<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกเมียนมาทั่วโลกร่วม&#039;ปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิ&#039; มือดีวางระเบิดป่วนเมืองซ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้ประท้วงต้านรัฐประหารในเมียนมาเดินขบวนประท้วงแบบแฟลชม็อบในหลายเมืองเมื่อวันอาทิตย์ พร้อมชุมชนชาวเมียนมาในประเทศต่างๆ เพื่อเรียกร้อง &amp;quot;ปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิเมียนมาทั่วโลก&amp;quot; ขณะระเบิดป่วนเมืองยังเกิดต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวเมียนมาในญี่ปุ่นเดินขบวนประท้วงผ่านย่านกินซาของกรุงโตเกียวในกิจกรรมปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิเมียนมาทั่วโลก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม 2564 (Photo by Yuichi Yamazaki/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม กล่าวว่า ผู้ประท้วงหลายพันคนออกมาชุมนุมกันแบบแฟลชม็อบในนครย่างกุ้งและอีกหลายเมืองของเมียนมาตั้งแต่เช้าวันอาทิตย์ เพื่อแสดงพลังแห่ง &amp;quot;การปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิ&amp;quot; ต่อต้านการรัฐประหารที่ย่างเข้าสู่เดือนที่ 4 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์บอกว่า การประท้วงโดยชุมชนชาวเมียนมาในต่างแดนยังเกิดขึ้นโดยพร้อมเพรียงกันในวันเดียวกันนี้ เนื่องในวันที่ผู้จัดการชุมนุมเรียกว่าเป็น &amp;quot;การปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิเมียนมาทั่วโลก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขย่าโลกด้วยเสียงแห่งความเป็นเอกภาพของชาวเมียนมา&amp;quot; ผู้จัดการชุมนุมกล่าวในแถลงการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมที่ย่างกุ้ง คนหนุ่มสาวออกมาชุมนุมกันแบบแฟลชม็อบที่มุมถนนสายหนึ่ง ก่อนจะเดินขบวนอย่างรวดเร็ว และสลายตัวกันทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับทหาร-ตำรวจ พวกเขาร้องตะโกนเรียกร้องประชาธิปไตยและขับไล่เผด็จการทหาร พร้อมกับชูสัญลักษณ์สามนิ้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ที่เขตมัณฑะเลย์ ผู้ประท้วงหลายร้อยคนนำโดยพระภิกษุหลายรูป ออกมาเดินขบวนพร้อมกับถือธงของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของนางอองซาน ซูจี ส่วนที่รัฐชาน คนหนุ่มสาวเดินขบวนถือป้ายข้อความว่าพวกเราไม่ยอมถูกปกครอง แต่มีรายงานว่า ที่เมืองสี่ป้อเมื่อเวลา 10 โมงเช้า เกิดเหตุรุนแรงขึ้นเมื่อกองกำลังฝ่ายความมั่นคงปราบปรามผู้ประท้วง ทำให้คนตายอย่างน้อย 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงคนหนึ่งกล่าวว่า ชายคนนี้โดนยิงศีรษะและเสียชีวิตทันที เขารีบนำร่างเพื่อนของเขาคนนี้ไปซ่อน ป้องกันเจ้าหน้าที่มาเก็บไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานของสื่อท้องถิ่นว่า ถึงช่วงเที่ยง เจ้าหน้าที่ตามไล่จับผู้ประท้วงหลายคน แหล่งข่าวรายหนึ่งในย่างกุ้งบอกกับเอเอฟพีว่า พวกนั้นจับกุมคนหนุ่มสาวทุกคนที่เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ที่เป็นกลุ่มสังเกตการณ์เอกชนในเมียนมา กล่าวว่า การปราบปรามของกองกำลังความมั่นคงถึงขณะนี้สังหารชีวิตพลเรือนแล้วไม่ต่ำกว่า 759 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันอาทิตย์ เกิดระเบิดหลายลูกในพื้นที่ต่างๆ ของย่างกุ้งอีกครั้ง รอยเตอร์อ้าง Khit Thit Media สื่อท้องถิ่นของเมียนมาว่า เกิดระเบิดลูกหนึ่งด้านนอกค่ายทหาร ทำให้ไฟลุกท่วมยานพาหนะหลายคัน แต่ไม่มีข้อมูลว่ามีคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ต่อมายังมีรายงานระเบิดอีกลูกในสถานที่อื่นของย่างกุ้ง และมีรายงานของสื่อในรัฐชานว่า ระเบิดลูกหนึ่งระเบิดขึ้นด้านนอกบ้านของนักธุรกิจคนดังรายหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงไม่นานมานี้ พลเรือนต่อต้านรัฐบาลทหารใช้อาวุธประดิษฐ์เองต่อสู้กับทหาร-ตำรวจ และสถานที่ของรัฐบาลหลายแห่งรวมถึงฐานทัพ ตกเป็นเป้าหมายการยิงจรวดโจมตีและระเบิดขนาดเล็กหลายครั้งที่ไม่มีฝ่ายใดประกาศว่าเป็นผู้ลงมือ ทางการเมียนมากล่าวโทษว่าเป็นฝีมือ &amp;quot;พวกก่อความไม่สงบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทรทัศน์ของทางการเมียนมาประกาศในข่าวภาคค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า มีระเบิดเกิดขึ้นอย่างน้อย 11 ครั้งในช่วง 36 ชั่วโมงก่อนหน้านั้น ส่วนใหญ่อยู่ในนครย่างกุ้ง ก่อความเสียหาย แต่ไม่มีคนเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงและการรณรงค์อารยะขัดขืนด้วยการนัดหยุดงานส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของเมียนมาอย่างมาก สัปดาห์ที่แล้ว โครงการพัฒนาแห่งองค์การสหประชาชาติกล่าวเตือนว่า ผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 และวิกฤติการเมืองอาจทำให้ชาวเมียนมาครึ่งประเทศหรือมากถึง 25 ล้านคน มีฐานะยากจนภายในปี 2565.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101523</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้านรัฐประหาร, ปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิ, พม่า, ระเบิดป่วนเมือง, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608e72eba6bfb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2019 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2019 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชช.มั่นใจเหตุระเบิดป่วนกรุงทั่วกทม. เกี่ยวข้องกับประเด็นการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเหตุการณ์ระเบิดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจและท้าทายต่อกฎหมายบ้านเมือง ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมือง เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนและเป็นแนวทางป้องกันในการเฝ้าระวังเหตุการณ์ดังกล่าว &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัย &amp;nbsp; &amp;nbsp;สวนดุสิต จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,220 คน ระหว่างวันที่ 6-10 สิงหาคม 2562 สรุปผลได้ ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ประชาชนคิดอย่างไร? กับ เหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้น
