<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2020 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2020 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;ลั่นไม่เอาระบอบสาธารณรัฐขวางเลิกม.112ทุกประเทศมีกฎหมายคุ้มครองประมุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 ธ.ค.63 -&amp;nbsp; นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวระหว่างลงพื้นที่เพื่อไป kick off จ่ายเงินประกันรายได้ยางพาราและลงพื้นที่เปิดงานกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวพังงา-ภูเก็ต ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต โดยให้สัมภาษณ์ว่า ตนและพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยเรื่องการที่จะไปเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศไทยเป็นระบอบสาธารณรัฐหรือคอมมิวนิสต์ เพราะเรามีจุดยืนชัดเจนว่าประเทศไทยต้องปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้นคือสิ่งที่เป็นจุดยืนและเป็นสิ่งที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับชัดเจนต้องไม่ไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขใดๆทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคำถามเรื่องการยกเลิกมาตรา112 นั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า ทุกประเทศในโลกก็จะต้องมีกฎหมายที่คุ้มครองประมุขของประเทศด้วยกันทั้งสิ้น โดยกฎหมายมาตรา 112 ก็เป็นมาตราหนึ่งสำหรับประเทศไทยที่คุ้มครองหรือปกป้องประมุขของประเทศไทยของเราเช่นเดียวกับทุกประเทศในโลก คือสิ่งที่อยากให้ทุกท่านได้เกิดความเข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวถึงที่มา สสร.200 คนที่มีคำถามว่าควรมาจากการเลือกตั้งทั้งหมดหรือไม่ด้วยว่า อันนี้เป็นหน้าที่ของกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเป็นผู้กำหนดขณะนี้การแก้รัฐธรรมนูญผ่านการรับหลักการวาระที่หนึ่งแล้วและอยู่ในวาระที่สองคือขั้นแปรญัตติทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับกรรมาธิการที่จะเป็นผู้พิจารณาก่อนนำกลับมาพิจารณาในรัฐสภาใหญ่แล้วมีมติอย่างใดอย่างหนึ่งในวาระที่สามเรื่อง สสร.นั้นเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าในจำนวนประมาณ 200 คน ควรมาจากการเลือกตั้งทั้งหมดหรือไม่ หรือมาจากการเลือกตั้งส่วนใหญ่แล้วมาจากการสรรหาบางส่วนซึ่งมีข้อดีข้อด้อยด้วยกันทั้งสองส่วน ถ้ามาจากการเลือกตั้งทั้งหมดก็อาจจะอ้างได้ว่าประชาชนเป็นผู้เลือกมาแต่อาจมีจุดอ่อนได้ถ้าผลการเลือกตั้งที่ออกมากลายเป็นผู้ที่อิงอยู่กับพรรคการเมืองหรือในเส้นสายทางการเมืองได้รับเลือกตั้งมาจำนวนมาก สุดท้ายอาจจะกลายเป็นคล้ายกับสภาผัวสภาเมียเหมือนที่เกิดขึ้นในวุฒิสมาชิกกับสภาผู้แทนราษฎรในอดีตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่ได้แปลว่าผมจะมีความเห็นอย่างนั้นแต่มีข้อท้วงติงได้แต่ข้อดีคือสามารถอ้างได้ว่ามาจากการเลือกตั้งจากประชาชนแต่สำหรับรูปแบบผสมคือมาจากการเลือกตั้งส่วนใหญ่แต่ว่ามาจากการสรรหาอีกจำนวนหนึ่งเหมือนกับร่างของพรรคร่วมรัฐบาลคือให้มาจากการเลือกตั้งจากประชาชน 150 คนและมาจากการสรรหา 50 คนในจำนวน 50 คนนั้นประกอบด้วยตัวแทนของสภาผู้แทนจำนวนหนึ่ง วุฒิสมาชิกตัวแทนของวุฒิสภาจำนวนหนึ่ง และอีก 20 คนมาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากการสรรหาของที่ประชุมอธิการบดีหรือทางฝ่ายวิชาการและอีกจำนวนหนึ่งประมาณ 10 คนมาจากตัวแทนนักศึกษา จะช่วยให้เกิดความหลากหลายขึ้นเพราะบางครั้งการเลือกตั้งทั้งหมดนักศึกษาอาจจะไม่ติดสักคนก็ได้สุดท้ายก็จะไม่มีตัวแทน หรือผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญทั่วโลกที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องนี้อาจจะไม่ติดมาก็ได้สุดท้ายอาจกลายเป็นจุดอ่อน จุดดีคือสามารถที่จะช่วยให้มีความหลากหลายและมีการผสมผสาน ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับกรรมาธิการที่จะเป็นผู้พิจารณา ผมเห็นด้วยที่จะต้องมี สสร.ยกร่างขึ้นมาใหม่โดยไม่แตะหมวดหนึ่งหมวดสองเพราะถ้าไปแตะหมวดหนึ่งหมวดสองไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองไปเป็นสาธารณรัฐหรือคอมมิวนิสต์ก็ทำไม่ได้และไม่ควรทำ&amp;quot; นายจุรินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86563</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์, ตั้งส.ส.ร, ยกเลิกมาตรา 112, ระบอบสาธารณรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201211/image_big_5fd2ee826cbf0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
