<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 21:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 20:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระเบิดโจมตีมัสยิดชีอะห์ในอัฟกานิสถาน ดับอย่างน้อย50ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มือระเบิดฆ่าตัวตายระเบิดโจมตีมัสยิดของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ในเมืองคุนดุซของอัฟกานิสถานระหว่างพิธีละหมาดวันศุกร์ ส่งผลให้มีคนเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 50 คน ถือเป็นเหตุนองเลือดที่สุดนับแต่สหรัฐและกองกำลังต่างชาติถอนตัวเมื่อปลายเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพความเสียหายภายในมัสยิดเซเยดาบัดในเมืองคุนดุซภายหลังเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2564 (Photo by Zahir Niyazi/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในเมืองคุนดุซเมื่อวันศุกร์ที่ 8 ตุลาคมว่า เหตุระเบิดครั้งนี้เป็นฝีมือของมือระเบิดฆ่าตัวตาย ซาบิฮุลลาห์ มูจาฮิด โฆษกของรัฐบาลตอลิบันกล่าวเบื้องต้นว่า มีคนเสียชีวิตแต่ยังไม่ทราบจำนวน ขณะแหล่งข่าวทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลจังหวัดคุนดุซเปิดเผยว่า ที่นั่นมีศพถูกลำเลียงมา 35 ศพ และมีผู้บาดเจ็บรับการรักษามากกว่า 50 คน ส่วนเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลขององค์กรแพทย์ไร้พรมแดน (เอ็มเอสเอฟ) รายงานว่า มีศพผู้เสียชีวิต 15 ศพ และผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ซึ่งเป็นประชากรส่วนน้อยของอัฟกานิสถานและมักตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของกลุ่มมุสลิมสุหนี่หัวสุดโต่ง รวมถึงกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่มองว่ามุสลิมนิกายนี้เป็นพวกนอกศาสนา กลุ่มไอเอส-เคที่เป็นกลุ่มย่อยของไอเอสในภูมิภาคนี้และต่อต้านตอลิบันอย่างรุนแรง เคยวางระเบิดโจมตีในอัฟกานิสถานมาแล้วหลายครั้ง โดยส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านในเมืองคุนดุซ ซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัดชื่อเดียวกัน เผยกับเอเอฟพีว่า ระเบิดเกิดในช่วงเวลาที่ชาวมุสลิมกำลังทำละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิดเซเยดาบัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งเอเอฟพีกล่าวว่ายังไม่สามารถพิสูจน์ได้ แสดงให้เห็นร่างโชกเลือดหลายศพกองบนพื้น และมีภาพกลุ่มควันลอยขึ้นท้องฟ้าเหนือเมืองคุนดุซ มีวิดีโอคลิปหนึ่งเผยภาพที่พวกผู้ชายกำลังชี้ทางให้คนหนีออกจากจุดเกิดเหตุ ซึ่งรวมถึงผู้หญิงและเด็กๆ และภาพฝูงชนออกันบนถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ระหว่างประเทศที่โรงพยาบาลของเอ็มเอสเอฟในเมืองนี้กล่าวว่า มีความหวาดกลัวว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้น เขาบอกอีกว่า มีคนหลายร้อยคนรวมตัวกันที่ประตูโรงพยาบาลและร้องเรียกหาญาติ แต่เจ้าหน้าที่ตอลิบันพร้อมอาวุธกำลังขัดขวางไม่ให้มีการรวมตัวกันเพราะกลัวว่าจะเกิดระเบิดโจมตีครั้งใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวชีอะห์มีประมาณร้อยละ 20 ของประชากรอัฟกานิสถาน โดยส่วนมากเป็นชนเชื้อสายฮาซารา ที่โดนประหัตประหารมายาวนานหลายสิบปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนตุลาคม 2560 สมาชิกไอเอสโจมตีมัสยิดของชาวชีอะห์ทางตะวันตกของกรุงคาบูลระหว่างการทำละหมาด มีคนเสียชีวิต 56 คน บาดเจ็บ 55 คน