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รู้สึกไม่ปลอดภัย กลัว วิตกกังวล เกรงว่าจะได้รับอันตราย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;40.60%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีผู้ไม่หวังดี อยากเห็นบ้านเมืองวุ่นวาย เป็นการกระทำที่อุกอาจ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;38.03%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง ถูกเชื่อมโยงเรื่องการนำมาตรา 44 ออกมาใช้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;23.02%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากรู้ข้อเท็จจริงถึงสาเหตุและผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ควรชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;18.60%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลต้องเร่งจับกุมผู้กระทำผิดโดยเร็ว มีมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;13.77%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ประชาชนคิดว่า &amp;ldquo;สาเหตุ&amp;rdquo; ของการวางระเบิด คือ
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องการสร้างสถานการณ์ให้บ้านเมืองวุ่นวาย ปั่นป่วน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;52.49%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาจากความขัดแย้ง เสียประโยชน์ทางการเมือง &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;36.77%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการขู่เตือนรัฐบาล ต้องการดิสเครดิตรัฐบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;21.04%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อการร้ายในภาคใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;16.16%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง คาดการณ์ไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;11.61%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. จากเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นมีผลกระทบอะไรบ้าง?
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เศรษฐกิจตกต่ำ ค้าขายไม่ได้ นักท่องเที่ยวไม่กล้าเข้ามาเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;47.06%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สร้างความหวาดกลัว วิตกกังวลให้กับประชาชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;34.57%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพลักษณ์ของไทยแย่ลง ต่างชาติไม่มั่นใจ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;23.74%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของรัฐบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;21.16%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองร้อนแรงมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;10.32%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ประชาชนคิดว่าควรมีวิธีป้องกันหรือแก้ไขอย่างไร?
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนต้องติดตามข่าวสารอย่างมีสติ ช่วยเป็นหูเป็นตา สิ่งที่ไม่ชอบมาพากล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;45.64%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เร่งหาตัวคนร้ายหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดมาดำเนินคดีโดยเร็ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;25.40%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจทั่วทุกพื้นที่ ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;21.47%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยข่าวกรองต้องสืบหาข้อเท็จจริง และมีการข่าวที่แม่นยำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;19.02%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการตั้งรางวัลให้แก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสหรือให้ข้อมูลของผู้ที่กระทำผิด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;15.83%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ประชาชนคิดว่าเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่?
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกี่ยวข้องกับการเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;86.13%
เพราะต้องการทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย สร้างสถานการณ์ มาจากความขัดแย้งทางการเมือง &amp;nbsp;ท้าทายอำนาจกฎหมาย ฯลฯ
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;13.87%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจจะมีสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัว เรื่องธุรกิจ ผลประโยชน์ &amp;nbsp;ไม่ทราบข้อมูล สาเหตุที่แท้จริง ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. เหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่?
