<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2021 08:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2021 08:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;หมอธีระ&#039;หวั่นเข้าใจผิดวัคซีนมาแล้วทุกคนยิ้มได้ทำให้ลดการ์ดลงระบาดซ้ำรุนแรงตามมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 ก.พ.64 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงสถานการณ์โควิด-19 ว่า สถานการณ์ทั่วโลก 26 กุมภาพันธ์ 2564...
อเมริกามียอดรวมเกิน 29 ล้านไปแล้ว อัตราการติดเชื้อต่อวันของทั่วโลกเริ่มเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการเห็นหลายประเทศผ่อนคลายมาตรการ ทำให้ยืนยันได้ว่าการที่เราเห็นแนวโน้มการติดเชื้อต่อวันลดลงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นเป็นผลมาจากการล็อคดาวน์ ไม่ได้มาจากเรื่องวัคซีน เพราะสัดส่วนประชากรในแต่ละประเทศที่ได้รับวัคซีนนั้นยังน้อยมาก&amp;nbsp;
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 465,004 คน รวมแล้วตอนนี้ 113,498,837 คน ตายเพิ่มอีก 12,047 คน ยอดตายรวม 2,517,458 คน
อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 87,703 คน รวม 29,039,576 คน ตายเพิ่มอีก 3,746 คน ยอดตายรวม 520,450 คน&amp;nbsp;
อินเดีย ติดเพิ่ม 16,606 คน รวม 11,063,038 คน&amp;nbsp;
บราซิล ติดเพิ่ม 65,998 คน รวม 10,390,461 คน
รัสเซีย ติดเพิ่ม 11,198 คน รวม 4,212,100 คน&amp;nbsp;
สหราชอาณาจักร ติดเพิ่มอีก 9,985 คน รวม 4,154,562 คน &amp;nbsp;
อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลายพันถึงหลายหมื่นต่อวัน&amp;nbsp;
แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ อิสราเอล สหรัฐอาหรับอีมิเรตส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&amp;nbsp;
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่ม ส่วนใหญ่หลักร้อยถึงพันกว่า
เกาหลีใต้ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนสิงคโปร์ ไทย ฮ่องกง เมียนมาร์ และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่จีน เวียดนาม นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ
...อัพเดตกันสักสองสามเรื่อง...
หนึ่ง &amp;quot;วัคซีนที่ใช้กันมากที่สุดทั่วโลก&amp;quot;&amp;nbsp;
ข้อมูลจาก Ourworldindata ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าประเทศต่างๆ ส่วนใหญ่เน้นจัดซื้อจัดหาวัคซีนที่มีสรรพคุณที่สูง และปลอดภัย
เมื่อเทียบกันแบบตัวต่อตัวโดยใช้ข้อมูลวิชาการเชิงประจักษ์ ไม่ใช้อคติหรือความรู้สึกหรืออ้างประสบการณ์ส่วนตัว&amp;nbsp;
ทั้งนี้สรรพคุณที่ต้องดู มีทั้งการป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการ (symptomatic infection), การป้องกันอาการรุนแรงหรือเสียชีวิต, และการป้องกันการติดเชื้อแบบไม่มีอาการ (asymptomatic infection) เพื่อหวังผลในการลดโอกาสการเป็นคนแพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัว
นอกจากนี้ยังต้องดูเรื่องผลของวัคซีนต่อการป้องกันไวรัสที่กลายพันธุ์ต่างๆ เช่น สายพันธุ์สหราชอาณาจักร และแอฟริกาใต้ด้วย
และที่สำคัญอีกเรื่องคือข้อมูลด้านความปลอดภัย เช่น โอกาสเกิดอาการแพ้วัคซีน เป็นต้น