รวมถึงผู้หญิงและเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนพฤษภาคมปีนี้ เกิดระเบิดหลายระลอกด้านนอกโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ชุมชนของชาวฮาซาราในกรุงคาบูล มีคนเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 85 คน ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนหญิง และมีคนบาดเจ็บมากกว่า 300 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119190</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระเบิดฆ่าตัวตาย, ระเบิดมัสยิดชีอะห์, อัฟกานิสถาน, เมืองคุนดุซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_61605843ef64d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 23:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 22:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระเบิดรุนแรง2จุดนอกสนามบินคาบูล ทหาร-ชาวอัฟกันตายเจ็บนับสิบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงกลาโหมสหรัฐยืนยันว่า เกิดเหตุระเบิดขนาดใหญ่ 2 จุดใกล้สนามบินคาบูลเมื่อวันพฤหัสบดี ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากรัฐบาลหลายชาติตะวันตกเตือนว่าไอเอสเตรียมก่อเหตุโจมตี เผยระเบิดจุดหนึ่งเป็นมือระเบิดฆ่าตัวตาย มีทหารอเมริกันบาดเจ็บหลายนาย และพลเมืองอัฟกันเสียชีวิตนับสิบคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวอัฟกันจำนวนมากรอคอยด้านนอกสนามบินฮามิดการ์ไซในกรุงคาบูลเมื่อวันพฤหัสบดี หวังอพยพออกจากอัฟกานิสถาน หลายชั่วโมงก่อนหน้ามีรายงานเกิดระเบิดขึ้น 2 จุดในพื้นที่ใกล้กับสนามบินและโรงแรม (Photo by Haroon Sabawoon/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีอ้างคำกล่าวของจอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ว่าระเบิดลูกหนึ่งเกิดใกล้กับประตูแอบบีย์ของสนามบินระหว่างประเทศฮามิดการ์ไซในกรุงคาบูล อีกลูกเกิดใกล้กับโรงแรมบารอนที่อยู่ใกล้กัน เจ้าหน้าที่สหรัฐ 2 คนกล่าวว่า มีระเบิดอย่างน้อย 1 ลูกเป็นฝีมือของมือระเบิดฆ่าตัวตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงแรมบารอนอยู่ห่างจากประตูแอบบีย์ราว 200 เมตร ประเทศตะวันตกหลายประเทศใช้โรงแรมนี้เป็นจุดเตรียมการสำหรับการอพยพพลเมืองของตนและชาวอัฟกันตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม หนึ่งวันก่อนที่ตอลิบันจะบุกยึดกรุงคาบูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคอร์บีเผยทางทวิตเตอร์ด้วยว่า เรายืนยันได้ว่าระเบิดลูกที่ประตูแอบบีย์เป็นผลจากการโจมตีแบบซับซ้อนที่ส่งผลให้มีทหารสหรัฐและพลเมืองอัฟกันบาดเจ็บล้มตาย และเรายังสามารถยืนยันได้อีกว่า ระเบิดอย่างน้อย 1 ลูกเกิดที่โรงแรมบารอนหรือใกล้กับโรงแรมนี้ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากประตูแอบบีย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตอลิบันรายหนึ่งกล่าวว่า มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 13 คน รวมถึงเด็ก และมีหน่วยรักษาความปลอดภัยของตอลิบันหลายคนได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รอยเตอร์อ้างคำกล่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐผู้หนึ่งว่า ข้อมูลเบื้องต้นเผยว่า อาจมีทหารสหรัฐได้รับบาดเจ็บ 5 นาย และทหารอย่างน้อย 1 นายบาดเจ็บสาหัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตสหรัฐในกรุงคาบูลกล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่าเป็น &amp;quot;ระเบิดขนาดใหญ่&amp;quot; และว่ามีรายงานการยิงต่อสู้กันด้วย เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกล่าวว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้รับรายงานเหตุการณ์นี้แล้ว ขณะที่แหล่งข่าวรายหนึ่งที่คุ้นกับรายงานสรุปต่อสภาคองเกรสกล่าวว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐมีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่ากลุ่มรัฐอิสลามในอัฟกานิสถาน หรือที่รู้จักในชื่อรัฐอิสลามคอราซาน (ไอซิส-เค) เป็นผู้ก่อเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงให้หลังรัฐบาลสหรัฐ, อังกฤษ และออสเตรเลีย เตือนพลเมืองของตนและชาวอัฟกันให้ถอยห่างจากสนามบินคาบูล โดยอ้างภัยคุกคามจวนตัวจากกลุ่มรัฐอิสลามในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สหรัฐและประเทศพันธมิตรกำลังเร่งปฏิบัติการอพยพทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ให้ทันเส้นตายการถอนตัวออกจากอัฟกานิสถานวันอังคารที่ 31 สิงหาคมนี้ หลังจากตอลิบันไม่ยอมผ่อนปรน ทำเนียบขาวเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ถึงขณะนี้มีชาวต่างชาติและชาวอัฟกันถูกอพยพออกมาได้แล้วประมาณ 95,700 คน รวมถึง 13,400 คนเมื่อวันพฤหัสบดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114681</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตอลิบัน, ทหารสหรัฐ, ระเบิดฆ่าตัวตาย, ระเบิดใกล้สนามบินคาบูล, อัฟกานิสถาน, โรงแรมบารอน, ไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_6127ba26eafec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97553</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2021 17:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2021 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระเบิดฆ่าตัวตายหน้าโบสถ์คริสต์อินโดนีเซียเจ็บ14</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มือระเบิดฆ่าตัวตาย 2 คนจุดระเบิดหน้าโบสถ์คาทอลิกที่เมืองมากัสซาร์ของอินโดนีเซียในวันอาทิตย์ใบลาน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 14 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจรักษาการณ์ด้านหน้าโบสถ์คาทอลิกมากัสซาร์ภายหลังเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีด้านหน้าโบสถ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม 2564 (Photo by Andi Muhammad Syafrizal/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดเหตุระเบิดรุนแรงหน้าโบสถ์คาทอลิกในเมืองมากัสซาร์ บนเกาะสุลาเวสีของอินโดนีเซีย เมื่อเวลาราว 10.30 น. วันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม ที่ตรงกับวันอาทิตย์ใบลาน รำลึกพระเยซูเจ้าเสด็จเข้าสู่นครเยรูซาเลม และเป็นวันอาทิตย์ก่อนวันอาทิตย์ปัสกา เมืองมากัสซาร์เป็นเมืองท่า มีประชากรราว 1.5 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจอินโดนีเซียเผยว่า เหตุระเบิดหน้าโบสถ์ครั้งนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 14 คน โดยเป็นสัตบุรุษและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโบสถ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์โก ยูโวโน โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายเป็นชาย 2 คน ที่ขี่รถจักรยานยนต์มาที่โบสถ์ และเกิดระเบิดที่ประตูหน้าของโบสถ์ คนร้ายพยายามเข้ามาในโบสถ์ แรงระเบิดสร้างความเสียหายกับรถจักรยานยนต์ และพบชิ้นส่วนร่างกายในที่เกิดเหตุ ตำรวจกำลังรวบรวมชิ้นส่วนร่างกายที่พบเพื่อพยายามระบุเพศของคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ตำรวจท้องถิ่นเผยว่า มือระเบิดอย่างน้อย 1 คน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่ยืนยันว่ามือระเบิดเสียชีวิตทั้ง 2 คนหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจเผยว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโบสถ์ พยายามสกัดไม่ให้รถจักรยานยนต์ของคนร้ายเข้าไปในโบสถ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณพ่อวิลเฮลมุส ตูลัก บาทหลวงประจำโบสถ์แห่งนี้เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ระเบิดเกิดขึ้นช่วงจบพิธีมิสซาและสัตบุรุษกำลังเดินทางกลับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานว่า วิดีโอจากกล้องวงจรปิดเป็นภาพขณะเกิดระเบิด เห็นเปลวไฟและควัน และซากปรักหักพังกลางถนน ตำรวจกำลังสอบสวนว่าเหตุระเบิดครั้งนี้เป็นการลงมือของเครือข่ายหัวรุนแรงกลุ่มใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา หน่วยต่อต้านก่อการร้ายบุกจู่โจมที่ซ่อนตัวของผู้ก่อการร้ายในเมืองมากัสซาร์ สังหารผู้ต้องสงสัย 2 คนที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่โบสถ์ในฟิลิปปินส์ ปี 2562 มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 20 ศพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97553</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระเบิดฆ่าตัวตาย, วันอาทิตย์ใบลาน, อินโดนีเซีย, เมืองมากัสซาร์, โบสถ์คริสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210328/image_big_606051af9cbe6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 22:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 22:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บึ้มฆ่าตัวตาย2ครั้งซ้อนในกรุงแบกแดด ตาย32 เจ็บเกิน100</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มือระเบิดฆ่าตัวตายกดชนวนระเบิดกลางตลาดนัดในกรุงแบกแดดของอิรักเมื่อวันพฤหัสบดี จากนั้นมือระเบิดคนที่ 2 กดบึ้มซ้ำสังหารพวกที่เข้ามาช่วยเหลือเหยื่อ ส่งผลให้มีคนเสียชีวิตรวม 32 ราย บาดเจ็บมากกว่า 100 ราย เผยเป็นเหตุโจมตีนองเลือดที่สุดในเมืองหลวงในรอบ 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองกำลังความมั่นคงอิรักตรวจสอบที่เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งซ้อนกลางตลาดนัดในกรุงแบกแดดเมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานอ้างคำแถลงของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทยของอิรักเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคมว่า มือระเบิดโจมตีภายในตลาดนัดที่ผู้คนพลุกพล่านในจัตุรัสทายารัน มือระเบิดคนแรกเรียกร้องความสนใจจากผู้คนในตลาดนั้นด้วยการอ้างว่าป่วย ก่อนที่จะกดชนวนเข็มขัดระเบิดฆ่าตัวตาย และเมื่อผู้คนเข้ามาช่วยเหลือเหยื่อระเบิด มือระเบิดฆ่าตัวตายรายที่ 2 ก็กดระเบิดซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลาดนัดขายเสื้อผ้ามือสองแห่งนี้เต็มไปด้วยผู้ที่เข้ามาจับจ่ายสินค้าภายหลังรัฐบาลยกเลิกมาตรการจำกัดเพื่อควบคุมไวรัสโควิด-19 ทั่วประเทศเกือบตลอดทั้งปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า ผู้ที่เสียชีวิต 32 คนนั้นตายในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้บาดเจ็บ 110 