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อรัฐบาล ทำให้เชื่อมั่นน้อยลง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;76.39%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัย แสดงให้เห็นถึงความบกพร่องในการทำงาน การป้องกันหละหลวม กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ฯลฯ
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ส่งผลกระทบต่อรัฐบาล เชื่อมั่นเหมือนเดิม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;23.61%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถแก้ปัญหาได้ มีการสั่งการเร่งติดตามดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัย น่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ประชาชนคิดว่าจะมีเหตุการณ์ระเบิดเกิดขึ้นอีกหรือไม่?
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าจะเกิดขึ้นอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;83.93%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจมีผู้ไม่หวังดีหรือมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ให้วุ่นวาย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจไม่สามารถควบคุมดูแลได้ทั้งหมด ฯลฯ
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่น่าจะเกิดขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;16.07%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าจะเป็นเพียงการสร้างกระแสให้คนตื่นตกใจ ต้องการสร้างความวุ่นวายเพียงชั่วคราว &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เพิ่มการตรวจตรามากขึ้น ฯลฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43181</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระเบิดป่วนเมือง, สวนดุสิตโพล, เหตุระเบิดต่อเนื่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190811/image_big_5d4f782f5c7c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2019 18:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2019 18:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>​นายกฯกำชับผบ.ตร.สอบสวนผู้ต้องสงสัยมือบึ้มด้วยความยุติธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค. 2562 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามความคืบหน้าเหตุระเบิดในกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด ล่าสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รายงานว่า สถานการณ์ไดคลี่คลายลงแล้ว นายกรัฐมนตรี ยังสั่งการให้การรักษาความปลอดภัยมีมาตรการเท่าเดิม ตามที่เพิ่มตั้งแต่เกิดเหตุ ไม่ได้ลดระดับลง และฝากประชาชน อย่าประมาท หากพบเหตุต้องสงสัยให้แจ้งเจ้าหน้าที่​ ส่วนกรณีแม่ของผู้ต้องสงสัยชาว จ.นราธิวาส เดินทางมากกรุงเทพเพื่อติดตามตัวลูกชายที่ติดต่อไม่ได้มา 3 วันแล้ว และร้องขอให้เจ้าหน้าที่แจ้งที่อยู่ว่าปลอดภัยหรือไม่ พร้อมทั้งขอให้การสืบสวนเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมนั้น

นางนฤมล กล่าวว่า นายกฯได้กำชับ ผบ.ตร.ให้สอบสวนไปตามกระบวนการยุติธรรม ให้ถูกต้อง เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งทาง ผบ.ตร.จะชี้แจงให้ทราบโดยเร็ว ส่วน ที่มีข้อสงสัย และข่าวลือ ต่างๆ ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ขณะนี้ตำรวจดูแลผู้ต้องสงสัย อยู่ในความปลอดภัย จะแจ้งให้ญาติทราบต่อไป

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42685</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, ระเบิดป่วนเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d43fe953531e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2019 16:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2019 16:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดแล้วระเบิดพระราม 9 จนมีคนเจ็บเป็นของเด็กช่างกล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวความมั่นคง​ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนเหตุการณ์การลอบวางระเบิดหลายจุดในพื้นที่ กทม.เมื่อวันที่ 1-2 ส.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า ในส่วนของเหตุระเบิดที่ซอยพระราม 9 แยก 57/1 (ซอยวิเศษสุข) พื้นที่ สน.หัวหมาก ส่งผลมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 รายนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก ได้ควบคุมตัว นายดนุนัล เลี้ยงสอน อายุ 19 ปี และเยาวชนชาย อายุระหว่าง 15-17 ปี รวม 7 คน เป็นนักเรียนสถาบันอาชีวะแห่งหนึ่งมาสอบปากคำ พร้อมของกลางระเบิดแบบประดิษฐ์ทำเอง 1 ลูก อาวุธปืนปากกา 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 1 นัด และอาวุธมีด 2 เล่ม

