<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2019 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2019 19:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออกหมายจับเพิ่มอีก 5 คน ระะดับสั่งการบึ้มกรุง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.62 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนและการดำเนินคดีกับผูร่วมก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ กทม. และพื้นที่เกี่ยวข้อง ในห้วงที่ผ่านมาว่า ได้รับรายงานจากคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมว่า ขณะนี้คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่ออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่กระทำความผิดก่อเหตุระเบิดตามพื้นที่หลายจุดของ กทม. และปริมณฑลเพิ่มอีกจำนวน 5 คน&amp;nbsp; ซึ่งเป็นระดับสั่งการ นายมะนูเด็น สามะ 1425/2562 ,นายมูฮำมัดอาดีลัน สาและ 1426/2562 , นายอารีฟ มะเซ็ง 1427/2562 , นายซุลกิฟลี มะสาแมง 1428/2562 ,นายรอแปะอิง อุเซ็ง 1429/2562 ในข้อหา เป็นอั้งยี่, เป็นซ่องโจรโดยเป็นการสมคบเพื่อกระทำความผิด เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานก่อการร้าย, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พยายามทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น, กระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์ของผู้อื่น, กระทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์ของผู้อื่น และโรงเรือนอันเป็นที่เก็บสินค้า และกระทำให้เกิดระเบิดเป็นเหตุให้บุคคลอื่นรับอันตรายสาหัส

ต่อมา คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ยื่นร้องต่อศาลเพื่อเพิ่มข้อกล่าวหาหมายจับผู้ต้องหาในระดับปฎิบัติการและยังหลบหนีการจับกุม จำนวน 13 ราย อยู่ระหว่างศาลพิจารณาออกหมายจับใหม่ในข้อหา เป็นอั้งยี่, เป็นซ่องโจรโดยเป็นการสมคบเพื่อกระทำความผิดที่มีระวางโทษถึงประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไป, ร่วมกันก่อการร้าย, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,ร่วมกันพยายามกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น,ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น,ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์ของผู้อื่น และโรงเรือนอันเป็นที่เก็บสินค้า ,ร่วมกระทำให้เกิดระเบิดเป็นเหตุให้บุคคลอื่นรับอันตรายสาหัส, พาอาวุธ(ระเบิด) ไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทาง

สำหรับ นายลูไอ แซแง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 462/2562 , นายวิลดัน มาหะ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 463/2562 ผู้ก่อเหตุหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งถูกจับกุมตัว เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2562 และ นายมูฮัมมัดอิลฮัม สะอิ ทำหน้าที่ส่งระเบิด ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1327/2562 ซึ่งถูกควบคุมตัว เมื่อ 5 สิงหาคม 2562 นั้น พนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย เพิ่มเติมในข้อหา เป็นอั้งยี่, เป็นซ่องโจรโดยเป็นการสมคบเพื่อกระทำความผิดที่มีระวางโทษถึงประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไป, ร่วมกันก่อการร้าย, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,ร่วมกันพยายามกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น,ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น,ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์ของผู้อื่น และโรงเรือนอันเป็นที่เก็บสินค้า, ร่วมกระทำให้เกิดระเบิดเป็นเหตุให้บุคคลอื่นรับอันตรายสาหัส, พาอาวุธ(ระเบิด) ไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ,ร่วมกันทำ ใช้ มีไว้ซึ่งวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้,มียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo;

