<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2018 07:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 22:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นี่แหละมหาราชครู พระองค์ไม่เคยกริ้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสตราจารย์ระพี สาคริก อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, อดีตนักดนตรีวง อ.ส. ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวไทยโพสต์ไว้เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2559 ก่อนท่านจะล่วงลับ การสัมภาษณ์คราวนั้นอาจารย์ระพีได้พูดถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในสถานการณ์ที่ไม่เคยมีใครได้ล่วงรู้มาก่อน นั่นคือเหตุการณ์ที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ เมื่อหลายสิบปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สมัยผมดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็มีนโยบายบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มากกว่าพัฒนาวัตถุสิ่งก่อสร้าง มีอยู่วันหนึ่งพระองค์ท่านมาทรงดนตรีที่เกษตรฯ มีนิสิตคนหนึ่งชื่อ สุเทพ ลักขณาวิเชียร ประธานสภานิสิตเกษตรฯ มายื่นซองขาวถวายฎีกา ช่วงที่ประทับทรงดนตรี ในหลวงทรงรับซองแล้วส่งให้คนด้านหลัง ไม่ได้สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีคำสั่งให้คัดชื่อนักศึกษาผู้นี้ออก ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นในหลวงเสด็จฯ มาที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ ทรงมาที่สวนสองแสนที่อยู่ข้างๆ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ที่ทรงซื้อจากชาวบ้านคนหนึ่งราคา 2 แสนบาท และพระราชทานให้มหาวิทยาลัยเกษตรฯ พัฒนาวิจัยพืช แต่วันนั้นไม่มีใครไปรับเสด็จเลย มีแต่ผมคนเดียวยืนพิงลวดหนามข้างประตู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนเวลา 4 โมงเย็นได้ยินเสียงฝีพระบาทมากันหลายพระองค์ ในหลวง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พร้อมด้วยเจ้าฟ้าหญิงสองพระองค์ และหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี พระองค์ท่านมีรับสั่งกับผม ไม่เปลี่ยนจริงเหรอ &amp;nbsp;ตอนนั้นผมเป็นรองอธิการบดีไม่ทราบเรื่องนี้ แต่จะกราบทูลว่าไม่ทราบก็ไม่ได้ จึงได้แต่กราบที่พระบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สถานที่ที่ผมได้เข้าเฝ้าฯ เป็นเรือนมีบันได ทรงให้พระเจ้าลูกยาเธอและลูกยาเธอ 4 พระองค์ยืนกอดพระอุระไว้ที่เชิงบันได เหมือนกับกันไว้ไม่ให้ใครเข้ามารบกวน หลังจากนั้นจึงตรัสถามผมถึงเรื่องนี้ มีรับสั่งถาม หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โทษคืออะไร มีรับสั่งครั้งที่สาม ถ้าจะให้ฉันตัดสิน เด็กคนนั้นไม่ได้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรอก มหาวิทยาลัยเกษตรฯ ต่างหากที่หมิ่น