<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ดับกระแสโควิดรอบ2 สรุปแก๊ง1G1ติดเชื้อ38ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ออกโรงแจงเรื่องโควิด-19 ยันไม่ใช่ระบาดรอบ 2 ผู้ป่วยท่าขี้เหล็กไม่ใช่ซูเปอร์สเปรดเดอร์&amp;nbsp; ลงดาบใช้กฎหมายเข้มข้นสกัดผู้ลักลอบเข้าประเทศ &amp;ldquo;มหาดไทย&amp;rdquo; ทันควันสั่ง ผวจ.ทุกจังหวัดเข้ม 24 ชั่วโมง&amp;nbsp; โดยเฉพาะตะเข็บชายแดน ขู่ฟันวินัย-อาญาหากรู้เห็นเป็นใจ &amp;ldquo;อัศวิน&amp;rdquo; โผล่กำชับดูแลสนามมวย-ผับ &amp;ldquo;ศบค.&amp;rdquo; แถลงตัวเลขผู้ป่วยเพิ่ม 21 ราย สรุปยอดติดเชื้อจากท่าขี้เหล็ก 38&amp;nbsp; ราย โอ่เอาอยู่แน่ก่อนเทศกาลปีใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 7 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp; ออกรายการรูปแบบเล่าเรื่อง ในหัวข้อ &amp;ldquo;การรับมือกับโควิด-19&amp;rdquo; ผ่านแอปพลิเคชันพอดแคสต์ไทยคู่ฟ้า ว่า &amp;quot;ได้ติดตามการชี้แจงทั้งในส่วนของรัฐบาล ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่งเราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่ามีการลักลอบเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ และการผ่านด่านตรวจ ซึ่งส่วนที่ผ่านมาทางด่านได้นำเข้าสถานที่กักตัวของรัฐเรียบร้อยแล้ว แต่ปัญหาสำคัญคือไม่เข้ามาทางช่องทางที่ถูกต้อง จึงมีการวางแนวทางคือ แนวทางที่หนึ่ง ตามแนวชายแดนได้สั่งการให้ ทหาร ตำรวจ และกองกำลังต่างๆ มีมาตรการในการสร้างเครื่องกีดขวางในระยะที่หนึ่ง เพิ่มการลาดตระเวน 24&amp;nbsp; ชั่วโมง แนวทางที่สองคือ พื้นที่กระทรวงมหาดไทย พื้นที่ตอนในเข้ามา ที่ต้องสกัดกั้น ตั้งจุดสกัดต่างๆ ให้พร้อมในการตรวจบุคคลเหล่านี้ที่จะเข้ามา และแนวทางที่สามคือ&amp;nbsp; ประชาชนในพื้นที่ต้องสังเกตคนที่เข้ามาในหมู่บ้าน แม้เป็นคนที่เคยอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน แต่อย่าลืมว่าเขาไปทำงานที่ต่างประเทศ จึงขอให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ ทั้งนี้ผู้ที่ละเมิดเข้ามา หากมีความจำเป็นเราต้องบังคับใช้กฎหมายในการลงโทษ เพราะถือว่าไม่รับผิดชอบต่อคนอื่นและสังคมโดยรวม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า &amp;quot;สถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 ในประเทศนั้นไม่ได้อยู่ในขั้นเลวร้าย ถึงแม้ว่ามีการลักลอบเข้ามา แต่เราสามารถควบคุม ติดตาม และดูแลรักษาได้ อยู่ที่เราทุกคนต้องช่วยกัน และไม่ได้เรียกว่าการแพร่ระบาดระลอกที่สอง ไม่ใช่ซูเปอร์สเปรดเดอร์ เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ส่วนใหญ่ที่ตรวจพบในตอนนี้มีการลักลอบเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเราประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านไปแล้วในการตรวจสอบคัดกรอง ช่วยกันสกัดกั้นช่องทางธรรมชาติทั้งฝั่งประเทศเราและเพื่อนบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ผมได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงพิจารณาใช้ภาพถ่ายทางอากาศ หรือโดรนดูว่าช่องทางใหม่ที่ใช้เข้ามามีทางไหนอีกหรือไม่ เพื่อวางเครื่องกีดขวางและวางกำลังเพิ่มเติม นอกจากนี้ผมขอเตือนผู้ที่อยู่ในขบวนการลักลอบ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม คนเหล่านี้ต้องถูกลงโทษตามกฎหมายอย่างหนัก เพราะถือว่าไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ลักลอบพาคนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายทางช่องทางธรรมชาติ ส่วนเจ้าหน้าที่หากใครมีส่วนร่วมผมถือว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ผิดวินัยอย่างร้ายแรง รวมทั้งตำรวจ ทหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า &amp;quot;ขออย่าตื่นตระหนก ถ้าตื่นตระหนกมากไปปัญหาของเราจะเกิดขึ้นทางด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; เช่น การท่องเที่ยว การจองโรงแรม หรือมาตรการเราเที่ยวด้วยกัน มาตรการต่างๆ ที่ออกมาแล้วกำลังได้ผล มีคนจำนวนหนึ่งทำให้เกิดปัญหา เราต้องหาต้นตอปัญหานี้ให้เจอ และหาวิธีการแก้ปัญหาอย่างไม่นิ่งนอนใจ และสถานการณ์โควิดปีหน้าจะดีขึ้น จากการติดตามเรื่องวัคซีน&amp;nbsp; เรามีความหวังและคาดหวัง เราทำทุกอย่างอย่างดีที่สุด ถ้าช่วยกันแบบนี้แก้ปัญหาได้หมดทุกเรื่อง&amp;quot;
ไม่ใช่ซูเปอร์สเปรดเดอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งในระหว่างลงพื้นที่ที่ศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง ต.แม่เจ้าอยู่หัว อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ว่าโควิด-19 วันนี้ยังประมาทไม่ได้จนกว่าจะมีวัคซีนป้องกัน คาดว่าเป็นกลางปีหน้า วันนี้ขอเตือนคนที่ข้ามไปมาตามแนวชายแดนที่ไม่ผ่านช่องทางปกติ ได้สั่งเพิ่มใช้โดรนตรวจจับได้ถึงบ้าน ลักลอบไม่ได้ ยืนยันว่าสถานการณ์วันนี้ยังไม่ใช่ซูเปอร์สเปรดเดอร์ เพราะยังรู้ที่มา รู้ตัวคน แต่อย่าประมาท เพราะวันนี้เรายังอยู่ระดับท้ายๆ ประเทศที่มีการระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงเช้า มีการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) โดยนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 3 มาตรการ โดยเฉพาะการสกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองทางช่องทางธรรมชาติ เป็นประธานการประชุม &amp;nbsp;
ต่อมาในช่วงบ่ายนายฉัตรชัยได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) ทุกจังหวัดอีกครั้ง และให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยแบ่งพื้นที่ให้ชัดเจน ประกอบด้วย 1.ในพื้นที่ชายแดนให้ ผวจ.ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ผอ.รมน.จังหวัด) ประสานการปฏิบัติ และวางมาตรการร่วมกับหน่วยทหารตรวจภายในพื้นที่ให้เข้มงวด ควบคุมการลักลอบเข้าประเทศ ด้วยการตั้งเครื่องกีดขวาง เพิ่มการลาดตระเวนตลอด 24 ชม. เพื่อเฝ้าระวังและสกัดกั้นป้องกันการลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติ และหากพบการลักลอบให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มข้น
2.ในพื้นที่ตอนในให้ประสานการปฏิบัติเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และจุดคัดกรองโรค บุคคล และการขนส่งสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยคัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้าเมืองตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และให้วางระบบการขนส่งสินค้าตามแนวชายแดน กำหนดจุดรับส่งสินค้าให้อยู่ในพื้นที่และเวลาที่กำหนด พร้อมกำหนดให้มีผู้บัญชาการเหตุการณ์ประจำช่องทางผ่านแดนทุกแห่งที่มีการอนุญาตให้ใช้ในการผ่านเข้าออกของบุคคล สินค้า และยานพาหนะที่ชัดเจน ปฏิบัติงานตลอด 24 ชม.
