<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2019 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2019 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจจ่อออกหมายจับแก๊งบึ้มป่วนกรุงเพิ่มอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.62-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายลอบวางระเบิดและวางระเบิดเพลิงไหม้ในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดนนทบุรี ระหว่างวันที่ 1-2 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า นับแต่เกิดเหตุจนปัจจุบันสามารถควบคุมตัวคนร้ายได้แล้ว 2 ราย และออกหมายจับ 4 ราย ซึ่งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงทำงานเรื่อยมาและมีความคืบหน้าตลอด โดยคาดว่าจะเตรียมออกหมายจับในเร็วๆ นี้ หากมีผลพิสูจน์เชื่อมโยงถึงตัวคนร้ายซึ่งเตรียมตัวกันมาดี แบ่งหน้าที่กันก่อเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทางเรายืนยันว่าจะไม่ขอศาลออกหมายจับตามภาพถ่ายเด็ดขาด หากไม่มีรายละเอียดตัวบุคคล ภูมิลำเนา หรือหน้าที่ที่คนร้ายได้กระทำในวันก่อเหตุ เพื่อป้องกันการโต้แย้งทางกฎหมายในอนาคต ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ก็ได้รับนโยบายกรอบกฎหมายตามรัฐบาล ทำงานแข่งขันกับเวลา และต้องเคารพสิทธิผู้ต้องหา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามเรื่องการโอนคดีไปยังกองปราบปราม รองโฆษก สตช.กล่าวว่า &amp;nbsp;ต้องชี้แจงว่าเป็นการมอบหมายให้พนักงานสอบสวนในแต่ละท้องที่ที่เกิดเหตุทั้งกรุงเทพฯ และนนทบุรี รวบรวมสำนวนทางคดีไปให้กองปราบฯ ดำเนินการทางธุรการรวมถึงการรวมเลขคดีสั่งฟ้องศาล เพราะหากต่างคนต่างทำหลายก็จะยุ่งยากวุ่นวาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่า จะต้องประสานอัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวน เนื่องจากมีตัวการอยู่ต่างประเทศ พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ดำเนินการถึงขั้นนั้น แต่เรื่องคนร้ายหลบหนีออกนอกประเทศก็มีความเป็นไปได้ ซึ่งก็ได้ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตรวจตราตามแนวชายแดนคอยสกัดกั้นบุคคลต้องสงสัยอย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43744</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, พ.ต.อ.กฤษณะ  พัฒนเจริญ, ระเบิดป่วนกรุง, ออกหมายจับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190807/image_big_5d4a7f9a9fe24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 12:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 12:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผบ.ตร.&#039;เตรียมสรุปความคืบหน้าบึ้มป่วนกรุงให้ครม.ทราบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.62-ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ &amp;nbsp;(ผบช.สยศ.ตร.) หนึ่งในคณะทำงานชุดคลี่คลายคดีระเบิดหลายจุดทั่วกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า วันที่ 6 ส.ค. 62 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จะมีการชี้แจงภาพรวมเหตุการณ์ และความคืบหน้าของคดีระเบิดทั้งหมดให้กับคณะรัฐมนตรีรับทราบ ส่วนตัวในฐานะหนึ่งในคณะทำงาน จะต้องเข้าพบ ผบ.ตร.เพื่อรับทราบนโยบายและรายละเอียด ส่วนการชี้แจงข่าวสาร ผบ.ตร. จะเป็นผู้ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนเพียงผู้เดียว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ด้านพล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข รองผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (รอง ผบช.พฐ.) กล่าวว่า &amp;nbsp;ขณะนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของวัตถุพยานจากเหตุระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา อาทิ ขวดน้ำ กล่องผลไม้ ตัวตั้งเวลา หรือไอซีทามเมอร์ เสื้อผ้าที่คาดว่าผู้ต้องสงสัยมีการเปลี่ยนและทิ้งไว้ และภายในรถแท็กซี่ที่ผู้ต้องสงสัยนั่งไปส่งที่สถานีรถขนส่ง มาตรวจพิสูจน์ ก่อนส่งไปยังพิสูจน์หลักฐานภาค 9 เพื่อเทียบเคียงเอ็นเอกับ 2 ผู้ต้องสงสัย ซึ่งถูกควบคุมตัวได้ก่อนหน้านี้ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วันจึงจะทราบผล&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;quot;ที่มีกระแสข่าวว่ามีการตั้งเวลาระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติไว้ที่เวลา 08.00 น. เพื่อหวังผลถึงชีวิตนั้น ส่วนตัวยังไม่ยืนยัน แต่ก็มีความเป็นไปได้ เพราะจากการตรวจสอบแต่ละจุด มีการตั้งเวลาระเบิดเวลาไล่เลี่ยกัน แต่ขอประชาชนอย่าวิตกกังวล หากเจ้าหน้าที่ได้ผลการตรวจพิสูจน์ทั้งหมด จะรายงานให้คณะทำงานชุดคลี่คลายคดีระเบิดรับทราบ เพื่อนำไปสู่การตั้งข้อหาตามขั้นตอนต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42750</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., ตำรวจ, บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง, ระเบิดป่วนกรุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190423/image_big_5cbeca1b7e1ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42727</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ชี้แก๊งบึ้นกทม.