จากรับสั่งนั้นจึงมีการนำมาสู่อธิการบดีเปลี่ยนคำสั่งให้นิสิตรายนั้นเป็นผิดวินัย เรื่องเรียบร้อยไป ในวันนั้นโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโต๊ะเสวยอาหารหลังพระตำหนัก ซึ่งมีผมระพีนั่งร่วมโต๊ะด้วย ทรงเปิดเพลงความฝันอันสูงสุดให้ฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่แหละมหาราชครู พระองค์ไม่เคยกริ้ว ทรงมีพระเมตตามาก นิสิตคนนั้นมารู้เรื่องนี้ทีหลัง &amp;nbsp;ผมตามหาลูกศิษย์คนนี้มา 15 ปีไม่เจอตัว เพราะเขาหนีเข้าป่าและบวชเป็นพระในเวลาต่อมา มาเจอตอนเป็นพระแล้ว เขาเล่าว่าวันนั้นแม่ฟังข่าวเขาทางวิทยุตอนกำลังจะหุงข้าวพอดี ถึงกับตกใจทำหม้อที่เป็นหม้อดินตกแตก เพราะเขาเป็นความหวังของแม่ ว่าเรียนจบแล้วจะส่งน้องๆ เรียนต่อได้ เขาบอกอีกว่ายังคิดว่าผมเป็นคนช่วยเขา ไม่รู้ว่าในหลวงท่านเป็นคนช่วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาทราบทีหลังว่าพระองค์ท่านทรงร้อนพระราชหฤทัยมาก ทรงมีความพยายามที่จะมีโอกาสพบกับผมในการเสด็จฯ ต่างๆ แต่ก็คลาดกันไปตลอด เนื่องจากบางครั้งผมติดภารกิจ ทำให้ไม่ได้เข้าเฝ้าฯ จนกระทั่งมีงาน......ที่เชียงใหม่จึงได้เข้าเฝ้าฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงที่ไปสัมภาษณ์ อาจารย์ระพีอยู่ในวัย 95 ปี เล่าว่าในหลวงยังทรงงานทุกวัน ทำให้อาจารย์เองก็ไม่หยุด ยังพักไม่ได้ อยากทำงานถวายในหลวงอีกเรื่อง ในหลวงทรงห่วงใยปัญหาชายแดนใต้ อาจารย์จึงเดินทางไป จ.ปัตตานี มีประชาชนใส่เสื้อเหลืองเสื้อแดง ก็ลงไปช่วยชี้แนะพูดคุย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนบอกว่าผมมีความคิดเหมือนในหลวง ให้ไปช่วยพูดเกี่ยวกับในหลวง เกี่ยวกับโครงการหลวง เพื่อให้ประชาชนในชายแดนใต้เข้าใจมากขึ้น
&amp;quot;มีหลายคนมาพูดกับผม อาจารย์ต้องอยู่นะ อย่าร้องไห้เลย เราฝากความหวังไว้ที่อาจารย์ ผมยังต้องสานงานของพระองค์ต่อไป เมื่อเช้าก็นำโคลงบทหนึ่งมาอ่าน &amp;#39;เพื่อนกิน สิ้นทรัพย์แล้ว แหนงหนี หาง่าย หลายหมื่นมี มากได้ เพื่อนตาย ถ่ายแทนชี-วาอาตย์ หายาก ฝากผีไข้ ยากแท้จักหา&amp;#39; เป็นร้อยกรองที่ทำให้นึกถึงแววตาของพระองค์ท่าน ท่านเหมือนเพื่อน ท่านคิดอย่างเดียวกับที่ผมคิดกับเด็กเกษตรฯ &amp;nbsp;เด็กเกษตรฯ คือเพื่อนผม เพราะพ่อแม่ฝากเรามา ต้องดูแลเหมือนเป็นพ่อแม่อีกคน&amp;quot; ศ.ระพีกล่าวและว่า จะขอทำงานติดตามใต้ฝ่าพระบาทไปในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จากประสบการณ์ถวายงานสมัยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศ.ระพีเล่าว่า &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราทรงงานหนัก พระองค์ท่านทรงใช้ชีวิตออกไปทำงานและเยี่ยมเยียนชาวเขา ให้ปลูกพืชเศรษฐกิจพวกผลไม้และพันธุ์ไม้เมืองหนาวที่ จ.เชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงนั้นผมตามเสด็จตลอดเวลา พระองค์ท่านให้ผมทำงานเรื่องกล้วยไม้ แต่เป็นเรื่องการเมือง ในช่วงนั้นทางจีนแผ่นดินใหญ่กับรัฐบาลจีนไต้หวันก็ยังเข้ากันไม่ได้ แต่ผมคิดว่าอย่างไรเสียเขาก็ทิ้งกันไม่ลงหรอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้จัดโต๊ะเสวยอาหารกลางวันเลี้ยงแขกภายในพระตำหนักภูพิงค์ จ.เชียงใหม่ วันนั้นประธานกรรมการทหารอาสาของจีนไต้หวันมาร่วมด้วย ซึ่งผมก็นั่งอยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระองค์ท่านได้มีพระราชดำรัสกับผมว่า...
อาจารย์ระพี เขามาช่วยเรา เราควรไปดูของเขาบ้าง เรื่องกล้วยไม้ของไทยให้ไปช่วยเขาบ้าง เพราะโครงการหลวงที่ดอยอ่างขาง เขาก็ส่งคนมาช่วยเรา ทำให้วงการกล้วยไม้ของไต้หวันเติบโตขึ้น....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นผมก็เดินทางไปดูงานส่งเสริมการปลูกกล้วยไม้ รวมทั้งการเกษตรอื่นๆ ที่กรุงไทเป ก็ช่วยแนะนำ เพราะคนจีนไต้หวันปลูกกล้วยไม้บนดาดฟ้าตึก มีหลังคาคลุมข้างบน กล้วยไม้มันได้แสงไม่พอ ก็เจริญเติบโตแข็งแรงไม่พอ ก็แนะให้สร้างเรือนกระจกขึ้นบนพื้นดอน แล้วให้เปิดกว้าง สนใจคบกับต่างชาติให้มากขึ้น ยังจำได้ผมเดินทางไปจีนแผ่นดินใหญ่ก็ได้พบกับคนจีนไต้หวันไปทำสวนปลูกต้นไม้อยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย คนกลุ่มนี้ค้าขายกันทางทะเล เขาส่งดอกไม้จากจีนแผ่นดินใหญ่ผ่านไทย แล้วผ่านไปเข้าจีนไต้หวัน ถ้าไม่ทำอย่างนี้ขายไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็มีคนจีนไต้หวันมาขอร้องให้ผมพูดกับเจ้าหน้าที่ตรวจพืชไทยว่า ถ้าเห็นพวกเขาส่งดอกไม้เข้าเมืองไทยขอให้ปล่อยเพื่อจะได้ส่งไปขายที่ไต้หวันโดยไม่ผิดกฎหมาย มาวันนี้ดีใจที่ได้เห็นจีนไต้หวันกับจีนแผ่นดินใหญ่มีความสัมพันธ์ระหว่างกัน วัฒนธรรมจีนนั้นทิ้งกันไม่ได้ ก็เป็นอีกงานที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านจนทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แม้พระองค์ท่านจะเสด็จสวรรคตแล้ว ผมจะสานงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป และไม่อยากให้กระแสเราจะทำความดีเพื่อในหลวงมันจบ&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19726</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาลครั้งหนึ่ง, พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์, ร.9, ระพี สาคริก, สุเทพ ลักขณาวิเชียร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbf6d4b8a39c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แด่...อาจารย์ระพี สาคริก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;มีเกิดได้...ย่อมต้องมีดับได้ เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไป ตามกฎเหล็กแห่งการเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่ง และสรรพสิ่งอย่างท่านอาจารย์ ระพี สาคริก ที่ท่านก็คงเหนื่อยมานานแล้ว ใช้สรรพชีวิตทั้งปวงเพื่อนิรมิต รังสรรค์ สิ่งต่างๆ ให้กับผู้อื่น ให้กับส่วนรวม สังคมชาติบ้านเมืองมาโดยตลอด ท่านจึงได้เวลาพักผ่อน จากลูก จากหลาน จากผู้ใกล้ชิดไปอย่างเป็นการถาวรตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับสิริอายุรวมแล้ว...