คนส่วนใหญ่ได้รับการรักษาและออกจากโรงพยาบาลแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์นี้เป็นการโจมตีนองเลือดที่สุดในกรุงแบกแดดนับแต่เดือนมกราคม 2561 ที่มือระเบิดฆ่าตัวตายสังหารเหยื่อมากกว่า 30 คนในจัตุรัสเดียวกันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่มีกลุ่มใดประกาศว่าเป็นผู้ก่อเหตุ แต่ที่ผ่านมาการระเบิดฆ่าตัวตายเป็นวิธีโจมตีของพวกกลุ่มญิฮาดิสต์ ซึ่งช่วงหลังคือพวกสมาชิกกลุ่มรัฐอิสลาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90612</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงแบกแดด, ระเบิดฆ่าตัวตาย, อิรัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210121/image_big_60099bcf46ef2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50224</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 21:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักศึกษาวัย 24 ระเบิดปลิดชีพโจมตีตำรวจอินโดนีเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มือระเบิดที่เป็นนักศึกษาวัย 24 ปี จุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตายที่ลาดจอดรถด้านนอกสถานีตำรวจในเมืองเมดันของอินโดนีเซียเมื่อวันพุธ ส่งผลให้ตำรวจ 4 นายและพลเรือน 2 คนได้รับบาดเจ็บ ตำรวจสอบเชื่อมโยงกลุ่มอิสลามิสต์หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจอินโดนีเซียตรวจศพมือระเบิดฆ่าตัวตายที่ด้านนอกสถานีตำรวจเมืองเมดัน จังหวัดสุมาตราเหนือ เมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่ชัดเจนว่าอะไรคือมูลเหตุจูงใจของการก่อเหตุครั้งนี้ แต่ที่ผ่านมาสถานีตำรวจในอินโดนีเซียตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของพวกหัวรุนแรงบ่อยครั้ง การโจมตีครั้งนี้ยังเกิดขึ้น 1 เดือนภายหลังผู้ต้องสงสัยว่าโยงใยกับกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ลอบแทงวิรันโต อดีตรัฐมนตรีความมั่นคง ได้รับบาดเจ็บ และทำให้ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด สั่งเพิ่มการรักษาความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของเดดี ปราเซตโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 แถลงว่า เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 08.45 น.ตามเวลาท้องถิ่นวันเดียวกันซึ่งตรงกับเวลาของไทย โดยเชื่อว่านักศึกษารายนี้ก่อเหตุโดยลำพัง แต่เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนว่าเขามีความเกี่ยวโยงกับกลุ่มอิสลามิสต์กลุ่มใดหรือไม่ หน่วยต่อต้านการก่อการร้ายและหน่วยนิติวิทยาศาสตร์กำลังตรวจสอบจุดเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปราเซตโยกล่าวว่า มือระเบิดรายนี้สวมเสื้อวินรถจักรยานยนต์รับจ้างและสะพายเป้ เข้ามาที่สถานีตำรวจในเมืองเมดัน เชื่อว่าเขาผูกระเบิดติดไว้กับตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ โฆษกตำรวจจังหวัดเมดันกล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้ถูกตรวจเป้สะพายหลังแล้วก่อนจะเข้ามาในลานจอดรถ ใกล้กับพื้นที่ที่ผู้คนกำลังเข้าแถวเพื่อขอหนังสือรับรองของตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปราเซตโยระบุว่า แรงระเบิดทำให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 4 นาย พลเรือนบาดเจ็บ 2 คน หนึ่งในนั้นเป็นลูกจ้างของตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพที่เผยแพร่ทางโทรทัศน์เผยให้เห็นกลุ่มควันและเศษชิ้นส่วนกระจัดกระจายทั่วลานจอดรถ ผู้คนพากันวิ่งหลบเข้าอาคารหลังการระเบิด ปราเซตโยกล่าวว่า หน่วยนิติวิทยาศาสตร์เก็บหลักฐานทั้งหมดในที่เกิดเหตุ ทั้งตะปู, สายไฟ และสวิตช์ รวมถึงชิ้นส่วนศพของมือระเบิด ไปตรวจสอบว่าคนร้ายใช้ระเบิดชนิดใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยต่อต้านการก่อการร้าย เดนซัส 88 กำลังสอบสวนว่ามือระเบิดเกี่ยวข้องหรือไม่กับกลุ่มเจมาห์อันชารุตเดาลาห์ (เจเอดี) กลุ่มอิสลามิสต์ที่ได้แรงดลใจจากไอเอส ซึ่งก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งในอินโดนีเซีย รวมถึงการระเบิดฆ่าตัวตายหลายครั้งในเมืองสุราบายาเมื่อปีที่แล้ว ที่ทำให้มีคนเสียชีวิตมากกว่า 30 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50224</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระเบิดฆ่าตัวตาย, สถานีตำรวจ, อินโดนีเซีย, เมดัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcc0b922c103.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2019 21:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2019 21:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ยืนยัน &#039;บักห์ดาดี&#039; ผู้นำไอเอสสิ้นชีพแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงข่าวยืนยัน &amp;quot;อาบู บากัร อัลบักห์ดาดี&amp;quot; ผู้นำไอเอส จุดชนวนระเบิดเสื้อกั๊กฆ่าตัวตายระหว่างหน่วยรบพิเศษสหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีที่หมู่บ้านในซีเรียเมื่อเช้ามืดวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อาบู บากัร อัลบักห์ดาดี ในวิดีโอที่เผยแพร่โดยสื่อของไอเอส เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสหรัฐแถลงถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์จากทำเนียบขาวเมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2562 ตามเวลาไทย ยืนยันว่า บักห์ดาดีเสียชีวิตในปฏิบัติการของหน่วยรบพิเศษสหรัฐ โดยมีพวกพ้องของเขาเสียชีวิตด้วยหลายราย โดยผู้นำไอเอสรายนี้โดนทหารอเมริกันและสุนัขไล่ต้อนจนหนีไปสุดปลายอุโมงค์ ด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวสุดขีด เขาจุดชนวนระเบิดเสื้อกั๊กฆ่าตัวตายพร้อมกับลูกอีก 3 คน ร่างเขาของฉีกกระจัดกระจายเพราะแรงระเบิดและโดนอุโมงค์กลบฝังร่าง แต่ผลตรวจพิสูจน์ยืนยันว่าเป็นบักห์ดาดีแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้มีข่าวแพร่สะพัดในสื่ออเมริกันหลายสำนักว่าผู้ก่อการร้ายค่าหัว 25 ล้านดอลลาร์ (ราว 754 ล้านบาท) รายนี้เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐ ที่หมู่บ้านบารีชาในจังหวัดอิดลิบ ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรีย ใกล้ชายแดนตุรกี โดยพยานในพื้นที่เล่าว่า เครื่องบินรบและเฮลิคอปเตอร์หลายลำโจมตีทางอากาศ ก่อนที่หน่วยรบภาคพื้นดินจะโรยตัวลงมา การปะทะเกิดยาวนานราว 2 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ทวีตก่อนคำแถลงว่า เรื่องใหญ่มากๆ เพิ่งเกิดขึ้น และต่อมาเจ้าหน้าที่อิรักและอิหร่านอ้างข้อมูลข่าวกรองในพื้นที่ ยืนยันว่าบักห์ดาดีเสียชีวิตแล้ว แหล่งข่าวอิรักรายหนึ่งบอกว่า ได้ข้อมูลจากทีมข่าวกรองอิรักที่ตามล่าตัวบักห์ดาดีว่าเ ขาถูกฆ่าตายพร้อมองครักษ์ติดตาม ภายหลังเขาเปิดเผยที่ซ่อนตัวขณะพยายามพาครอบครัวออกจากจังหวัดอิดลิบไปยังชายแดนตุรกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรสังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนซีเรียเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตในปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้ 