<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัยรุ่นคาร์ม็อบพกระเบิดไปชุมนุมตูมสนั่นใส่ตัวเองเจ็บ4ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.64-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีเกิดเสียงระเบิดขึ้นระหว่างการชุมนุมคาร์ม็อบที่บริเวณหน้าศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ตามที่ได้รับแจ้งจากประชาชนที่พักอาศัยใกล้เคียงว่ามีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 4 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มาถนนรัชดาภิเษก ช่องทางริมฟุตบาท มุ่งหน้าแยกคลองเตย เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเกิดเสียงระเบิดดังขึ้น 1 ครั้ง กลุ่มวัยรุ่นจึงได้ลงจากรถ ขึ้นไปบนฟุตบาทบริเวณใต้ต้นไม้ และเกิดเสียงระเบิดขึ้นอีก 1 ครั้ง จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นได้รีบขึ้นรถจักรยานยนต์ออกนอกพื้นที่ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 ราย เป็นชายอายุ 19 ปี และ 20 ปี อีก 2 คนเป็นเยาวชนชาย อายุ 15 ปี และ 17 ปี ซึ่งผู้บาดเจ็บได้ถูกส่งตัวไปรักษาเบื้องต้นที่โรงพยาบาลเทพธารินทร์ และจะส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ ในพื้นที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายจอดอยู่ 1 คัน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบเศษระเบิดปิงปอง จำนวน 1 ลูก เป็นเศษพลาสติกสีฟ้า ทรงครึ่งวงกลม จำนวน 2 ชิ้น ภายในมีคราบคล้ายดินระเบิดที่ตัวของหนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ยึดไว้เป็นของกลางในคดีและจะส่งตรวจพิสูจน์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สันนิษฐานว่าการระเบิดอาจเกิดจากระเบิดที่กลุ่มวัยรุ่นพกมาระเบิดขึ้นเอง โดยในชั้นนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้หนึ่งผู้ใด เนื่องจากผู้บาดเจ็บยังอยู่ระหว่างการรักษา และยังอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และส่งวัตถุพยานที่เกี่ยวข้องไปตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ หากพบว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้ได้รับบาดเจ็บก็จะดำเนินการแจ้งข้อหาในเรื่องของการพกพาอาวุธหรือวัตถุระเบิดไปในเมืองหรือทางสาธารณะฯ ส่วนในเรื่องการระเบิดหากมีความเชื่อมโยงกับผู้ใดก็จะแจ้งข้อหาในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117199</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาร์ม็อบ, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, ระเบิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210626/image_big_60d70f0e72f20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจจับ3อาชีวะพกระเบิดกว่า10ลูกเตรียมเข้าร่วมชุมนุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.64-กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ได้รับรายงานการจับกุมคดีสำคัญที่เกี่ยวกับการชุมนุมจาก
สน.หนองแขม แจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.หนองแขม ได้จับกุมผู้ต้องหา บริเวณริมถนนหน้าโรงเรียนกรพิทักษ์ศึกษา ถนนบางบอน 3&amp;nbsp; แขวง-เขตหนองแขม กรุงเทพฯ ประกอบด้วย นายศุภโชค&amp;nbsp; อายุ 18 ปี นายณัฐนนท์ อายุ 17 ปี และนายนพรัตน์ อายุ 17 ปี พร้อมด้วยของกลาง 1. ระเบิดชนิดประกอบเอง จำนวน 10 ลูก 2. หนังสติ๊กด้ามไม้ จำนวน 2 อัน 3. เสื้อสถาบันสีกรมท่า จำนวน 1 ตัว 4. กระเป๋าสะพายข้างสีดำ จำนวน 2 ใบ 5. แว่นตา หน้ากากกันแก๊ส จำนวน 1 อัน โดยกล่าวหาว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;มีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธ(ระเบิด)เข้าไปในหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 ส.