ส่วนผู้ต้องหา อีก 1 ราย คือ นายมะยูโซะ หะยีสามะผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1334/2562 ข้อหา อั้งยี่ ,ร่วมกันทำ ใช้ มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ,กระทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่น และเป็นเหตุให้บุคคลอื่นรับอันตรายสาหัส ,พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ,พาอาวุธ (ระเบิด) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งอยู่ระหว่างศาลพิจารณาอนุมัติข้อหาการออกหมายจับเพิ่มเติม

คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานมาโดยตลอดและพบว่าเหตุที่เกิดขึ้นนั้น มีการกระทำผิดเกิดขึ้นตั้งแต่นอกราชอาณาจักร เกี่ยวพันต่อเนื่องกันจนมีกระทั่งเกิดเหตุภายในประเทศไทย ซึ่งตาม ป.วิ อาญา มาตรา 20 นั้น อัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ โดยได้มอบหมายให้พนักงานอัยการเป็นพนักงานสอบสวนร่วมกับคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานในการดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามคณะทำงานยังคงเร่งรัดดำเนินการสืบสวน สอบสวน หาความเชื่อมโยงการกระทำความผิด ตลอดจนขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้องและสืบสวนติดตามจับกุมผู้ที่ร่วมก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้พนักงานสืบสวนสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาไปแล้ว 21 คน จำนวน 21 หมาย โดยสามารถจับกุมได้แล้ว 3 ราย อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำชับและสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจและทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ผ่านมายัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ในการทำงานกันอย่างเต็มกำลังความสามารถ เข้มข้นจริงจังในการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และเร่งรัดออกติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งในส่วนของภาคประชาชนที่ช่วยกันเป็นหูเป็นตาในการสอดส่องและแจ้งข้อมูลเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่

อีกทั้ง ผบ.ตร. ยังได้ขับเคลื่อนตามนโยบายนายกรัฐมนตรี โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. กำกับดูแลและเป็นหัวหน้าทีมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนในเรื่องนี้ ซึ่งต้องทำงานแข่งกับเวลา ยึดระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนหลักสิทธิมนุษยชน เป็นสำคัญ โดยจะต้องไม่มีการจับแพะอย่างเด็ดขาด รวมทั้งมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งในและนอกประเทศในการติดตามและจับกุมตัวผู้ต้องหามาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46158</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระเบิดกทม., ออกหมายจับระเบิดกรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190919/image_big_5d837b3ab3fbd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2019 10:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2019 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คิดได้ไง!