มี10กว่าคนไม่ตัดปม&#039;ไฟใต้-การเมือง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.62-ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าลอบวางระเบิด กทม.ว่า &amp;nbsp;ขอให้เชื่อมั่นการทำงานของฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการสืบสวนสอบสวนผู้ต้องหา 2 คนที่จับกุมได้ ทราบว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้อง 10 กว่าคน ขณะนี้ไม่ได้ตัดสาเหตุจูงใจใดทิ้งก็ต้องมีการตรวจสอบต่อไป ขอให้ใจเย็น เพราะมีผู้เกี่ยวข้องอีก 10 กว่าคนต้องตามจับให้ได้ ว่าสาเหตุที่เกี่ยวข้องมาจากอะไร ขอให้ใจเย็นๆหากไปกดดันเจ้าหน้าที่ก็จะทำงานลำบากเรื่องเช่นนี้พร้อมที่จะเกิดขึ้นในหลายเวทีของโลกนี้ คนเราแตกต่างทางความคิดมากมาย ตนก็ยังไม่ได้มุ่งหมายว่าเป็นกลุ่มไหน ส่วน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปี 2549 นั้นเป็นแค่เพียงการเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในอดีต ที่มีการยึดโยงกัน และมีส่วนที่คล้ายคลึงกัน ส่วนที่มีโอกาสที่กลุ่มการเมืองจะอยู่เบื้องหลังนั้นยังไม่ทราบ อย่าเพิ่งไปสรุปอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ตัดเหตุการณ์ใดออก เมื่อถามถึงกรณีที่มารดาของผู้ต้องหาต้องการทราบที่อยู่ของบุตรชาย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่แม่ก็ต้องเป็นห่วงลูก ซึ่งทั้งหมดก็เป็นไปตามวัตถุประสงค์พยาน หรือ กล้อง CCTV รวมถึงหลักฐานที่ตรวจสอบพบ เช่นถุงเสื้อผ้าก็มีอยู่แล้วเพราะฉะนั้นต้องฟังทั้งสองทาง ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ต้องหาส่วนผู้บาดเจ็บได้ให้ทางกระทรวงสาธารณสุขเข้าไปดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมถือว่าเป็นการกระทำที่ชั่วร้าย ไม่ว่าที่ใดก็ตามก็มีปัญหากันหมด โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในห้วงเวลานี้ คนที่ดำเนินการหรือคนที่เกี่ยวข้อง ก็ยังไม่อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นใครแต่ถือว่าใจร้าย ใจดำ ที่ทำให้ประเทศเกิดความวุ่นวาย ในขณะที่กำลังเดินได้อยู่ ในการเป็นรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตย&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนการบูรณาการกล้อง CCTV นั้น ขึ้นอยู่กับการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ที่ผ่านมาใช้งานได้จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา ซึ่งต่อไปจะให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการครั้งแรก งานด้านการข่าว การดำเนินงาน การพิสูจน์หลักฐาน อย่างไรก็ตามไม่ได้กำหนดกรอบเวลาการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราไปบังคับเช่นนั้นไม่ได้ ต้องมองว่าเรามีตำรวจประมาณ 2 แสน คนเมื่อเทียบกับประชาชน 70 ล้าน ก็ต้องช่วยกัน การเฝ้าระวัง ซึ่งขณะนี้เราก็วางเจ้าหน้าที่ไว้ทุกจุดทุกพื้นที่ และความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องของใคร แต่เป็นของประชาชนทุกคน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการท่องเที่ยวหรือพื้นที่ทางธุรกิจหรือจัดประชุมต่างๆ ถือเป็นหน้าตาของประเทศไม่ว่าใครจะทำก็ตามที่ดำเนินการ ถือว่าเป็นคนที่ใช้ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการลอบวางระเบิดครั้งนี้เกิดจากแรงจูงใจที่นายกฯ ดูแลทั้งทหารและตำรวจหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกันซึ่งตนก็คุยกับพี่น้องทุกคน รวมถึง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม รวมถึงในส่วนของกระทรวงมหาดไทยและเจ้าหน้าที่ตำรวจตนก็ให้แนวทางไปกับตำรวจว่า ทุกอย่างต้องดูแลให้เกิดความน่าเชื่อถือ เชื่อมั่น ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ตนได้จัดคณะทำงาน ให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้นในการสืบสวนสอบสวนคดีและเน้นย้ำว่าการให้ข้อมูลข่าวสารใดก็ตามที่จะทำให้เกิดการเข้าใจผิด หรือทำให้เกิดความไม่พอใจส่วนตัว ก็ขอให้เบาๆกันไว้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เหตุจูงใจน่าจะมาจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ได้หาเสียงเอาไว้ว่าหากเลือกความสงบจบที่&amp;#39;ลุงตู่&amp;#39;หรือ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกันและตนก็ไม่ได้เป็นคนพูด ใครจะเลือกใครเป็นเรื่องของการเมืองก็เลือกไป ซึ่งในช่วงนั้นตนก็พยายามที่จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเนื่องจากตนยังเป็นนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ไม่ไปก้าวล่าง ตนเห็นหลายพรรคก็หาเสียงกันทุกเรื่อง อย่าเอาประเด็นโยงกันไปมา แค่นี้ปัญหาก็เยอะพอสมควรอยู่แล้ว ไม่อยากให้บ้านเมืองสงบหรือไร คนที่ไม่ดีและดำเนินการที่จะทำให้เกิดผลกระทบร้ายแรงกับประเทศชาติก็ต้องถูกดำเนินการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในฐานะที่ผมเป็น ผู้อำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) ได้มีการบูรณาการการทำงาน และสั่งการเพิ่มเติมให้ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล(ศตก.)รวมถึงเรื่องการข่าวในการประสานความร่วมมือระหว่างกัน กับประเทศเพื่อนบ้าน ก็ต้องดูแลให้มากขึ้นกว่าเดิมในการผ่านแดน ซึ่งคนไม่ดีก็มีจำนวนมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าฝ่ายรัฐบาลมีพิรุธกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า รัฐบาลมีพิรุธอย่างไร อยากให้มองในประเด็นใหญ่ว่าขณะนี้ประเทศไทยกำลังทำอะไรอยู่เรากำลังประชุมระดับนานาชาติ มีต่างประเทศเข้าร่วม ทั้งในกรอบอาเซียนและประเทศคู่เจรจา &amp;nbsp;ถามว่าใครจะทำแบบนั้น เว้นแต่ว่าเป็นการทำเพื่อไม่ให้เกิดความน่าเชื่อถือ ในเวทีต่างประเทศ อยากให้มองในมุมนี้บ้าง อย่ามองในประเด็นที่ว่ารัฐบาลจะสร้างสถานการณ์เอง จะทำทำไม ตนอยู่ดีๆเฉยๆไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นไม่ดีกว่าหรืออย่างไร อยากให้คิดให้มีตรรกะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42727</URL_LINK>
