<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2020 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2020 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุสรณ์&#039;ชี้หากโควิดระลอกสองทำปิดเมืองอีกศก.ไทยทรุดหนักแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.63-นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การติดเชื้อ covid-19 ทั่วโลกมากกว่า 27 ล้านคน และ ประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่ามีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ประเทศไทยจะเข้าสู่การระบาดระลอกสอง Covid-19 แต่เชื่อมั่นว่า ระบบสาธารณสุขของไทยจะรับมือการแพร่ระบาดได้ดีกว่าหลายประเทศที่มีการระบาดระลอกสองไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบทางเศรษฐกิจยังไม่สามารถประเมินได้ชัดเจนและขึ้นอยู่กับว่า ไทยต้องปิดเมืองรอบสองหรือไม่ หากปิดเมืองรอบสอง การหดตัวติดลบ 12.2% ในไตรมาสสองจะไม่ใช่จุดต่ำสุดของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เป็นตัวกำหนดการใช้จ่ายภายในประเทศจะเป็นปัจจัยสำคัญในการบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้จะเป็นอย่างไร ประเมินในเบื้องต้นว่า &amp;nbsp;ผลกระทบทางเศรษฐกิจของการระบาดระลอกสองต่อระบบเศรษฐกิจและระบบการเงินของประเทศอาจจะรุนแรงกว่าการระบาดระลอกแรก หากการระบาดระลอกสองนำไปสู่การปิดเมืองแบบเดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคมอีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์กล่าวว่า &amp;nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนเตรียมรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดระลอกสองของ Covid-19 ในไทยด้วยความไม่ประมาท แม้นความพร้อมของระบบสาธารณสุขและการรองรับผู้ป่วยของประเทศดีขึ้นมากกว่าในช่วงระบาดระลอกแรก แต่ฐานะทางการเงินการคลังของประเทศอ่อนแอลง หนี้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจพุ่งสูงและมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ ศักยภาพในการรองรับผลกระทบของเศรษฐกิจไทยจากการปิดเมืองเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดระลอกสองด้อยลง มีข้อจำกัดในการใช้นโยบายทางการคลังและมาตรการทางเศรษฐกิจอื่นๆมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นโยบายการเงินการคลังเสนอให้ผ่อนคลายเพิ่มเติม โดยมีข้อเสนอดังต่อไปนี้ ข้อแรก สำหรับครัวเรือนที่มีสัดส่วนภาระหนี้สินเกิน 100% ของรายได้และสมาชิกในครอบครัวถูกปลดออกจากงานหรือว่างงานจากภัยพิบัติธรรมชาติ (กรณีเกษตรกรประสบภัยแล้งหรือน้ำท่วม) ควรศึกษาถึงการยกเลิกหนี้ครัวเรือนลง 30-50% ในระบบและพักการชำระหนี้เป็นเวลา 2 ปี หากครัวเรือนเป็นหนี้นอกระบบหรือหนี้ธนาคารพาณิชย์ให้โอนมายังธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ พร้อมให้เงินช่วยเหลือชดเชยรายได้ครอบครัวละ 5,000 บาทต่อเดือน (ไม่รวมแรงงานที่อยู่ในระบบประกันสังคมซึ่งมีระบบประกันการว่างงานดูแลอยู่แล้ว) เป็นระยะเวลา 6 เดือน มอบสินเชื่อเพื่อการศึกษาไม่คิดดอกเบี้ยสำหรับบุตรธิดา และ สินเชื่อเพื่อการดำรงชีพในอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 2%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อสอง ครัวเรือนที่มีรายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 15,000 บาท ให้พักชำระหนี้เป็นเวลา 2 ปี หากครัวเรือนเป็นหนี้นอกระบบหรือหนี้ธนาคารพาณิชย์ให้โอนมายังธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ มอบสินเชื่อเพื่อการศึกษาไม่คิดดอกเบี้ยสำหรับบุตรธิดา และ สินเชื่อเพื่อการดำรงชีพในอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 2% ข้อสาม จัดตั้งกองทุนเพื่อปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษ โดยให้ธุรกิจท่องเที่ยวและกิจการต่อเนื่องนำเงินไปปรับโครงสร้างกิจการเพื่อไปประกอบธุรกิจอื่น และ ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก Disruptive Technology และ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค &amp;nbsp;ข้อสี่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;จัดสรรงบประมาณของรัฐบาลหรือสนับสนุนทางการเงินหรือสินเชื่ออัตราดอกเบี้ย 