ค.64 เวลาประมาณ 17.30 น. เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้ออกตรวจพื้นที่มาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ พบชายไทยจำนวน 3 คน มีขับขี่และซ้อนท้ายรจักรยานยนต์ มาตามถนนบางบอน 3 มุ่งหน้าขาออกปากซอยเพชรเกษม 69 ท่าทางมีพิรุธต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวโดยให้หยุด ชายไทยทั้ง 3 คน พยายามจะขับขี่รถหลบหนีแต่ไม่สามารถหลบหนีได้จึงหยุดบริเวณข้างทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวขอตรวจค้น ทราบว่ามีนายณัฐนนท์ เป็นคนขับขี่ มีนายศุภโชค&amp;nbsp; เป็นคนนั่งกลาง และนายนพรัตน์ เป็นคนนั่งท้ายสุด จากการตรวจค้นพบของกลางซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเป้ของกลางซึ่งมีนายศุภโชคเป็นคนสะพายอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามยอมรับว่ากำลังจะเดินทางไปร่วมการชุมนุมกับพวก โดยระเบิดได้ประกอบขึ้นเองและจะนำไปใช้ในการร่วมชุมนุม ตำรวจจึงยึดของกลางพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114147</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุม, จับ3อาชีวะ, ระเบิด, สน.หนองแขม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_612208b6b43e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7ชม.ยังดับไม่ได้ เร่งอพยพคน! ไฟไหม้โรงงานพลาสติก ถังเคมีระเบิดเป็นระยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค. 64 - เมื่อเวลา 03.30 น. ร.ต.อ.สัณหวัช แก้วดวงศรี รองสารวัตรสอบสวน สภ บางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ รับแจ้งเหตุถังเคมีระเบิดภายในบริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยกิ่งแก้ว 21 หมู่ 15 ต.บางพลีใหญ่&amp;nbsp; อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งพร้อมดับเพลิงจาก อบต.บางพลีใหญ่ และเทศบาลใกล้เคียงกว่า 30 คัน และ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู รุดไปที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับเม็ดโฟมและพลาสติกขนาดใหญ่ พบเพลิงกำลังลุกไหม้ตัวอาคารโรงงานอย่างรุนแรง เปลวเพลิงแดงฉานและควันไฟดำทมึนพวยพุ่งขึ้นท้องฟ้า และมีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ แรงอัดทำให้บ้านเรือนและโรงงานที่อยู่โดยรอบข้างรัศมี 500 เมตร ได้รับความเสียหายจำนวนมาก เศษซากวัสดุโรงงานปลิวทั่วบริเวณ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายสิบราย โดยส่วนมากบาดเจ็บจากการแรงอัดและกระจกบ้านเรือนแตกตกใส่ ขณะที่มีคนงานบางส่วนถูกแผ่นปูนอาคารถล่มลงมาทับ เจ้าหน้าที่ชุดผจญเพลิงต้องเข้าไปให้การช่วยเหลือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการการสอบถามชาวบ้าน เล่าว่า อยู่ด้านนอกโรงงานมีพนักงานมาเรียกว่ามันรั่ว จึงได้เดินเข้าไปดู ขณะเดินไปถึงป้อมยามก็ระเบิดขึ้น ทราบว่าจุดที่ระเบิดเป็นถังเคมีขนาด 2,000 ตัน ส่วนถัดไปเป็นสารเคมีไวไฟขนาดใหญ่ที่ไฟกำลังไหม้อยู่ ส่วนความเสียหายและสาเหตุขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ในขณะนี้ เพลิงได้ลุกลามขยายวงกว้าง เจ้าหน้าที่ได้สั่งอพยพประชาชนในซอยกิ่งแก้ว 21 ที่อยู่ใกล้กับโรงงานออกจากพื้นที่เกิดเหตุอย่างน้อย 5 กิโลเมตรเพื่อความปลอดภัยเนื่องจากโรงงานที่เกิดเพลิงไหม้มีสารเคมีเป็นอันตรายต่อสุขภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้นายวันชัย คงเกษม&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp; พลตำรวจตรีชุมพล พุ่มพวง&amp;nbsp; ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ได้รุดไปอำนวยการที่จุดเกิดเหตุแล้ว ทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีการประสานเฮลิคอปเตอร์บรรทุกสารเคมีมาช่วยดับเพลิงแล้ว.