ซึ่งหนึ่งในผู้ต้องหาสารภาพว่า ระเบิดปิงปองที่พบและเกิดระเบิดขึ้นนั้น ทางกลุ่มได้นำไปซุกซ่อนในจุดดังกล่าวเพื่อเตรียมไว้ป้องกันตัว โดยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดในจุดอื่นๆ แต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง และพกพา ก่อนเตรียมนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปขอส่งสถานพินิจฯเพื่อดำเนินคดี

ขณะที่การสอบสวนเหตุการณ์ในจุดอื่นๆ ราว 10 จุด ที่ได้จับกุมตัว นายลูไซ แซแง อายุ 23 ปี และ นายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ชาวนราธิวาส ผู้ต้องสงสัยที่นำระเบิดมาวางหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ที่ จ.ชุมพร นั้น ปรากฏว่า ผู้ต้องสงสัยได้รับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุที่หน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติจริง โดยก่อเหตุเพียงแค่จุดเดียว ไม่เกี่ยวข้องกับจุดอื่นๆ และยังไม่เปิดเผยถึงมูลเหตุจูงใจ​ ทั้งนี้​ การสอบสวนในเชิงลึกพบว่าผู้ต้องสงสัยมีชื่ออยู่ในแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบพื้นที่ชายแดนภาคใต้จริง แต่เป็นเพียงระดับปฏิบัติการ ไม่ใช่ระดับแกนนำอย่างที่มีกระแสข่าว อีกทั้งรูปแบบการก่อเหตุค่อนข้างแตกต่างจากในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ที่เมื่อหลังก่อเหตุแล้วจะมีการประกาศความรับผิดชอบจากทางกลุ่ม แต่เหตุการณ์ที่ กทม. ผู้ต้องสงสัยก็ไม่ทราบเกี่ยวกับการก่อเหตุในจุดอื่นๆ และไม่ประกาศความรับผิดชอบแต่อย่างใด จึงคาดว่าผู้ต้องสงสัยอาจรับจ้างจากกลุ่มอื่นที่ไม่เกี่ยวกับปัญหาในชายแดนภาคใต้มาก่อเหตุสร้างสถานการณ์เท่านั้น

มีรายงานอีกว่า รัฐบาลได้สั่งการให้ สตช.ดูแล และให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ต้องสงสัยตามหลักสากล โดยไม่มีการซ้อมตามที่ญาติผู้ต้องสงสัยแสดงความเป็นห่วง พร้อมทั้งกำชับให้ทุกภาคส่วนเร่งตามตัวผู้ก่อเหตุรายอื่นมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงและดำเนินคดีต่อไป.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42679</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักเรียนอาชีวะ, ระเบิดปิงปอง, ระเบิดป่วนเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190803/image_big_5d452dcc78c7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2019 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2019 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจรวบ 7 เยาวชนซุกบึ้มย่านพระราม 9</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.62 - จากเหตุการณ์ระบิดบริเวณถนนพระราม 9 ซอย 57/1 แขวงและเขตสวนหลวง กรุงเทพฯ จนพนักงานทำความสะอาดของกรุงเทพมหานครได้เข้าไปเก็บกวาดจนเกิดระเบิดได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผานมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวเยาวชนชาย 7 คน ซึ่งเป็นนักเรียนช่างอุตสาหการมของสถาบันแห่งหนึ่งมาสอบปากคำที่สน.หัวหมาก โดยทั้งหมดรับสารภาพว่า เก็บระเบิดปิงปองได้ ก่อนจะนำมาซ่อนไว้บริเวณถนนพระราม 9 ซอย 57/1 จนเหตุเกิดระเบิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่าเหตุระเบิดในจุดนี้ มีหลักฐานเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่ก็ต้องสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยบรรดามีผู้ปกครองของเยาวชนทั้ง 7 คน มารออยู่ที่หน้าห้องสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม 1 ในผู้ปกครองของ 7 เยาวชนที่ถูกจับเปิดเล่าว่า รู้ว่าลูกชายถูกคุมตัวตั้งแต่ช่วงบ่ายของเมื่อวานนี้ โดยลูกชายไม่ได้ยอมรับว่า ระเบิดปิงปองที่นำไปซุกซ่อนเป็นของตัวเอง พร้อมยืนยันว่า ลูกชายไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นในหลายจุดทั่วกรุงเทพเมื่อวานนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับลูกชายของตนนั้นเพิ่งเข้าเรียนปีที่ 1 ที่โรงเรียนช่างอุตสาหกรรม ปกติแล้วลูกชายเป็นเด็กดี เรียบร้อย เมื่อเลิกเรียนจะมาช่วยพ่อขับวินมอเตอร์ไซค์ ที่ผ่านมาแม้มีเหตุการณ์เคยไล่ตีกับผู้อื่นบ้าง แต่ก็เชื่อว่า ลูกชายไม่ได้เป็นมือวางระเบิดแน่นอน&amp;quot; ผู้เป็นแม่ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42618</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนนพระราม 9 ซอย 57/1, บึ้มกทม., ระเบิดกรุงเทพ, ระเบิดปิงปอง, ระเบิดป่วนเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190803/image_big_5d452dcc78c7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชั่ว!