<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120265</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2025 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้าน3ตำบลช้ำ!เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำทำท่วมรอบ2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เพิ่มการระบายน้ำขึ้นเป็น 2,766 &amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนที่ อ.สรรพยา สูงขึ้น 22 เซนติเมตร &amp;nbsp;และล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนฝั่งตะวันตก เพิ่มขึ้นอีก &amp;nbsp;3 ตำบล &amp;nbsp;ได้แก่ &amp;nbsp;ต.บางหลวง &amp;nbsp; ต.สรรพยา และ ต.โพนางดำตก &amp;nbsp;เป็นรอบที่ 2 &amp;nbsp; กระแสน้ำได้ไหลข้ามแนวกระสอบทราย และผุดตามท่อระบายน้ำ และตามรั้วบ้าน เข้าท่วมในหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว &amp;nbsp; ชาวบ้านต้องเร่งขนของขึ้นที่สูง &amp;nbsp;และนำรถยนต์ รวมทั้งสัตว์เลี้ยง อย่างเช่น ไก่ชน หนีน้ำท่วม ออกไปไว้ริมถนนชัยนาท-สิงห์บุรี &amp;nbsp;แต่ไก่ชนบางส่วน ที่ขนย้ายออกไปไม่ทัน ก็ต้องนำขึ้นไปไว้บนแคร่ไม้ ที่ทำยกพื้นให้สูงพ้นจากน้ำ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไก่ (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) ชาวบ้าน ต.โพนางดำตก &amp;nbsp;บอกว่า &amp;nbsp;น้ำท่วมครั้งนี้มาเร็ว และท่วมสูงขึ้นเร็วกว่าครั้งก่อน &amp;nbsp;ทำให้บางคนขนของหนีน้ำไม่ทัน &amp;nbsp;จึงไม่เชื่อว่าตัวเลขระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาแสดงในแต่ละวันจะเป็นจริงตามนั้น &amp;nbsp; และขอติงการบริหารจัดการน้ำของชลประทานที่บริหารน้ำไม่ดี &amp;nbsp;ทำให้กลับมาท่วมซ้ำอีก &amp;nbsp;เพราะหากน้ำท่วมครั้งก่อน มีการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาไปอย่างต่อเนื่องจนกว่าน้ำจากทางภาคเหนือจะหมด &amp;nbsp; แม้จะทำให้ชาวบ้าน ต้องอยู่กับน้ำท่วมนานเป็นเดือนๆ &amp;nbsp;


168bet ก็ยังดีกว่าการที่ไปลดระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลง หลอกให้ชาวบ้านดีใจ เก็บล้างทำความสะอาดบ้าน &amp;nbsp;แต่ไม่ถึงสัปดาห์ น้ำก็กลับมาท่วมใหม่ ซ้ำยังท่วมเร็วกว่าเดิม &amp;nbsp;ทำชาวบ้านเดือดร้อนหนักขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายพงษ์ศักดิ์ อัครมณี ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 12 จังหวัดชัยนาท &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;จากการติดตามสถานการณ์น้ำ จะมีน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 3,100 - 3,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; กรมชลประทานจึงต้องผันน้ำเข้าระบบชลประทานเหนือเขื่อนเจ้าพระยา และระบายน้ำท้ายเขื่อนในเกณฑ์ 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; ทั้งนี้เข้าใจความเดือดร้อนของประชาชน &amp;nbsp; แต่ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานชลประทานที่ 12 จะบริหารจัดการน้ำเพื่อให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยาวันนี้ แม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ มีปริมาณ 2,691 &amp;nbsp; ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลดลง 13 &amp;nbsp;ลบ.ม./วินาที) &amp;nbsp;แม่น้ำสะแกกรัง ไหลผ่าน จ.อุทัยธานี มีปริมาณ 306 &amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(เพิ่มขึ้น 34 &amp;nbsp;ลบ.ม./วินาที) &amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท มีปริมาณ &amp;nbsp;3,155 &amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; น้ำผันเข้าระบบชลประทานสองฝั่งเจ้าพระยา มีปริมาณรวมกัน &amp;nbsp;402 &amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; &amp;nbsp;น้ำระบายท้ายเขื่อน 2,766 &amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (เพิ่มขึ้น 93 &amp;nbsp;ลบ.ม./วินาที ) &amp;nbsp;น้ำเหนือเขื่อนที่ อ.เมืองชัยนาท สูงขึ้น 14 &amp;nbsp;เซนติเมตร 


dark168 อยู่ที่ระดับ 17.29 เมตร &amp;nbsp;น้ำท้ายเขื่อนที่ อ.สรรพยา เพิ่มขึ้น &amp;nbsp;22 เซนติเมตร อยู่ที่ระดับ 16.17 &amp;nbsp;เมตร &amp;nbsp;&amp;nbsp;


