปกรณ์ติดตามตัวผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็น &amp;ldquo;กำไรอิเล็กทรอนิกส์&amp;rdquo; ที่ปัจจุบันดีไซน์ให้อยู่ในรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน หากเป็นกลุ่มผู้ใหญ่ที่ป่วยโรคอัลไซเมอร์ซึ่งมีปัญหาเรื่องการหลงลืม เป็นต้นว่า ออกไปเดินเล่นหน้าบ้านและหาทางกลับไม่ได้ ดังนั้นอุปกรณ์ดังกล่าวก็ถือว่าจำเป็นไม่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้การพึ่งพาเทคโนโลยีในกรณีที่จำเป็นจะเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ แต่สิ่งที่ลืมไม่ได้ นั่นคือการหมั่นขยับร่างกายอีกแรงหนึ่ง เช่น หากผู้สูงวัยอาศัยในชนบทก็ไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากท่านสามารถเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยการลุกขึ้นมากวาดใบไม้หน้าบ้าน หรือการถอนหญ้า เก็บขยะรอบบ้าน แต่หากเป็นคนสูงอายุที่อยู่ในเมือง เช่น คอนโดมิเนียม เคล็ดไม่ลับในการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างง่ายๆ ได้แก่ การยืนแกว่งแขน, กำและแบมือ, หมุนหัวไหล่ขณะนั่งดูทีวี ซึ่งระยะเวลาของการออกกำลังที่พอเพียงสำหรับผู้สูงอายุจากท่าเอกเซอร์ไซส์ดังกล่าว คือให้ทำวันละ 5,000 ครั้ง ทั้งนี้ สามารถแบ่งการออกกำลังเป็นเซตๆ (ทำเช้า, สาย, บ่าย) โดยใช้การจับเวลา เช่น หากต้องการแกว่งแขนให้ได้ 5,000 ครั้ง ให้ลองเอาจำนวนครั้ง เช่น แกว่งแขน 50 ครั้ง X 10 นาที ผลลัพธ์ที่ได้คือ คุณตาคุณยายสามารถบริหารร่างกายได้ 500 ครั้งนั่นเอง จากนั้นก็ให้ทำจนครบจำนวนดังกล่าว นอกจากนี้ ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมยังสามารถหมั่นลุกเดินไปเปิด-ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยตัวเอง นั่นก็เท่ากับเป็นการออกกำลังกายแล้วเช่นกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จริงอยู่ที่อุปกรณ์ล้ำสมัยถือเป็นตัวช่วยยามยากสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องอาศัยเพียงลำพัง แต่ถ้าจะให้ดีนั้นก็ควรหมั่นเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวัน เพราะแค่ขยับก็เท่ากับทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดียิ่งขึ้น และยังช่วยลดโรคเรื้อรังต่างๆ ได้เป็นอย่างดี...เห็นด้วยไหมค่ะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5099</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้สูงอายุ, ระบบเทคโนโลยี, หุ่นยนต์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aaa8092c9286.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2018 22:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2018 05:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งแบงก์กรุงไทยใช้ไฮเทคป้องกันโกง ‘บัตรคนจน’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้ บมจ. ธนาคารกรุงไทย ว่า การทำงานของธนาคารกรุงไทยในช่วงที่ผ่านมาเป็นที่น่าพอใจ แม้ว่ากำไรจะปรับลดลงไปบ้างจากปัญหาของลูกค้าบางราย แต่ยืนยันว่ากำไรแม้จะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ไม่ใช่สำคัญที่สุด เพราะเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการช่วยเหลืองานของรัฐบาลให้เดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ผ่านมาธนาคารกรุงไทยได้ร่วมมือกับกระทรวงการคลังและสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ในการดำเนินโครงการสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย ผ่านบัตรผู้มีรายได้น้อย (บัตรคนจน) ซึ่งกรุงไทยทำหน้าที่ได้ดีด้วยการนำเทคโนโลยีที่มีอยู่ออกมาใช้และนำไปสู่ความร่วมมือในมุมต่าง ๆ ซึ่งหลังจากนี้กรุงไทยจะต้องกลับไปเร่งขยายแนวทางการให้บริการไปยังประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ทั้งประเทศในลักษณะเดียวกับผู้มีรายได้น้อย เพื่อให้สามารถรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บัตรคนจนเฟสแรกดำเนินการไปแล้ว และตอนนี้กำลังดำเนินการเฟสที่ 2 อยู่ โดยกรุงไทยต้องทำมากกว่านี้คือการขยายให้ประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ทั้งประเทศสามารถรับสวัสดิการจากภาครัฐ เพื่อให้เมื่อรัฐบาลมีการปล่อยงบประมาณ หรือการช่วยเหลือตาง ๆ ลงมา ประชาชนกลุ่มเป้าหมายจะสามารถรับความช่วยเหลือได้โดยตรง เป็นการป้องกันการฉ้อราษฎร์บังหลวงได้อีกด้วย ซึ่งเรื่องนี้กำลังอยู่ระหว่างการหารือถึงแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน&amp;rdquo; นายสมคิด กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด กล่าวอีกว่า อีกภารกิจสำคัญของธนาคารกรุงไทยในอนาคต คือ การซ่อมจุดอ่อน โดยเฉพาะนโยบายที่ล้าสมัยไม่ทันเหตุการณ์ เพราะปัจจุบันวงการธนาคารต้องปรับตัว เนื่องจากธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงสูง ดังนั้นกรุงไทยก็ต้องปรับตัวให้เร็ว ทันเหตุการณ์ ทันเทคโนโลยี วิวัฒนาการทางการเงินใหม่ ๆ เช่น บล็อกเชน รวมถึงธุรกรรมทางการเงินใหม่ ๆ ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5033</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงไทย, บัตรคนจน, ป้องกันทุจริต, รองนายกรัฐมนตรี, ระบบเทคโนโลยี, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, ไฮเทค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180314/image_big_5aa944380c79c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