                <HASHTAG>บึ้ม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ระเบิดป่วนกรุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d4799270df7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2019 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2019 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรอ. เตือนโรงงานทั่วกรุงเทพฯ เข้มงวดรักษาความปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;3 ส.ค. 2562 นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้กรอ. ได้แจ้งเตือนไปยังโรงงานขนาดใหญ่ที่มีกำลังเครื่องจักรกว่า 1000 แรงม้า ที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครประมาณ 567 แห่ง ให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในโรงงาน และบริเวณโดยรอบโรงงาน และแจ้งเตือนสถานประกอบการวัตถุอันตรายในกรุงเทพฯ 140 แห่งขอให้ระมัดระวังและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายเป็นพิเศษ ตามนโบบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ให้หน่วยงานต่างๆ ในสังกัด เตรียมแผนป้องกันและการรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์เหตุความไม่สงบ และเหตุระเบิดในกรุงเทพมหานครหลายจุด ตั้งแต่วันที่ 1-2 สิงหาคม ที่ผ่านมา

&amp;ldquo;ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมีความเป็นห่วงเรื่องนี้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงานที่สามารถส่งผลกระทบในวงกว้างต่อประชาชน เช่น โรงกลั่นน้ำมัน และโรงงานเคมีภัณฑ์ เป็นต้น พร้อมทั้งกำชับให้มีการเพิ่มความเข้มงวดเป็นพิเศษในการตรวจสอบผู้ผลิต และผู้นำเข้าวัตถุอันตราย ที่สามารถนำไปใช้เป็นองค์ประกอบทำวัตถุระเบิดได้ด้วย โดยในส่วนของวัตถุอันตรายนั้นทาง กรอ.ได้แจ้งเตือนสถานประกอบการที่มีวัตถุอันตรายในกรุงเทพฯ ขอให้ระมัดระวังและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตราย&amp;rdquo; นายทองชัย กล่าว
นอกจากนี้สถานประกอบการวัตถุอันตรายต้องเพิ่มมาตรการเข้มงวดในการป้องกันการลักลอบจำหน่ายหรือนำวัตถุอันตรายไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ รวมถึงขอให้เข้มงวด เพื่อไม่ให้ผู้ไม่หวังดีมาดำเนินการให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่สถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายของผู้ประกอบการด้วย อย่างไรก็ตามหากผู้ประกอบการมีปัญหาเกี่ยวกับการจัดเก็บรักษาวัตถุอันตรายหรือความไม่ปลอดภัยใดๆ ขอให้ผู้ประกอบการแจ้งให้กรมโรงงานฯ ทราบเป็นการด่วน เพื่อที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาต่อไป

นายทองชัย กล่าวต่อว่า ในส่วนของการเตรียมการรับมือกับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่กรุงเทพฯ ของหน่วยงานอื่นๆ ที่สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมก็ได้สั่งการให้ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมแจ้งเตือนโรงงานในพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศ อีกทั้งยังสั่งการให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ประสานไปยังโรงงานที่อยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ในการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในโรงงานและบริเวณรอบโรงงาน รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบผู้ผลิตและนำเข้าวัตถุอันตราย ที่สามารถนำไปใช้ทำเป็นวัตถุระเบิด พร้อมทั้งให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) แจ้งเตือนผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ ทำการตรวจสอบและควบคุมการใช้วัตถุระเบิดในเหมืองแร่ โดยให้มีการใช้วัตถุระเบิดเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับการอนุญาตเท่านั้น และให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) สำรวจและประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเชิงภาพรวมในทางเศรษฐกิจ เป็นต้น