riches888pg&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120265</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชัยนาท, ระบายน้ำ, เขื่อนเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f7be19a808.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนองคายเร่งระบายน้ำจากลำห้วยลงแม่น้ำโขง รองรับพายุไลออนร็อก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.64 ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยโมง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการระบายน้ำออกจากลำห้วยลงสู่แม่น้ำโขง ซึ่งขณะนี้แม่น้ำโขงมีระดับ 3.48 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 8.72 เมตร สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนและลำจากลำน้ำสาขาได้อีกปริมาณมาก การระบายน้ำสอดรับกับประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ให้เฝ้าระวัง พายุโซนร้อน ไลออนร็อก ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่บริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีน และเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนืออย่างช้า ๆ คาดว่าจะเคลื่อนลงสู่อ่าวตังเกี๋ยและขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 10-11 ต.ค.นี้ และจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ ซึ่งจะส่งผลให้ภาคอีสานมีฝนตกเพิ่มขึ้นส่วนมากทางตอนบนของภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม มาตรการป้องกันของทางจังหวัดหนองคาย ก็ได้แจ้งเตือนให้ท้องถิ่นทุกแห่งเตรียมความพร้อม ทั้งอุปกรณ์ และบุคลากรในการรับมือกับพายุลูกนี้ หากส่งผลกระทบรุนแรงกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและสัตว์เลี้ยงในพื้นที่ให้ดูแลประชาชนให้ได้รับความปลอดภัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119283</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุไลออนร็อก, ระบายน้ำ, หนองคาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_616265c4b536b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระบายน้ำเขื่อนอุบลรัตน์’กอนช.’เตือน6จว.28อ.ระวังแม่น้ำชีล้นตลิ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.64- กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.) สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 4 ต.ค.64 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ปกคลุมประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นทั่วประเทศ แม่น้ำสายหลักทั่วประเทศ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ยกเว้นภาคเหนือมีแนวโน้มลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปริมาณน้ำทั้งประเทศ 55,048 ล้าน ลบ.ม. (67%) แหล่งน้ำขนาดใหญ่ 48,635 ล้าน ลบ.ม. (68%) เฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 5 แห่ง เฝ้าระวังน้ำมาก จำนวน 16 แห่ง (บึงบอระเพ็ด อ่างฯ แม่มอก อ่างฯ แควน้อยบำรุงแดน อ่างฯ ทับเสลา อ่างฯป่าสักชลสิทธิ์ อ่างฯกระเสียว อ่างฯ จุฬาภรณ์ อ่างฯ อุบลรัตน์ อ่างฯ ลำตะคอง อ่างฯ ลำพระเพลิง อ่างฯ มูลบน อ่างฯ ลำแซะ อ่างฯ ลำนางรอง อ่างฯ ขุนด่านปราการชล อ่างฯ นฤบดินทรจินดา และอ่างฯ หนองปลาไหล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กอนช. ติดตามสถานการณ์น้ำหลากบริเวณลุ่มน้ำชีตอนบน และน้ำท่วมขังในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งระดับน้ำที่เขื่อนชนบท จ.ขอนแก่น สูงกว่าตลิ่งในช่วงพื้นที่ลุ่มต่ำประมาณ 3.50 เมตร และล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำชี ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ประกอบกับระดับน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น สูงเกินเกณฑ์ระดับน้ำควบคุมสูงสุด จึงจำเป็นต้องระบายน้ำลงลำน้ำพอง ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำชีเพิ่มสูงขึ้นและล้นตลิ่ง กอนช. คาดการณ์พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำล้นตลิ่งบริเวณแม่น้ำชีและลำน้ำสาขา ในช่วงวันที่ 4 &amp;ndash; 15&amp;nbsp; ต.ค. 64 ดังนี้ จ.ขอนแก่น อ.เมือง อ.โคกโพธิ์ชัย อ.มัญจาคีรี อ.แวงใหญ่ อ.แวงน้อย อ.ชนบท อ.บ้านไผ่ อ.บ้านแฮด และ อ.พระยืน &amp;nbsp;จ.มหาสารคาม อ.เมือง อ.โกสุมพิสัย และ อ.กันทรวิชัย จ.กาฬสินธุ์ อ.ฆ้องชัย อ.กมลาไสย และ อ.ร่องคำ จ.ร้อยเอ็ด อ.จังหาร อ.เชียงขวัญ อ.ธวัชบุรี อ.โพธิ์ชัย อ.เสลภูมิ อ.ทุ่งเขาหลวง อ.พนมไพร และ อ.อาจสามารถ จ.ยโสธร อ.เมือง อ.คำเขื่อนแก้ว อ.มหาชนะชัย และ อ.ค้อวัง &amp;nbsp;จ.ศรีสะเกษ อ.กันทรารมย์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กอนช. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยงบริเวณที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ พร้อมประชาสัมพันธ์ข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมน้ำทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมพร้อมอพยพและเคลื่อนย้ายสิ่งของได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์ ปรับแผนบริหารจัดการเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ โดยพร่องน้ำและบริหารพื้นที่ลุ่มต่ำให้เป็นแก้มลิงหน่วงน้ำ จัดจราจรน้ำในการสับหลีกการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำและเร่งระบายน้ำในแม่น้ำ รองรับน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบน ลดผลกระทบจากอุทกภัยและให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118697</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ, ระบายน้ำ, เขื่อนอุบลรัตน์, แม่น้ำชี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a707eb2f44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ไพศาล’ลั่นถ้ามีอำนาจจะไม่แค่ไปดูน้ำท่วมต้องสั่งทหารช่างขุดถนนวางท่อระบายน้ำทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.64-นายไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;ldquo;Paisal Puechmongkol&amp;rdquo;ระบุถ้ามีอำนาจวาสนาไปตรวจราชการน้ำท่วมจะไม่แค่ไปดูน้ำท่วมเพราะน้ำท่วมที่ไหนมันก็เหมือนกัน แต่ไปแล้วจะต้องสั่งการทันทีให้ทหารช่างมาขุดถนนวางท่อระบายน้ำเพื่อระบายน้ำที่ท่วมออกไป เมื่อน้ำลดแล้วก็รีบกลบทำถนน ให้รถวิ่งได้ทันที ซึ่งจะใช้เวลา ไม่เกินสัปดาห์ &amp;nbsp;และใช้งบจุดละไม่เกิน 500,000 บาท ก็จะแก้ไขปัญหาอย่างถาวร แต่ละพื้นที่ก็อาจวางท่อ ระบายน้ำแบบนี้ ไม่เกิน 4 ช่วงก็จะช่วยแก้ปัญหาทั้งความเดือดร้อนและความเสียหาย แต่ละพื้นที่ครั้งละหลายร้อยล้านบาทได้ นี่คือแนวทางและวิธีการที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ท่านทรงปฏิบัติให้เห็นมาและได้ผลอย่างถาวรมาแล้วเช่นที่หาดใหญ่เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ฝนแล้งน้ำท่วมคราใดคนไทยก็น้อมใจถวิลหาถึงพระองค์ท่านทุกครั้งไป โอ้พระมหาราชเจ้าของชาวไทย พระองค์ยังคงสถิตอยู่ในหัวใจของไทยทั้งหลายตลอดไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117907</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารช่าง, นายไพศาล พืชมงคล, น้ำท่วม, ระบายน้ำ, วางท่อระบายน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_6150401c49c20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2019 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2019 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำเพิ่ม คืนเดียวสูงขึ้น 45 ซม. ยังไม่กระทบพื้นที่ริมตลิ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักและตกสะสมในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนล่างได้ไหลหลากลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ปริมาณน้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ มีปริมาณเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยวันนี้มีน้ำไหลผ่าน 1,324 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวาน 97 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ที่ อ.เมืองชัยนาท น้ำสูงขึ้น 11 เซนติเมตร อยู่ที่ระดับ 16.57 เมตรระดับน้ำทะเลปานกลาง (รทก.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำโดยผันน้ำเข้าระบบชลประทานเหนือเขื่อนเจ้าพระยา สองฝั่งมีปริมาณรวมกัน 514 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และระบายน้ำออกท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนที่ อ.สรรพยา น้ำสูงขึ้น 45 เซนติเมตร อยู่ที่ระดับ 9.94&amp;nbsp;เมตร (รทก.) ซึ่งการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบกับชาวบ้านริมตลิ่งท้ายเขื่อนเจ้าพระยา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางฉลวย ผิวเฉียง อายุ 50 ปี ชาวบ้าน ต.บางหลวง อ.สรรพยา&amp;nbsp;จ.