&#039;โฆษกเอี่ยม&#039;โยงบึ้มกรุงกลบข่าวถวายสัตย์ฯไม่ครบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.62 - นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โพสต์ข้อความลงในทวีตเตอร์ @AnusornOfficial ระบุว่า &amp;quot;ไหนใครบอก &amp;quot;เลือกความสงบ จบที่ลุงตู่&amp;quot; ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เสียงระเบิด จะกลบเสียงวิพากษ์ ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ ได้หรือไม่ ?&amp;quot;

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42607</URL_LINK>
                <HASHTAG>การถวายสัตย์ปฏิญาณ, ระเบิดกทม., ระเบิดกรุง, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190719/image_big_5d31805639bd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2019 10:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2019 10:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯฝากขอบคุณทุกฝ่ายช่วยคลี่คลายสถานการณ์บึ้มกรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.62 - นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากเหตุระเบิดป่วนเมือง 9 ครั้ง 5 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ฝากขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงทุกคน ที่ปฎิบัติงานอย่างเต็มที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน รวมตลอดถึงสื่อมวลชนที่ได้ช่วยกันเป็นกำลังสำคัญในการช่วยตรวจสอบข้อมูลความเป็นจริง และเป็นสื่อกลางในการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่ารัฐบาล ตำรวจ และฝ่ายความมั่นคง สามารถควบคุมสถานการณ์ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42606</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, บิ๊กตู่, ระเบิดกทม., ระเบิดกรุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d401e2fc2c59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯประยุทธ์รับไม่ได้บึ้มกรุง ลั่นคนก่อเหตุต้องไม่มีที่ยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.62 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา​ 15.10 น.​ ที่สำนักงานตำร​วจ​แห่งชาติ​(สตช.) พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์​โอชา​ นายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​กลาโหม​ ให้สัมภาษ​ณ์ถึงเหตุการณ์​ระเบิดหลายจุดในกรุงเทพมหานคร​ในเช้าวันเดียวกันนี้​ ว่า​ จากเหตุระเบิด​ 5 ครั้ง​ จาก​ 9​ เหตุการณ์​ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ​จำนวน​หนึ่ง​ แต่ก็ไม่มากนัก​ แต่แค่คนเดียวตนก็รับไม่ได้​ จึงได้สั่งการให้สตช.เข้าไปดูแลว่าได้รับความเดือดร้อน​และบาดเจ็บตรงไหน​ เพราะไม่ต้องการให้ใครเดือดร้อน​ และสิ่งที่อยากให้ทุกคนช่วยกันคิดก็คือ เราจะแก้ไขปัญหาความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน​กันอย่างไร​ การจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารทำเพียงฝ่ายเดียวคงไม่เพียงพอ​ จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาแบบองค์​รวม​คือประชาชนมีส่วนร่วม​ ซึ่งปัจจุบัน​เรามีช่องทางสื่อสารระหว่างประชาชนกับตำร​วจ​และทหารอยู่แล้ว​ เราจึงจำเป็นต้องทำตัวให้สอดคล้อง​กับโลกปัจจุบัน​ ที่เป็นโลกแห่งการใช้โซเชียล​มีเดีย​และโทรศัพท์​ จึงขอฝากไปถึงประชาชน​ทุกคนอย่างกรณีเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่​ 1 ส.