&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108644</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถังเคมี, ระเบิด, สมุทรปราการ, โรงงานพลาสติก, ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e27d37da78b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2021 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2021 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นราฯป่วนต่อเนื่อง! บึ้มสนั่นตลบหลังตร.ลงตรวจเผาเสาสัญญาณมือถือเจ็บอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค.64- เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ร.ต.อ.วิมล ด้วงนิล สารวัตร สอบสวน สภ.ศรีสาคร&amp;nbsp;จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้าย จุดชนวนระเบิดรถยนต์เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสาคร บนถนนบ้านไอร์กาแซร์ ม.6 &amp;nbsp;ต.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย โดยในที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ซึ่งถูกระเบิด พังเสียหายทั้งคัน และมีเจ้าหน้าที่ ชุดสือสวน สภ.ศรีสาคร ที่นั่งมารถคันดังกล่าว ถูกสะเก็ดระเบิด บาดเจ็บ 5 นาย ทราบชื่อ 1. ร.ต.ต.พนมกร แซ่ฮ่อน บาดเจ็บสาหัส เลือดคลั่งในปอด 2. ส.ต.ท.ธีรศักดิ์ พรภักดี บาดเจ็บเล็กน้อย 3. ส.ต.ท.ปียะพงค์ เพชรจำรัส บาดเจ็บเล็กน้อย 4.ส.ต.อ.นเรศ สัญกูล บาดเจ็บเล็กน้อย&amp;nbsp;และ 5. ด.ต.ยุทธกร เรืองเพ็ง บาดเจ็บเล็กน้อย ทั้งหมดบาดเจ็บไม่สาหัส เนื่องจากเจ้าหน้าที่ถูกนายใส่เสื้อเกราะป้องกันกระสุน สามารถป้องกันลดความแรงของสะเก็ดระเบิดได้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ ได้รับบาดเจ็บได้ถูกนำไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีสาครแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสืบสวน ทราบว่า &amp;nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าที่ ชุดสืบสวน สภ.ศรีสาคร ได้นำกำลังชุด EOD หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด ลงพื้นที่ เพื่อไปตรวจเสาสัญญาณสัญญาณโทรศัพท์มือถือของบริษัททรูและดีแท็คในพื้นที่ หมู่ที 6 บ้านไอร์กาแซ ต.ศรีสาคร ระหว่างทาง ได้มีคนร้าย กดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง ที่ฝังอยู่ใต้ผิวถนน ทำให้รถยนต์เจ้าหน้าที่เสียหาย และเจ้าหน้าที่บาดเจ็บดังกล่าว แรงระเบิดทำให้เกิดหลุมกว้างกว่า 1 เมตร ลึก 50 ซม.และมีสะเก็ดระเบิดเป็นเหล็กหุนตัก ในรัศมี 100 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พล.ต.ไพศาล หนูสังข์ ผบ.ฉก.นราธิวาส ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหาร สนธิกำลัง ตำรวจ และฝ่ายปกครอง และนำชุดสุนัขดมกลิ่น เพื่อติดตามไล่ล่า กลุ่มคนร้ายที่ ซึ่งคาดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุ ยังคงกบดานอยู่ในพื้นที่ ส่วนสาเหตุสันนิษฐานเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบ เพื่อก่อเหตุมุ่งประสงค์ชีวิต เจ้าหน้าที่และสร้างสถานการณ์ป่วนใต้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91544</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนราธิวาส, ระเบิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210131/image_big_601663ea9439b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 19:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระเบิดโจมตีฟิลิปปินส์2หนซ้อน ดับ14 คาดฝีมืออาบูไซยาฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คนร้ายวางระเบิดรถมอเตอร์ไซค์ใกล้รถบรรทุกทหารฟิลิปปินส์บนเกาะโฮโลเมื่อช่วงเที่ยงวันจันทร์ ฆ่าทหารและพลเรือนอย่างน้อย 14 ราย บาดเจ็บอีก 75 คน ชั่วโมงถัดมามือระเบิดหญิงฆ่าตัวตายกดชนวนซ้ำดับเพิ่มอีก 1 ศพ กองทัพคาดอาบูไซยาฟอยู่เบื้องหลังเพื่อตอบโต้ที่แกนนำโดนจับกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2563 กล่าวว่า การระเบิดโจมตีฟิลิปปินส์ครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นบนเกาะโฮโลในจังหวัดซูลู ภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมและกองกำลังฝ่ายความมั่นคงกำลังต่อสู้กับกลุ่มอิสลามิสต์อาบูไซยาฟ ที่เคยประกาศสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มรัฐอิสลาม ระเบิด 2 ลูกเกิดห่างกันประมาณ 1 ชั่วโมง โดยเชื่อว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระเบิดลูกแรกติดตั้งไว้กับรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ด้านนอกศูนย์อาหารที่มีรถบรรทุกของทหารจอดอยู่ 2 คัน เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. พลโทคอร์เลโต วินลวน ผู้บัญชาการกองบัญชาการมินดาเนาตะวันตก&amp;nbsp; เปิดเผยว่า มีทหารเสียชีวิต 7 นาย, ตำรวจ 1 นาย และพลเรือนเสียชีวิต 6 คน และทำให้พลเรือนบาดเจ็บ 48 คน ทหารบาดเจ็บ 21 นายและตำรวจเจ็บ 6 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันโทโรนัลโด มาเตโอ อ้างคำกล่าวของนายกเทศมนตรีที่นั่นว่า ทหารพบเห็นว่ามีบุคคลหนึ่งนำมาจอดไว้ด้านนอกร้านขายของชำที่มีคนอยู่จำนวนมากรวมถึงทหาร จากนั้นก็เกิดระเบิดขึ้นทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเกิดระเบิดครั้งที่ 2 บนถนนสายเดียวกัน มือระเบิดหญิงฆ่าตัวตายจุดชนวนระเบิดขณะตำรวจปิดกั้นจุดเกิดเหตุระเบิดครั้งแรก พลโทวินลวนเผยว่า มีคนเสียชีวิตอีก 1 ราย บาดเจ็บ 6 ราย คนร้ายจุดชนวนเมื่อทหารนายหนึ่งพยายามจับกุมเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาประกาศว่าอยู่เบื้องหลังระเบิด 2 ครั้งซ้อนนี้ แต่พันโทมาเตโอกล่าวว่า มีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะเป็นฝีมือของกลุ่มอาบูไซยาฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุระเบิดเมื่อวันจันทร์เกิดขึ้นไล่หลังการจับกุมอับดุลญิฮาด ซูซูกาน แกนนำของอาบูไซยาฟ บนเกาะมินดาเนาเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ที่ทำให้กองกำลังฝ่ายความมั่นคงของฟิลิปปินส์อยู่ในภาวะเฝ้าระวังการโจมตีตอบโต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซูซูกานคือผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการลักพาตัวและตัดศีรษะชาวต่างชาติหลายคน ตำรวจกล่าวว่า เขาถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม 23 กระทง, ลักพาตัว 5 กระทง และพยายามฆ่าอีก 6 กระทง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฮร์รี โรเก โฆษกของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการโจมตีที่ขี้ขลาด และแสดงความเสียใจกับครอบครัวและบุคคลที่สูญเสียผู้เป็นที่รัก พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนบนเกาะโฮโลคอยระแวดระวังและรายงานหากพบบุคคลหรือวัตถุต้องสงสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังป้องกันชายฝั่งของฟิลิปปินส์ออกคำเตือนสีแดงสำหรับจังหวัดซูลูและหลายพื้นที่ในภาคใต้แล้ว ขณะกองกำลังนี้ช่วยเหลือการรับมือสถานการณ์ของตำรวจและทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระเบิดเมื่อวันจันทร์เกิดใกล้กับจุดที่มือระเบิดฆ่าตัวตาย 2 รายโจมตีเมื่อเดือนมกราคม 2562 ทำให้เสียชีวิต 21 คน โดยเชื่อว่าเป็นฝีมืออาบูไซยาฟ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75431</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟิลิปปินส์, ระเบิด, อาบูไซยาฟ, เกาะโฮโล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2020 