ชัยนาท บอกว่าตอนนี้ยังไม่กังวลว่าน้ำจะท่วมบ้านเพราะเขื่อนเจ้าพระยายังปล่อยน้ำในปริมาณน้อย&amp;nbsp;ถือว่าสถานการณ์ยังปกติ ไม่มีผลกระทบกับชาวบ้านแต่อย่างใด แต่ถ้าหากเมื่อใดที่เขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำตั้งแต่ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีขึ้นไป น้ำจะเอ่อเข้าท่วมบ้านทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องที่กรมชลประทาน ผันน้ำเข้าคลองเพื่อลดปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา นางฉลวย บอกว่าไม่น่าจะส่งผลกระทบกับนาข้าวแต่อย่างใด หากปริมาณน้ำที่ส่งเข้าไปในคลองไม่ล้นออกมา เพราะขณะนี้ฝนที่ตกลงมาก็ทำให้นาข้าวมีน้ำมากเกินพอแล้ว จนต้องสูบน้ำออก เพื่อป้องกันไม่ให้ข้าวเน่าตาย อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านอยากให้เขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำในช่วงเวลากลางวันมากกว่ากลางคืน เพราะน้ำที่ปล่อยมากลางคืนจะทำให้มองไม่เห็นระดับน้ำที่เอ่อเข้าท่วมบ้าน ทำให้ขนของหนีน้ำไม่ทัน และยังต้องเสี่ยงอันตรายจากสัตว์เลื้อยคลานมีพิษที่มากับน้ำด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45050</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, จังหวัดชัยนาท, ชาวบ้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา, ระบายน้ำ, เขื่อนเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190905/image_big_5d708583485fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำล้นเขื่อน! หนองคายเร่งระบายลงแม่น้ำโขง รับมือพายุ &#039;โพดุล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.62 - จังหวัดหนองคาย ยังคงเร่งระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำขนาดกลางหลัก 3 แห่งที่มีปริมาตรน้ำภายในอ่างเกินความจุ ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำห้วยหินแก้ว อ.โพธิ์ตาก ที่มีปริมาตรน้ำภายในอ่าง 4.047 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 101.175&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำห้วยทอนตอนบน ที่มีปริมาตรน้ำภายในอ่าง 8.493 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 108.885 และอ่างเก็บน้ำห้วยบังพวน อ.ท่าบ่อ ที่มีปริมาตรน้ำภายในอ่าง 9.606 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 111.439 ขณะนี้อ่างเก็บน้ำหลักขนาดกลาง 4 แห่ง มีปริมาตรน้ำ รวม 23.184 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 100.06&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้เร่งระบายน้ำจากลำห้วยสาขาที่มีประตูระบายน้ำทั้งลำห้วยหลวง และลำห้วยโมง โดยเฉพาะลำห้วยโมง โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยโมง อ.ท่าบ่อ ได้มีการเปิดประตูระบายน้ำทั้ง 4 บาน เร่งระบายน้ำจากลำห้วยลงในแม่น้ำโขง ซึ่งวันนี้ (29 ส.ค. 62) มีน้ำอยู่ในระบบมากถึง 14.688 ล้าน ลบ.ม. สามารถระบายน้ำลงในแม่น้ำโขงได้วันละ 7.636 ล้าน ลบ.ม. ระดับน้ำในลำห้วยโมงสูงกว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขง 1.5 เมตร ซึ่งการเร่งระบายน้ำในอ่างเก็บน้ำและในลำห้วยสาขาครั้งนี้ เพื่อเป็นการพร่องน้ำได้รองรับฝนที่จะตกลงมาใหม่จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน&amp;ldquo;โพดุล&amp;rdquo;&amp;nbsp;ในขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมรับมือฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลันตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44539</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.หนองคาย, พร่องน้ำ, พายุโพดุล, ระบายน้ำ, อ่างเก็บน้ำหนองคาย, เขื่อนหนองคาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d67304772098.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2018 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2018 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เล็งปรับลดการระบายน้ำเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ หวั่นพื้นที่ท้ายน้ำเจอน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์เฉพาะกิจฯ เล็งปรับลดการระบายน้ำเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ป้องผลกระทบพื้นที่ท้ายน้ำ หลังอัตราการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาสูงกว่า 820 ลบ.ม./วินาที พร้อมเตือนพื้นที่จังหวัดชายขอบประเทศฝนซ้ำสัปดาห์หน้า คาดเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้น ล่าสุดวันนี้ 16 จว.ยังเสี่ยงภัยฝนตกหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 2 ก.ย. นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำและพื้นที่เสี่ยงสำคัญ ประจำวันที่ 2 ก.