0% สำหรับการวิจัยวัคซีน Covid-19 การผลิต การแจกจ่ายให้ทั่วถึงและประชาชนสามารถเข้าถึงการตรวจ การฉีดวัคซีนป้องกันฟรีทั้งหมด โดยนำเงินงบประมาณที่รั่วไหล (Leakage) จากการสั่งซื้อหรือนำเข้าวัสดุอุปกรณ์ต่างๆที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนมาใช้สนับสนุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ข้อเสนอมาตรการทางการเงินดังกล่าวสามารถดำเนินการได้ทันทีผ่านกลไกธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ฉะนั้น รัฐบาลต้องเตรียมงบประมาณเพื่อเพิ่มทุนให้กับสถาบันการเงินของรัฐด้วยเพื่อสามารถดำเนินการตามข้อเสนอแนะทางนโยบายตามที่กล่าวมา คาดการณ์ว่า ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐต้องเพิ่มทุนภายในปีหน้าอีกครั้งหนึ่ง หากสถานการณ์เศรษฐกิจไม่กระเตื้องขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงปีหน้า ธนาคารพาณิชย์บางแห่งอาจจำเป็นต้องเพิ่มทุนในช่วงปีหน้าเช่นเดียวกัน หากธนาคารพาณิชย์บางแห่งไม่สามารถเพิ่มทุนได้และมีหนี้เสียจำนวนมาก รัฐต้องเข้าไปลดทุนเพื่อชดเชยความเสียหายจากการขาดทุนหรือหนี้เสียก่อนแล้วจึงเพิ่มทุนแล้วแปลงสภาพธนาคารเอกชนเป็นธนาคารรัฐวิสาหกิจระยะหนึ่ง (อาจใช้เวลา 3-5 ปี) แล้วค่อยแปรรูปธนาคารรัฐวิสาหกิจแห่งนั้นกลับไปเป็นธนาคารเอกชนในภายหลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์กล่าวว่า การที่ไทยจะรอดพ้นการระบาดระลอกสองอย่างรุนแรงได้เหมือนบางประเทศนั้น เราต้องให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามแนวทางของสาธารณสุขอย่างจริงจังและร่วมกันควบคุมการแพร่ระบาดอย่างมีเอกภาพ จากงานวิจัยและข้อมูลในเชิงประจักษ์พบว่า ประเทศที่มีการระบาดระลอกสองรุนแรง ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้าง เป็นเพราะมีระบบสาธารณสุขอ่อนแอ ประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ ประชาชนมีฐานะยากจนและมีหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ไม่สามารถหยุดงานได้เมื่อติดเชื้อ ไม่บอกความจริงเพราะกลัวตกงาน และมักมีระบบการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม ไม่มีความมั่นคงในงาน มีงานศึกษาของ OECD พบว่า สถานการณ์ในตลาดการจ้างงานจะย่ำแย่กว่าวิกฤตการณ์เศรษฐกิจการเงินในปี พ.ศ. 2551-2552 มากกว่า 10 เท่าหากมีการระบาดระลอกสองทั่วโลก และ จะทำให้คนอีก 80 ล้านคนว่างงาน อัตราการว่างงานของกลุ่มประเทศ OECD จะเพิ่มขึ้นไปที่ระดับ 10%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในปีนี้ หากมีการระบาดระลอกสองรุนแรงทั่วโลกอัตราการว่างงานของกลุ่ม OECD อาจทะลุ 12.6% อัตราการว่างงานจะยังอยู่ในระดับสูงในปีหน้ากรณีไม่มีระบาดระลอกสองรุนแรง อัตราการว่างงานจะอยู่ที่ 7.7% ระบาดระลอกสองรุนแรงอยู่ที่ 8.9% การที่กลุ่มประเทศ OECD ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของไทยเศรษฐกิจหดตัวและมีการว่างงานสูงมาก ย่อมส่งผลกระทบต่อภาคส่งออกของไทยให้ติดลบต่อไปจากอุปสงค์นำเข้าสินค้าที่จะลดลงอย่างชัดเจนในช่วงไตรมาสสี่และอาจต่อเนื่องถึงปีหน้า ประเทศไทยควรนำระบบ Job Retention Programmes เพื่อรักษาการจ้างงานและกำลังซื้อภายในระบบเศรษฐกิจเอาไว้เช่นเดียวกับประเทศ OECD บางประเทศดำเนินการอยู่&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76644</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ, ผลกระทบเศรษฐกิจ, ระบาดระลอกสอง, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc0266adb57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2020 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2020 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039;ห่วงโควิดระบาดซ้ำหลังคลายเฟส4 เตือนอย่ารีบเปิด&#039;ทราเวลบับเบิล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย. 63 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ช่วงนี้ได้ข่าวจากประเทศจีน เรื่องการกลับมาระบาดในปักกิ่ง ฟังข่าวแล้วเป็นห่วง มีติดเชื้อแบบมีอาการหลายสิบคน และอีกหลายสิบคนยังไม่มีอาการ ประวัติมาจากตลาดสด เอาใจช่วยทางการจีนให้จัดการควบคุมโรคได้โดยเร็ว และปลอดภัยทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ไทยเรามีรายงานติดเชื้อรายใหม่ 1 คน เป็นน้องนักศึกษากลับจากอเมริกา ขอให้หายไวไวและปลอดภัยครับจากประสบการณ์ส่วนตัว เมื่อเช้าไปซื้ออาหารเช้าที่ร้านขายข้าวหมูแดง ซาลาเปา ติ่มซำเจ้าดัง มีเจล มีตำแหน่งระบุให้ยืน แต่ไม่มีการตรวจคัดกรองไข้ ยังดีที่กระจกตรงประตูทางเข้ามีป้ายคิวอาร์โค้ดให้สแกนไทยชนะเห็นสะดุดตา เลยเช็คอินเช็คเอ้าท์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไปร้านสะดวกซื้อเจ้าดัง มีเจล แต่ก็ไม่มีการคัดกรองไข้ ในขณะที่กวาดตาหาคิวอาร์โค้ด หาไม่เจอ ดูไปดูมา เห็นป้ายเล็กๆ วางไว้ตรงพื้นข้างประตู หลบมุมไว้ ประเมินแล้วคงยากที่จะมีคนสแกน ไปร้านกาแฟชื่อดังราคาย่อมเยาในละแวกเดียวกัน (เพราะทุกร้านอยู่ในปั้มน้ำมันเดียวกันหมด) มีจุดยืนระบุไว้ตรงพื้น ห่างกันครึ่งเมตร มีเจล แต่ป้ายคิวอาร์โค้ดก็สังเกตลำบาก และที่เหมือนกันกับอีกสองร้านแรกคือ ไม่มีคัดกรองไข้ จากที่พบเห็นมาในช่วงนี้ การ์ดของธุรกิจห้างร้านค่อนข้างหย่อนไปมากทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้นึกถึงสักสองสัปดาห์ก่อน ได้มีโอกาสนั่งคุยกับหนึ่งในคีย์แมนของงานภาคสนาม มีสาระสำคัญว่า ในความเป็นจริง เค้ายอมรับว่า มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้ทำการเช็คอินเช็คเอ้าท์ และมีกิจการจำนวนไม่น้อยที่ไม่ทำตามมาตรการที่รัฐกำหนด ไม่ว่าจะเป็นการจัดสิ่งแวดล้อม หรือการคัดกรองไข้ รวมถึงการบันทึกรายชื่อและเบอร์ติดต่อของคนมารับบริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเวลาเกิดจับพลัดจับผลูมีเหตุการณ์ติดเชื้อขึ้นมา การจะไปตามตัวคนให้ครบทุกคนจริงๆ นั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย หากเป็นเช่นที่กล่าวมา เคยย้ำไปหลายครั้งหลายหนผ่านสื่อสาธารณะว่า ยังไม่เห็นประเทศไหนเลยที่ปลดล็อกแล้วไม่มีโรคระบาดกลับมา ทำให้เชื่อว่า มาแน่ แต่จะมาช้ามาเร็ว มาน้อยหรือมามาก ก็เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวตัดสินคือ การปฏิบัติตัวของประชาชนทุกคน และกิจการห้างร้านต่างๆ ถ้าเราเคร่งครัด มีวินัย ความปลอดภัยก็จะมาก เคสใหม่ก็จะน้อย ดังที่เราเห็นในไต้หวัน ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ทำได้ดีมากในเรื่องการควบคุมป้องกันโรคอย่างพร้อมเพรียง
ปลดล็อกระยะที่ 4 เริ่มพรุ่งนี้แล้ว โอกาสระบาดซ้ำก็มีมากกว่าเดิม แต่ยิ่งกว่านั้น ที่น่าเป็นห่วงคือ กระแสกดดันให้รีบเอานักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา จะอ้างชื่อโมเดลเก๋ๆ บับบ้งบับเบิ้ลอะไรก็ตามแต่ แถมออกข่าวกันแบบโยนหินถามทางกันเสร็จสรรพว่า เจรจากันไปกับหลายประเทศแล้วที่คุมได้ดี สร้างความหวังและกิเลสในการจะเอาเงินจากการท่องเที่ยวได้อีกโข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครฟังแต่ข่าวดังกล่าว แต่ไม่ติดตามสถานการณ์ ก็จะหลงเชื่อโดยง่าย แต่อย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่า ขนาดประเทศที่เคยคุมโรคได้แล้วอย่างจีน ยังกลับมาระบาดซ้ำ นับประสาอะไรกับประเทศอื่นๆ รวมถึงไทยเราด้วย ดังนั้นหากมุ่งแต่จะเอาเงินเข้าประเทศจากการทำท่องเที่ยวต่างชาติอย่างที่กำลังจะผลักดันกันสุดลิ่มทิ่มประตู ก็โปรดระลึกถึงความเสี่ยงให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านนายกรัฐมนตรี ศบค. และหน่วยงานความมั่นคง จะระมัดระวัง อย่าไว้ใจอิทธิพลการเมือง ที่ทำให้เราเคยประสบเหตุการณ์แบบในช่วงแรกของโรคระบาดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นโยบายเกี่ยวกับสุขภาพ ท่องเที่ยว และเดินทางนั้น ไม่ควรมอบให้นักการเมืองมามีอิทธิพลในช่วงวิกฤติโรคระบาดเช่นนี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาใจช่วยทุกคน ประเทศไทยต้องทำได้... สู้ๆ ครับ...&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68664</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อกเฟส4, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, ระบาดระลอกสอง, หมอธีระ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200614/image_big_5ee5e4fae422a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