9 คน รวมถึงผู้หญิง 2 คนและเด็ก 1 คน ส่วนผู้บัญชาการของกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (เอสดีเอฟ) กล่าวว่า การทำงานด้านข่าวกรองร่วมกันระหว่างเอสดีเอฟกับสหรัฐนำไปสู่ &amp;quot;ปฏิบัติการที่ประสบความสำเร็จ&amp;quot; ซึ่งน่าจะหมายถึงการโจมตีเมื่อเช้ามืดวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำแถลง ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวขอบคุณรัสเซีย, ตุรกี, ซีเรีย และอิรัก ที่ช่วยเหลือในปฏิบัติการครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บักห์ดาดีเป็นผู้นำไอเอสตั้งแต่ปี 2553 เมื่อครั้งยังเป็นกลุ่มใต้ดินของเครือข่ายอัลกออิดะห์ในอิรัก ต่อมาในปี 2557 เขานำนักรบญิฮาดไอเอสอาละวาดยึดครองดินแดนกว้างใหญ่ในอิรักบ้านเกิดของเขาและในซีเรีย แล้วประกาศสถาปนา &amp;quot;คอลิฟะห์&amp;quot; ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี 2560 เมื่อสูญเสียเมืองที่มั่นโมซุลในอิรัก และรอกเกาะห์ในซีเรีย บักห์ดาดีที่ตั้งตนเป็นกาหลิบก็หลบหนีไร้ร่องรอย ปฏิบัติการร่วมระหว่างกองกำลังผสมนานาชาติภายใต้การนำของสหรัฐและเอสดีเอฟที่นักรบเคิร์ดเป็นผู้นำ สามารถโค่นล้มที่มั่นสุดท้ายของไอเอสในซีเรียได้เมื่อเดือนมีนาคม และมีข่าวลือผิดๆ หลายครั้งว่าเขาเสียชีวิตแล้ว แต่เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่่ผ่านมา เครือข่ายสื่อของไอเอสเผยแพร่เสียงบันทึกความยาว 30 นาที ที่เชื่อว่าเป็นเสียงของบักห์ดาดี ยกย่องปฏิบัติการไอเอสในภูมิภาคอื่นๆ และเรียกร้องผู้สนับสนุนช่วยปล่อยตัวผู้หญิงที่ถูกขังในค่ายต่างๆ ที่อิรักและซีเรีย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48973</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเรีย, ผู้นำไอเอส, ระเบิดฆ่าตัวตาย, หมู่บ้านบารีชา, อาบู บากัร อัลบักห์ดาดี, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191027/image_big_5db5a6067bc05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2019 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2019 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไอเอสระเบิดฆ่าตัวตายถล่มงานแต่งอัฟกัน ดับ 63 เจ็บ 182</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มือระเบิดฆ่าตัวตายจุดชนวนระเบิดกลางงานเลี้ยงแต่งงานในฝั่งตะวันตกของกรุงคาบูลเมื่อค่ำวันเสาร์ กระทรวงมหาดไทยเผยจำนวนผู้เสียชีวิตพุ่งเป็นอย่างน้อย 63 คนในวันอาทิตย์ เจ็บ 182 คน ไอเอสประกาศอ้างผลงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวอัฟกันตรวจสอบสภาพภายในห้องโถงจัดงานเลี้ยงเมื่อวันอาทิตย์ ภายหลังมือระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีเมื่อคืนวันเสาร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2562 กล่าวว่า เหตุโจมตีนองเลือดที่สุดในรอบหลายเดือนของอัฟกานิสถานครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงยามการเจรจาระหว่างผู้แทนของกลุ่มตอลิบันและรัฐบาลสหรัฐมีความคืบหน้า และยังยังเกิดภายหลังเหตุระเบิดโจมตีมัสยิดหลังหนึ่งในเมืองเกตตา จังหวัดบาลูจิสถาน ของปากีสถานเมื่อวันศุกร์ ซึ่งอาห์มาดุลลอฮ์ อาคุนด์ซาดา น้องชายของไฮบาตุลลอฮ์ อาคุนด์ซาลา ผู้นำของกลุ่มตอลิบัน เป็น 1 ใน 4 คนที่เสียชีวิตด้วย ไม่มีฝ่ายใดออกมาประกาศว่าอยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของกลุ่มตอลิบันยืนยันว่า