จึงไม่แปลกใจ ที่ประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกล้วนมุ่งไปที่วัคซีนที่มีข้อมูลเหล่านี้ชัดเจน เช่น Pfizer/Biontech, Moderna เป็นหลัก ในขณะที่ทางเลือกถัดมาก็จะเป็นตัวอื่นๆ เช่น Johnson&amp;amp;Johnson, Novavax, Astrazeneca/Oxxford, Sinovac ฯลฯ ตามระดับและความชัดเจนของหลักฐานวิชาการ
สอง &amp;quot;สัดส่วนประชากรในแต่ละประเทศที่ได้รับวัคซีนครบ&amp;quot;
ล่าสุด 24 กุมภาพันธ์ 2564 พบว่า 5 อันดับแรกที่มีสัดส่วนประชากรได้รับวัคซีนครบ ได้แก่ อิสราเอล (37.1%) เซอร์เบีย (7.2%) อเมริกา (6.2%) โรมาเนีย (3.2%) และเดนมาร์ก (3.1%)&amp;nbsp;
จะเห็นได้ว่า การฉีดวัคซีนครบนั้นยังมีน้อยมาก และน่าจะช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจทำให้มีโอกาสน้อยที่จะหวังผลการควบคุมการระบาดทั่วโลกได้ คงพอจะเห็นได้เพียงผลในบางประเทศที่มีสัดส่วนการฉีดวัคซีนครบสูง
แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา มีข่าวว่าบางประเทศที่ฉีดวัคซีนกันไปจำนวนมากแล้วทำให้การระบาดชะลอตัวลงก็ตาม แต่การฉีดไม่ครบตามสูตรนั้น อาจทำให้เห็นผลเพียงระยะสั้นก็เป็นได้ ดังนั้นมาตรการเข้มงวดด้านสาธารณสุขเพื่อลดการพบปะกันของประชากร และการป้องกันตัวส่วนบุคคล เช่น ใส่หน้ากาก ล้างมือ อยู่ห่างๆ กัน ยังจำเป็นอย่างยิ่ง
...หันมามองสถานการณ์ของเรา...
ที่น่ากังวลคือ การทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า วัคซีนมาแล้วทุกคนจะยิ้มได้
อาจทำให้เกิดความประมาท ลดการ์ดลง และเกิดการระบาดซ้ำรุนแรงตามมาได้
ยิ่งเห็นข่าว หลายต่อหลายพื้นที่พยายามเรียกร้องขอส่วนแบ่งวัคซีนบางส่วนมาในพื้นที่ของตน เพื่อหวังจะเปิดเศรษฐกิจ&amp;nbsp;
การเห็นข่าวข้างต้น ชัดเจนว่ามีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอย่างมาก&amp;nbsp;
เพราะ วัคซีนที่ได้รับมานั้นแม้จะมีสรรพคุณ แต่หากดูลึกๆ จะพบว่าป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการ ลดความรุนแรงของโรค มิได้ป้องกันการติดเชื้อแบบไม่มีอาการ ดังนั้นต่อให้ได้รับไป ก็มีโอกาสติดเชื้อได้และแพร่ให้ผู้อื่นได้ ยิ่งไปกว่านั้น หากได้วัคซีนไปจำนวนหนึ่ง ก็มีคนได้รับแค่จำนวนน้อยเมื่อเทียบกับประชากรในพื้นที่ทั้งหมด สิ่งที่ควรคิดคือ การได้วัคซีนจำนวนน้อยไปนั้นจะเกิดประโยชน์เพียงระดับบุคคลที่ได้ฉีดเท่านั้น และสรรพคุณก็ไม่ได้สูงมากนัก (ดูข้อมูลในตารางประกอบเพื่อทำความเข้าใจ)
บทสรุปของความเชื่อที่ว่า วัคซีนมาแล้วจะเปิดประเทศรับท่องเที่ยวต่างชาติ จึงยังไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม
ขอให้ใช้สติในการดำเนินชีวิต นโยบายและมาตรการใดๆ ที่คิดจะเข็นออกมาในสถานการณ์การระบาดซ้ำที่ยังเป็นไปอย่างต่อเนื่องดังที่เห็นในปัจจุบันนั้น จะส่งผลต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตของคนในสังคม
และหากทำไปผิดทาง นอกจากจะเสี่ยงต่อการระบาดซ้ำรุนแรง ส่งผลต่อชีวิตคนในพื้นที่และในประเทศแล้ว ยังอาจส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิศาสตร์การระบาดของโรค ทำให้พื้นที่กลายเป็นแดนดงโรคระยะยาว ที่จะเกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของธุรกิจอุตสาหกรรมในพื้นที่และการดำเนินชีวิตของประชาชนท้องถิ่นได้
ด้วยสถานการณ์ต่างๆ เช่นนี้ ขอให้พวกเราทุกคนทำในสิ่งที่เราทำได้คือ ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด ใช้ความรู้ที่ถูกต้องเป็นแสงส่องทาง และตัดสินใจประพฤติปฏิบัติด้วยหลักเหตุและผล ระวังเรื่องกิเลสให้ดี