เห็นว่าประมาณ 95 ปี ใกล้ๆ กับ บิดาบังเกิดเกล้า ของ ท่านขุนน้อย ที่เพิ่งจากไปไม่กี่เดือนก่อนหน้านั้น รายนั้น...หลังจากต้องไปรื้อหลักฐาน เอกสารการเกิดมาทบทวนกันใหม่ เพื่อยืนยันวาระการตายให้ชัดเจนลงไป สรุปแล้ว...ก็ตกประมาณ 94 ปี สั้นกว่าอาจารย์ ระพี แค่ไม่เท่าไหร่ ลักษณะอาการต่างๆ ก่อนที่จะจากไป จึงอาจคล้ายๆ กันอยู่บ้าง ไม่ว่าอาการสมองเสื่อม พาร์กินสัน ไปจนถึงการจากไปด้วยภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-----------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่สำหรับอาจารย์ ระพี ท่านคงไม่ได้เป็นแค่ บิดาบังเกิดเกล้า ของใครคนหนึ่งคนใดเท่านั้น ยังจัดได้ว่าเป็น บิดา ของอะไรต่อมิอะไร อีกเยอะแยะ มากมายซะเหลือเกิน เฉพาะแค่เรื่อง กล้วยไม้ไทย ก็สามารถจัดให้ท่านเป็น บิดา ของสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างหนักแน่น เหมาะสม กลมกลืน ได้รับการยกย่อง ยอมรับ ให้ดำรงสถานะ บิดากล้วยไม้ไทย มาตั้งแต่แรก จนท่านเองเคยถึงกับปรารภ รำพึง ว่าเหตุใดใครต่อใครถึงชอบหยิบเอาตัวท่านไปเกี่ยวกับเรื่องราวของ กล้วยไม้ ซะร่ำไป ทั้งๆ ที่สิ่งอื่นๆ เรื่องอื่นๆ ที่ท่านเคยกระทำเอาไว้ หรือที่ท่านเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ยังมีอีกเยอะแยะ ตาแป๊ะไก๋ ไม่ใช่มีแต่เฉพาะเรื่องกล้วยไม้เท่านั้น...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------- &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็นั่นแหละ...ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกล้วยไม้ หรือเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ถ้าหากมีอาจารย์ ระพี สาคริก เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยแล้ว สิ่งนั้นๆ...มักจะถูกนิรมิต สร้างสรรค์ ไปในแนวแบบติดดิน คลุกดิน ซะเป็นหลัก คือไม่ว่าอาจารย์ ระพี ท่านจะเก่ง ไม่เก่ง มีขีดความสามารถในแต่ละเรื่อง แต่ละกรณี มากหรือน้อยขนาดไหน แต่ทุกๆ เรื่อง ทุกๆ กรณี ที่ท่านเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย สิ่งเหล่านั้น...มักต้องดำเนินไปตามวิถีทางแบบเรียบๆ-ง่ายๆ สมถะ ถ่อมตน ต้องแสดงออกถึงความพร้อมที่จะรับใช้ผู้อื่น และพร้อมที่จะเรียนรู้จากผู้อื่น อันอาจถือเป็น บุคลิกประจำตัว ของผู้อาจารย์ ระพี ผู้พร้อมเสมอที่จะนำเอาความรู้ในด้าน ต่างๆ ไม่ว่าเกษตรศาสตร์ พฤกษศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ไปจนแม้แต่รัฐศาสตร์ ฯลฯ มาใช้เป็น เครื่องมือ ในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ให้กับส่วนรวม ให้กับชาติบ้านเมืองมาโดยตลอด...