ค. จนถึงเช้าวันนี้​ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจากกล้องซีซี​ทีวี​ จับภาพผู้ต้องสงสัย​ ขณะเดียวกัน​ตนอยากได้ภาพเหล่านี้จากประชาชนด้วย​ ดังนั้น​ หากเห็นสิ่งผิดปกติ​เกิดขึ้น​ หรือไม่น่าไว้วางใจ​ก็ขอให้ถ่ายรูปเก็บไว้​ หากเจ้าหน้าที่​ต้องการหลักฐาน​เพิ่มเติมก็สามารถส่งมาให้ได้​ เพื่อช่วยกันคลี่คลาย​สถานการณ์​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์​กล่าว​ว่า​ เหตุการณ์​ที่เกิดขึ้นตั้งแต่​ 1 ส.ค.​ที่ผ่านมา​ ตนได้สั่งการผ่านผู้บัญชาการ​ตำรวจแห่งชาติ​(ผบ.ตร.) และพล.อ.ประวิตร​ วงษ์​สุวรรณ​ รอง​นายก​รัฐมนตรี​ฝ่ายความมั่น​คง​ เพื่อช่วยกันทำงานและเป็นที่น่ายินดี​ที่เราสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัย​ได้​ 2 คน จากพื้นที่จ.ชุมพร ภายในเวลาไม่ถึง​ 24​ ชั่วโมง​ แสดงว่าเจ้าหน้าที่​ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่​ ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวน​ และผลการสอบสวนขอให้เป็นเรื่องของกระบวนการและค่อนข้างชัดเจนว่าทั้ง​ 2 คนคือผู้ก่อเหตุ​ โดยมีหลักฐานจากกล้อ​งซีซีทีวี และวัตถุพยานหลายอย่าง​ แต่ทั้งนี้​ อย่าเพิ่งด่วนให้ข้อสรุป ว่าเกิดจากอะไรหรือสาเหตุมาจากอะไร​ แต่อยากให้ทุกคนคิดว่า​ 5 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล​ เหตุการณ์​ลดน้อยลงจนเกือบไม่มีเกิดขึ้น​เลย​ แล้วทำไมจึงกลับมาเกิดในช่วงนี้อีก​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า ทุกคนต้องมองสถานการณ์​วันนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น​ ขณะนี้เรามีการประชุมรัฐมนตรี​ต่างประเทศ​อาเซียน​ ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญในการพูดคุยกับประเทศคู่เจรจา​ แล้วทำไมต้องเกิดเหตุการณ์​แบบนี้เกิดขึ้น​ เคยมีตัวอย่างแบบนี้เกิดขึ้นหรือ​เปล่า​ ก็ต้องไปสอบทบทวน​ว่า​ เกี่ยวข้องอะไรกับใครบ้างในอดีตที่ผ่าน​มา​ ทราบว่ามีหลายอย่างที่เชื่อมโยงกับกลุ่มเก่าๆบ้าง​ แต่วันนี้ยังไม่ได้ตัดประเด็นอะไรออกไปทั้งสิ้น​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่า​ สิ่งที่ทุกคนต้องช่วยกันก็คือ​ ทำอย่างไรให้ประเทศปลอดภัย​กว่านี้​ ตราบใดก็ตามที่ยังมีคนไม่ดีอยู่​ เหตุการณ์​ก็พร้อมจะเกิดขึ้น​ตลอดเวลา​เช่นเดียวกับต่างประเทศ​ เพราะฉะนั้น​ อยู่ที่เราจะเข้มแข็ง​พอหรือไม่​ ซึ่งประชาชนมีส่วนสำคัญ​ในการร่วมมือ​ ทั้งนี้​ ตนได้กำชับหน่วยงาน​ที่​เกี่ยวข้อง​ทั้งทหารและตำรวจ​ ก็ขอให้กำ​ลัง​ใจ​เจ้าหน้าที่​ด้วย​ ขอให้ช่วยกันเฝ้าระวังดูแลและถ่ายรูป​ ถ้าเราร่วมมือกันแบบนี้​ เหตุร้ายก็เกิด​ขึ้นไม่ง่ายนัก​ ทั้งนี้ สถานการณ์​ในพื้นที่อื่นที่เกิดขึ้นทั้ง​ 9​ ครั้ง​ 5 จุด​ ขณะนี้การสืบสวนมีความก้าวหน้าไปโดยลำดับ​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เพียงแต่ขอร้องสื่อฯว่า​ขณะที่ผมเข้ามารับหน้าที่ตรงนี้​ สื่ออย่าเพิ่งขยายความ​ หรือไปสอบถามกับผู้ที่ไม่เกี่ยว​ข้อง​ เพราะทุกคนมีความเห็นที่แตกต่าง ถ้าถามมากก็จะไปกันใหญ่​ ทำให้กระบวนการ​ต่างๆเสียหาย​ ซึ่งผมได้ย้ำกับเจ้าหน้าที่​ทุกคนว่า ในการทำหน้าที่ขอให้ระมัดระวัง​อย่างดีที่สุด​ วันนี้อย่าลืมว่าเรามีรัฐบาล​ที่มาจากการเลือกตั้ง​ ได้รับการยอมรับ​จากต่างประเทศ​ ถึงแม้จะมีใครไปพูดจาบ้างก็ตาม​ แต่ก็มีการรับรองอย่างเป็นทางการ​จากหลายส่วน​ ไม่ว่าจะเป็นประเทศมหาอำนาจหรือประเทศใหญ่ๆ​ ซึ่งทุกประเทศอยากให้รัฐบาลนี้ืทำงานสืบสานความสัมพันธ์​ระหว่าง​ประเทศ​ต่อไป​ จะเห็นได้ว่าทุกประเทศไม่ได้รังเกียจ​เรา และมีความเข้าใจดี และทราบว่าที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้น​ และผมต้องเผชิญสถานการณ์​อะไรบ้าง​ และทุกคนก็หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากประเทศไทยต่อไป​ ประเทศไทยมีศักย​ภาพ​มาก​ ถ้าเราไม่ทำลายกันเอง​ หรือพูดจาให้เกิดความเสี​ยหาย เรายังมีโอกาสอีกมาก​ เพราะถือว่าเราเป็นแกนกลางของอาเซียน​ และปีนี้เราก็เป็นประธานอาเซียน​ ผมก็ได้นำพาประเทศสมาชิกทั้งหมดไปในทิศทางเดียวกัน​ โดยมีประชาชน​เป็นศูนย์กลาง&amp;quot; นายกฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์​กล่าว​ว่า​ วันนี้หลายอย่างเกิดขึ้นแล้วในประเทศ​ไทย​ สิ่งเก่าๆและเดิมเราคงต้องช่วยกันเปลี่ยน​แปลง​ เพื่อให้เกิดการปฏิรูป​ประเทศ​ สิ่งสำคัญคือต้องระเบิดจากข้างใน โดยจิตใจของคนไทย​ ต้องร่วมมือกันทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า​ ทุกองค์กร​ต้องปฏิบัติหน้าที่​ตามกฎหมาย​ ตำรวจทหาร​ก็ต้องสนับสนุน​ในทุกๆรัฐบาล​ ไม่ใช่ว่าจะเป็นการสืบทอดอำนาจใดๆ​ เพราะการเป็นนายกฯก็ต้องดูแลทุกคนในฐานะหัวหน้ารัฐบาล​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้น้ำหนักในประเด็นการเมืองแค่ไหน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนบอกแล้วว่าเราไม่ทิ้งอะไรสักอย่าง จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ สรุปมีคนไม่ดีกระทำการเช่นนี้ขึ้นมา จะด้วยเหตุผลประการใด เดี๋ยวสอบสวนออกมาได้เองว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มไหนอะไรอย่างไร เดี๋ยวก็ออกมาเองเป็นชุด และจะสร้างการรับรู้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้อย่าเพิ่งใจร้อน เพิ่งเกิดเหตุ เราก็ทำเต็มที่ เมื่อคืนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้หลับได้นอน ด่านก็ตรวจสกัดทุกช่องทาง กทม.ก็ช่วย ตำรวจก็ช่วย ทหารก็ช่วย นี่คือการบูรณาการ ทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คนตามหลักฐานวัตถุพยาน ไม่ได้ใช้วิธีการอื่นเลย ใช้การสอบสวนกับกระบวนการยุติธรรม ให้ความเป็นธรรม&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า เชื่อมโยงกับการเมืองหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า จะบอกว่าเชื่อมโยงหรือไม่ ตนยังตอบไม่ได้ เพียงแต่ต้องมาดูว่ามันเกิดช่วงเวลาเดียวกันหรือเปล่า ถ้าเป็นเวลาใกล้เคียงกัน มันอาจมาจากกลุ่มเดียวกันหรือไม่ หรืออาจจะมาจากหลายกลุ่มก็ต้องดูกันอีกที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ผู้ต้องหาที่จับกุมได้เป็นคนภาคใต้ นายกฯ กล่าวว่า &amp;ldquo;อ๋อ มันก็มีมั้ง&amp;rdquo; ตนเคยบอกแล้วว่า ถ้าเรามองแง่เดียวว่า จะขึ้นมาเพื่อให้เกิดเหตุการณ์อย่างเช่นในพื้นที่ข้างล่าง มันก็ไม่ใช่เสียทีเดียว อย่าลืมว่าเป็นการใช้บริการก็มี หลายเรื่องเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาอยู่แล้ว เป็นบทเรียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า การสร้างสถานการณ์ระเบิดเกิดขึ้นก่อนที่นายกฯ จะมาประชุมที่สตช. เพียงวันเดียว มีการมองว่าเป็นเพราะตำรวจไม่ยอมรับนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ หัวเราะ พร้อมหันไปถามพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่ยืนข้างหลัง ว่า &amp;ldquo;ตำรวจไม่ยอมรับหรือ&amp;rdquo; ขณะที่ผบ.ตร. ตอบในทันทีว่า &amp;ldquo;ยอมครับ&amp;rdquo; จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวหรอก อย่ามองอย่างนั้น ตนบอกแล้วว่า ที่มาเพราะมาดูแลเขา และดูแลประชาชนผ่านเขา ฉะนั้น ตำรวจจะไม่พอใจอะไรตน ตนคิดว่าไม่มี อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายสิบปีมาแล้ว เป็นพี่เป็นน้องกันมา ตั้งแต่เป็นผบ.ทบ.ก็มี รู้จักกันมานาน ทุกคนจำหน้ารู้จักกันหมด เราต้องไว้ใจซึ่งกันและกัน แต่เรื่องนั้นก็วิเคราะห์ได้ ถ้าจะวิเคราะห์กันก็หลายเรื่อง แม้แต่การประชุมก็เกิดขึ้น ต่างประเทศก็มา อะไรก็มา และมาเกิดในช่วงนี้ นี่คือการทำงานประเทศของเรา