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2020 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัตตานี-นราธิวาสป่วนหนัก กลุ่มก่อความไม่สงบดักบึ้มทหารดับแล้ว 2 นาย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นราธิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.63 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;08.10&amp;nbsp;น.&amp;nbsp; พ.ต.ท.วสัน รักชาติพานิช สวญ. สภ.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิด พื้นที่ ม.6&amp;nbsp;บ.ปะกาลือสง ต.ตุยง ริมถนนสายบ้านท่ายาบอ-บ้านปะกาลือสง หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมรายงานให้ พล.ต.ต.จีรวัฒน์ พยุงธรรม ผบก. พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผล.ฉก.ทพ.43&amp;nbsp;ทราบ ไปถึงเจ้าหน้าที่ได้ปิดเส้นทางเข้าออกเพื่อความปลอดภัย จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้าตรวจสอบ พบรอยเลือดจำนวนมากและอุปกรณ์สนามของเจ้าหน้าที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.หนองจิก ทราบชื่อ อส.ทพ.เอ็มลุกมาน หะยีสะแม ถูกสะเก็ตระเบิดและแรงระเบิดเข้าลำตัวหลายแห่ง อาการสาหัสแพทย์พยายามช่วยชีวิต แต่เนื่องจากเสียเลือดมากและมีบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่งก่อนจะทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดอยู่บริเวณริมถนน กว้าง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมตรและมีชิ้นส่วนระเบิดและสะเก็ตระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า กำลังพลชุด ร้อย ทพ.4305&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;43&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;นาย เดินลาดตระเวนเส้นทางเพื่อดูแลความปลอดภัยครูโรงเรียนบ้านปะกาลือสงก่อนที่จะเดินทางเข้าไปโรงเรียน ปรากฏว่าเมื่อเเจ้าหน้าที่เดินมาถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนดักซุ่มในป่าข้างทาง ก่อนจะกดชนวนระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กก.ที่วางไว้ริมถนน จนเกิดเสียงดังสนั่น ผู้ตายถูกแรงระเบิดอย่างรุนแรงทำให้เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุ พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ฉก.ทพ.43&amp;nbsp;ได้สั่งระดมกำลังร่วมเข้าปิดล้อมตรวจค้นบริเวณที่เกิดเหตุทันทีในรัศมี&amp;nbsp;500&amp;nbsp;เมตร พร้อมประสานหน่วยกำลังพื้นที่เขตรอยต่อ จุดตรวจจุดสกัดทุกพื้นที่ตรวจค้นบุคคลที่เข้าออกอย่างละเอียด อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้มีรายงานอย่างต่อเนื่องว่า กลุ่มก่อความไม่สงบมีการเคลื่อนไหวในพื้นที่เตรียมก่อเหตุสร้างสถานการณ์ ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงมีการพยายามติดตามหาข่าวและปฏิบัติการณ์เชิงรุกกดดันคนร้ายอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันและดูแลความปลอดภัยประชาชนในพื้นที่ ก่อนที่คนร้ายจะฉวยโอกาสก่อเหตุสร้างสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาไล่เลี่ยกัน คนร้ายลอบวางระเบิด บริเวณสะพานใกล้กับอบต.กาลิซา อ.ระแงะ จ.นราธิวาส แรงระเบิดส่งผลให้ เจ้าหน้าที่ทหารชุดคุ้มครองครูของ ร้อย.ทพ.ที่ 4508 เสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 3 นาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74281</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มก่อความไม่สงบ, ชายแดนใต้, ระเบิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f34dc61d7910.