และ 3.ในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp; คณะกรรมการหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน อาสาสมัครในพื้นที่ รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนสำรวจตรวจสอบบุคคลที่เดินทางเข้ามาในหมู่บ้าน/ชุมชน รวมทั้งบุคคลที่เคยอยู่ในหมู่บ้าน/ชุมชนแต่เดินทางไปทำงานในพื้นที่เสี่ยง หากพบให้ดำเนินการตามมาตรการของ สธ. และหากพบการละเมิดให้พิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย ห้ามปล่อยปละละเลยหรือรู้เห็นเป็นใจในพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ไม่สอดคล้องกับนโยบายและมาตรการของ ศบค. หากฝ่าฝืนอาจเข้าข่ายความผิดวินัยหรืออาญา
ด้าน พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร.กล่าวว่า สตช.ได้เพิ่มความเข้มและกำลังพลในการตรวจเฝ้าระวัง&amp;nbsp; โดยจะเน้นการตรวจเฝ้าระวังการควบคุมโรคมากกว่ามาตรการจับกุมผู้หลบหนีเข้าเมือง แต่ก็ไม่ได้ละเลยการบังคับใช้กฎหมาย
กทม.เข้มสนามมวย-ผับ
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ กล่าวว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานเข้มงวดตรวจสถานประกอบกิจการที่ได้รับการผ่อนปรน โดยเฉพาะสถานที่ที่เคยพบการแพร่ระบาดมาก่อน เช่น สนามมวยและสถานบันเทิง โดยเน้นตรวจสอบ เช่น การลงทะเบียนผู้ใช้บริการก่อนเข้าและออกผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะ เพื่อสะดวกในการติดตามตัวผู้เข้าข่ายในกรณีพบผู้ป่วยในสถานที่นั้นๆ&amp;nbsp; รวมทั้งตรวจสอบจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และมาตรการป้องกันโควิด-19 ตามข้อกำหนดของ ศบค.และ สธ.
วันเดียวกัน ศบค.รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในไทยว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 21 ราย ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 4,107 ราย&amp;nbsp; ยอดหายป่วยสะสม 3,868 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 179 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 60 ราย
ส่วน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค สธ. แถลงถึงผลการสอบสวนโรคโควิด-19 จาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา? ว่าตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย. มีผู้ติดเชื้อเดินทางกลับเข้ามาในประเทศ 38 คน&amp;nbsp; โดยในวันที่ 7 ธ.ค.63 จ.เชียงรายตรวจพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 6 คน เป็นเพศหญิงทั้งหมด ซึ่งในผู้ติดเชื้อ 38 คน&amp;nbsp; เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2 คน โดยมีประวัติใกล้ชิดผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากประเทศเมียนมา พบใน จ.เชียงราย 1&amp;nbsp; คน และสิงห์บุรี 1 คน&amp;nbsp; โดยเกินกว่าครึ่งตรวจพบในสถานที่กักกันโรคที่รัฐจัดให้ ขณะนี้ทุกคนเข้าสู่การดูแลของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองกักตัว 14 วัน ตรวจหาเชื้อ 2 ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสถานบันเทิง จ.ท่าขี้เหล็ก ซึ่งพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากนั้นอยู่ห่างจากชายแดน อ.แม่สาย 1.5 กิโลเมตร โดยมีคนไทยไปทำงานหลายร้อยคน แต่เมื่อพบการติดเชื้อก็ได้ถูกสั่งปิดเมื่อวันที่ 24 พ.ย.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวอีกว่า ผลการสอบสวนเพิ่มเติมของผู้ติดเชื้อ 2 คนในประเทศนั้น คนแรกเป็นเพศชาย (สาวประเภทสอง) อายุ 30 ปี เดินทางไปทำงานท่าขี้เหล็กกับเพื่อนหญิงไทยอายุ 26 ปี พบป่วยติดเชื้อทั้ง 2 คน และพบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 22 คน กลุ่มเสี่ยงต่ำ 69 คน รวม 91 คน&amp;nbsp; ส่วนผู้สัมผัสกับผู้ป่วยเพศหญิงอายุ 51 ปี ชาวสิงห์บุรี มีข้อมูลเพิ่มเติมว่าจากสอบสวนพบผู้สัมผัส 55 คน แบ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง 37 คน ผลตรวจ 32 คนไม่พบเชื้อ ซึ่งเป็นสมาชิกในครัวเรือน เพื่อนร่วมงาน เพื่อนบ้าน และร้านตัดเสื้อ ซึ่งอยู่ขั้นตอนการเฝ้าระวังโรค 14 วัน ส่วนกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำอยู่ร่วมกันในสนามบิน โรงแรม และโรงพยาบาล 2 แห่ง ทั้งนี้ผู้ป่วยอยู่บนเครื่องบินนั่งห่างกับผู้ป่วยที่ลักลอบเดินทางกลับมาจากเมียนมาถึง 8 แถว จึงไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบปัจจัยเสี่ยงอยู่ในสนามบินระหว่างเดินกลับจากห้องน้ำ เนื่องจากสวมหน้ากากไม่ถูกต้อง โดยสวมหน้ากากไว้ที่ใต้คาง ซึ่งขณะนี้สนามบินปรับระบบเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องแล้ว
ไฟเขียวต่างชาติอยู่ 45 วัน
ทั้งนี้ในช่วงเช้า พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.)&amp;nbsp; เป็นประธานหารือถึงการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อหารือถึงกรณีที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากการลักลอบเข้าเมือง และการผ่อนคลายมาตรการการออกวีซ่าของกระทรวงการต่างประเทศ โดยใช้เวลาประมาณ 3&amp;nbsp; ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 12.20 น. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์&amp;nbsp; อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงว่า สถานการณ์โควิด-19 ของไทยผู้ติดเชื้อรายใหม่ส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานกักกัน ส่วนที่มีการติดเชื้อภายในประเทศถือว่าน้อยมาก โดยเฉพาะกรณีผู้ติดเชื้อจาก จ.ท่าขี้เหล็ก เมียนมาที่กระจายไปใน 7 จังหวัดนั้น ทุกจังหวัดควบคุมสถานการณ์ได้ดี แต่ขอเน้นย้ำประชาชนว่าการ์ดอย่าตก&amp;nbsp; และสิ่งที่อยากขอให้ประชาชนช่วยภาครัฐ เจ้าของบ้านเช่า&amp;nbsp; เจ้าของบ้านพัก เจ้าของโรงแรม เจ้าของสถานประกอบการ&amp;nbsp; เจ้าของสถานบันเทิง หากพบใครกลับมาจากท่าขี้เหล็กแล้วยังไม่ผ่านการกักตัว ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทันทีเพื่อตรวจสอบ