วางบึ้มป่วนกรุง 9ครั้ง5จุด‘นายกฯ’ลั่นมันต้องไม่มีที่ยืน/บิ๊กแดงชี้กลุ่มเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;วางบึ้ม! ป่วนทั่วกรุง 9 ครั้ง 5 จุด มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย หลังตำรวจรวบ 2 หนุ่มชาวนราธิวาส ผู้ต้องสงสัยวางระเบิดหน้า สตช.ขณะนั่งรถทัวร์ลงใต้ได้ที่ จ.ชุมพร &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; ฟันธงกลุ่มคนเดิมๆ แต่ใช้หน้าใหม่ลงมือ ฟุ้งฝ่ายมั่นคงเตือนมาก่อนแล้ว &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ลั่นมันต้องไม่มีที่ยืน สั่ง &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; เร่งคลี่คลายคดี ขอปชช.ช่วยถ่ายภาพให้เบาะแสเหตุร้าย แจ้ง &amp;quot;ไมก์ ปอมเปโอ&amp;quot; คุมสถานการณ์อยู่ &amp;quot;อดีตที่ปรึกษารองนายกฯ&amp;quot; เชื่อดิสเครดิตรัฐบาล &amp;quot;ฝ่ายค้าน&amp;quot; ร่วมประสานเสียงประณามคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้เกิดเหตุระเบิดป่วนเมือง 9 ครั้ง 5 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ พร้อมทั้งเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารสำหรับขายของและเก็บสินค้าตลาดเดือนเด่น ภายในซอยเพชรบุรี 19 แขวงพญาไท เขตราชเทวี รวม 4 จุด ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่วันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งต่อเนื่องมาจากช่วงบ่ายวันที่ 1 ส.ค. ที่เจ้าหน้าที่พบวัตถุคล้ายระเบิดถูกซุกซ่อนไว้บริเวณพุ่มไม้ใต้ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 02.00 น. วันที่ 2 ส.ค. พ.ต.ต.อิทธิ พินิจกุล สวป.สภ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร ทำหน้าที่หัวหน้าด่านตรวจปฐมพร สนธิกำลังตั้งด่านตรวจที่บริเวณด่านตรวจปฐมพร ถนนเพชรเกษม หมู่ที่ 9 ตำบลวังไผ่ อ.เมืองฯ จ.ชุมพร พบรถทัวร์ปรับอากาศ กรุงเทพฯ-นราธิวาส ขับมุ่งหน้าลงภาคใต้ ซึ่งเป็นรถเป้าหมายตามที่ได้รับรายงานมีผู้ต้องสงสัยลอบวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังก่อเหตุได้โดยสารหลบหนีลงมาทางภาคใต้ จึงเรียกให้จอดไหล่ทางเพื่อตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบภายในรถทัวร์คันดังกล่าวมีผู้โดยสารมาเต็มคัน โดยชายต้องสงสัย 2 คนนั่งมาเบาะติดกัน พบข้างตัวมีกล่องขนมขบเคี้ยวทรงกลม เปิดดูภายในมีขวดโลหะทรงกลมพร้อมฝาบนปิดทับด้วยโฟมสีขาวตัดเป็นรูปวงกลม มีสายไฟและถ่านไฟขนาดเล็กพันอยู่ด้วย ลักษณะคล้ายระเบิดเวลา จึงตรวจยึดและควบคุมตัวชายทั้ง 2 คนไปสอบสวน ทราบชื่อคือ นายลูไอ แซแง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/6 หมู่ 4 ตำบลรือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส, นายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ 2 ตำบลสาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่จึงรีบนำผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน พร้อมของกลางคล้ายวัตถุระเบิดที่ตรวจยึดได้ เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อให้หน่วยงานมั่นคงและหน่วยงานเกี่ยวข้องสอบสวนอย่างละเอียดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางระเบิดป่วนกรุงเทพฯ หรือไม่อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตั้งแต่เวลา 05.00 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารสำหรับขายของและเก็บสินค้าตลาดเดือนเด่นภายในซอยเพชรบุรี 19 เขตราชเทวี รวม 4 จุด กระทั่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงควบคุมไฟไหม้จนสงบ ตำรวจชุดสืบสวน สน.