<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2020 19:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2020 19:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เอสซีจีร่วม 180 พันธมิตรระดมสมอง แก้&#039;PM 2.5-ภัยแล้ง-ขยะพลาสติก-ยากจน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0px 0px 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px 0px 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px 0px 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px 0px 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px 0px 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ - นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;เอสซีจี และนายธนวงษ์ อารีรัชชกุล ประธานคณะกรรมการการพัฒนาอย่างยั่งยืน เอสซีจี จับมือ&amp;nbsp;180&amp;nbsp;พันธมิตรจากทุกภาคส่วนที่มีจุดยืนเดียวกันในการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า&amp;nbsp;ร่วมแถลงความคืบหน้าการขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ในงาน&amp;nbsp;SD Symposium&amp;nbsp;2020 &amp;ldquo;Circular Economy:&amp;nbsp;Actions for Sustainable Future&amp;nbsp;เพื่อระดมความเห็นแก้ปัญหาให้กับประเทศและประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤตความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ, ปัญหาฝุ่น&amp;nbsp;PM 2.5, ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม, ความเสี่ยงขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ และปัญหาขยะพลาสติกที่เพิ่มขึ้นจากโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px 0px 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กลุ่มพันธมิตรที่เข้มแข็งปีนี้ได้ร่วมกันนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาเป็นทางออกแก้ปัญหาพื้นฐาน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ด้านที่เป็นพื้นฐานความเป็นอยู่และเศรษฐกิจของประเทศและของโลก คือ&amp;nbsp;1. สร้างระบบน้ำหมุนเวียน&amp;nbsp;ให้พร้อมรับวิกฤตแล้งรุนแรงในปีหน้า โดยสนับสนุนให้คนไทยพึ่งพาตนเองเรียนรู้การจัดรูปที่ดินและใช้เทคโนโลยี ควบคู่กับการให้ความรู้การเกษตรแก่เกษตรกรและคนกลับคืนถิ่นจากพิษเศรษฐกิจโควิด-19&amp;nbsp;และเชิญชวนรัฐบาลร่วมขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ไปพร้อมกับที่ภาคเอกชนดำเนินการ เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ฟื้นคืนเศรษฐกิจชุมชน และเพิ่มผลผลิตเกษตรให้ไทยเป็นครัวโลกในที่สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2. ส่งเสริมเกษตร &amp;ldquo;ปลอดการเผา&amp;nbsp;100%&amp;rdquo;&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อลดฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ลดโลกร้อน และสร้างรายได้&amp;nbsp;25,000&amp;nbsp;ล้านบาทต่อปี โดยหมุนเวียนวัสดุเหลือใช้ เช่น ตอซังใบข้าว ใบอ้อย ซังข้าวโพด มาแปรรูปเป็นพลังงานชีวมวล อาหารสัตว์ บรรจุภัณฑ์ รวมถึงสนับสนุนเทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร โดยเกษตรกรไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้วยการจัดตั้งกองทุนชุมชน เสริมสร้างรายได้ที่มั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px 0px 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;3. การยกระดับการจัดการขยะพลาสติกให้เป็นวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;โดยปรับปรุงหรือเพิ่มเติมกฎหมายการจัดการขยะพลาสติกอย่างจริงจัง มีโรดแมป มีเป้าหมายชัดเจน มีการทำงานที่เป็นรูปธรรม และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนดำเนินการไปพร้อมกัน (Plastic Waste Management System Roadmap) รวมถึงออกมาตรการสนับสนุนสินค้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รีไซเคิล และให้สิทธิพิเศษทางภาษีเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบธุรกิจรีไซเคิลขยะพลาสติก และ&amp;nbsp;4.เศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง&amp;nbsp;เพื่อพลิกวงการก่อสร้างสู่&amp;nbsp;Green and Clean&amp;nbsp;Construction&amp;nbsp;โดยรัฐเป็นต้นแบบกำหนดแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานขนาดใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีจัดการทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ลดวัสดุเหลือทิ้งให้น้อยที่สุด หรือการใช้วัสดุเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ได้ และมอบสิทธิพิเศษทางภาษี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px 0px 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px 0px 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px 0px 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px 0px 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px 0px 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับ เอสซีจี&amp;nbsp;ได้ตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เดินหน้าองค์กรสู่&amp;nbsp;Net Zero&amp;nbsp;ภายในปี พ.ศ.&amp;nbsp;2593 เพื่อสนับสนุนการควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้สูงขึ้นเกินกว่า&amp;nbsp;1.5&amp;nbsp;องศาเซลเซียส ตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) นอกจากนี้ ได้เล็งเห็นว่า จากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัญหาขยะที่รุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน จึงได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยกำหนดกลยุทธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธุรกิจแพคเกจจิ้ง&amp;nbsp;มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถกลับมารีไซเคิลหรือใช้ซ้ำได้ และบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มสัดส่วนการเก็บกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตอย่างครบวงจร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px 0px 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ธุรกิจเคมิคอลส์&amp;nbsp;มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนตลอดทั้ง&amp;nbsp;Supply chain&amp;nbsp;ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่เพิ่มการรีไซเคิล ได้มากขึ้น เช่น&amp;nbsp;Mono-materials&amp;nbsp;การพัฒนาเทคโนโลยีที่รีไซเคิล ขยะพลาสติกกลับมาเป็นวัตถุดิบในสัดส่วนที่สูงขึ้น ส่งเสริมการคัดแยก และรวบรวมของเสียกลับมาใช้ใหม่ ผ่านชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไร้ขยะ และการจัดทำธนาคารขยะ โดยใช้&amp;nbsp;Digital Platform&amp;nbsp;เป็นเครื่องมือในการจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px 0px 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง&amp;nbsp;มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีผสมผสานกับนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้ฉลาก &amp;ldquo;SCG Green Choice&amp;rdquo; ตั้งแต่การผลิตสินค้าที่มีส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิล สินค้าสำเร็จรูปที่ลด&amp;nbsp;waste&amp;nbsp;ในกระบวนการติดตั้ง สินค้าและบริการที่ลดการใช้พลังงานหรือนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ เช่น พลังแสงอาทิตย์ มุ่งไปสู่ &amp;lsquo;Green Living and Green Society&amp;rsquo; รวมถึงการนำของเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ &amp;lsquo;Turn Waste to Wealth&amp;rsquo; สร้างประโยชน์ให้กับสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px 0px 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px 0px 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83304</URL_LINK>