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และถึงแม้ว่าท่านจะมี ความรู้ ในระดับแตกฉาน ไปแทบทุกเรื่องเอาเลยก็ว่าได้ แต่ถ้าใครที่เคยมีโอกาสได้พบ สัมผัส ท่านอยู่บ้าง แม้แต่ฉาบๆ ฉวยๆ อย่างเช่น ท่านขุนน้อย ก็ตามที ก็พอจะเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่แรก ถึงบุคลิกลักษณะในแบบที่ว่านี้ ไม่ว่าอาการอ่อนน้อม ถ่อมตน สมถะ เรียบง่าย สงบเย็น ฯลฯ จนไม่เพียงแต่เป็น ผู้หลัก-ผู้ใหญ่ ที่มีไว้เคารพ ยกย่อง เชิดชูเท่านั้น แต่ยังต้องนำมาใช้เป็น แบบอย่าง-ตัวอย่าง ในการแสดงออกถึงความเป็น ผู้หลัก-ผู้ใหญ่ ที่ควรจะมี และควรจะเป็น สำหรับสังคมไทย หรือถ้าเรียกกันตามสำนวนอาจารย์ ส. ศิวรักษ์ ก็คือ ผู้ใหญ่ที่ไม่กะล่อน อะไรประมาณนั้น...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็นั่นแหละ... ผู้หลัก-ผู้ใหญ่ อย่างอาจารย์ ระพี นั้น ร้อยปี...มีเกิดขึ้นมาซักคน ก็ต้องถือเป็น บุญ สำหรับสังคมนั้นๆ เอาเลยก็ว่าได้ เพราะผู้ใหญ่ประเภททำนองนี้นี่แหละ ที่น่าจะมีส่วนช่วยปัดเป่า ช่วยบรรเทาเบาบาง กรรมของสังคม ลงไปได้ไม่น้อยทีเดียว แม้ว่าการปัดเป่า บรรเทาเบาบางในลักษณะที่ว่า จะไม่มีใครมองเห็น ไม่มีโอกาสรับรู้ ได้ยินซักกี่มากน้อย ดังนั้น...การที่ผู้หลัก-ผู้ใหญ่ประเภทนี้ ต้องมาจากไป นิราศไป ตามวัฏจักร วงจร แห่งการเกิด-การดับ แม้เป็นสิ่งที่คงต้อง ทำใจ รับสภาวะความจริงไปตามสภาพ แต่คงอดไม่ได้ที่จะต้องสารภาพว่า ออกจะเป็นอะไรที่น่าโหวงๆ เหวงๆ มิใช่น้อย...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจากไปของผู้หลัก-ผู้ใหญ่เหล่านี้ ประเภทนี้ จึงไม่ต่างอะไรไปจากการกระตุ้นให้บรรดาผู้ที่เคารพ รัก ยึดถือท่านเหล่านี้เป็นแบบอย่าง ตัวอย่าง คงต้องเร่งโต เร่งเสริมสร้างวุฒิภาวะ เร่งนำเอาแบบอย่าง ตัวอย่างของท่าน มาใช้ในทางปฏิบัติให้มากๆ เข้าไว้ แบบอย่างแห่งการเสียสละ อุทิศตน โดยเฉพาะการเรียนรู้จากมวลชน พร้อมวางสถานะตัวเองเอาไว้ในที่ต่ำ ไม่ได้ชูหัว ชูหาง อวดโอ้อหังการ แบบพวกเจ้าขุนมูลนายทั้งหลาย อันทำให้บรรดา ความรู้ ทั้งหลายที่ท่านอาจารย์ ระพี ท่านสะสมไว้ในตัวมาโดยตลอด เป็นความรู้ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐาน ความรัก อย่างเห็นได้ชัดเจน และด้วยความรักเหล่านี้นี่เองที่ทำให้ท่านสามารถได้รับ ความร่วมมือ-ร่วมใจ จากผู้คนในแต่ละระดับไม่ว่าตั้งแต่ฐานรากไปจนถึงยอดปราสาท จนอาจถือเป็นต้นแบบแห่งความ รู้-รัก-สามัคคี ฉบับของจริง-ของแท้ ชนิดไม่ว่าจะฝ่ายไหน ต่อฝ่ายไหน ต่างพร้อมค้อมหัวคารวะให้กับผู้หลัก-ผู้ใหญ่แห่งสังคมไทย ผู้มีชื่อว่า อาจารย์ ระพี สาคริก มาโดยตลอดนั่นแล...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Yeats... Think like a wise man, but express yourself like the common people.- จงคิดเหมือนปราชญ์ แต่แสดงออกอย่างสามัญชน...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3376</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านขุนน้อย, ระพี สาคริก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