ด้วยรักและปรารถนาดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94302</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนโควิด, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, ระบาดซ้ำ, สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05230a5ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 08:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039;ห่วงศบค.คลายล็อกอีกรอบ เตือนใช้ชีวิตมีสติระบาดซ้ำยังมีแน่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ. 64 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ทาง Johns Hopkins ก็มีแนวคิดที่เหมือนที่เคยวิเคราะห์ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกลับมาของการระบาดซ้ำนั้น จะมาได้เร็วขึ้นหากกดการระบาดได้ไม่ดีพอ ฝั่งการเมืองและธุรกิจพยายามจะเปิดเสรีการใช้ชีวิตอย่างเร็ว หลังเห็นตัวเลขลดลง แต่ยังฉีดวัคซีนไปได้ไม่มากพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับของเรานั้น ระลอกสองนี้สถานการณ์จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะเราไม่สามารถตัดวงจรการระบาดได้ จึงจะมีแนวโน้มเกิดการติดเชื้อไปต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลางเดือนหน้าเป็นต้นไปจะเริ่มเห็นว่าจะมีอัตราการติดเชื้อต่อวันเป็นเช่นไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากดูจากข้อมูลต่างประเทศที่ติดตามมา ถ้าเป็นหลักสิบติดต่อกันไปเกิน 7-14 วัน ผมคาดการณ์ว่าจะมีระลอกถัดไปในเวลาราว 10 สัปดาห์ หรือประมาณมิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หากเป็นหลักร้อย โอกาสเกิดจะเร็วขึ้นกว่าหลักสิบ อีกประมาณ 21 วัน คือราวพฤษภาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหลักพันนั้นก็จะเร็วขึ้นกว่าหลักร้อยอีก 21 วันเช่นกัน แลกเปลี่ยนมาให้เรารับรู้ไว้ล่วงหน้า จะได้ช่วยกันป้องกันตัวอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากวันนี้ศบค.คลายล็อกกิจการต่างๆ รวมถึงสถานบันเทิง ก็ขอให้เราทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีสติ ระลึกเสมอว่าความเสี่ยงสูงกว่าสมัยปลดล็อกระลอกแรกอย่างมาก ถ้าป้องกันตัวไม่ดี จะล้มลุกคลุกคลานกันยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราไม่เหมือนอเมริกา เพราะระบบตรวจคัดกรองโรคมีทรัพยากรจำกัด แถมวัคซีนที่จะใช้นั้นก็ต่างกับเค้า และยังไม่ได้เริ่มฉีดเลยด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเห็นข่าวที่จะรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการเปิดเสรีการใช้ชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ ย่อมเสี่ยงสูง&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93804</URL_LINK>
                <HASHTAG>รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, ระบาดซ้ำ, ศบค., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200614/image_big_5ee5e4fae422a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2020 08:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2020 08:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อทะลุ80ล้าน!&#039;หมอธีระ&#039;เตือนการระบาดซ้ำจะมียอดติดเชื้อสูงสุดต่อวันมากกว่าระลอกแรกราว5เท่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 ธ.