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42625</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโรงงาน, กรอ., ระเบิดป่วนกรุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf118946f7eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชั่ว!วางบึ้มป่วนกรุง 9ครั้ง5จุด‘นายกฯ’ลั่นมันต้องไม่มีที่ยืน/บิ๊กแดงชี้กลุ่มเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;วางบึ้ม! ป่วนทั่วกรุง 9 ครั้ง 5 จุด มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย หลังตำรวจรวบ 2 หนุ่มชาวนราธิวาส ผู้ต้องสงสัยวางระเบิดหน้า สตช.ขณะนั่งรถทัวร์ลงใต้ได้ที่ จ.ชุมพร &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; ฟันธงกลุ่มคนเดิมๆ แต่ใช้หน้าใหม่ลงมือ ฟุ้งฝ่ายมั่นคงเตือนมาก่อนแล้ว &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ลั่นมันต้องไม่มีที่ยืน สั่ง &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; เร่งคลี่คลายคดี ขอปชช.ช่วยถ่ายภาพให้เบาะแสเหตุร้าย แจ้ง &amp;quot;ไมก์ ปอมเปโอ&amp;quot; คุมสถานการณ์อยู่ &amp;quot;อดีตที่ปรึกษารองนายกฯ&amp;quot; เชื่อดิสเครดิตรัฐบาล &amp;quot;ฝ่ายค้าน&amp;quot; ร่วมประสานเสียงประณามคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้เกิดเหตุระเบิดป่วนเมือง 9 ครั้ง 5 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ พร้อมทั้งเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารสำหรับขายของและเก็บสินค้าตลาดเดือนเด่น ภายในซอยเพชรบุรี 19 แขวงพญาไท เขตราชเทวี รวม 4 จุด ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่วันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งต่อเนื่องมาจากช่วงบ่ายวันที่ 1 ส.ค. ที่เจ้าหน้าที่พบวัตถุคล้ายระเบิดถูกซุกซ่อนไว้บริเวณพุ่มไม้ใต้ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 02.00 น. วันที่ 2 ส.ค. พ.ต.ต.อิทธิ พินิจกุล สวป.สภ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร ทำหน้าที่หัวหน้าด่านตรวจปฐมพร สนธิกำลังตั้งด่านตรวจที่บริเวณด่านตรวจปฐมพร ถนนเพชรเกษม หมู่ที่ 9 ตำบลวังไผ่ อ.เมืองฯ จ.ชุมพร พบรถทัวร์ปรับอากาศ กรุงเทพฯ-นราธิวาส ขับมุ่งหน้าลงภาคใต้ ซึ่งเป็นรถเป้าหมายตามที่ได้รับรายงานมีผู้ต้องสงสัยลอบวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังก่อเหตุได้โดยสารหลบหนีลงมาทางภาคใต้ จึงเรียกให้จอดไหล่ทางเพื่อตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบภายในรถทัวร์คันดังกล่าวมีผู้โดยสารมาเต็มคัน โดยชายต้องสงสัย 2 คนนั่งมาเบาะติดกัน พบข้างตัวมีกล่องขนมขบเคี้ยวทรงกลม เปิดดูภายในมีขวดโลหะทรงกลมพร้อมฝาบนปิดทับด้วยโฟมสีขาวตัดเป็นรูปวงกลม มีสายไฟและถ่านไฟขนาดเล็กพันอยู่ด้วย ลักษณะคล้ายระเบิดเวลา จึงตรวจยึดและควบคุมตัวชายทั้ง 2 คนไปสอบสวน ทราบชื่อคือ นายลูไอ แซแง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/6 หมู่ 4 ตำบลรือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส, นายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ 2 ตำบลสาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่จึงรีบนำผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน พร้อมของกลางคล้ายวัตถุระเบิดที่ตรวจยึดได้ เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อให้หน่วยงานมั่นคงและหน่วยงานเกี่ยวข้องสอบสวนอย่างละเอียดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางระเบิดป่วนกรุงเทพฯ หรือไม่อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตั้งแต่เวลา 05.00 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารสำหรับขายของและเก็บสินค้าตลาดเดือนเด่นภายในซอยเพชรบุรี 19 เขตราชเทวี รวม 4 จุด กระทั่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงควบคุมไฟไหม้จนสงบ ตำรวจชุดสืบสวน สน.พญาไท พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เข้าตรวจสอบสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ไม่น่าจะเป็นไฟฟ้าลัดวงจรอย่างที่คาดการณ์ในตอนแรก หลังพบวัตถุบางอย่างคล้ายกับชิ้นส่วนที่ใช้ประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่องแบบเพลิงหรือระเบิดเพลิง ตกอยู่ในที่เกิดเหตุทั้ง 4 จุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่าเป็นแผงวงจรที่ใช้ในการตั้งเวลาผูกติดกับก้อนแบตเตอรี่คล้ายกับเพาเวอร์แบงก์ ซึ่งพ่วงต่อกับปุ๋ยยูเรียสารเคมีที่ทำให้เกิดระเบิดในลักษณะเปลวไฟได้ โดยคนร้ายตั้งเวลาให้ระเบิดลูกแรกที่อาคารดีดีเฮ้าส์ทำงานก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนระเบิดอีก 2 ลูกที่วางไว้อีก 2 จุด ในที่เกิดเหตุอีก 2 แห่ง บริเวณใกล้เคียงจึงเริ่มทำงานต่อ โดยเป้าหมายของคนร้ายในการก่อเหตุในพื้นที่ย่านประตูน้ำนี้เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์มากกว่าเป็นการประสงค์เอาชีวิต พร้อมกับเร่งทำการตรวจสอบภาพวงจรปิดในพื้นที่โดยรอบที่เกิดเหตุเพื่อตามหาตัวผู้กระทำผิดต่อไป
วางบึ้ม!ป่วนทั่วกรุง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เวลาประมาณ 07.05 น. ได้เกิดเหตุระเบิด 3 ครั้ง ที่บริเวณพุ่มไม้ด้านหน้าอาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถ.แจ้งวัฒนะ อาคารบี ฝั่งตะวันออก แรงระเบิดทำให้พุ่มไม้บริเวณดังกล่าวกระจัดกระจาย เจ้าหน้าที่หน่วยอีโอดีเข้าตรวจสอบพบระเบิดอีก 1 ลูก จึงเก็บกู้ระเบิดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลาประมาณ 07.45 น. ได้เกิดเสียงดังคล้ายระเบิดบริเวณริมถนนหน้าป้ายสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถนนศรีสมาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทหารในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เดินออกมาบอกกับผู้สื่อข่าวว่าไม่ใช่ระเบิด เป็นเพียงไฟส่องป้ายเกิดระเบิดขึ้นมา อย่างไรก็ตาม กลับพบว่าที่เกิดจากแรงระเบิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ ผิดปกติมากกว่าจะเป็นไฟส่องป้ายระเบิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอเวลาประมาณ 08.36 น. มีเสียงดังคล้ายระเบิดเกิดขึ้น 2 ครั้ง หน้าตึกมหานครและพงหญ้าใต้บันไดทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ช่องนนทรี ฝั่งตึกมหานคร จากนั้นเจ้าหน้าที่อีโอดีเข้าตรวจสอบ พบวัตถุต้องสงสัยลักษณะเป็นกระติกน้ำ สีฟ้าขาว จากการตรวจสอบไม่พบสิ่งผิดปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลาประมาณ 08.50 น. ที่ถนนพระราม 9 ซอย 57/1 เจ้าหน้าที่ทำความสะอาด สำนักงานเขตสวนหลวง ได้รับบาดเจ็บ 3 คน เจ้าหน้าที่อีโอดีเข้าเก็บกู้ พบเทปพันสายไฟสีดำ สะเก็ดระเบิดขนาดเล็ก และมีด 1 เล่ม วัตถุพยานที่พบคล้ายระเบิดปิงปองของเด็กช่างกล แตกต่างกับวัตถุระเบิดปลอมที่พบหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางรัก ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่บีทีเอส ศาลาแดง พบวัตถุต้องสงสัย ลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยม ขนาดประมาณ 3x3 นิ้ว สีดำ วางอยู่ใต้บันไดเลื่อนทางขึ้น-ลงสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ศาลาแดง จึงประสานเจ้าหน้าที่อีโอดีเข้าตรวจสอบและเก็บกู้ พบเป็นแค่กล่องนาฬิกาเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 11.16 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha&amp;quot; ระบุว่า &amp;quot;เหตุการณ์ระเบิดเช้าวันนี้ ผมขอประณามผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสถานการณ์ ที่ทำลายความสงบสุขและภาพลักษณ์ประเทศ ผมได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของประชาชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเร่งด่วนแล้วครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกโซเชียลได้มีการส่งต่อข้อความระบุ &amp;quot;ประกาศพื้นที่ควบคุมพิเศษ 1.แยกราชประสงค์ 2.สยามสแควร์ 3.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 4.อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 5.สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินและบนดินทุกสถานี 6.สถานีรถไฟหัวลำโพง 7.สถานีขนส่งทุกแห่ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ออกมายืนยันไม่มีการประกาศพื้นที่ควบคุมพิเศษตามที่มีการแชร์ความความดังกล่าวตามโลกโซเชียล ขอให้ประชาชนอย่างตื่นตระหนก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน ได้รับแจ้งพบกระเป๋าต้องสงสัยขนาดใหญ่ สีดำ มาวางทิ้งไว้บริเวณป้ายรถเมล์ประจำทาง ปากซอยพหลโยธิน 44 ตรงโรงแรมมารวย ถนนพหลโยธินขา ออก มุ่งหน้าวงเวียนบางเขน พบกระเป๋าสะพายสีดำ 1 ใบ คล้ายกระเป๋าใส่โน้ตบุ๊ก วางอยู่ข้างที่นั่งรถโดยสาร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำยางรถยนต์มาวางกั้นที่เกิดเหตุไว้และปิดการจราจร 1 ช่องทาง เพื่อป้องกันเหตุร้ายแรงที่จะเกิดขึ้น จากนั้นก็ได้ประสานเจ้าหน้าที่อีโอดี หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดมาตรวจสอบว่าภายในกระเป๋ามีอะไร
บิ๊กแดงชี้ฝีมือกลุ่มเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.รมน.) กล่าวว่า ทางฝ่ายความมั่นคงได้มีการแจ้งเตือนมาระยะหนึ่งแล้ว โดยได้ประสานงานทั้ง กอ.รมน. เหล่าทัพ ตำรวจ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะมาเกิดในช่วงนี้ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งการหน่วยงานความมั่นคง โดยโทรศัพท์สายตรงไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ให้ดูแลสถานการณ์ด้วยเหมือนว่านายกฯ กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ในจุดที่ 2 และ 3 ตามมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอตั้งข้อสังเกตว่าลักษณะเหตุการณ์รูปแบบการก่อเหตุคล้ายกับเหตุการณ์ในปี 2549 เป็นกลุ่มคนเดิมๆ แนวคิดเดิมๆ มาจากสำนักเดิมๆ ที่เคยระเบิดป้อมตำรวจหลายจุด สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือจะมีฝ่ายการเมือง หรือพวกที่ไม่หวังดีกับประเทศมาใส่ความว่าฝ่ายความมั่นคงทำเรื่องแบบนี้ทำเอง เพราะเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ทั้งที่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากกลุ่มเดิมๆ ความคิดเดิมๆ คนสั่งการคนเดิม แต่คนลงมืออาจเป็นคนหน้าใหม่ นี่คือสิ่งบอกเหตุทางการเมือง เกิดจากกลุ่มที่มีความคิดแบบนี้ และสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นสิ่งบอกเหตุว่าอาจจะมีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก แต่ขอให้มั่นใจว่านายกฯ และฝ่ายความมั่นคงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้&amp;quot; พล.อ.อภิรัชต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ทบ.กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจจับได้ 2 คนแล้วอยู่ระหว่างการขยายผล อย่างไรก็ตาม ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก และขอความร่วมมือหากพบบุคคลต้องสงสัยหรือสิ่งต้องสงสัย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที แต่อย่าหลอกกัน เพราะยิ่งจะสร้างความปั่นป่วน ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ โดยเฉพาะเรื่องของความเชื่อมั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ผู้ต้องสงสัย 2 คนมาจากภาคใต้ ผบ.