<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์แจงผลจัดสรรซิโนฟาร์มรอบ3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.2564 - เพจราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ Chulabhorn Royal Academy โพสต์ประกาศการจัดสรรวัคซีนตัวเลือก ซิโนฟาร์ม ระยะที่ 1 ครั้งที่ 3 ว่า องค์กร/บริษัท ได้รับการจัดสรรเพิ่ม 1,276 บริษัท เป็นจำนวน 338,419 คน รวมจำนวนที่องค์กร/บริษัทได้รับการจัดสรรทั้งสิ้น 7,713 บริษัท เป็นจำนวน 1,117,719 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคธุรกิจที่ได้รับการจัดสรรวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์ม ครั้งที่ 3 สูงสุด 3 อันดับแรกได้แก่ 1) ภาคอุตสาหกรรมและการผลิต 51% 2)ภาคธุรกิจบริการด้านอุปโภคและบริโภค 22% และ 3) ภาคธุรกิจการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ 10%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคธุรกิจที่ได้รับการจัดสรรจากจำนวนที่ยื่นขอรับการจัดสรร สูงสุด ๓ อันดับแรก ได้แก่ 1) กลุ่มองค์กรด้านการศึกษา 100% 2) ภาคองค์กรด้านการแพทย์และสาธารณสุข 100% และ 3) กลุ่มองค์กรการกุศล 100%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรและบริษัทที่ได้รับการจัดสรรจะได้รับอีเมลแจ้งรหัสล็อกอินเข้าระบบ (โปรดตรวจสอบใน Junk mail ด้วย) เพื่อทราบจำนวนวัคซีนที่ได้รับการจัดสรร วิธีการโอนเงิน รอบการจัดส่งวัคซีน และสถานพยาบาลที่ให้บริการฉีดวัคซีน โปรดโอนเงินค่าวัคซีนเต็มจำนวน (รวมจำนวนที่บริจาค) ภายใน 3 วันหลังจากได้รับการยืนยันทางอีเมล จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หากไม่โอนเงินตามเงื่อนไข ราชวิทยาลัยฯ จะนำจำนวนวัคซีนนั้นไปจัดสรรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ยื่นความประสงค์ขอรับการจัดสรรวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์ม โปรดดาวน์โหลดเอกสารแบบฟอร์มเพื่อจัดทำแผนการกระจายวัคซีนให้กับประชาชนในท้องถิ่นตามกลุ่มคนและภาคธุรกิจ ที่ https://vaccine.cra.ac.th พร้อมส่งเอกสารรับรองอื่นๆ มาที่อีเมล : vaccine_reg@cra.ac.th ภายในวันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม 2564 เวลา 16.00 น. เพื่อราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์พิจารณาจัดสรรวัคซีนให้ถูกต้องตรงตามกลุ่มเป้าหมาย และไม่ซ้ำซ้อนกับการกระจายวัคซีนหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กร /บริษัทที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรในครั้งนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารและรายละเอียด เพื่อลำดับความสำคัญของกลุ่มผู้ที่จะได้รับการฉีดวัคซีน ตลอดจนลักษณะและความเสี่ยงของกิจกรรมและกิจการ โปรดติดตามประกาศในครั้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูรายละเอียดเพิ่มเติมทาง &amp;lt;https://www.cra.ac.th/.../news.../view/inform_sinopharm ศูนย์ข้อมูลวัคซีนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โทร.020789350&amp;gt; #ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ #เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต #ChulabhornRoyalAcademy #BeExcellentforLives #ซิโนฟาร์ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108165</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครั้งที่ 3, จัดสรรวัคซีน, ซิโนฟาร์ม, ระยะที่ 1, เพจราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc157fbbf3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 21:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 21:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐถอดจีนพ้น&#039;ประเทศบิดเบือนค่าเงิน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศถอดจีนพ้นจากประเทศบิดเบือนค่าเงิน ที่เคยขึ้นบัญชีไว้เมื่อฤดูร้อนปีก่อนแล้ว ส่งสัญญาณผ่อนคลายความตึงเครียดก่อนหน้าผู้แทนการค้าสองฝ่ายลงนามข้อตกลงในวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรายครึ่งปีของกระทรวงการคลังสหรัฐที่ส่งถึงสภาคองเกรสเมื่อวันจันทร์ที่ 13 มกราคม กล่าวว่า อัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลเหรินหมินปี้ หรือเงินหยวนของจีน ต่อเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นแล้ว และสหรัฐไม่ถือว่าจีนเป็นประเทศบิดเบือนค่าเงินอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ถึงแม้รายงานของกระทรวงการคลังสหรัฐเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วจะยังไม่ได้ระบุสถานะจีนเป็นประเทศบิดเบือนค่าเงิน แต่เดือนสิงหาคมปีเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาจีนด้วยความโกรธว่าจงใจทำให้ค่าเงินหยวนอ่อนลง &amp;quot;เพื่อขโมยธุรกิจและโรงงานของเรา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนนั้นทางการจีนปล่อยให้อัตราแลกเปลี่ยนของหยวนอ่อนลงต่ำกว่า 7 หยวนต่อดอลลาร์ ส่งผลให้ตลาดหุ้นตื่นตระหนกและทำให้ทรัมป์โกรธเป็นอันมาก คำแถลงของกระทรวงการคลังกล่าวว่า เวลานั้นจีนดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อปล่อยให้เงินหยวนเทียบกับสกุลดอลลาร์อ่อนที่สุดในรอบมากกว่า 11 ปี แต่ช่วงไม่นานมานี้ หยวนแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 6.93 ต่อดอลลาร์ โดยเป็นอานิสงส์จากการทำความตกลงการค้าฉบับใหม่ที่แก้ไขประเด็นเงินตราด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์ว่า ความตกลงฉบับนี้ จีนให้คำมั่นสัญญาที่มีผลบังคับในการละเว้นการลดค่าเงินเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน และจะไม่ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการแข่งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เอเอฟพีกล่าวว่า คำมั่นสัญญานี้ไม่ต่างกับที่จีนได้ให้ไว้ในฐานะสมาชิกในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ จี20 และเมื่อวันอังคาร กระทรวงการต่างประเทศของจีนก็ย้ำอีกครั้งว่า จีนไม่เคยเป็นประเทศบิดเบือนค่าเงิน และการตัดสินใจครั้งนี้ของสหรัฐสอดคล้องกับข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลิว เหอ ผู้แทนการค้าของจีน มาถึงกรุงวอชิงตันแล้วเมื่อวันจันทร์ เพื่อเตรียมลงนามข้อตกลงการค้า &amp;quot;เฟซที่ 1&amp;quot; ในวันพุธนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รายงานของสหรัฐยังระบุชื่อ 8 ประเทศอยู่ใน &amp;quot;บัญชีเฝ้าจับตา&amp;quot; เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติด้านเงินตรา ได้แก่ เยอรมนี, ไอร์แลนด์, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, มาเลเซีย, สิงคโปร์, สวิตเซอร์แลนด์ และเวียดนาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54558</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อตกลงการค้า, ค่าเงินหยวน, จีน, ประเทศบิดเบือนค่าเงิน, ระยะที่ 1, สตีเวน มนูชิน, สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