ค.63 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความรายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกวันคริสตมาส 25 ธันวาคม 2563 มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรุ่งนี้จะเกิน 80 ล้าน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้อิตาลีเป็นประเทศที่ 8 ของโลกที่เกิน 2 ล้านคน ในขณะที่ยูเครนก็เป็นประเทศที่ 17 ที่เกิน 1 ล้านคน
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 696,415 คน รวมแล้วตอนนี้ 79,617,135 คน ตายเพิ่มอีก 12,227 คน ยอดตายรวม 1,746,899 คน
อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 207,960 คน รวม 19,049,523 คน ตายเพิ่มอีกถึง 3,034 คน ยอดตายรวม 336,144 คน
อินเดีย ติดเพิ่ม 23,924 คน รวม 10,147,468 คน
บราซิล ติดเพิ่มถึง 58,428 คน รวม 7,423,945 คน
รัสเซีย ติดเพิ่ม 29,935 คน รวม 2,963,688 คน
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 21,634 คน รวม 2,527,509 คน
อันดับ 6-10 เป็น ตุรกี สหราชอาณาจักร อิตาลี สเปน และเยอรมัน ติดกันหลักหมื่นต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่ดูแล้วหนักหน่วงมากคือสหราชอาณาจักร และเยอรมัน การระบาดยังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายพันธุ์ใหม่ของไวรัสในสหราชอาณาจักรที่มีแนวโน้มจะทำให้แพร่กระจายเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม ถือเป็นช่วงคริสตมาสและปีใหม่ที่น่าเห็นใจมาก
ฝั่งอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างอาร์เจนตินา โคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น
แถบสแกนดิเนเวีย รอบทะเลบอลติก และแถบยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกประเทศที่กำลังเผชิญกับการระบาดซ้ำคือ แอฟริกาใต้ ตอนนี้ยอดติดเชื้อสูงสุดต่อวันนั้นสูงกว่าระลอกแรกแล้ว ล่าสุดปาเข้าไป 14,305 คนในวันเดียว
เมียนมาร์ และเกาหลีใต้ ติดเพิ่มเฉียดพัน ส่วนจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง เวียดนาม และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สถานการณ์ในเมียนมาร์ เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 919 คน ตายเพิ่มอีก 25 คน ตอนนี้ยอดรวม 119,788 คน ตายไป 2,532 คน อัตราตายตอนนี้ 2.1%
หากเราติดตามสถานการณ์ระบาดกันอย่างใกล้ชิด จะเห็นข้อมูลชัดเจนว่าประเทศที่เกิดการระบาด&amp;quot;ซ้ำ&amp;quot; ระบาด&amp;quot;ระลอกสองสามสี่&amp;quot; ระบาด&amp;quot;ใหม่&amp;quot; หรือระบาด&amp;quot;อีกครั้ง&amp;quot;นั้น มีโอกาสสูงมากที่จะรุนแรงกว่าเดิม และนานกว่าเดิม โดยมีถึงเกือบ 90%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วงพนันคงไม่กล้ามีคนมารอง เพราะโอกาสพลิกมีน้อยจริงๆ
ไทยเรา...ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เรากำลังอยู่ในช่วงระบาดซ้ำแน่นอน
หนึ่งในสาเหตุหลักของการระบาดซ้ำ หากพิจารณาด้วยใจเป็นธรรมคือ เกิดจากคนไทยเราด้วยกันเอง
ตั้งแต่การลักลอบเข้าเมืองกลับมาอย่างผิดกฏหมาย ตามด้วยการมีขบวนการที่ลักลอบนำเอาคนต่างด้าวเข้ามาในประเทศ ดังที่เป็นข่าวให้รับทราบกันในช่วงที่ผ่านมา
การระบาดซ้ำ จะมียอดติดเชื้อสูงสุดต่อวันมากกว่าระลอกแรกราว 5 เท่า และใช้เวลาคุมยาวนานกว่าเดิม 2 เท่า โอกาสพลิกมีเพียงการทุ่มสรรพกำลังเพื่อต่อสู้ให้ลุล่วงภายใน 4 สัปดาห์แรกของการระบาดซ้ำ