ทบ.กล่าวว่า &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเอาคนที่มาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาทำหรือไม่ก็ตาม แต่คนที่อยู่เบื้องหลังก็ยังเป็นกลุ่มเดิมๆ แต่ไม่ต้องห่วงท่านนายกฯ ดูแลได้ พวกเราก็ดูแลอยู่ จะไม่ให้เกิดอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าเหตุที่เกิดขึ้นหน้าหน่วยทหารถือเป็นการท้าทายนายกฯ ที่คุมทหาร คุมตำรวจด้วยหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า อย่าเรียกว่าท้าทาย คนที่จะทำก็จ้องหาช่องโหว่อยู่แล้ว แต่มันเป็นสิ่งบอกเหตุว่าต่อไปอาจจะมีการเอาเรื่องแบบนี้มาใช้หวังผลทางการเมือง ขอให้ประชาชนช่วยกัน อย่าให้คนไม่หวังดีเหล่านี้มาทำร้ายประเทศเราได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางมาประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) รวมทั้งเป็นประธานมอบนโยบายให้กับข้าราชการตำรวจระดับผู้บัญชาการ (ผบช.) ขึ้นไปทั่วประเทศ ใช้เวลากว่า 2 ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงเหตุการณ์ระเบิดหลายจุดในกรุงเทพฯ ว่า จากเหตุระเบิด 5 ครั้ง จาก 9 เหตุการณ์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง แต่ก็ไม่มากนัก แต่แค่คนเดียวตนก็รับไม่ได้ จึงได้สั่งการให้ สตช.เข้าไปดูแลว่าได้รับความเดือดร้อนและบาดเจ็บตรงไหน เพราะไม่ต้องการให้ใครเดือดร้อน และสิ่งที่อยากให้ทุกคนช่วยกันคิดก็คือ เราจะแก้ไขปัญหาความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินกันอย่างไร การจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารทำเพียงฝ่ายเดียวคงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาแบบองค์รวม คือประชาชนมีส่วนร่วม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ปัจจุบันเรามีช่องทางสื่อสารระหว่างประชาชนกับตำรวจและทหารอยู่แล้ว เราจึงจำเป็นต้องทำตัวให้สอดคล้องกับโลกปัจจุบัน ที่เป็นโลกแห่งการใช้โซเชียลมีเดียและโทรศัพท์ จึงขอฝากไปถึงประชาชนทุกคน อย่างกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 1 ส.ค. จนถึงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจากกล้องซีซีทีวี จับภาพผู้ต้องสงสัย ขณะเดียวกันตนอยากได้ภาพเหล่านี้จากประชาชนด้วย ดังนั้นหากเห็นสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น หรือไม่น่าไว้วางใจ ก็ขอให้ถ่ายรูปเก็บไว้ หากเจ้าหน้าที่ต้องการหลักฐานเพิ่มเติมก็สามารถส่งมาให้ได้ เพื่อช่วยกันคลี่คลายสถานการณ์
นายกฯ ลั่นต้องไม่มีที่ยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ผมได้สั่งการผ่าน ผบ.ตร. และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เพื่อช่วยกันทำงานและเป็นที่น่ายินดีที่เราสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน จากพื้นที่ จ.ชุมพร ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง แสดงว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวน และผลการสอบสวนขอให้เป็นเรื่องของกระบวนการ และค่อนข้างชัดเจนว่าทั้ง 2 คนคือผู้ก่อเหตุ โดยมีหลักฐานจากกล้องซีซีทีวี และวัตถุพยานหลายอย่าง แต่อย่าเพิ่งด่วนให้ข้อสรุปว่าเกิดจากอะไร หรือสาเหตุมาจากอะไร แต่อยากให้ทุกคนคิดว่า 5 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล เหตุการณ์ลดน้อยลงจนเกือบไม่มีเกิดขึ้นเลย แล้วทำไมจึงกลับมาเกิดในช่วงนี้อีก&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ทุกคนต้องมองสถานการณ์วันนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น ขณะนี้เรามีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญในการพูดคุยกับประเทศคู่เจรจา แล้วทำไมต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เคยมีตัวอย่างแบบนี้เกิดขึ้นหรือเปล่า ก็ต้องไปสอบทบทวนว่าเกี่ยวข้องอะไรกับใครบ้างในอดีตที่ผ่านมา ทราบว่ามีหลายอย่างที่เชื่อมโยงกับกลุ่มเก่าๆบ้าง แต่วันนี้ยังไม่ได้ตัดประเด็นอะไรออกไปทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้หลายอย่างเกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย สิ่งเก่าๆ และเดิมเราคงต้องช่วยกันเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เกิดการปฏิรูปประเทศ สิ่งสำคัญคือต้องระเบิดจากข้างใน โดยจิตใจของคนไทย ต้องร่วมมือกันทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ทุกองค์กรต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ตำรวจทหารก็ต้องสนับสนุนในทุกๆรัฐบาล ไม่ใช่ว่าจะเป็นการสืบทอดอำนาจใดๆ เพราะการเป็นนายกฯ ก็ต้องดูแลทุกคนในฐานะหัวหน้ารัฐบาล&amp;quot; นายกฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้น้ำหนักในประเด็นการเมืองแค่ไหน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนบอกแล้วว่าเราไม่ทิ้งอะไรสักอย่าง จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ สรุปมีคนไม่ดีกระทำการเช่นนี้ขึ้นมา จะด้วยเหตุผลประการใด เดี๋ยวสอบสวนออกมาได้เองว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มไหน อะไรอย่างไร เดี๋ยวก็ออกมาเองเป็นชุด และจะสร้างการรับรู้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้อย่าเพิ่งใจร้อน เพิ่งเกิดเหตุ เราก็ทำเต็มที่ เมื่อคืนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้หลับได้นอน ด่านก็ตรวจสกัดทุกช่องทาง กทม.