&amp;ldquo;จังหวัดต่างๆ ควบคุมโรคได้ดี ปลอดภัย สามารถเดินทางไปได้ ท่องเที่ยวได้ทั้งเชียงใหม่และเชียงราย มั่นใจว่าเราควบคุมสถานการณ์ได้ และหวังว่าสถานการณ์ต่างๆ จะจบก่อนเทศกาลปีใหม่&amp;rdquo; นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจาตุรนต์ ไชยะคำ รองอธิบดีกรมการกงสุล&amp;nbsp; กล่าวว่า ตั้งแต่ ก.ค.63 ได้ผ่อนคลายมาตรการให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศเป็นระยะ จากนักธุรกิจ&amp;nbsp; ครอบครัวคนไทย และผู้ที่เข้ามารักษาพยาบาล ที่ผ่านมาเราได้ออกเอกสารอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศ หรือ&amp;nbsp; Certificate of Entry&amp;nbsp; (COE) จนถึงเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. รวม&amp;nbsp; 6,700 ราย ซึ่งในวันที่ 7 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้นโยบายและสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในไทยได้เพิ่ม กต.จึงได้เสนอที่ประชุมเพื่อให้นายกฯ เห็นชอบเพิ่มเติมกรณีของผู้ที่เข้ามาเพื่อการท่องเที่ยว เดิมอนุญาตให้เข้ามา 30 วันจาก 56&amp;nbsp; ประเทศ รวมถึงประเทศรัสเซีย โดยที่ประชุมได้เสนอให้อยู่ในประเทศไทยได้ 45 วัน โดยใน 45 วันนี้ได้รวมเวลาในการกักตัว 14 วันด้วย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเรามั่นใจว่ามาตรการสาธารณสุขควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กทม.มีโรงแรมรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 15,000&amp;nbsp; ห้อง จึงเพียงพอรับนักท่องเที่ยวเข้ามาวันละ 1,000 คน&amp;nbsp; แม้ไม่ได้ทำวีซ่าเข้าประเทศ เราก็มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กำหนดให้คนที่จะเดินทางเข้ามาต้องผ่านการตรวจโรคและเข้ามากักตัว พร้อมขอเอกสาร COE ซึ่งปัจจุบันมีคนต่างชาติเข้ามาไทยรวม 45,000 คน เราหวังว่าจากมาตรการนี้จะมีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาได้เดือนละมากกว่า 20,000 คน&amp;quot; นายจาตุรนต์ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86235</URL_LINK>
                <HASHTAG>1G1, COVID-19, ซูเปอร์สเปรดเดอร์, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ท่าขี้เหล็ก, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ระบาดรอบ 2, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fce46a406da5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ศบค.ชงต่ออายุพรก.1เดือน มท.สั่งจับตาพวกพ้นกักตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศบค.ชง ครม.ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือน สิ้นสุด 30 ก.ย. ผ่อนคลายเพิ่ม 3 กิจกรรม รับต้องบริหารอารมณ์ประชาชนให้ดี &amp;ldquo;หมอยง&amp;rdquo; ยันเคส 2 สาวติดเชื้อจากต่างประเทศไม่ใช่ระบาดรอบ 2 มท.สั่งทุกจังหวัดจับตากลุ่มที่พ้นกักตัว 14 วัน &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; เตรียมทำหนังสือขอร่วมวิจัยโควิดกับออกซ์ฟอร์ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019? (โควิด-19) โดยก่อนเข้าวาระการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ได้เน้นย้ำเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลสุขภาพของประชาชนว่า นอกจาก? ศบค.แล้ว ยังมีศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ หรือ ศบศ. เพิ่มขึ้นมาอีกด้วย เพื่อช่วยติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและวางมาตรการ เป็นการทำงานคู่ขนาน เพื่อประชาชนและประเทศ โดยจะดำเนินการทุกอย่างด้วยความระมัดระวัง พิจารณามาตรการอย่างเหมาะสม เพื่อให้การผ่อนคลายต่างๆ สอดรับกับเศรษฐกิจระดับฐานราก ระดับกลาง และระดับบนในห่วงโซ่ของการพัฒนา เพื่อจัดหารายได้ให้ประชาชนและประเทศต่อไป ส่วนปัญหาและอุปสรรค คือเรื่องของความเข้าใจ ความไม่ไว้วางใจ และความเชื่อมั่น ขอให้ทุกคนระมัดระวัง และรับทราบทั่วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 1 ราย ในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,390 ราย ยอดหายป่วยสะสม 3,219 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 113 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 58 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่เดินทางมาจากสิงคโปร์ เป็นชายไทย อายุ 56 ปี อาชีพพนักงานบริษัท/โรงงาน เดินทางถึงไทยวันที่ 7 ส.ค. เที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 3 ราย เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ จ.ชลบุรี ตรวจหาเชื้อในครั้งที่ 2 วันที่ 18 ส.ค. ซึ่งเป็นวันที่ 11 ของการกักตัว ผลพบว่าติดเชื้อ แต่ไม่มีอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ได้มีการหารือกันว่าหากมีการติดเชื้อจะทำอย่างไรให้ประชาชนได้เข้าใจและยอมรับว่าไม่ได้เป็นความผิดอะไรของใคร ทุกอย่างเป็นโรคระบาด สามารถเกิดขึ้นได้ และเราต้องร่วมกันรับผิดชอบ การหาเหตุหรืออะไรที่จะกล่าวโทษกันไม่เป็นการสร้างสรรค์ ให้เราเผชิญกับโรค ต้องร่วมมือกัน ไว้วางใจซึ่งกันและกัน เราจึงต้องเรียนรู้จากต่างประเทศเพื่อมาดูแลคนไทย รวมถึงยังพูดคุยถึงศักยภาพสาธารณสุข โดยมีการรายงานในที่ประชุม ศบค.ว่า 71 จังหวัดมีความก้าวหน้าของหนึ่งแล็บหนึ่งจังหวัด โดยความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน ขณะที่การพัฒนาการทดลองวัคซีน 4 ระยะของไทยโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่อยู่ก่อนระยะทดสอบในมนุษย์
ชงครม.ต่อพรก.ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ยังพิจารณาควรเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาขยายเวลาการประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ออกไปอีก 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1-30 ก.ย.นี้ ซึ่งก่อนจะมีมติออกมาเช่นนี้ มีการประชุมหารือกันหลายครั้ง โดยมีกระบวนการการทำงานที่ไม่ใช่รูปแบบเดิม ทุกกระทรวงต้องมามีส่วนร่วมในการตัดสินใจและนำเสนอเป็นขั้นตอนขึ้นไป จนกระทั่งถึงที่ประชุมใหญ่ ศบค. และมีปัจจัยเสี่ยงที่น่ากังวลก็คือคน เพราะการติดเชื้อนั้น ติดโดยผ่านพฤติกรรมของคน และคนที่สามารถควบคุมได้คือภายในประเทศ และที่พยายามจะควบคุมคือคนต่างด้าว ที่พยายามจะเข้ามาในประเทศ และการมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้ทำให้ชีวิตประจำวันของประชาชนเปลี่ยนไป การใช้ชีวิตประจำวันยังคงเดิมทุกอย่าง ไม่มีเคอร์ฟิว กิจการและกิจกรรมยังดำเนินไปได้ทุกอย่าง แต่ต้องอยู่ภายใต้ภาวะชีวิตวิถีใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาผ่อนคลายกิจกรรมและกิจการเพิ่มเติม 3 กิจกรรม ตามที่ได้ทดลองใช้มาแล้วตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ทั้งการเปิดเรียนเต็มรูปแบบ การให้ขนส่งสาธารณะมีจำนวนผู้โดยสารเต็มความจุมาตรฐาน การอนุญาตแข่งขันกีฬาแบบมีผู้ชม โดยกำหนดประเภทกีฬาให้เป็นสนามกีฬากลางแจ้งชนิดที่มีการตะโกนเชียร์และไม่มีการตะโกนเชียร์ สนามกีฬาในร่ม ชนิดมีการตะโกนเชียร์และไม่มีการตะโกนเชียร์ ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในระดับสีเขียว จึงร่างแนวทางจัดการแข่งขันกีฬาแบบมีผู้ชม โดยสนามกีฬากลางแจ้งที่มีการตะโกนเชียร์ให้มีผู้ชมได้ 25 เปอร์เซ็นต์ของความจุสนาม อาทิ ฟุตบอล รักบี้ ส่วนสนามกีฬากลางแจ้งที่ไม่มีการตะโกนเชียร์ ให้มีผู้ชมได้ 50 เปอร์เซ็นต์ของความจุสนาม เช่น เทนนิส ยิงธนู และยิงปืน ขณะที่สนามกีฬาในร่มที่มีการตะโกนเชียร์ ให้มีผู้ชมได้ 15 เปอร์เซ็นต์ของความจุสนาม อาทิ บาสเกตบอล วอลเลย์บอล และมวย ส่วนสนามกีฬาในร่มแบบไม่มีการตะโกนเชียร์ ให้มีผู้ชมได้ 25 เปอร์เซ็นต์ของความจุสนาม เช่น สนุกเกอร์และหมากรุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำอย่างไรจะทำให้คนไทยลดความกังวลลง โดยเฉพาะการกลัวคนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ หรือนักธุรกิจที่กำลังเดินทางเข้ามาติดต่อค้าขาย&amp;nbsp; นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า&amp;nbsp; โจทย์นี้เป็นโจทย์ที่ยากมาก นอกจากบริหารสถานการณ์โควิด-19 แล้ว ยังต้องบริหารอารมณ์คนไทย ศบค.