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2020 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2020 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัยรุ่นเมืองกาญจน์เปิดศึกนองเลือดขับรถไล่ล่าสุดท้ายโดนระเบิดเสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 2 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 ก.ค.2563 วัยรุ่นเปิดศึกเลือดโดนระเบิดเสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 2 เหตุท้าท้ายกันในเฟสเป็นคนละหมู่บ้าน แต่อำเภอเดียวกันเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ก่อนเกิดเหตุโทรศัพท์ให้มาเจอกันหน้าร้านเซเว่นกลางดึก2 ฝ่ายโทรเรียกลูกพี่ให้มาช่วยชำระบัญชีแค้น โดยฝ่ายหนึ่งมีปืนขนาด 9 มม.เป็นอาวุธ ส่วนอีกฝ่ายมีระเบิดพลาสติกที่ทำเองเป็นอาวุธ เจอหน้ากันไม่ทันเจรจาขับรถกระบะไล่ตามล่ากันเหมือนในหนัง สุดท้ายรถพุ่งชนกันจนด้านหน้าพังยับ ฝ่ายหลบหนีทิ้งรถวิ่งหนีตาย แต่ถูกยิงใส่จนได้รับบาดเจ็บที่ขา ส่วนขาใหญ่ลูกพี่หลบหนีออกจากรถไม่ทัน ถูกลากออกมาจากรถลงมือกระทืบ ในขณะที่มือขวากำระเบิดถูกแรงกระแทง ตูมเดียว! หน้าอก ใบหน้าฉีกขาด กระดูกข้อมือขวาแหลกเละไม่มีชิ้นดีหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่มูลนิธิ รีบนำตัวทั้งลูกน้องและลูกพี่ส่ง รพ.สุดท้ายลูกพี่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวสิ้นใจตายมนเวลาต่อมา ผู้การตำรวจกาญจน์ หลังได้รับรายงานเหตุอุฉกรรจ์สะเทือนขวัญ สั่งการรอง ผบก.นำตำรวจชุด กก.สส.ชป.4 ลงพื้นทีร่วมตรวจสอบเหตุการณ์ยันเช้าของอีกวันผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 สั่งการ ผกก.ตำรวจชุด กก.สส.ภาคฯ ขอหมายค้นบ้าน 3 หลัง รู้ชื่อคนร้ายที่กระทำผิดซึ่งหลบหนีไปได้ 1 คนพร้อมของกลางอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ แต่ยังไม่พบตัว หรือสิ่งของผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 00.10 น.ของวันที่ 11 ก.ค.63 ร.ต.อ.เสถียรพงศ์ สำรองทรัพย์ รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.ฯ ว่าเกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นเปิดศึกยิงและใช้ลูกระเบิดทำร้ายกัน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย เหตุเกิดบนถนนในซอยข้างร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ข้างตลาดเทศบาลตำบลหนองฝ้าย อ.เลาขวัญฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.พฤหัส สังข์ประเสริฐ ผกก.สภ.เลาขวัญฯ และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่อีกหลายนาย ร่วมกับ ร.ต.อ.อำพร &amp;nbsp;มักสัมพันธ์ รอง สว.สส.สภ.ฯ และกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบและมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์จุดเลาขวัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นถนนทางลัดเข้าหมู่บ้านข้างร้านเซเว่นอีเลฟเว่นสาขา ตลาดเทศบาล ต.หนองฝ้ายฯ พบรถยนต์กระบะ 2 คันจอดอยู่ในสภาพด้านหน้าพุ่งชนกันพังเสียหายทั้ง 2 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คันแรกเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุรุ่นดาก้อนสีบรอนซ์เทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ส่วนอีกคันเป็นเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุดีแมคซ์สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน บล-1631 สุพรรณบุรี ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดยังพบกองเลือด 1 กอง รอยเลือดไหลหยดเป็นทาง ปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่ 1 ปลอก หัวกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่ 1 หัว เศษพลาสติกพันด้วยผ้าเทปสีดำและชิ้นส่วนที่ใช้ทำเป็นระเบิดตกกระจัดกระจายทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.