เรามีเวลานับจากวันนี้ไปถึงกลางมกราคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักการต่อสู้ในการระบาดซ้ำสำหรับประเทศไทยคือ
1. ป้องกันตัวเองอย่างให้ติดเชื้อ
2. เร่งตรวจหาคนติดเชื้อที่แฝงอยู่ในชุมชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อนำไปรักษาและป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อต่อ
3. ประคับประคองให้พอหายใจหายคอได้ยามวิกฤติ ไม่รนหาที่ ไม่หาความเสี่ยงเข้ามาเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรรกะในการใช้ชีวิตที่จำเป็นต้องทำให้พวกเราทุกคนเข้าใจให้ถูกต้องคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง วาทกรรม&amp;quot;ติดเชื้อมา มียา ยังไงก็ไม่ตาย&amp;quot; นั้นเป็นข้อความที่ไม่ถูกต้อง
ติดเชื้อมา มีโอกาสตายได้ แม้จะมียา ยาที่ได้รับการรับรองในการใช้รักษามีน้อยชนิดมาก และมีจำกัด
การติดเชื้อในยามระบาดซ้ำซึ่งจะมีคนติดเป็นจำนวนมากนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะทรัพยากรจะไม่เพียงพอ ไม่ใช่แค่ยา แต่เป็นเรื่องบุคลากรทางการแพทย์ที่จะดูแล รวมถึงเครื่องไม้เครื่องมือ ดังนั้นต้องไม่ประมาท เพราะคนพล่ามวาทกรรมมักไม่ติด แต่คนติดมักเป็นคนหลงเชื่อวาทกรรมและนำไปใช้ดำรงชีวิตบนความประมาทอย่าลืมว่าตอนนี้ทั่วโลกติดไปจะ 80 ล้านในวันพรุ่งนี้ และตายไปแล้วกว่า 1,600,000 คน ประเทศที่ตายเยอะ ใช่ว่าเค้าจะไม่มียา เค้าเป็นผู้ผลิตเองด้วยซ้ำ แล้วทำไมถึงตาย??? ลองคิดดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง &amp;quot;ใส่หน้ากากเพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อ&amp;quot; นั้นเป็นตรรกะที่ถูกต้องส่วนเดียว
ต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่า ในยามระบาดซ้ำ ระบาดใหม่ ระบาดระลอกสองสามสี่ หรือระบาดอีกครั้งนั้น มันเกิดขึ้นไวมาก แพร่ไปวงกว้าง กว่าจะตรวจพบหรือรู้ว่าเกิดขึ้น ก็มักมีการติดเชื้อกันไปมากมาย ดังที่เราเห็นในเหตุการณ์ปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณ วันที่เราตรวจพบเหตุการณ์ จริงๆ แล้วคนที่ติดเชื้อเหล่านั้นได้รับเชื้อกันมาจากการดำรงชีวิตต่างวาระต่างโอกาสกันมานานพอสมควร เช่น ราว 2 สัปดาห์ และมีโอกาสแพร่กระจายไปต่างพื้นที่ จากการเดินทางในชีวิตประจำวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการระบาดซ้ำนี้ จึงมีโอกาสสูงที่เราทุกคนจะได้รับเชื้อและแพร่เชื้อกันไปโดยไม่รู้ตัว เพราะคนติดเชื้อราว 20% จะไม่มีอาการ 65% จะมีอาการน้อยเหมือนไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเหล่านี้แหละที่สามารถแพร่เชื้อให้คนอื่นได้ในจำนวนมาก หากไม่ป้องกันตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุผลข้างต้น การที่เราควรใส่หน้ากากกัน 100% อย่างสม่ำเสมอนั้น จึงทำเพื่อทั้ง &amp;quot;ป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อจากผู้อื่น&amp;quot; และเพื่อ &amp;quot;ป้องกันไม่ให้ตัวเองไปแพร่เชื้อให้ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว&amp;#39;