วิเคราะห์แล้วว่าคนไทยในประเทศ หลังจากที่ปลอดเชื้อมีคน 2 กลุ่มคือ กลุ่มคนที่มีความสนใจในเรื่องสุขภาพมาก เขาจะกังวลถึงมาตรการที่จะออกมาว่ามีความเสี่ยงสูงอย่างไร และกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทำมาหากินไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องบริหารอารมณ์คนไทยทั้งสองฝั่งประคับประคองให้ไปด้วยกัน ซึ่งนายกฯ ในฐานะ ผอ.ศบค. ก็พูดเรื่องนี้ในที่ประชุม ศบค. ว่าจะทำอย่างไรที่เราจะต้องรักษาสถานการณ์และอารมณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังเกลาถ้อยคำในหนังสือที่ไทยจะขอร่วมทดลองวัคซีนป้องกันโควิด-19 กับทางมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ให้มีความกระชับและชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งรอหนังสือจากกรมสนธิสัญญาฯ กระทรวงการต่างประเทศ ส่งกลับมาถึงตนเพื่อลงนามในหนังสือดังกล่าว ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี 2 หญิงไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ และผ่านการกักกันตัวของรัฐ แต่พบซากเชื้อโควิด-19 ว่าเคสที่เกิดขึ้นล่าสุด พบเชื้อที่น้อยมาก แต่ดำเนินการตรวจเพาะเชื้ออีกครั้ง ซึ่งจะทราบผลใน 7 วัน และตรวจภูมิคุ้มกัน มั่นใจเคสนี้ไม่ได้เพิ่งเป็น แต่เป็นมานานแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ได้ติดตามญาติพี่น้อง คนใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความมั่นใจ นำมาตรวจเชื้อ โดยขณะนี้่พบว่าทุกคนยังเป็นปกติ จึงอยากให้ทุกคนมั่นใจ
ย้ำยังไม่ระบาดรอบ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข่าวเรื่อง &amp;quot;การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 2 การกลายพันธุ์&amp;quot; ว่ากรณีการพบเชื้อในไทยเมื่อ 2 ที่ผ่านมาว่า คนไข้รายที่ 1 ที่เข้ามาในไทยจนมาตรวจวินิจฉัยว่ามีไวรัสหลังจากกลับบ้านไปแล้ว รวมทั้งสิ้นห่างจากวันที่เข้ามาไทยวันแรก ระยะเวลายาวนานถึง 75 วัน และคนไข้รายที่ 2 เข้ามาในไทยจนถึงการตรวจพบเชื้อเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานั้น กินเวลาถึง 50 วัน ทุกคนจึงตกใจว่ามีการติดเชื้อในประเทศหรือไม่ ซึ่งระยะฟักตัวของโรคนี้ส่วนใหญ่เมื่อรับเชื้อแล้วมักจะเกิดอาการขึ้นภายใน 2-7 วัน และส่วนน้อยจะเกิดขึ้นภายใน&amp;nbsp; 14 วัน อีกทั้งส่วนน้อยมากๆ จะเกิดขึ้นภายใน 21 วัน แต่ในทางปฏิบัติเราคิดว่า 14 วันก็น่าจะเพียงพอ และเมื่อพ้นจาก State Quarantine ซึ่งทั้ง 2 รายติดเชื้อมาจากต่างประเทศอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ปริมาณชิ้นส่วนไวรัสของทั้ง 2 คนนั้นน้อยมาก แต่แน่นอนเพื่อความปลอดภัยเราต้องมีการสอบสวนว่ามีการไปสัมผัสกับใครบ้าง ซึ่ง ณ วันนี้ที่ตรวจมาก็ยังไม่พบผู้สัมผัสคนใดที่มีผลตรวจเป็นบวก แต่ก็ต้องตามผู้สัมผัสต่อไปเพื่อให้ทุกคนสบายใจ ดังนั้นจึงขอบอกว่าคนไข้ทั้ง 2 คนไม่ถือว่าเป็นการระบาดในระลอกที่ 2 เพราะคำว่าระลอก 2 คือต้องมีการติดต่อกันของเชื้อภายในประเทศให้เห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ยงยังระบุด้วยว่า ในต่างประเทศมีการระบาดอย่างหนักมาก โดยคาดการณ์ว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีผู้ป่วยติดเชื้อทั่วโลกอยู่ที่ 50 ล้านคน และเสียชีวิตที่ 1.5 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เปิดเผยว่า กรณีตรวจพบเชื้อโควิด-19 จากคนไทย 2 คน ที่เดินทางกลับจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และผ่านการกักตัว 14 วันแล้วนั้น นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด แจ้งอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ติดตามและเฝ้าระวังเพื่อสังเกตอาการผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศภายหลังที่พ้นจากการกักตัวแล้ว และเดินทางเข้าพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน ทั้งนี้ หากสงสัยหรือพบอาการป่วย ให้ประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อเข้ารับการรักษาและประเมินอาการว่าเข้าข่ายสงสัยว่าจะติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือไม่ หากเข้าข่ายสงสัยว่าจะติดเชื้อ ให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคที่จังหวัดกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์?รัฐบาล? กลุ่ม Love Is Not Tourism Thailand? จำนวน 8 คน นำโดย? น.ส.เทพสวรินทรี ตะเพียรทอง ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี? ขอเรียกร้องให้พิจารณาอนุญาตให้ครอบครัว คู่รักสามารถเดินทางเข้าประเทศไทย โดยขอให้พิจารณาออกวีซ่าหรืออนุญาตให้ครอบครัวและคู่รักได้เจอกันด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม โดยพิจารณาจากหลักฐาน? เช่น? พาสปอร์ตที่เดินทางเข้าในประเทศไทย? รูปถ่ายข้อความ? หรือวิดีโอต่างๆ เพื่อยืนยันความเป็นคู่รักและครอบครัว? รวมทั้งพิจารณาให้มีเที่ยวบินเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคนที่ตกค้างอยู่ต่างประเทศ หรือพิจารณาให้มีสายการบินพาณิชย์ตามปกติโดยเร็วที่สุด? ทั้งนี้? กลุ่มพร้อมยอมทำตามมาตรการด้านความปลอดภัยทุกอย่าง? เช่น? การกักตัวหรือการตรวจเชื้อโควิด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75179</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ซากเชื้อ, ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ระบาดรอบ 2, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200821/image_big_5f3fd450a6234.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2020 07:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2020 07:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;เตือน!