พฤหัส สังข์ประเสริฐ ผกก.สภ.เลาขวัญฯ จึงรีบรายงานเหตุการณ์คดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญให้ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผบช.ภ.7 และ พล.ต.ต.วรณัน สุขเจริญ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรีทราบเรื่อง และสั่งการให้พนักงานสอบสวนประสานไปยังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดฯ ให้เดินทางมาตรวจเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยมี พ.ต.อ.บรรจง อมฤทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี และ พ.ต.อ.ศุภวัชร อังคสยาวัฒน์ หลังทราบเรื่องจึงได้สั่งการให้ พ.ต.ต.สมศักดิ์ กิจภาณุโสภณ สว.กก.สสฯ .ร่วมกับตำรวจชุด กก.สส.ชป.4 ภ.จว.กาญจนบุรีนำกำลังตำรวจลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมเพื่อคลี่คลายคดีติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุและหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ จุดเลาขวัญ ได้นำผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 รายนำส่ง รพ.เลาขวัญฯ และทราบจากทาง รพ.ฯ ว่าผู้ได้รับบาดเจ็บได้เสียชีวิตลง 1 ราย เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว จึงรีบนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบที่ รพ.ฯ ทราบชื่อผู้ตายรายนี้คือ นายนพดล หรือเขาทราย หรือทราย ล้อมวงศ์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/5 หมู่ 6 ต.หนองฝ้าย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพศพบริเวณหน้าอกและใบหน้ามีร่องรอยบาดแผลฉีกขาดเป็นบาดแผลฉกรรจ์ ที่ข้อมือด้านขวากระดูกแตกเนื้อเยื้อฉีกขาดหายไปจนข้อมือห้อยร่องแร่งหวิดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้ได้บาดเจ็บคนที่ 2 ชื่อนายสันติชัย หรือแบค์ จานุสังข์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 6 ต.หนองฝ้าย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.เข้าที่หัวแม่เท้าด้านขวา 1นัด ส่วนคนที่ 2 ชื่อนายวันชนะ หรือปั๊ก ก๋งเมือง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ อยู่บ้านเลขที่ 169 หมู่ 7 ต.หนองโสน อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่บริเวณหัวเข่าและหน้าขาทั้ง 2 ข้าง แพทย์ได้ทำการผ่าเอาสะเก็ดระเบิดออกจากขาและรักษาพยาบาลจนอาการพ้นขีดอันตราย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อไปสอบปากคำถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่สภ.เลาขวัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นจากการสอบปากคำนายสันติชัย หรือแบงค์ จานุสังข์ และนายวันชนะ หรือปั๊ก ก๋งเมือง &amp;nbsp;ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีการโทรศัพท์ท้าท้ายกันและนัดเจอกันระหว่างกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 2 กลุ่ม ระหว่างกลุ่มของนายนพดล หรือเขาทราย หรือทราย ผู้ตายเป็นหัวหน้าแก๊งค์ กับนายฐิติศักดิ์ หรือกัน บัวบาน อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83 หมู่ 5 ต.