พญาไท พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เข้าตรวจสอบสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ไม่น่าจะเป็นไฟฟ้าลัดวงจรอย่างที่คาดการณ์ในตอนแรก หลังพบวัตถุบางอย่างคล้ายกับชิ้นส่วนที่ใช้ประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่องแบบเพลิงหรือระเบิดเพลิง ตกอยู่ในที่เกิดเหตุทั้ง 4 จุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่าเป็นแผงวงจรที่ใช้ในการตั้งเวลาผูกติดกับก้อนแบตเตอรี่คล้ายกับเพาเวอร์แบงก์ ซึ่งพ่วงต่อกับปุ๋ยยูเรียสารเคมีที่ทำให้เกิดระเบิดในลักษณะเปลวไฟได้ โดยคนร้ายตั้งเวลาให้ระเบิดลูกแรกที่อาคารดีดีเฮ้าส์ทำงานก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนระเบิดอีก 2 ลูกที่วางไว้อีก 2 จุด ในที่เกิดเหตุอีก 2 แห่ง บริเวณใกล้เคียงจึงเริ่มทำงานต่อ โดยเป้าหมายของคนร้ายในการก่อเหตุในพื้นที่ย่านประตูน้ำนี้เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์มากกว่าเป็นการประสงค์เอาชีวิต พร้อมกับเร่งทำการตรวจสอบภาพวงจรปิดในพื้นที่โดยรอบที่เกิดเหตุเพื่อตามหาตัวผู้กระทำผิดต่อไป
วางบึ้ม!ป่วนทั่วกรุง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เวลาประมาณ 07.05 น. ได้เกิดเหตุระเบิด 3 ครั้ง ที่บริเวณพุ่มไม้ด้านหน้าอาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถ.แจ้งวัฒนะ อาคารบี ฝั่งตะวันออก แรงระเบิดทำให้พุ่มไม้บริเวณดังกล่าวกระจัดกระจาย เจ้าหน้าที่หน่วยอีโอดีเข้าตรวจสอบพบระเบิดอีก 1 ลูก จึงเก็บกู้ระเบิดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลาประมาณ 07.45 น. ได้เกิดเสียงดังคล้ายระเบิดบริเวณริมถนนหน้าป้ายสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถนนศรีสมาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทหารในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เดินออกมาบอกกับผู้สื่อข่าวว่าไม่ใช่ระเบิด เป็นเพียงไฟส่องป้ายเกิดระเบิดขึ้นมา อย่างไรก็ตาม กลับพบว่าที่เกิดจากแรงระเบิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ ผิดปกติมากกว่าจะเป็นไฟส่องป้ายระเบิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอเวลาประมาณ 08.36 น. มีเสียงดังคล้ายระเบิดเกิดขึ้น 2 ครั้ง หน้าตึกมหานครและพงหญ้าใต้บันไดทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ช่องนนทรี ฝั่งตึกมหานคร จากนั้นเจ้าหน้าที่อีโอดีเข้าตรวจสอบ พบวัตถุต้องสงสัยลักษณะเป็นกระติกน้ำ สีฟ้าขาว จากการตรวจสอบไม่พบสิ่งผิดปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลาประมาณ 08.50 น. ที่ถนนพระราม 9 ซอย 57/1 เจ้าหน้าที่ทำความสะอาด สำนักงานเขตสวนหลวง ได้รับบาดเจ็บ 3 คน เจ้าหน้าที่อีโอดีเข้าเก็บกู้ พบเทปพันสายไฟสีดำ สะเก็ดระเบิดขนาดเล็ก และมีด 1 เล่ม วัตถุพยานที่พบคล้ายระเบิดปิงปองของเด็กช่างกล แตกต่างกับวัตถุระเบิดปลอมที่พบหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางรัก ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่บีทีเอส ศาลาแดง พบวัตถุต้องสงสัย ลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยม ขนาดประมาณ 3x3 นิ้ว สีดำ วางอยู่ใต้บันไดเลื่อนทางขึ้น-ลงสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ศาลาแดง จึงประสานเจ้าหน้าที่อีโอดีเข้าตรวจสอบและเก็บกู้ พบเป็นแค่กล่องนาฬิกาเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 11.16 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha&amp;quot; ระบุว่า &amp;quot;เหตุการณ์ระเบิดเช้าวันนี้ ผมขอประณามผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสถานการณ์ ที่ทำลายความสงบสุขและภาพลักษณ์ประเทศ ผมได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของประชาชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเร่งด่วนแล้วครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกโซเชียลได้มีการส่งต่อข้อความระบุ &amp;quot;ประกาศพื้นที่ควบคุมพิเศษ 1.แยกราชประสงค์ 2.สยามสแควร์ 3.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 4.อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 5.สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินและบนดินทุกสถานี 6.สถานีรถไฟหัวลำโพง 7.สถานีขนส่งทุกแห่ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ออกมายืนยันไม่มีการประกาศพื้นที่ควบคุมพิเศษตามที่มีการแชร์ความความดังกล่าวตามโลกโซเชียล ขอให้ประชาชนอย่างตื่นตระหนก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน ได้รับแจ้งพบกระเป๋าต้องสงสัยขนาดใหญ่ สีดำ มาวางทิ้งไว้บริเวณป้ายรถเมล์ประจำทาง ปากซอยพหลโยธิน 44 ตรงโรงแรมมารวย ถนนพหลโยธินขา ออก มุ่งหน้าวงเวียนบางเขน พบกระเป๋าสะพายสีดำ 1 ใบ คล้ายกระเป๋าใส่โน้ตบุ๊ก วางอยู่ข้างที่นั่งรถโดยสาร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำยางรถยนต์มาวางกั้นที่เกิดเหตุไว้และปิดการจราจร 1 ช่องทาง เพื่อป้องกันเหตุร้ายแรงที่จะเกิดขึ้น จากนั้นก็ได้ประสานเจ้าหน้าที่อีโอดี หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดมาตรวจสอบว่าภายในกระเป๋ามีอะไร