ถ้าโควิดระบาดรอบ 2  ก็ยากในการที่จะควบคุมให้กลับมาเหมือนเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.63- ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ว่าการระบาดในระลอก 2 โควิด 19ในประเทศที่ควบคุมการระบาดได้ดี ก็ไม่พ้นการระบาดในรอบ 2 หรือ 3 แม้จะเป็นประเทศที่มีความพร้อม เช่นในญี่ปุ่น ฮ่องกง ออสเตรเลีย เวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การในระบาดรอบ 2 แต่ละประเทศ เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็ยากในการที่จะควบคุมให้กลับมาเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเวียดนาม เป็นตัวอย่างที่ดี กว่าจะรู้ว่ามีผู้ป่วย ผู้ป่วยที่พบเป็นผู้ที่มีอาการมากได้เข้าโรงพยาบาล แสดงว่ามีผู้ติดเชื้อและไม่มีอาการ หรือมีอาการน้อยอีกจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่เข้าในโรงพยาบาลยังไปแพร่เชื้อในโรงพยาบาล อีกคงยังเหลือประเทศไทย กับ นิวซีแลนด์ ที่ยังดูแลไม่ให้เกิดการระบาดขึ้นใหม่การพบผู้ป่วย ในประเทศไทย ยังพบเกือบทุกวัน ในสถานที่ควบคุม ผู้กลับจากต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประมาณกันว่า ผู้กลับจากต่างประเทศ 200 คน จะตรวจพบเชื้อ 1 คน หรือ 0.5 เปอร์เซ็นต์ (การตรวจพบ 384 คนในจำนวนผู้เข้ากัดกัน 67,106 คน) นับว่าเป็นจำนวนไม่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แสดงว่าโรคนี้ในต่างประเทศมีการระบาดมากจริงๆ ขนาดมีการคัดกรองก่อนเดินทางแล้วมาตรการในการกักกัน ผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศ จึงมีความสำคัญมาก ในการป้องกันการระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ประเทศไทย ยังมีพรมแดนธรรมชาติ ไม่ว่าทางทะเล หรือทางบกอีกยาวไกลการควบคุมผู้ลักลอบเข้าประเทศ ต้องเข้มงวดจริงๆ เพื่อไม่ให้มีผู้ติดเชื้อเข้ามาได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73442</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, นพ.ยง ภู่วรวรรณ, ระบาดรอบ 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200707/image_big_5f03c209651dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2020 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นโควิค-19 ระบาดรอบ 2 &#039;เกรท&#039;วอนคนไทยการ์ดอย่าตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มมีสัญญาณเตือนออกมาว่า วิกฤตไวรัสโควิด-19 อาจจะกลับระบาดอีกครั้งในประเทศไทย &amp;nbsp;โดยพระเอกหนุ่ม เกรท-วรินทร ปัญหกาญจน์ ยอมรับว่าไม่สบายใจกับข่าวที่เกิดขึ้น เพราะเหตุการณ์รอบแรกทำเอาเดือนร้อนไปทั่ว &amp;nbsp;แม้แต่ตัวเองก็อยู่แต่บ้าน รายได้เป็นศูนย์ ฝากถึงคนไทยทุกคนที่การ์ดไม่ตกอยู่แล้ว ก็ต้องมีอยู่ต่อไป ส่วนใครที่อาจจะเผลอการ์ดตกไปบ้าง ก็ลองใส่ใจตัวเองอีกสักครั้ง เหตุการณ์ครั้งนี้จะได้ไม่บานปลายไปถึงล็อกดาวน์อีกรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ถ้ามันเกิดเหตุการณ์เหมือนรอบแรก ก็เห็นใจผู้ประกอบการ หรือว่าใครที่ได้รับผลกระทบเยอะๆ เราเองก็ต้องอยู่แต่บ้าน มันศูนย์บาทแบบไม่ไหวแล้วนะ คืออันนี้อย่าให้มันเกิดถึงจะต้องล็อกดาวน์เหมือนรอบแรกเลย คนเดือดร้อนเยอะมาก &amp;nbsp;ผมเองหลังปลดล็อคโควิดมา ก็ถ่ายละครยับเลย เรียกว่าตอนนี้ก็ถ่ายละครอยู่ครับ ดาวคนละดวง ก็ถ่ายเร่งๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วตอนนี้ได้ข่าวโควิดมาอีกที ก็ได้แต่พูดแล้วก็พยายามดูแลตัวเอง &amp;nbsp;ตัวผมเองก็เริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันควรที่จะเป็น New normal อยู่ ก็คือใส่หน้ากาก หรือล้างมือถี่ขึ้น ในทุกๆ วันนี้ เห็นเจลที่ไหนก็กด ไปไหนมาไหนนั่งรถก็ต้องล้างมือ ผมว่าอันนี้ก็ยังทำอยู่ ก็ถือว่าเป็นวิธีการหนึ่ง ที่เรียกว่าการ์ดไม่ตก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้พอมันเริ่มกลับมาอีก เราก็ยิ่งต้องใส่ใจว่าเราจะไม่หย่อนในพฤติกรรมของเรา ผมเชื่อว่าพวกเราคนไทยผ่านวิกฤตครั้งแรกมาแล้ว ผ่านการล็อกดาวน์มาแล้ว รู้อยู่แก่ใจว่ามันส่งผลกระทบยังไงบ้าง ก็เห็นใจทุกๆ คนที่ได้รับผลกระทบ อยากบอกทุกคนที่การ์ดไม่ตกอยู่แล้ว ก็ต้องมีอยู่ต่อไป ส่วนใครที่อาจจะเผลอการ์ดตกไปบ้าง ก็ลองใส่ใจตัวเองอีกสักครั้งหนึ่ง เหมือนที่เคยทำในครั้งแรก เหตุการณ์ครั้งนี้จะได้ไม่บานปลายไปถึงล็อกดาวน์อีกรอบครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @great_rider10&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71528</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ดอย่าตก, ระบาดรอบ 2, เกรท-วรินทร ปัญหกาญจน์, โควิค-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200715/image_big_5f0ecb3d91886.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังฟุ้งรับมือโควิดรอบ2 ธปท.ยันศก.ผ่านจุดต่ำสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;คลัง&amp;rdquo; ยันมีแผนรับมือได้หากโควิด-19 ระบาดรอบ 2 แจงที่ผ่านมาไทยรับมือได้ดี เชื่อสถานการณ์ที่เกิดตอนนี้ไม่บานปลาย มั่นใจโครงการเที่ยวไปด้วยกันยังเดินหน้าต่อได้ &amp;quot;วิรไท&amp;quot; ย้ำเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ยอมรับว่ามีความน่าเป็นห่วงหากเกิดการระบาดของโควิด-19 ขึ้นอีกครั้ง เพราะจากการล็อกดาวน์ประเทศอย่างเต็มรูปแบบในช่วง มี.ค.-เม.ย.2563 และค่อยๆ ผ่อนปรนมาเรื่อยๆ จึงเริ่มเห็นว่าในช่วงนี้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจบ้างแล้ว แต่หากโควิด-19 กลับมาอีกรอบ อาจมีผลต่อบรรยากาศเหล่านี้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ยังยืนยันว่ากระทรวงการคลังมีแผนรองรับกรณีหากเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 กลับมารุนแรงมากขึ้นอีกครั้งแน่นอน โดยยังคงมีเครื่องมือทางการคลังเพียงพอในการดำเนินการอย่างเต็มที่ รวมไปถึงการหาแหล่งเงินที่มาจากการกู้ที่จะใช้ในการฟื้นวิกฤติในครั้งนี้ หากต้องใช้เงินเพิ่มในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เชื่อว่าเรารับมือได้ดี สถานการณ์ตอนนี้อาจจะเป็นช่องโหว่ แต่ก็จะแก้ไขได้ ไม่น่าบานปลาย แต่ในด้านการคลังก็พร้อมรับมือเต็มที่ มีแหล่งเงินเพียงพอ แม้จะต้องยอมรับว่าหากมีการกลับมาระบาดรอบ 2 อาจต้องใช้เงินเยอะในการประคองเศรษฐกิจก็ตาม แต่ยังไม่น่าห่วง&amp;rdquo; นายลวรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ทาง สศค.ยังเชื่อว่ากรณีดังกล่าวยังไม่กระทบต่อโครงการเที่ยวไปด้วยกัน ที่สนับสนุนให้คนไทยเที่ยวในประเทศในช่วงเดือน ก.ค.-ต.ค.นี้ เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศและการท่องเที่ยวให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง เพราะมาตรการนี้ได้เน้นให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีคนไทยติดเชื้อโควิด-19 และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ มีเพียงจังหวัดระยองที่เดียวที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่จังหวัดอื่นยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเมินเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ในช่วงไตรมาส 2/2563 ก่อนจะทยอยฟื้นตัว โดยต้องให้ความสำคัญกับนโยบายด้านอุปทานเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับบริบทใหม่หลังโควิด-19 โดยในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา มีมาตรการควบคุมการระบาดโควิด-19 ออกมา และสามารถควบคุมโควิด-19 ได้เป็นผลสำเร็จ ต่อจากนั้นจึงเห็นการเริ่มทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดออกมา ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยปรับเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ทั้งการเดินทาง การจับจ่ายใช้สอย และการผลิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ในส่วนของมาตรการที่ ธปท.