ใครที่ทำก็แล้วแต่ ตนถือว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่ใช้ไม่ได้จริงๆ มันต้องไม่มีที่ยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ก่อนหน้านี้มีการข่าวอะไรมาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีในลักษณะเกิดความรุนแรง ทุกคนอยู่ในช่วงการดีใจที่ได้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง การแถลงนโยบายที่ผ่านมาก็โอเคผ่านไปด้วยความเรียบร้อย ไม่คิดว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ทุกคนก็พยายามระวังเต็มที่แล้ว จะเห็นได้ว่า ก็มีความพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์ ไม่ทำให้เกิดความสูญเสียจำนวนมาก อะไรทำนองนี้ ถ้าเราไม่เข้มงวดคงจะมากกว่านี้ ฉะนั้น เราต้องสร้างความเข้มแข็งของพวกเราด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะต้องใช้มาตรการพิเศษอะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มียังไม่ต้องใช้กฎหมายพิเศษ กฎหมายปกติมีอยู่แล้ว การสืบสวนสอบสวนใช้กระบวนการปกติ โดยบูรณาการร่วมกับกอ.รมน. , ศอ.บต. ซึ่งมีรัฐมนตรีที่กำกับดูแลรับผิดชอบอยู่แล้วทำงานร่วมกัน ส่วนเรื่องคุมเข้ม แน่นอนเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นต้องมีอยู่แล้วโดยเพิ่มมาตรการให้เข้มงวดมากขึ้น ทั้งพื้นที่ราชการ พื้นที่เชิงสัญลักษณ์ต่างๆ การประชุม สถานทูต ตนได้สั่งการไปหมดแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นายกฯ คิดว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อันนี้ก็เต็มที่ ต้องบอกว่าทำเต็มที่ ขอให้ช่วยกันอีกทางหนึ่งก็แล้วกัน สื่อก็ช่วยกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า บริหารประเทศมา 5 ปี ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่ทำไมมาเกิดช่วงนี้ที่มีการเลือกตั้งแล้ว นายกฯ กล่าวว่า มาถามตนจะตอบได้ไหม ต้องถามไอ้คนทำมันเกิดอะไรขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า พล.อ.อภิรัช คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ระบุว่าเป็นกลุ่มเก่าๆ สร้างสถานการณ์ 5ปีที่ผ่านมา ทำไมกวาดล้างคนกลุ่มนี้ไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า บางคนก็หนีไป สอบแล้วก็พบความเชื่อมโยงกันอยู่บ้าง หลายๆ กลุ่มถูกติดคุกไปแล้วก็มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ผู้ต้องหา2คนที่จับได้เป็นใคร จับได้ที่ไหน นายกฯ กล่าวว่า จับได้ที่ชุมพร เมื่อถามว่า จะทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่นหรือไม่ ระหว่างที่เป็นเจ้าภาพจัดประชุมรมว.ต่างประเทศอาเซียน นายกฯ กล่าวว่า แน่นอนคนทำก็หวังอย่างนั้น ถ้าเขามุ่งประเด็นตรงนั้น เราก็อย่าให้เขาสมหวัง เราก็เพิ่มมาตรการต่างๆ ดูแล ทุกคนก็โอเคในการพูดคุย ดูแลคุ้มครองให้ ทุกคนก็พอใจในมาตรการต่างๆ ขอให้เกิดความร่วมมือก็แล้วกัน อย่าทำอย่าคิดอะไรที่ให้คนที่กระทำสมหวัง เราต้องเข้มแข็งเพิ่มมาตรการดูแลให้ดีที่สุด และเราก็ต้องดูแลเขาให้มากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า เหตุระเบิด9จุดใน 5 พื้นที่เก็บกู้ได้ก่อน หรือระเบิดก่อน นายกฯ กล่าวว่า ตอนปี 58และ ปี 60 ก็เคยเกิดอยู่บ้าง และครั้งนี้ พบก่อนส่วนหนึ่งที่ยังไม่ระเบิด และพบที่ระเบิดส่วนหนึ่ง แต่โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บสูญเสียจำนวนมาก