บิ๊กแดงชี้ฝีมือกลุ่มเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.รมน.) กล่าวว่า ทางฝ่ายความมั่นคงได้มีการแจ้งเตือนมาระยะหนึ่งแล้ว โดยได้ประสานงานทั้ง กอ.รมน. เหล่าทัพ ตำรวจ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะมาเกิดในช่วงนี้ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งการหน่วยงานความมั่นคง โดยโทรศัพท์สายตรงไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ให้ดูแลสถานการณ์ด้วยเหมือนว่านายกฯ กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ในจุดที่ 2 และ 3 ตามมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอตั้งข้อสังเกตว่าลักษณะเหตุการณ์รูปแบบการก่อเหตุคล้ายกับเหตุการณ์ในปี 2549 เป็นกลุ่มคนเดิมๆ แนวคิดเดิมๆ มาจากสำนักเดิมๆ ที่เคยระเบิดป้อมตำรวจหลายจุด สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือจะมีฝ่ายการเมือง หรือพวกที่ไม่หวังดีกับประเทศมาใส่ความว่าฝ่ายความมั่นคงทำเรื่องแบบนี้ทำเอง เพราะเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ทั้งที่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากกลุ่มเดิมๆ ความคิดเดิมๆ คนสั่งการคนเดิม แต่คนลงมืออาจเป็นคนหน้าใหม่ นี่คือสิ่งบอกเหตุทางการเมือง เกิดจากกลุ่มที่มีความคิดแบบนี้ และสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นสิ่งบอกเหตุว่าอาจจะมีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก แต่ขอให้มั่นใจว่านายกฯ และฝ่ายความมั่นคงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้&amp;quot; พล.อ.อภิรัชต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ทบ.กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจจับได้ 2 คนแล้วอยู่ระหว่างการขยายผล อย่างไรก็ตาม ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก และขอความร่วมมือหากพบบุคคลต้องสงสัยหรือสิ่งต้องสงสัย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที แต่อย่าหลอกกัน เพราะยิ่งจะสร้างความปั่นป่วน ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ โดยเฉพาะเรื่องของความเชื่อมั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ผู้ต้องสงสัย 2 คนมาจากภาคใต้ ผบ.ทบ.กล่าวว่า &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเอาคนที่มาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาทำหรือไม่ก็ตาม แต่คนที่อยู่เบื้องหลังก็ยังเป็นกลุ่มเดิมๆ แต่ไม่ต้องห่วงท่านนายกฯ ดูแลได้ พวกเราก็ดูแลอยู่ จะไม่ให้เกิดอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าเหตุที่เกิดขึ้นหน้าหน่วยทหารถือเป็นการท้าทายนายกฯ ที่คุมทหาร คุมตำรวจด้วยหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า อย่าเรียกว่าท้าทาย คนที่จะทำก็จ้องหาช่องโหว่อยู่แล้ว แต่มันเป็นสิ่งบอกเหตุว่าต่อไปอาจจะมีการเอาเรื่องแบบนี้มาใช้หวังผลทางการเมือง ขอให้ประชาชนช่วยกัน อย่าให้คนไม่หวังดีเหล่านี้มาทำร้ายประเทศเราได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางมาประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) รวมทั้งเป็นประธานมอบนโยบายให้กับข้าราชการตำรวจระดับผู้บัญชาการ (ผบช.) ขึ้นไปทั่วประเทศ ใช้เวลากว่า 2 ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงเหตุการณ์ระเบิดหลายจุดในกรุงเทพฯ ว่า จากเหตุระเบิด 5 ครั้ง จาก 9 เหตุการณ์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง แต่ก็ไม่มากนัก แต่แค่คนเดียวตนก็รับไม่ได้ จึงได้สั่งการให้ สตช.เข้าไปดูแลว่าได้รับความเดือดร้อนและบาดเจ็บตรงไหน เพราะไม่ต้องการให้ใครเดือดร้อน และสิ่งที่อยากให้ทุกคนช่วยกันคิดก็คือ เราจะแก้ไขปัญหาความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินกันอย่างไร การจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารทำเพียงฝ่ายเดียวคงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาแบบองค์รวม คือประชาชนมีส่วนร่วม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ปัจจุบันเรามีช่องทางสื่อสารระหว่างประชาชนกับตำรวจและทหารอยู่แล้ว เราจึงจำเป็นต้องทำตัวให้สอดคล้องกับโลกปัจจุบัน ที่เป็นโลกแห่งการใช้โซเชียลมีเดียและโทรศัพท์ จึงขอฝากไปถึงประชาชนทุกคน อย่างกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 1 ส.ค. จนถึงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจากกล้องซีซีทีวี จับภาพผู้ต้องสงสัย ขณะเดียวกันตนอยากได้ภาพเหล่านี้จากประชาชนด้วย ดังนั้นหากเห็นสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น หรือไม่น่าไว้วางใจ ก็ขอให้ถ่ายรูปเก็บไว้ หากเจ้าหน้าที่ต้องการหลักฐานเพิ่มเติมก็สามารถส่งมาให้ได้ เพื่อช่วยกันคลี่คลายสถานการณ์