ได้ออกมาเพื่อรับมือกับผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้มีการพิจารณาถึงการกลับมาระบาดรอบที่สองแล้ว โดยมาตรการที่ออกมาแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ การป้องกันการตื่นตระหนกของตลาดการเงิน การเยียวยา และการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งก็มีหลายมาตรการที่สามารถนำมาใช้ได้หากเกิดการระบาดระลอก 2 กลับมาอีกครั้ง แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันประเมินว่ามาตรการที่ ธปท.กำลังดำเนินอยู่มีความสามารถเพียงพอที่จะดูแลระบบเศรษฐกิจได้เพียงพออยู่&amp;rdquo; นายวิรไทกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71465</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ระบาดรอบ 2, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แผนรับมือ, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0dbb3eea2d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘โควิด’ป่วนระยอง! ทหารอียิปต์ติดเชื้อเดินห้างผู้ว่าฯสั่งกักตัวพนักงานรร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไทยป่วนผวาระบาดรอบ 2! พบ &amp;quot;ทหารอียิปต์&amp;quot; ติดโควิดพักโรงแรมระยอง-เที่ยวห้าง ศบค.เร่งส่งทีมสอบสวนโรคไล่เช็ก พร้อมแจงปม ด.ญ.วัย 9 ขวบครอบครัวคณะทูตติดเชื้อพักที่คอนโดฯ ใน กทม. ยันทั้งสองเคสเข้าไทยตามข้อยกเว้น เร่งใช้ข้อมูลปิดจุดอ่อนทำงาน โซเชียลมีเดียถล่มยับ &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; ปล่อยให้ใช้สิทธิ์วีไอพีไม่ต้องกักตัว อู่ตะเภาแจงยิบทำตามขั้นตอน PUI ผู้ว่าฯ ระยองประชุมด่วน ปิดห้องพัก-กักตัวพนักงาน รร.ไล่ตรวจหาเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม เวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า&amp;nbsp; สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย พบผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ ผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,220 ราย หายป่วยสะสม 3,090 ราย ผู้ป่วยรักษาอยู่ 72 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม จำนวนคงที่ 58&amp;nbsp; ราย ทั้งนี้ไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกัน 49 วัน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่รายที่ 1 กลับจากคูเวต&amp;nbsp; เป็นชายไทย อายุ 48 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางถึงไทย 29 มิ.ย. เข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ในกรุงเทพฯ วันที่ 11 ก.ค.ตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ รายที่ 2 จากบาห์เรน เป็นหญิงไทย อายุ 22 ปี เดินทางถึงไทย 12 ก.ค. ผ่านการคัดกรอง ณ ด่านควบคุมโรค พบว่ามีอาการเข้าเกณฑ์ จากนั้นวันที่ 12&amp;nbsp; ก.ค.ตรวจพบเชื้อ ขณะนี้รักษาที่ รพ.ฉะเชิงเทรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรายที่ 3 เป็นทหารชายสัญชาติอียิปต์ อายุ 43 ปี ซึ่งเดินทางพร้อมกับคณะรวม 31 คนในวันที่&amp;nbsp; 8 ก.ค. ที่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา และเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ ซึ่งเป็นโรงแรมจังหวัดระยอง วันที่ 9 ก.ค.ชายคนดังกล่าวเดินทางไปปฏิบัติภารกิจทางทหารประเทศจีนและกลับมาเมืองไทยอีกครั้งวันเดียวกัน โดยวันที่ 10 ก.ค.ตรวจหาเชื้อพร้อมลูกเรือรวมทั้งหมด 31 ราย และคณะทั้งหมดเดินทางกลับวันที่ 11 ก.ค. ทั้งนี้ผลตรวจยืนยันออกมาวันที่ 12 ก.ค. พบเชื้อ 1 ราย ส่วนอีก 30&amp;nbsp; รายไม่พบเชื้อ อย่างไรก็ตามการเดินทางของทหารกลุ่มนี้เป็นไปตามเงื่อนไขข้อยกเว้น ที่ให้ลูกเรือต่างชาติเข้ามาปฏิบัติภารกิจในประเทศไทยได้ และในขณะนี้ที่เปิดให้เดินทางเข้ามามากขึ้นตามข้อยกเว้นของ ศบค. จากนี้ทีมสอบสวนโรคจะเข้าไปสอบสวนโรคอย่างละเอียดที่โรงแรมดังกล่าว พร้อมกันนี้ยังพบว่าคณะดังกล่าวมีการเดินทางไปยังสถานที่บางแห่งใน จ.ระยอง เช่น ห้างสรรพสินค้า ซึ่งทีมสอบสวนโรคจะเข้าไปตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีกรณีผู้ป่วยเด็กหญิงอายุ 9 ขวบ เป็นครอบครัวคณะทูตจากแอฟริกา เดินทางจากแอฟริกาวันที่ 7 ก.ค.มารวม 5 คน โดยผลตรวจก่อนขึ้นเครื่องไม่พบเชื้อโควิด-19 มาถึงไทยวันที่ 10&amp;nbsp; ก.ค. ผ่านด่านคัดกรองไม่มีอาการ แต่เก็บตัวอย่างส่งตรวจ พบเชื้อในเด็กหญิงอายุ 9 ขวบ บิดาเด็กหญิงจึงนำตัวไปรักษาที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. มีการตรวจซ้ำ ขณะที่ครอบครัวเด็กหญิงคนดังกล่าวพำนักที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งใน กทม. โดยวันที่ 11 ก.ค.เด็กหญิงคนดังกล่าวมีอาการปอดอักเสบและได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่ง กรณีนี้เป็นอีกหนึ่งกรณีที่ได้รับข้อยกเว้นให้แก่คณะทูตที่มาปฏิบัติงานในประเทศไทย แล้วให้ไปพำนักอยู่ในสถานที่ของสถานทูต ซึ่งกรณีนี้เป็นคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง จากนี้จะทำการสอบสวนโรคในพื้นที่ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่นั้นให้ความร่วมมือ ยืนยันเราจะดูแลอย่างดี
ศบค.เร่งปิดจุดอ่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งกรณีทหารชาวอียิปต์และเด็กหญิงที่เป็นสมาชิกครอบครัวคณะทูตถือเป็นข้อยกเว้นของ ศบค.&amp;nbsp; เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราไม่กล่าวโทษใครเพราะเขาได้รับอนุญาต ไม่ใช่ข้อผิดพลาดอะไร ชุดข้อมูลนี้เราจะนำไปปรับปรุงวิธีการทำงาน ปิดจุดอ่อนให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เพราะกรณีของสถานทูตนั้นเราเข้าใจว่าทุกสถานทูตมีพื้นที่พำนัก แต่กรณีนี้ที่ใช้คอนโดฯ เป็นสถานที่พำนัก กระทรวงการต่างประเทศจะประสานทำความเข้าใจให้สถานทูตต่างๆ ต้องกักตัวครอบครัวในคณะทูตให้อยู่ในสถานที่ของท่านเองเป็นเวลา 14 วัน และยืนยันขณะนี้ยังไม่มีข้อเสียหายอะไรเกิดขึ้น ข่าวดังกล่าวที่ออกมาจะช่วยย้ำเตือนให้ประชาชนรู้ว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องใกล้ตัว&amp;quot; โฆษก ศบค.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์โลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม 13,035,942 ราย รักษาหายแล้ว 7,582,035 ราย เสียชีวิต 571,571 ราย ขณะที่รูปแบบการเรียนการสอนของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่มีทั้งสิ้น 29,235 โรงเรียน สามารถเปิดเรียนได้ปกติ 24,703 โรงเรียน เรียนแบบผสมผสาน 4,532 โรงเรียน โดยแบ่งเป็น 5 รูปแบบ คือสลับชั้นมาเรียนแบบสลับวันเรียน สลับชั้นมาเรียนแบบสลับวันคู่วันคี่ สลับชั้นมาเรียนแบบสลับวันเรียน มาเรียน 5 วัน หยุด 9 วัน สลับช่วงเวลามาเรียนแบบเรียนทุกวัน สลับมาเรียนแบบแบ่งนักเรียนในห้องเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม และเลือกรูปแบบที่&amp;nbsp; 1-5 รวมกับรูปแบบอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อเท็จจริงเรื่องการปล่อยให้นักธุรกิจชาวปากีสถานที่เอกสารไม่ครบเข้ามา จะส่งกลับหรือให้ทำธุรกรรมในประเทศไทยต่อ นพ.