แต่ถ้าเราไม่พบก่อน หรือเพิ่มมาตรการอาจจะบาดเจ็บสูญเสียมากกว่านี้ก็ได้ ช่วยกันอะเลิร์ทแล้วกัน อะเลิร์ทเพื่อประเทศไทย ไม่ใช่แค่วันนี้ช่วงนี้ หลังจากวันนี้ก็ต้องอะเลิร์ทต่อไป นี่แหล่ะคือประชาธิปไตยของเรา ต้องยอมรับว่าจะทำอย่างไรให้ประชาธิปไตยของเราเข้มแข็ง ทำอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย เราต้องไม่ให้คนไม่ดีมีที่ยืนในสังคมในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นายกฯ ยังเข้มแข็งใช่หรือม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แล้วยังไง ตนอ่อนแอลงตรงไหน แบบนี้ไม่ต้องถาม โอเคนะ สวัสดีทุกคน Thank you very much&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าวของพล.อ.ประยุทธ์ ครั้งนี้มีท่าทีสุขุม ไม่มีอารมณ์และสีหน้าเคร่งเครียดให้เห็น โดยยืนตอบคำถามผู้สื่อข่าวทุกคำถาม ทั้งสื่อไทยและต่างประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42562</URL_LINK>
                <HASHTAG>บึ้มกรุงเทพ, ระเบิดกทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d43f3d2e6c86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42560</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 16:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>DSIสั่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายใน-นอกอาคาร หวั่นคนร้ายก่อเหตุบึ้มศูนย์ราชการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;2 ส.ค. 62 - ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเกิดเหตุระเบิดทั่วกรุงเทพฯว่า หลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดภายในศูนย์ราชการฯแจ้งวัฒนะ ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการเข้า-ออกของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่และบุคคลภายนอกที่เข้ามาในพื้นที่ของดีเอสไอ และบริเวณรอบนอกอย่างเข้มงวด เนื่องจากเป็นพื้นที่เปิดและโล่ง แม้ว่าดีเอสไอจะติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งภายในอาคารและภายนอกอาคารก็ตาม แต่ก็ต้องเฝ้าระวังเพราะคนร้ายอาจใช้เป็นเส้นทางผ่านเข้าไปก่อเหตุได้&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในช่วงเวลาที่อาจจะมีการเข้ามาก่อเหตุแล้ว&amp;nbsp; หากพบเบาะแสข้อมูลก็จะส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;ldquo;ล่าสุดยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการเข้า-ออกว่ามี รถยนต์คันใดที่เข้ามาจอดทิ้งไว้และไม่มีเจ้าของหรือไม่ หากพบให้ขนย้ายออกนอกพื้นที่ทันที อย่างไรก็ตาม สำหรับพื้นที่บริเวณศูนย์ราชการทั้งอาคารเอ และอาคารบี จะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดใน 3 ส่วน คือ&amp;nbsp; พื้นที่ในส่วนที่กรมธนารักษ์รับผิดชอบ พื้นที่รายทางซึ่งจะมีกล้องวงจรปิดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกล้องวงจรปิดของสำนักงานเขตหลักสี่&amp;rdquo; พ.ต.อ.ไพสิฐล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42560</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีเอสไอ, บึ้มกรุง, ระเบิดกทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d43ff51c2313.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 14:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบ2ผู้ต้องสงสัยบึ้มกรุง!&#039;บิ๊กแดง&#039;เผยฝีมือคนกลุ่มเดิมแนวคิดเดิม มาจากสำนักเดิมๆ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.62 - &amp;nbsp;พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.