ย. 61 ว่า วันนี้ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยมีพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก 16 จังหวัด แบ่งเป็น ภาคเหนือ จ.เชียงราย พะเยา น่าน แม่ฮ่องสอน ตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.หนองคาย บึงกาฬ นครพนม ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ภาคตะวันออก นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด &amp;nbsp;โดย 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา &amp;nbsp;มีฝนตกปานกลางถึงหนักในภาคเหนือ จ.แพร่ 46.2 มม. ภาคกลาง จ.กรุงเทพมหานคร 50.5 มม. และภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี 44.5 มม. ยะลา 41.4 มม. นครศรีธรรมราช 35.5 มม. ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 3&amp;ndash;7 ก.ย. 61 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสำเริง กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันอัตราการระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 820 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาด้านท้ายเขื่อนจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 30-50 ซม. ซึ่งศูนย์เฉพาะกิจฯ ได้ประสานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พิจารณาปรับแผนลดการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ เพื่อป้องกันผลกระทบพื้นที่ท้ายน้ำให้เกิดน้อยที่สุด รวมไปถึงแจ้งจังหวัดและราษฎรให้ทราบแผนการระบายน้ำล่วงหน้า โดยขณะนี้พบว่ามีน้ำสูงกว่าตลิ่ง ที่ อ.พยุหคีรี จ.นครสวรรค์ อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานได้มีหนังสือแจ้งจังหวัดเพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่พื้นที่ 22 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อขอความร่วมมือชาวนาไม่ทำการเพาะปลูกข้าวต่อเนื่องหลังการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีแล้ว เนื่องจากเป็นช่วงฤดูน้ำหลากขณะที่สถานการณ์แม่น้ำโขงแนวโน้มน้ำสูงขึ้น โดยมีน้ำสูงกว่าตลิ่งที่ จ.หนองคาย จ.นครพนม จ.มุกดาหาร และ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี และต้องเฝ้าระวังบริเวณ จ.บึงกาฬ ต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสำเริง กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ศูนย์เฉพาะกิจฯ ยังเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่ มีปริมาตรน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มี 53,545 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 75 ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มี 3,143 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 61 รับน้ำได้อีก 19,420 ล้าน ลบ. ม. อ่างฯที่ความจุเกิน 100% ขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ &amp;nbsp;เขื่อนน้ำอูน 108% ลดลง 1% เขื่อนแก่งกระจาน 107% ลดลง 1% และขนาดกลาง 22 แห่ง ลดลง 11 แห่ง ซึ่งอยู่ใน ภาคเหนือ 2 แห่ง &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 แห่ง ภาคกลาง 1 แห่ง และภาคตะวันออก 3 แห่ง &amp;nbsp;ขณะที่อ่างเฝ้าระวังที่ความจุ 80-100% &amp;nbsp;เป็นอ่างฯขนาดใหญ่ 5 แห่ง เขื่อนวชิราลงกรณ 94% &amp;nbsp;เขื่อนศรีนครินทร์ 91% &amp;nbsp;เขื่อนรัชชประภา 86% เขื่อนขุนด่านปราการชล 86% &amp;nbsp;เขื่อนปราณบุรี 79% &amp;nbsp;ขนาดกลาง 64 แห่ง เพิ่มขึ้น 9 แห่ง แยกเป็น ภาคเหนือ 8 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 36 แห่ง ภาคตะวันออก 12 &amp;nbsp;แห่ง ภาคกลาง 4 แห่ง และภาคใต้ 4 แห่ง สำหรับอ่างเฝ้าติดตามที่ความจุน้อยกว่า 30% &amp;nbsp;เป็นขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนทับเสลา ขนาดกลาง 38 แห่ง ได้แก่ ภาคเหนือ 2 แห่ง &amp;nbsp; ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 26 แห่ง &amp;nbsp;ภาคตะวันออก 4 แห่ง ภาคกลาง 1 แห่ง ภาคใต้ 5 แห่ง ต้องวางแผนเก็บกักน้ำและเติมน้ำโดยประสานกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตรในการปฏิบัติการฝนหลวงต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16644</URL_LINK>
                <HASHTAG>10จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยา, การบริหารจัดการน้ำ, พื้นที่ท้ายน้ำ, ระบายน้ำ, เขื่อนภูมิพล, เขื่อนสิริกิติ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180902/image_big_5b8b8ac7cceb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