พวกเขาไม่ได้ก่อเหตุโจมตีกลางงานเลี้ยงแต่งงานทางตะวันตกของกรุงคาบูลเมื่อวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้แทนทั้งของสหรัฐและตอลิบันกล่าวว่า การเจรจาซึ่งเป็นรอบที่ 8 นับจากปลายปีที่แล้ว กำลังมีความคืบหน้า ทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายยุติสงครามยาวนาน 2 ทศวรรษ โดยสหรัฐต้องถอนกำลังทหารทั้งหมดที่มีอยู่ราว 14,000 นายออกจากอัฟกานิสถาน และตอลิบันรับประกันเสถียรภาพในประเทศนี้ รวมถึงการไม่ยอมให้อัฟกานิสถานเป็นที่หลบซ่อนของพวกนักรบญิฮาด ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้นัดหมายเจรจารอบใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นัสรัต ราฮิมี โฆษกกระทรวงมหาดไทยอัฟกานิสถาน แถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า มีคนเสียชีวิตในเหตุระเบิดฆ่าตัวตายครั้งนี้อย่างน้อย 63 คน บาดเจ็บ 182 คน มีผู้หญิงและเด็กบาดเจ็บด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้เป็นงานของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ซึ่งเป็นชนส่วนน้อยของอัฟกานิสถานที่ส่วนใหญ่เป็นชาวสุหนี่ ที่ผ่านมาชาวชีอะห์มักตกเป็นเป้าหมายการโจมตีบ่อยครั้ง โดยเฉพาะจากฝีมือกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่เคยก่อเหตุในกรุงคาบูล ต่อมากลุ่มไอเอสเผยแพร่แถลงการณ์ผ่านเทเลแกรมเมื่อวันอาทิตย์ว่า นักรบของตนคนหนึ่งจุดชนวนรถยนต์ติดระเบิดที่จอดอยู่ในงานเลี้ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานเลี้ยงสมรสของชาวอัฟกันมักเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ที่จัดยาวนานหลายชั่วโมงภายในห้องโถงจัดงานเลี้ยง ซึ่งจะแยกส่วนระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงและเด็ก แขกในงานนี้เปิดเผยกับโตโลนิวส์ของอัฟกันว่า มีแขกได้รับเชิญมาร่วมงานเมื่อวันเสาร์ประมาณ 1,200 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมฮัมมัด ฟาร์ฮัก บอกกับเอเอฟพีว่า เขาอยู่ในพื้นที่ของผู้หญิงและเด็กเมื่อได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นในห้องจัดงานของผู้ชาย แรงระเบิดทำให้กลุ่มควันปกคลุมห้องโถงนั้นนานราว 20 นาที เกือบทุกคนที่อยู่ในห้องนั้นถ้าไม่เสียชีวิตก็บาดเจ็บ หลังระเบิด 2 ชั่วโมงศพยังก็เก็บกู้ไม่หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อับดุลลาห์ อับดุลลาห์ หัวหน้าผู้บริหารของอัฟกานิสถาน กล่าวประณามการโจมตีอย่างโหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรมครั้งนี้ว่าเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานเลี้ยงแต่งงานตกเป็นเป้าหมายการโจมตีบ่อยครั้ง เหตุที่เป็นเป้าหมายที่ง่ายขาดการดูแลความปลอดภัย เช่น เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม มือระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีงานแต่งที่จังหวัดนันการ์ฮาร์ ในภาคตะวันออก มีคนตายอย่างน้อย 6 ราย กลุ่มไอเอสอ้างเป็นผู้ก่อเหตุ เมื่อเดือนพฤศจิกายนก็เคยเกิดเหตุระเบิดโจมตีกลางงานเลี้ยงในกรุงคาบูล มีคนตายอย่างน้อย 40 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43685</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงคาบูล, งานเลี้ยงแต่งงาน, ตอลิบัน, ระเบิดฆ่าตัวตาย, อัฟกานิสถาน, ไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190818/image_big_5d591f401dd15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