                <HASHTAG>SD Symposium 2020 “Circular Economy: Actions for Sustainable Future, นสพ.ไทยโพสต์, ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน, เอสซีจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201109/image_big_5fa92f2636387.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74428</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพิ่มความร่วมมือโครงการ&#039;เก็บ เพื่อ กลาย&#039; รีไซเคิลฟิล์มอาหารเป็นรองเท้าบูท ลดขยะพลาสติก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เก็บรวบรวมฟิล์มอาหารใช้แล้วจากโรงแรมทั่วประเทศเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ปี 2562 รายงานว่า ประเทศไทยมีปริมาณขยะมูลฝอย ทั้งหมด 27.8 ล้านตัน ซึ่งมีขยะพลาสติกประมาณ 2 ล้านตันหรือ 7% ของปริมาณขยะมูลฝอยทั้งหมด แม้จะเป็นปริมาณที่ไม่มาก แต่ขยะพลาสติกกลับกลายเป็นปัญหาที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในลำดับต้นๆ นั่นเป็นเพราะว่าขยะพลาสติก 2 ล้านตันนั้น ถูกนำไปรีไซเคิลอย่างถูกวิธีเพียง 5 แสนตันหรือ 25% ส่วนอีก 75% ถูกนำไปกำจัดแบบไม่ถูกวิธี ทิ้งตามแม่น้ำลำคลองไหลลงสู่ทะเล ส่งผลให้ที่ผ่านมาประเทศไทยมีพลาสติกสะสมในท้องทะเลเป็นอันดับที่ 6 ของโลก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาขยะพลาสติกได้รับการผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ ภาครัฐฯ และภาคส่วนต่างๆ ตระหนักถึงพิษภัยขยะพลาสติก นำมาสู่การบริหารจัดการขยะ การสร้างจิตสำนึก และการจัดการกระบวนการจัดเก็บขยะอย่างเป็นระบบ ด้วยการลงมือแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อนำขยะที่สามารถรีไซเคิลได้กลับมาใช้ใหม่หรือแปรรูปให้เกิดประโยชน์สูงสุด ความพยายามต่างๆ ส่งผลให้ปลายปี 2562 ประเทศไทยลดอันดับขยะพลาสติกสะสมในทะเลสูงสุดในโลก จากอันดับที่ 6 ลงมาอยู่อันดับที่ 10 ซึ่งการแยกขยะอย่างถูกต้องเป็นกุญแจสำคัญนำไปสู่การลดปริมาณขยะพลาสติกในไทย ล่าสุดภาคเอกชนคิกออฟโครงการ &amp;ldquo;เก็บ เพื่อ กลาย&amp;rdquo; (Circulife By M Wrap) รวบรวมฟิล์มถนอมอาหารใช้แล้ว นำไปรีไซเคิลให้เป็นสิ่งของที่มีประโยชน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการ&amp;#39;เก็บ เพื่อ กลาย&amp;#39; จะจัดพนักงานและรถไปรับฟิลฺ์มถนอมอาหารใช้แล้วจากโรงแรมทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฤทัยชนก จงเสถียร ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เอ็มเอ็มพี คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า การใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดเป็นสิ่งที่ เอ็มแรป ให้ความสำคัญเสมอมา จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการให้ เอ็มแรป เป็นตัวช่วยในการถนอมอาหาร รักษาความสด และยืดอายุของอาหารให้ยาวนานขึ้น เพื่อลดปริมาณขยะอาหารหรือขยะอินทรีย์ให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือน บริษัทฯ ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการรีไซเคิลและการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกบนแนวทางการใช้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เหมือนที่หลายๆ หน่วยงานนำมาปรับใช้ จึงเริ่มต้นจัดทำโครงการ &amp;ldquo;เก็บ เพื่อ กลาย &amp;ldquo; &amp;nbsp;โดยเริ่มจากสร้างความเข้าใจให้พนักงานของเราก่อน ลงมือทำกันภายในองค์กร และขยายความร่วมมือไปยังคู่ค้าโรงแรมทั่วประเทศกว่า 30 แห่ง ตระหนักถึงการใช้ประโยชน์สูงสุดจากฟิล์มถนอมอาหารและสนับสนุนให้เกิดการรีไซเคิลที่ถูกต้อง อาทิ โรงแรม เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ, โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์, โรงแรม บันยันทรี กรุงเทพฯ, โรงแรม ศรีพันวา ภูเก็ต, โรงแรม โนโวเทล ภูเก็ต ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฤทัยชนก กล่าวว่า โครงการ &amp;ldquo;เก็บ เพื่อ กลาย&amp;rdquo; เริ่มต้นจากการรณรงค์ภายในองค์กรปลูกจิตสำนึกและสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับพนักงานว่า &amp;ldquo;เอ็มแรป รีไซเคิลได้&amp;rdquo; และพลาสติกไม่ใช่ผู้ร้าย หากเรารู้จักใช้และจัดการอย่างถูกวิธี เปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมผ่านการใช้ ล้าง ตาก และเก็บฟิล์มถนอมอาหารด้วยตนเอง ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ผลลัพธ์ดีและบริษัทฯ ศึกษาค้นคว้าการรีไซเคิลอย่างจริงจัง จนพบว่า ฟิล์มถนอมอาหารใช้แล้ว สามารถนำไปรีไซเคิลให้เป็นสิ่งของที่มีประโยชน์อื่นๆ ได้มากมาย อาทิ รองเท้าบูท ฯลฯ จึงขยายความร่วมมือสู่คู่ค้าโรงแรมต่างๆ ส่งตัวแทนไปสร้างความเข้าใจในโครงการฯ รวมถึงชี้แจงให้เห็นว่า กระบวนการแยกขยะพลาสติกและการรีไซเคิลอย่างถูกวิธี คือ ทางออกของการลดปริมาณขยะพลาสติกอย่างแท้จริง &amp;nbsp;ทุกโรงแรมจะได้รับถังขยะของโครงการฯ เพื่อแยกขยะทิ้งเฉพาะฟิล์มถนอมอาหารใช้แล้วเท่านั้น ทางโครงการฯ จัดรถเข้าไปรับฟิล์มถนอมอาหารใช้แล้วจากโรงแรมทุกวัน เพื่อนำเข้าสู่กระบวนรีไซเคิลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองเท้าบูทรีไซเคิลจากฟิล์มถนอมอาหารที่ผ่านการใช้งานแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; โครงการฯ สามารถเก็บรวบรวมฟิล์มถนอมอาหารที่ผ่านการใช้งานแล้วได้กว่า 3,000 กิโลกรัมหรือ 3 ตัน ภายในระยะเวลา 5 เดือน นำไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลที่มีมาตรฐาน ทดลองและพัฒนาจนได้มาเป็นรองเท้าบูทยางข้อสั้นคู่ใหม่ จำนวน 1,300 คู่ โดยมีส่วนผสมของฟิล์มถนอมอาหารเอ็มแรป ใช้แล้วมากถึง 80% &amp;ldquo; ฤทัยชนก กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้บริหารหญิงระบุว่า ในช่วงที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 &amp;nbsp;ทางโครงการฯ ได้มอบรองเท้าบูทยางข้อสั้นให้กับโรงพยาบาลและหน่วยงานรัฐฯ กว่า 50 แห่งทั่วประเทศเพื่อให้บุคลากรในโรงพยาบาลได้นำไปสวมใส่ป้องกันเชื้อโรคและใช้ประโยชน์ภายในองค์กร&amp;nbsp;สำหรับโครงการเก็บเพื่อกลายยังตั้งมั่นจัดการปัญหาพลาสติก มุ่งเน้นการรีไซเคิลที่ถูกต้อง รวมถึงสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้งานและการจัดการพลาสติกที่ถูกวิธี เพื่อให้สังคมเกิดความยั่งยืนมีอนาคตที่ไร้ขยะ&amp;nbsp;และสามารถใช้พลาสติกจนเกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74428</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะพลาสติก, ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน, เก็บ เพื่อ กลาย, เอ็มแรป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f3640100f872.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2020 00:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดอยคำ&#039;ประกาศเป้าหมายสู่สังคมไร้ขยะ ชูทุกกล่องน้ำผลไม้มีค่า อย่าทิ้ง ชวนผู้บริโภค&#039;แกะ ล้าง เก็บ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น ตอกย้ำให้ภาคธุรกิจต้องเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานโดยคำนึงถึงการรักษาระบบนิเวศบนโลกและความยั่งยืน ดอยคำตระหนักถึงปัญหาขยะล้นเมืองที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน เพื่อร่วมแก้ไขอย่างจริงจัง จึงใช้แนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (&amp;nbsp;Circular Economy )&amp;nbsp; นำวัตถุดิบหรือทรัพยากรที่ใช้แล้วกลับมาใช้อีกทดแทนการผลิตแบบใช้แล้วทิ้ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างขยะ ดอยคำประกาศเป้าหมายมุ่งสู่สังคมไร้ขยะ (Zero Waste)&amp;nbsp;เพื่อความสุขที่ยั่งยืน (Sustainable Happiness)&amp;nbsp;จึงเป็นที่มาของโครงการ&amp;nbsp;&amp;ldquo;รวมพลังสร้างโลกสีเขียว&amp;rdquo; ช่วยลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด ดอยคำเปิดตัวกิจกรรม &amp;quot;แกะ ล้าง เก็บ&amp;quot;&amp;nbsp; เชิญชวนให้ผู้บริโภคนำกล่องเครื่องดื่มยูเอชที ดอยคำ มาแกะ ล้างทำความสะอาด และเก็บ นำมาเป็นส่วนลดที่ร้านดอยคำ สำหรับกล่องน้ำผลไม้ที่รวบรวมได้ทั้งหมดจะนำมาผ่านกระบวนการรีไซเคิล ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยรังสรรค์ให้กลายเป็นแผ่นอีโคบอร์ด นำมาขึ้นรูปแบบเป็นพาเลทไม้เทียม นำกลับมาใช้ในโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปทั้ง 3&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แห่ง เพื่อเป็นต้นแบบโรงงานสีเขียว&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงผลิตกรวยจราจรจากกล่องเครื่องดื่มยูเอชทีมอบให้หน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp; ดอยคำยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสร้างความสุขให้สังคมไทย โดยมอบกล่องน้ำผลไม้พร้อมดื่มให้โครงการ &amp;ldquo;หลังคาเขียว&amp;rdquo;&amp;nbsp;มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก&amp;nbsp;สภากาชาดไทย นำไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์โครงการฯ ซึ่งปริมาณกล่องน้ำผลไม้ดอยคำทุก 1,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่อง จะสามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 900 กิโลกรัม และสามารถช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ 150&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตารางเมตร ลดอุณหภูมิโลกที่กำลังร้อนขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กล่องน้ำผลไม้พร้อมดื่มทุกขนาดมีค่า ดื่มหมดแล้ว อย่าทิ้ง ชวนแกะ ล้างทำความสะอาด และเก็บ นำมาเป็นส่วนลดที่ร้านดอยคำ ทุกสาขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กิจกรรมนี้ผู้บริโภคไทยสามารถร่วมกิจกรรมได้เพียงนำกล่องเครื่องดื่มยูเอชที&amp;nbsp;ดอยคำ น้ำผัก น้ำผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำลิ่นจี่ มะม่วง สตรอเบอร์รี่ หรือน้ำมะเขือเทศ&amp;nbsp;ทุกขนาด 200&amp;nbsp;มล. 500&amp;nbsp;มล. และ 1,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;มล. เมื่อดื่มแก้กระหาย ชื่นใจได้ประโยชน์ด้านสุขภาพแล้ว อย่าทิ้งลงถังขยะ ให้นำกล่องมาแกะ ล้าง&amp;nbsp;และเก็บ แล้วนำมาเป็นส่วนลดทุกขนาด มีมูลค่า 1&amp;nbsp;บาท เมื่อมาช้อป ที่ร้านดอยคำ&amp;nbsp;ทุกสาขา กิจกรรมนี้จำกัดส่วนลดเพิ่มสูงสุด 5&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ต่อ 1&amp;nbsp;ใบเสร็จ โดยใบเสร็จมีมูลค่า 120 บาทขึ้นไป&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธันวาคม 2563 นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเงื่อนไข โปรโมชันนี้เฉพาะกล่องน้ำผลไม้พร้อมดื่ม ดอยคำ ทุกขนาดที่ แกะ ล้าง เก็บ แล้ว เท่านั้น ,แสดงกล่องน้ำผลไม้พร้อมดื่ม ดอยคำ ที่ &amp;ldquo;แกะ ล้าง เก็บ&amp;rdquo; เมื่อชำระเงิน โดยไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้,กล่องเครื่องดื่มยูเอชที ดอยคำ ทุกขนาด มูลค่า 1 บาท โดยจำกัดส่วนลดเพิ่มสูงสุด 5&amp;nbsp;บาท ต่อ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp;ใบเสร็จ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยใบเสร็จมีมูลค่า 120บาทขึ้นไป ที่ร้านดอยคำ ทุกสาขา&amp;nbsp; ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นับเป็นกิจกรรมที่ลดปริมาณขยะ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้บริโภคและทุกภาคส่วนร่วมกันปกป้องโลกใบนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71091</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร, น้ำผลไม้ดอยคำ, ปัญหาขยะ, ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน, แกะ ล้าง เก็บ, โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200710/image_big_5f089dff163f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