รมน.) กล่าวถึงเหตุระเบิดหลายจุดในกรุงเทพมหานคร ว่า ทางฝ่ายความมั่นคงได้มีการแจ้งเตือนมาระยะหนึ่งแล้ว โดยได้ประสานงานทั้ง กอ.รมน. เหล่าทัพ ตำรวจ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะมาเกิดในช่วงนี้ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในช่วงบ่ายวานนี้ &amp;nbsp; พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีการสั่งการหน่วยงานความมั่นคง โดยโทรศัพท์สายตรงไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ให้ดูแลสถานการณ์ด้วย เหมือนว่า นายกฯ กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ในจุดที่ 2 และ 3 ตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอก อภิรัชต์ กล่าวว่าทั้งนี้ ตั้งข้อสังเกตว่า ลักษณะเหตุการณ์รูปแบบการก่อเหตุคล้ายกับเหตุการณ์ในปี 2549 เป็นกลุ่มคนเดิมๆ แนวคิดเดิมๆ มาจากสำนักเดิมๆ ที่เคยระเบิดป้อมตำรวจหลายจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอก อภิรัชต์ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ตนเป็นห่วงก็คือ จะมีฝ่ายการเมือง หรือพวกที่ไม่หวังดีกับประเทศ มาใส่ความว่า ฝ่ายความมั่นคง ทำเรื่องแบบนี้ทำเอง เพราะเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ทั้งที่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากกลุ่มเดิมๆ ความคิดเดิมๆ คนสั่งการคนเดิม แต่คนลงมืออาจเป็นคนหน้าใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นี่คือสิ่งบอกเหตุทางการเมือง เกิดจากกลุ่มที่มีความคิดแบบนี้ และสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นสิ่งบอกเหตุ ว่า อาจจะมีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก แต่ขอให้มั่นใจว่า นายกฯ และฝ่ายความมั่นคง สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบ.ทบ. กล่าวว่าขณะนี้ ตำรวจจับได้ 2 คนแล้ว อยู่ระหว่างการขยายผล อย่างไรก็ตาม ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก และ ขอความร่วมมือหากพบบุคคลต้องสงสัย หรือสิ่งต้องสงสัย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที แต่อย่าหลอกกัน เพราะยิ่งจะสร้างความปั่นป่วน ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ โดยเฉพาะเรื่องของความเชื่อมั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ ผู้ตัองสงสัย2 คน มาจากภาคใต้นั้น &amp;nbsp;พลเอกอภิรัชต์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเอาคนที่มาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขึ้นมาทำ หรือไม่ก็ตาม แต่คนที่อยู่เบิ้องหลัง ก็ยังเป็นกลุ่มเดิมๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ไม่ต้องห่วง ท่านนายกฯ ดูแลได้ พวกเราก็ดูแลอยู่ จะไม่ให้เกิดอีก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เหตุที่เกิดขึ้นหน้าหน่วยทหาร ถือเป็นการท้าทายนายกฯ ที่คุมทหาร คุมตำรวจ ด้วย หรือไม่ พลเอก อภิรัชต์ บอกว่า อย่าเรียกว่าท้าทาย คนที่จะทำ ก็จ้องหาช่องโหว่อยู่แล้ว &amp;nbsp;แต่มันเป็นสิ่งบอกเหตุว่า ต่อไปอาจจะมีการเอาเรื่องแบบนี้มาใช้หวังผลทางการเมือง ขึ้น ขอให้ประชาชนช่วยกัน อย่าให้ คนไม่หวังดีเหล่านี้ มาทำร้ายประเทศ เราได้.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42552</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กแดง, ผบ.ทบ., ระเบิดกทม., ระเบิดกรุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190307/image_big_5c808ef164be3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