ที่เล่ามานี้ ต้องการจะบอกว่า ตัวผมเองก็เช่นกัน ย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า ต้องใส่หน้ากาก เพราะเรามีโอกาสติดเชื้อจากการทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวัน จึงไม่อยากที่จะไปแพร่ให้สมาชิกในครอบครัว เพื่อนฝูงที่ทำงาน หรือคนอื่นในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะส่วนตัวแล้วมองว่า หากไม่ใส่หน้ากาก ตัวเรานั้นก็ถือเป็นภัยคุกคามต่อสวัสดิภาพความปลอดภัยในชีวิตของคนอื่น
หากเราทุกคนช่วยกัน โอกาสทำให้ระบาดซ้ำครั้งนี้รุนแรงน้อยกว่าระลอกแรก เสียหายน้อยกว่าระลอกแรกก็มีทางสำเร็จครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ใส่หน้ากากเสมอ
#ลดละเลี่ยงไปพื้นที่เสี่ยง...
#ฉลองคริสตมาสและปีใหม่ที่บ้าน...
#อยู่บ้านกันนะครับ
#เรามีเวลาสู้สุดใจถึงกลางมกราคม
ด้วยรักต่อทุกคน
สุขสันต์วันคริสตมาสครับ ภาวนาขอของขวัญเป็นความปลอดภัยปลอดการติดเชื้อของทุกคน
รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87944</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, ระบาดซ้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05230a5ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 08:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทยจุฬาฯห่วงโควิดเมียนมาปะทุแรงขึ้น แนะไทยประคองตัวให้รอดระบาดซ้ำ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย. 63 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;สถานการณ์ทั่วโลก 30 พฤศจิกายน 2563... ไม่มีใครที่จะคิดว่าไวรัสโรค COVID-19 จะระบาดบานปลายมาถึงขนาดนี้ เพียงแค่ 11 เดือน ติดเชื้อไปแล้วทะลุ 63 ล้านคน ยิ่งเวลาผ่านไปยิ่งระบาดเร็วขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้เพิ่ม 3 ล้านคนทุก 5 วัน&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 492,162 คน รวมแล้วตอนนี้ 63,013,902 คน ตายเพิ่มอีก 6,941 คน ยอดตายรวม 1,464,153 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา ติดเพิ่ม 139,092 คน รวม 13,727,734 คน ตายเพิ่มถึง 782 คน ยอดตายรวม 272,936 คน&amp;nbsp; ต้องจับตาดูจำนวนการติดเชื้อในอเมริกาในสองสัปดาห์ถัดจากนี้ คาดว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นไปกว่าเดิม เนื่องจากเพิ่งมีการฉลองวันขอบคุณพระเจ้าเมื่อพฤหัสที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 41,248 คน รวม 9,432,039 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 24,468 คน รวม 6,314,740 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่มอีกถึง 26,683 คน รวม 2,269,316 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 9,784 คน รวม 2,218,483 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 ตอนนี้เป็น สเปน สหราชอาณาจักร อิตาลี อาร์เจนตินา และโคลอมเบีย ส่วนใหญ่ติดกันหลายพันถึงหลักหมื่นต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน ตุรกี บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เมียนมาร์ และมาเลเซีย ติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายต่อหลายประเทศในยุโรป ก็ยังติดกันหลักร้อยถึงหลักพัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ติดกันเพิ่มหลายร้อยอย่างต่อเนื่อง ฮ่องกงทะลุเกินร้อยต่อวันแล้ว ส่วนจีนติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่สิงคโปร์ เวียดนาม และออสเตรเลีย ยังมีติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สถานการณ์ในเมียนมา เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 1,509 คน ตายเพิ่มอีก 31 คน ตอนนี้ยอดรวม 89,486 คน ตายไป 1,918 คน อัตราตายตอนนี้ 2.1% ดูจากลักษณะการระบาดแบบนี้ ส่วนตัวแล้วผมคาดว่าเมียนมา จะคล้ายอิหร่าน คูเวต ตุรกี หรือรัสเซีย ที่มีจำนวนการติดเชื้อต่อวันอยู่ในระดับนี้ และจะมีโอกาสปะทุรุนแรงขึ้นได้ คงต้องเอาใจช่วยให้เขาควบคุมโรคให้ได้ และเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอเรามาวิเคราะห์จำนวนการติดเชื้อต่อวันของทั่วโลก จะพบว่า ตอนนี้คล้ายกับกลางเมษายน และกลางสิงหาคม ที่แนวโน้มเริ่มคงที่ ติดเชื้อระดับ 5-6 แสนคนต่อวัน ตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนมาใช้เป็นอาวุธเสริม ก็อาจติดเพิ่มในอัตรานี้ไปอีกราว 8-10 สัปดาห์ แล้วมีการปะทุจากศูนย์กลางการระบาดใหม่ขึ้นมาหรือมีเหตุการณ์อื่นที่อาจทำให้รุนแรงขึ้นมาอีกได้ เช่น ไวรัสที่กลายพันธุ์ หรือ superspreading events อื่นๆ ผมประเมินว่า ประเทศที่ต้องจับตาเฝ้าระวังการระบาดมากๆ ในช่วงถัดจากนี้คือ อิหร่าน รัสเซีย ยูเครน ตุรกี ประเทศอื่นแถบยูเรเชีย ซึ่งมีโอกาสจะพัฒนาเป็นศูนย์กลางการระบาดได้หากไม่สามารถจัดการควบคุมได้ในเร็ววันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หากวัคซีนได้ผลดีระดับหนึ่ง และได้รับการฉีดอย่างทั่วถึงในประเทศที่มีการระบาดหนักๆ อาจช่วยลดอัตราการติดเชื้อต่อวันได้บ้าง ซึ่งดูจาก timeline ของวัคซีนโลกแล้ว ผมคาดว่าจะเริ่มเห็นผลตอนช่วงมีนาคม 2564 ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำคัญที่สุดตอนนี้คือ ประเทศไทยควรประคับประคองตัวให้รอดพ้นการระบาดซ้ำให้ได้ โดยจัดการควบคุมปัญหาการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย คงต้องมีมาตรการจัดการผู้ฝ่าฝืนอันก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการระบาดซ้ำในสังคม รวมถึงรัฐควรชะลอการหาเงินจากการนำเข้านักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะไม่มีที่ใดในโลกนี้ที่ปลอดภัย การระบาดจะปะทุขึ้นมาได้เสมอ และสัจธรรมคือระบบที่มีมักไม่ไวเพียงพอต่อการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
กว่าเราจะมีโอกาสได้วัคซีนมาใช้ในประเทศ คาดว่าจะเกินกลางปีหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่คาดหวังไว้คือ สถานการณ์ของทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่มีการระบาดหนักๆ นั้นจะได้รับการควบคุมได้ดีขึ้นหลังมีวัคซีนมาใช้ หากคุมได้ดังที่หวัง การหายใจหายคอ หาแนวทางกระตุ้น ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ก็มีความเป็นไปได้มากขึ้นกว่าเดิม
ขอให้เราทุกคนช่วยกันใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ใส่หน้ากากเสมอ ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างคนอื่นหนึ่งเมตร พบคนน้อยลงสั้นลง เลี่ยงที่แออัดที่ชุมนุมที่อโคจร และคอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบาย ให้หยุดเรียนหยุดงานและรีบไปตรวจรักษา&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85461</URL_LINK>
                <HASHTAG>รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, ระบาดซ้ำ, เมียนมา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200614/image_big_5ee5e4fae422a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