หนองฝ้าย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊ง ที่หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปโดยนัดเจอกันที่บริเวณหน้าเซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการพูดจาด่าทอท้าท้ายกันมาตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 2 กลุ่มขับรถยนต์กระบะมาเจอกัน กลุ่มของนายนพดล ซึ่งนั่งมากัน 3 คน ได้ขับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุดาก้อนสีบรอนซ์เทาไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีเข้าไปในซอยข้างเซเว่นฯ โดยมีกลุ่มของนายฐิติศักดิ์ หรือกัน ซึ่งนั่งมากัน 4 คน ขับไล่กวดติดตามไป อยู่ๆ นายนพดล ผู้ตาย ก็ขับรถย้อนกลับมาทางเดิม จึงถูกกลุ่มของนายฐิติศักดิ์ หรือกัน ซึ่งขับรถติดตามมาพุ่งเข้าชนประสานงากับรถของนายนพดล ผู้ตายอย่างจัง จนทำให้ด้านหน้ารถทั้ง 2 คันพังเสียหาย นายฐิติศักดิ์ หรือกัน จึงใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิงใส่รถของนายนพดล ถูกเข้าที่บริเวณประตูด้านขวาของคนขับ ทำให้นายสันติชัย หรือแบงค์ ได้รับบาดเจ็บ กระสุนถูกเข้าที่หัวแม่เท้าด้านขวา ส่วนนายอมร หรือโอ๋ พลายละหาร อายุ 23 ปี ไม่ทราบที่อยู่วิ่งหลบหนีฝ่าความมืดไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายนพดล ผู้ตาย ซึ่งเป็นคนขับวิ่งหลบหนีออกจากรถไม่ทัน จึงถูกนายวันชนะ หรือปั๊ก ก๋งเมือง วิ่งเข้าไปลากตัวนายนพดล ผู้ตายออกมาจากรถและชกต่อยนายนพดล ผู้ตายจนล้มคว่ำหน้านอนกับพื้น โดยที่ไม่รู้ว่า มือขวาของนายนพดล กำลูกระเบิดพลาสติกอยู่ 1 ลูก เพื่อเตรียมจะขว้างใส่กลุ่มของนายฐิติศักดิ์ หรือกัน แต่ยังไม่ทันขว้างก็มาถูกนายวันชนะ หรือปั๊กใช้เท้ากระทืบไปทางด้านหลังของนายนพดล ผู้ตายถึง 3 ครั้ง แรงกระทืบจึงทำให้ลูกระเบิดเกิดระเบิดขึ้น ส่งผลทำให้นายนพดล ถูกแรงอัดของระเบิดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และไปเสียชีวิตที่ รพ.ฯ ส่วนนายวันชนะ ซึ่งใช้เท้ากระทืบผู้ตาย โดนสะเก็ดระเบิดทำให้หน้าขาทั้ง 2 ข้างและหัวเข่าด้านซ้ายบาดเจ็บไปด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสอบสวนปากคำพยานแวดล้อมเพื่อรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อจับกุมตัวนายฐิติศักดิ์ หรือกัน บัวบานกับพวกที่หลบหนี รวมทั้งนายวันชนะ หรือปั๊ก ก๋งเมือง ผู้ก่อเหตุเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 16.00 น.ของวันเดียวกัน พล.ต.ท.ธนา ชูวงษ์ ผบช.ภาค 7 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สุภาพ วัยพินิจพงษ์ ผกก.สส.1 กก.สส.ภ.7 นำกำลังตำรวจชุด กก.สส.ภ.7 สนธิกำลังกับ พ.ต.อ.บรรจง อมฤทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี และกำลังตำรวจชุด กก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี ร่วมกับ พ.ต.อ.พฤหัส สังข์ประเสริฐ และชุดสืบสวน สภ.เลาขวัญฯ โดยแบ่งกำลังกันออกเป็น 3 ชุด พร้อมหมายค้นบ้านแยกย้ายกันเข้าทำการตรวจค้นบ้าน 3 หลังซึ่งเป็นบ้านของนายฐิติศักดิ์ หรือกัน บัวบาน ผู้ต้องหาทีหลบหนี และบ้านอื่นๆ ผลการตรวจค้นบ้านทั้ง 3 หลัง ไม่พบตัวนายฐิติศักดิ์ หรือกันสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด มีรายงานข่าวว่า ทางพ่อแม่ของนายฐิติศักดิ์ หรือกัน บัวบาน มือปืนหลังทราบข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ลูกชายได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงกลุ่มวัยรุ่นคู่อริ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จึงพร้อมด้วยญาติๆ เดินทางมาที่ สภ.เลาขวัญฯ เพื่อติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า จะขอพาลูกชายเข้ามอบตัว แต่ยังไม่ทราบว่า หลังก่อเหตุลูกชายหลบหนีไปอยู่ที่ไหน หากติดต่อลูกชายได้ จะพาเข้ามอบตัวทันที ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พร้อมที่จะรอรับตัวโดยขอให้แจ้งเวลามา หากสามารถติดต่อนายฐิติศักดิ์ หรือกัน ลูกชายได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71177</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนบุรี, ระเบิด, วัยรุ่นเปิดศึก, เลาขวัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0a829401b8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