ทวีศิลป์กลาวว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กพูดคุยกันพบว่า ในชุดคนที่มาทั้งหมดจากปากีสถาน 27 ราย เข้ามาโดยมีเอกสารครบถ้วน แต่เอกสารระหว่างหน่วยงานของทั้ง 27 คนนั้นครบถ้วน 19 คน อีก 8 คนการประสานงานภายในของเรามีความล่าช้า ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะรับไปปรับปรุงแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีชาวต่างชาติที่หลบหนีเข้ามาโดยช่องทางธรรมชาติแบบผิดกฎหมายจำนวน 3,000-4,000 คนนั้น ขอชี้แจงว่าเป็นตัวเลขรวมในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. ตัวเลขกลุ่มดังกล่าวที่อยู่ในไทยไม่ได้มากขนาดนั้น เพราะเมื่อเจอตัวจะผลักดันกลับทันที ในส่วนที่เข้ามาในใจกลางประเทศก็อยู่ในสถานกักขังของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ซึ่งมีพื้นที่รองรับและมีกรมควบคุมโรคเข้าไปตรวจโรคเป็นประจำ&amp;nbsp; ไม่ได้ถือเป็นแหล่งเพาะเชื้อ ขณะนี้รอการดำเนินการขั้นตอนตามกฎหมายเพื่อส่งตัวกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี?และ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ชาวอียิปต์เดินทางไปในสถานที่ในพื้นที่ จ.ระยองว่า &amp;quot;สั่งการให้ดูแลอย่างเต็มที่เลย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ว่าทุกอย่างคืบหน้าไปมาก และต้องนำผลการทดลองในแต่ละขั้นมาขอความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)&amp;nbsp; และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขสั่งการให้ความสำคัญ หากทุกอย่างได้มาตรฐานจะต้องทำให้รวดเร็ว ส่วนจะสามารถเสร็จสิ้นเมื่อไหร่นั้นต้องถามจากทีมแพทย์ แต่เท่าที่ทราบถือว่ามีข่าวดี ทั้งนี้ต้องระมัดระวังเมื่อผ่านการทดลองในสัตว์แล้วมาทดลองในมนุษย์ เราต้องมั่นใจจริงๆ&amp;nbsp; ว่าปลอดภัย และที่สุดแล้วก็ต้องผ่านการรับรองของ อย. ยืนยันเราพยายามทำให้ได้เร็วที่สุด แต่เราต้องเน้นเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีน คิดว่าการค้นคว้าในตอนนี้เขาเร่งอย่างเต็มที่ โดยกระทรวงสาธารณสุขจะให้การสนับสนุนทุกอย่าง
&amp;#39;บิ๊กแดง&amp;#39; โดนถล่มเละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง ศบค.เปิดเผยข้อมูลพบทหารสัญชาติอียิปต์ติดโควิด-19 โดยเป็นหนึ่งใน 11 กลุ่มชาวต่างชาติที่สามารถเข้าประเทศไทยได้ ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 6) โดยจัดอยู่ในกลุ่มผู้ควบคุมยานพาหนะ ซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรตามภารกิจ และมีมาตรการรองรับในการกำกับดูแล พร้อมเข้าพักในโรงแรมและเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าที่ จ.ระยองนั้น ปรากฏว่าโซเชียลมีเดียได้โพสต์ข้อความโจมตีและเรียกร้องความรับผิดชอบจาก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ที่ก่อนหน้านี้ได้ออกมาชี้แจงบุคคลและคณะวีไอพีจากต่างประเทศเดินทางเข้าประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ร.ท.กฤชพล เรียงเล็กจำนงค์ ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา ชี้แจงถึงกรณีทหารอียิปต์เข้าพักในโรงแรมจังหวัดระยองระหว่างเครื่องบินแวะพักเติมน้ำมันสนามบินอู่ตะเภาตรวจพบการติดเชื้อโควิด-19 ว่า ขั้นตอนการปฏิบัติสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาในท่าอากาศยานอู่ตะเภาต้องปฏิบัติการตามมาตรการที่ ศบค.กำหนด โดยการท่าอากาศยานอู่ตะเภาจะมีศูนย์ปฏิบัติการที่แต่งตั้งขึ้นโดยผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามคำสั่งของ ศบค.ที่นายกรัฐมนตรีลงนามไปเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดในการออกกฎ กติกา การบริหารจัดการต่างๆ โดยอู่ตะเภาจะมีด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ มีคณะทำงานที่มีเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขมาปฏิบัติงาน ร่วมกับทางตรวจคนเข้าเมืองทำการคัดกรองโรคหรือสอบสวนโรค&amp;nbsp; (PUI) หากไม่พบผู้ต้องสงสัยหรือไม่มีผู้ใดมีพฤติการณ์ที่เสี่ยงต่อการติดต่อของโรค หรือไม่พบภาวะผิดปกติใดๆ ขั้นตอนก็จบลงและส่งต่อไปเข้าที่พัก ส่วนที่รับผิดชอบคือสาธารณสุขจังหวัดระยอง เพื่อรอการประเมินการคัดกรอง ทาง State Quarantine ก็จะรับไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคณะดังกล่าวมีทั้งหมด 31 คน คาดว่ามีเพียงหนึ่งคนในคณะนั้นหนีออกมาข้างนอกระหว่างที่เข้าพัก แต่คนที่หนีออกมาคือคนที่ตรวจพบเชื้อหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ คงต้องถามรายละเอียดจาก ศบค. ทั้งนี้ ยืนยันว่าขั้นตอนการตรวจสนามบินไม่พบความผิดปกติ ซึ่งการตรวจสอบทำด้านนอกอาคารผู้โดยสาร ไม่ได้เข้ามาปะปนกับในอาคารผู้โดยสาร เพราะเป็นลักษณะของ State Aircraft มีการแจ้งเข้าออกในประเทศล่วงหน้า และต้องได้รับอนุญาตในเรื่องแผนการบิน และตารางการบินอยู่ในประเทศ ซึ่งมีหน่วยงานรับผิดชอบอยู่แล้วที่ประเทศต้นทาง จะต้องประสานมาทางกระทรวงการต่างประเทศ สถานทูตในประเทศไทย สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เป็นขั้นตอนทางการทูต หรือ Diplomatic&amp;nbsp; Clearance ซึ่งการท่าอากาศยานฯ ไม่มีอำนาจไปยับยั้ง แต่มีอำนาจในการตรวจสอบตามมาตรการที่กำหนดเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวยืนยันว่า กองทัพบกและ พล.อ.อภิรัชต์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้นกับการเดินทางมาไทยของทหารสัญชาติอียิปต์ที่ติดโควิด-19 พร้อมลูกเรือ ในฐานะที่เป็นหนึ่งใน 11 กลุ่มชาวต่างชาติที่สามารถเข้าประเทศไทยได้ ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9&amp;nbsp; แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในการสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 6) โดยจัดอยู่ในกลุ่มผู้ควบคุมยานพาหนะ ซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรตามภารกิจ และมีมาตรการรองรับในการกำกับดูแล ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนได้ใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล โดยเฉพาะการติดเทรนด์ #ในทวิตเตอร์ และโซเชียลมีเดีย กล่าวหาและเชื่อมโยงให้เกิดความเข้าใจผิดว่ากองทัพบกหรือผู้บัญชาการทหารบกมีส่วนเกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวภายหลังเรียกประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดระยองเป็นการด่วนว่า หลังได้รับรายงานจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง พบว่ามีกลุ่มทหารที่เข้าพักโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดมีผลเป็นบวก 