ก็ช่วย ตำรวจก็ช่วย ทหารก็ช่วย นี่คือการบูรณาการ ทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คนตามหลักฐานวัตถุพยาน ไม่ได้ใช้วิธีการอื่นเลย ใช้การสอบสวนกับกระบวนการยุติธรรม ให้ความเป็นธรรม&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การสร้างสถานการณ์ระเบิดเกิดขึ้นก่อนที่นายกฯ จะมาประชุมที่ สตช.เพียงวันเดียว มีการมองว่าเป็นเพราะตำรวจไม่ยอมรับนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ หัวเราะ พร้อมหันไปถาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่ยืนข้างหลัง ว่า &amp;ldquo;ตำรวจไม่ยอมรับหรือ&amp;rdquo; ขณะที่ ผบ.ตร. ตอบในทันทีว่า &amp;ldquo;ยอมครับ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตำรวจจะไม่พอใจอะไรผม ผมคิดว่าไม่มี อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายสิบปีมาแล้ว เป็นพี่เป็นน้องกันมา ตั้งแต่เป็น ผบ.ทบ.ก็มี รู้จักกันมานาน ทุกคนจำหน้ารู้จักกันหมด เราต้องไว้ใจซึ่งกันและกัน แต่เรื่องนั้นก็วิเคราะห์ได้ ถ้าจะวิเคราะห์กันก็หลายเรื่อง แม้แต่การประชุมก็เกิดขึ้น ต่างประเทศก็มา อะไรก็มา และมาเกิดในช่วงนี้ นี่คือการทำงานประเทศของเรา ใครที่ทำก็แล้วแต่ ผมถือว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่ใช้ไม่ได้จริงๆ มันต้องไม่มีที่ยืน&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า ก่อนหน้านี้มีการข่าวอะไรมาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีในลักษณะเกิดความรุนแรง ทุกคนอยู่ในช่วงการดีใจที่ได้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง การแถลงนโยบายที่ผ่านมาก็โอเค ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย ไม่คิดว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ทุกคนก็พยายามระวังเต็มที่แล้ว จะเห็นได้ว่าก็มีความพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์ ไม่ทำให้เกิดความสูญเสียจำนวนมาก อะไรทำนองนี้ ถ้าเราไม่เข้มงวดคงจะมากกว่านี้ ฉะนั้น เราต้องสร้างความเข้มแข็งของพวกเราด้วย
แจ้ง&amp;#39;ไมก์ ปอมเปโอ&amp;#39;เอาอยู่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะต้องใช้มาตรการพิเศษอะไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่มี ยังไม่ต้องใช้กฎหมายพิเศษ กฎหมายปกติมีอยู่แล้ว การสืบสวนสอบสวนใช้กระบวนการปกติ โดยบูรณาการร่วมกับ กอ.รมน., ศอ.บต. ซึ่งมีรัฐมนตรีที่กำกับดูแลรับผิดชอบอยู่แล้วทำงานร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องคุมเข้ม แน่นอนเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นต้องมีอยู่แล้วโดยเพิ่มมาตรการให้เข้มงวดมากขึ้น ทั้งพื้นที่ราชการ พื้นที่เชิงสัญลักษณ์ต่างๆ การประชุม สถานทูต ตนได้สั่งการไปหมดแล้ว อันนี้ก็เต็มที่ ต้องบอกว่าทำเต็มที่ ขอให้ช่วยกันอีกทางหนึ่งก็แล้วกัน สื่อก็ช่วยกันด้วย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ระบุเป็นกลุ่มเก่าๆ สร้างสถานการณ์ 5 ปีที่ผ่านมา ทำไมกวาดล้างคนกลุ่มนี้ไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า บางคนก็หนีไป สอบแล้วก็พบความเชื่อมโยงกันอยู่บ้าง หลายๆ กลุ่มถูกติดคุกไปแล้วก็มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า เหตุระเบิดครั้งนี้จะทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่นหรือไม่ ระหว่างที่เป็นเจ้าภาพจัดประชุมรมว.ต่างประเทศอาเซียน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า แน่นอน คนทำก็หวังอย่างนั้น ถ้าเขามุ่งประเด็นตรงนั้น เราก็อย่าให้เขาสมหวัง เราก็เพิ่มมาตรการต่างๆ ดูแล ทุกคนก็โอเคในการพูดคุย ดูแลคุ้มครองให้ ทุกคนก็พอใจในมาตรการต่างๆ ขอให้เกิดความร่วมมือก็แล้วกัน อย่าทำอย่าคิดอะไรที่ให้คนที่กระทำสมหวัง เราต้องเข้มแข็ง เพิ่มมาตรการดูแลให้ดีที่สุด และเราก็ต้องดูแลเขาให้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุระเบิดตอนปี 58 และปี 60 ก็เคยเกิดอยู่บ้าง และครั้งนี้พบก่อนส่วนหนึ่งที่ยังไม่ระเบิด และพบที่ระเบิดส่วนหนึ่ง แต่โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บสูญเสียจำนวนมาก แต่ถ้าเราไม่พบก่อนหรือเพิ่มมาตรการ อาจจะบาดเจ็บสูญเสียมากกว่านี้ก็ได้ ช่วยกันอะเลิร์ตแล้วกัน อะเลิร์ตเพื่อประเทศไทย ไม่ใช่แค่วันนี้ช่วงนี้ หลังจากวันนี้ก็ต้องอะเลิร์ตต่อไป นี่แหละคือประชาธิปไตยของเรา ต้องยอมรับว่าจะทำอย่างไรให้ประชาธิปไตยของเราเข้มแข็ง ทำอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย เราต้องไม่ให้คนไม่ดีมีที่ยืนในสังคมในประเทศไทย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีหลายจุดที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างน้อย 3 จุด คนร้ายที่ก่อเหตุมีประสบการณ์ มีการมาสำรวจพื้นที่ก่อน ซึ่งประเด็นการก่อเหตุยังไม่สามารถตอบได้ เมื่อก่อเหตุเสร็จได้เดินทางกลับภาคใต้ทันที ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้จะมีกี่คน อย่าเพิ่งคาดเดา แต่ที่แน่ๆ เราสามารถควบคุมตัวคนร้ายได้แล้ว 2 คน เจ้าหน้าที่ไม่หนักใจในการทำงาน เรามีประสบการณ์ แต่ไม่ประมาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนร้ายเป็นคนหน้าใหม่ ไม่อยู่ในระบบ หลังจากนี้จะแต่งตั้ง พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าชุดในการทำงาน ซึ่งเป็นชุดเดียวกันกับที่คลี่คลายคดีที่ รพ.