1 ราย จังหวัดระยองได้สั่งการให้ทีมสอบสวนโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลงไปสอบสวนโรค ตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนบุคคลที่มีความเสี่ยงในการสัมผัสใกล้ชิด ซึ่งมีตัวแทนจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ร่วมสอบสวนโรคด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนว่าจะมีผู้ที่มีการสัมผัสอย่างไร ในส่วนของห้างสรรพสินค้ายังไม่ทราบว่ามีกลุ่มทหารไปเดินเที่ยวกี่ราย และคนที่ติดเชื้อไปด้วยหรือไม่ ซึ่งจะมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงแรมอย่างละเอียด คาดว่า 1-2 วันนี้น่าจะชัดเจนว่าไปที่ไหนมาบ้าง เบื้องต้นขณะนี้ได้มีการสั่งปิดห้องพักและพื้นที่ชั้นบนสุด 2 ชั้นของโรงแรมแห่งดังกล่าวที่กลุ่มทหารอียิปต์เข้าพัก และสั่งกักตัวพนักงานโรงแรม 2 คนที่ขึ้นไปเสิร์ฟอาหารบนห้องของกลุ่มทหารดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุนทร เหรียญภูมิการกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจหาเชื้อจากผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ เข้าเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อของพนักงานที่สัมผัสใกล้ชิดรวม 12 คนเพื่อนำไปตรวจสอบที่ รพ.ระยอง และกำลังคัดกรองพนักงานที่ทำงานในวันที่ผู้ติดเชื้อเข้าพัก
ระยองผวาทั้งจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวจังหวัดระยองหลังทราบว่ามีกลุ่มทหารที่ติดโควิดเดินเที่ยวห้างในจังหวัดระยองต่างก็เกิดความวิตกกังวล โดยมีการตรวจสอบในช่องทางออนไลน์หาข้อมูลว่าทหารชาวอียิปต์เข้ามาพักโรงแรมแห่งใด และเดินทางไปที่ใดบ้าง พร้อมวิจารณ์ไปต่างๆ นานากรณีรัฐบาลปล่อยให้บุคคลพิเศษเข้ามาในประเทศทำให้เสี่ยงต่อการระบาดระลอก 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีทหารอียิปต์ที่มาพักโรงแรมใน จ.ระยอง และตรวจพบเชื้อโควิด-19 ว่า ตัวโรงแรมถูกสั่งปิดแล้ว และพบผู้มีความเสี่ยงสัมผัสจึงได้สั่งให้กักตัวเองเพื่อดูอาการ และจะมีการติดตามสอบสวนบุคคล รวมทั้งการตรวจเชิงรุกและสุ่มตรวจในวงกว้าง เพื่อขีดวงในการป้องกันการแพร่ระบาด ทั้งนี้ ได้รับรายงานว่าทหารอียิปต์ที่เข้ามาพักไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจสวอป (สารคัดหลั่ง) และได้ออกไปเดินห้างสรรพสินค้า คือห้างเซ็นทรัลและห้างแหลมทองตั้งแต่เวลา 11.00-15.00 น. ดังนั้นจะต้องมีการติดตามจากกล้องวงจรปิดในการสอบสวนว่าไปในส่วนไหน&amp;nbsp; สัมผัสใครบ้าง รวมถึงรถที่ใช้เดินทางจากโรงแรมไปห้างด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นจะต้องพักในโรงแรมเท่านั้น แต่ไม่เชื่อฟัง เดินทางออกนอกโรงแรม ไม่ยอมให้ตรวจ ขัดขืน จึงต้องประสานไปที่สถานทูตถึงได้ให้ความร่วมมือ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมช.สาธารณสุขกล่าวว่า ขอให้มั่นใจว่าจะขีดวงให้กว้างที่สุดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อใน จ.ระยอง โดยในวันพรุ่งนี้ตนจะลงไปในพื้นที่ด้วย ครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งปัจจัยที่มีโอกาสทำให้เกิดการแพร่ระบาดระลอก 2 ได้ แต่จะพยายามดำเนินการอย่างรอบคอบให้ดีที่สุด หากผลสอบสวนพบว่ามีจุดบกพร่องอย่างไรก็จะดำเนินการแก้ไขไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก จะต้องคุยกันว่าต้องมีขั้นตอนปฏิบัติที่ชัดเจน หน่วยงานใดรับผิดชอบต้องคุมให้ได้ก็จะไม่มีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ได้กำชับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และกระทรวงแรงงาน ให้ร่วมกันปฏิบัติการเชิงรุก คุมเข้มเฝ้าระวัง สกัดกั้น กวาดล้าง ปราบปรามขบวนการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย ทั้งพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ชั้นในต่อเนื่อง ควบคู่กับการรุกตรวจสอบคัดกรองแรงงานต่างด้าวในสถานประกอบการ ในขณะที่ความต้องการแรงงานสูงและพบสถิติการจับกุมแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายมากขึ้น หลังมาตรการผ่อนคลายควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 พร้อมย้ำต้องไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องหรือรับประโยชน์โดยเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประวิตรขอให้กองทัพโดยกองกำลังป้องกันชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำ เข้าไปสนับสนุนภารกิจการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวตามพื้นที่ชายแดน โดยเพิ่มความถี่การลาดตระเวนตามช่องทางธรรมชาติมากขึ้น และให้ประสานกองกำลังป้องกันชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเมียนมาและกัมพูชาให้ร่วมแก้ปัญหาการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายที่มีมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับช่องทางผ่านแดนและพื้นที่ชั้นในเข้ามา ขอให้ฝ่ายปกครองและตำรวจร่วมกันเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายตามข้อกำหนดกับการผ่านแดน ควบคู่กับการตรวจคัดกรองควบคุมโรคอย่างเข้มข้น&amp;nbsp; พร้อมทั้งเปิดปฏิบัติการกวาดล้างจับกุมเครือข่ายขบวนการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายในทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่องจริงจัง โดยสืบโยงไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังและปลายทางนายจ้างที่รับแรงงานผิดกฎหมายเข้าทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้ขอให้กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานจัดหางานทุกจังหวัด เฝ้าระวังติดตามความเคลื่อนไหวและแนะนำคนต่างด้าวในพื้นที่ให้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมทั้งรุกเข้าไปตรวจสอบแรงงานต่างด้าวตามสถานประกอบการกลุ่มเสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมประมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา&amp;nbsp; ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ซึ่งกำกับดูแลงานด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ กำชับ กวดขันหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มในการตรวจคัดกรองบุคคล หรือยานพาหนะตามช่องทางจุดผ่านแดนถาวร จุดผ่อนปรน และตามแนวช่องทางธรรมชาติ สกัดกั้นบุคคล หรือขบวนการขนแรงงานต่างด้าวที่จะลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายอย่างเข้มข้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71358</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ทหารอียิปต์, ระบาดรอบ 2, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เร่งส่งทีมสอบสวน, โควิด 19, โควิด-19, โควิดป่วนระยอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0c6ab82058a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