พระมงกุฎฯ และเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ที่ผ่านมามีคดีที่หนักกว่านี้ เรายังควบคุมสถานการณ์ได้&amp;quot; ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.30 น. ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า นายไมก์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในระหว่างการหารือเพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกาในหลายๆ ด้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท่านนายกฯ ได้แจ้งให้นายไมก์ ปอมเปโอ และคณะทราบว่าขณะนี้เหตุการณ์ความวุ่นวายอยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว และได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่ามิให้ประมาท ยังคงเฝ้าระวังเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าว
ประสานเสียงประณาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผกก.4 บก.สันติบาล 3 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า ทำเนียบฯ จะเพิ่มความถี่ในการตรวจมากขึ้นกว่าเดิม มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ที่ออกเวรแล้ว ให้มาช่วยเสริมการปฏิบัติในการออกตรวจ ซึ่งช่วงนี้จะเพิ่มความถี่ในการออกตรวจเป็น 24 ชั่วโมง ขณะที่การเข้า-ออกทำเนียบฯ ได้สั่งเพิ่มเติมให้ตรวจเข้มบุคคลที่เข้ามาว่าจะมาพื้นที่ส่วนไหน ซึ่งมาตรการทางเราได้วางไว้อยู่แล้วว่าใครจะมาตึกไหน จะใช้บัตรสีที่แตกต่างกันหรือสีประจำตึก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ดำเนินการตามมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ เน้นย้ำให้ร่วมมือกับประชาชนดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในทุกพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศในด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการและสถานที่สำคัญต่างๆ อย่างรอบคอบและรัดกุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร อดีตที่ปรึกษารองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง วิเคราะห์ว่า เหตุระเบิดป่วนกรุงหลายจุดค่อนข้างชัดเจนว่ามีเป้าหมายดิสเครดิตรัฐบาล และอาจใช้มือก่อการบางส่วนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติและระเบิดที่หน้ากองบัญชาการกองทัพไทย ทั้ง 2 เป้าหมายนี้จะเป็นแรงสะท้อนไปยังรัฐบาล ซึ่งอยู่ในสภาพที่ยังไม่ได้ตั้งตัว 100% เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็จะเกิดแรงกดดันต่อรัฐบาลทันที ยังโชคดีที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 คนแรกเอาไว้ได้ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ยังทำให้ประชาชนตื่นตระหนก และเชื่อได้ว่าเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อลดความน่าเชื่อถือทางการเมือง&amp;quot; รศ.ดร.ปณิธานระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงเหตุระเบิดในกรุงเทพฯ ว่า ขอเรียกร้องไปยังผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐบาล และตำรวจ ทหาร ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยเร่งหาตัวผู้ดำเนินการ ไม่ว่าจะสร้างสถานการณ์ หรือหวังผลอะไรก็แล้วแต่ มาดำเนินการลงโทษให้เร็วที่สุด เชื่อว่าทุกจุดที่มีการกระทำดังกล่าวน่าจะมีกล้องวงจรปิด ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐเร่งตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้กระทำเหตุการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ให้รวดเร็วที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ใครที่ได้ประโยชน์จากการสร้างเหตุการณ์นี้ก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่น่าประณามที่สุดคือ ถ้ามีคนคิดที่สร้างสถานการณ์นี้เพื่อประโยชน์ของตนเอง ก็เป็นความคิดที่เลวมาก คือเล่นอยู่กับชีวิต ทรัพย์สิน และจิตใจของประชาชน เรายอมไม่ได้ที่จะให้เกิดเรื่องแบบนี้&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ทวีตข้อความกรณีเหตุระเบิดป่วนทั่งกรุงเทพฯ ว่าเกิดเหตุระเบิดหลายจุด ผมหวังว่ารัฐบาลจะเร่งสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้โดยเร็ว และเฉพาะหน้า ควรแจ้งสถานการณ์ตามความเป็นจริง และมาตรการความปลอดภัยให้ประชาชนทราบ สุดท้ายขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจทำให้กระทบกระเทือนต่อความเชื่อมั่นและบรรยากาศทางการเมืองที่กำลังทยอยกลับเข้าสู่ระบบปกติ แต่ตนเชื่อว่าประชาชนเข้าใจดี และเชื่อว่าจะผ่านไปได้ ซึ่งพวกเราต้องช่วยกัน อย่าให้สถานการณ์ระเบิดในวันนี้ ลุกลามบานปลายไปจนเป็นข้ออ้างในการเข้ามาใช้อำนาจพิเศษใดๆ อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ขอประณามผู้ก่อเหตุ ไม่ว่าจะเป็นใคร กระทำด้วยเหตุผลใด ขอให้ยุติการกระทำซะ พวกคุณไม่สามารถที่จะสร้างสถานการณ์หลอกคนไทยได้อีกแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42582</URL_LINK>
                <HASHTAG>9 ครั้ง 5 จุด, บึ้มป่วนกรุง, มันต้องไม่มีที่ยืน, ระเบิดป่วนกรุง, ระเบิดป่วนเมือง, หนังสือพิมพ์, เร่งคลี่คลายคดี, ใช้หน้าใหม่ลงมือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d4445b0e389b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