นายกฯ ลั่นต้องไม่มีที่ยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ผมได้สั่งการผ่าน ผบ.ตร. และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เพื่อช่วยกันทำงานและเป็นที่น่ายินดีที่เราสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน จากพื้นที่ จ.ชุมพร ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง แสดงว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวน และผลการสอบสวนขอให้เป็นเรื่องของกระบวนการ และค่อนข้างชัดเจนว่าทั้ง 2 คนคือผู้ก่อเหตุ โดยมีหลักฐานจากกล้องซีซีทีวี และวัตถุพยานหลายอย่าง แต่อย่าเพิ่งด่วนให้ข้อสรุปว่าเกิดจากอะไร หรือสาเหตุมาจากอะไร แต่อยากให้ทุกคนคิดว่า 5 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล เหตุการณ์ลดน้อยลงจนเกือบไม่มีเกิดขึ้นเลย แล้วทำไมจึงกลับมาเกิดในช่วงนี้อีก&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ทุกคนต้องมองสถานการณ์วันนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น ขณะนี้เรามีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญในการพูดคุยกับประเทศคู่เจรจา แล้วทำไมต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เคยมีตัวอย่างแบบนี้เกิดขึ้นหรือเปล่า ก็ต้องไปสอบทบทวนว่าเกี่ยวข้องอะไรกับใครบ้างในอดีตที่ผ่านมา ทราบว่ามีหลายอย่างที่เชื่อมโยงกับกลุ่มเก่าๆบ้าง แต่วันนี้ยังไม่ได้ตัดประเด็นอะไรออกไปทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้หลายอย่างเกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย สิ่งเก่าๆ และเดิมเราคงต้องช่วยกันเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เกิดการปฏิรูปประเทศ สิ่งสำคัญคือต้องระเบิดจากข้างใน โดยจิตใจของคนไทย ต้องร่วมมือกันทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ทุกองค์กรต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ตำรวจทหารก็ต้องสนับสนุนในทุกๆรัฐบาล ไม่ใช่ว่าจะเป็นการสืบทอดอำนาจใดๆ เพราะการเป็นนายกฯ ก็ต้องดูแลทุกคนในฐานะหัวหน้ารัฐบาล&amp;quot; นายกฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้น้ำหนักในประเด็นการเมืองแค่ไหน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนบอกแล้วว่าเราไม่ทิ้งอะไรสักอย่าง จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ สรุปมีคนไม่ดีกระทำการเช่นนี้ขึ้นมา จะด้วยเหตุผลประการใด เดี๋ยวสอบสวนออกมาได้เองว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มไหน อะไรอย่างไร เดี๋ยวก็ออกมาเองเป็นชุด และจะสร้างการรับรู้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้อย่าเพิ่งใจร้อน เพิ่งเกิดเหตุ เราก็ทำเต็มที่ เมื่อคืนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้หลับได้นอน ด่านก็ตรวจสกัดทุกช่องทาง กทม.ก็ช่วย ตำรวจก็ช่วย ทหารก็ช่วย นี่คือการบูรณาการ ทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คนตามหลักฐานวัตถุพยาน ไม่ได้ใช้วิธีการอื่นเลย ใช้การสอบสวนกับกระบวนการยุติธรรม ให้ความเป็นธรรม&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การสร้างสถานการณ์ระเบิดเกิดขึ้นก่อนที่นายกฯ จะมาประชุมที่ สตช.เพียงวันเดียว มีการมองว่าเป็นเพราะตำรวจไม่ยอมรับนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ หัวเราะ พร้อมหันไปถาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่ยืนข้างหลัง ว่า &amp;ldquo;ตำรวจไม่ยอมรับหรือ&amp;rdquo; ขณะที่ ผบ.ตร. ตอบในทันทีว่า &amp;ldquo;ยอมครับ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตำรวจจะไม่พอใจอะไรผม ผมคิดว่าไม่มี อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายสิบปีมาแล้ว เป็นพี่เป็นน้องกันมา ตั้งแต่เป็น ผบ.ทบ.ก็มี รู้จักกันมานาน ทุกคนจำหน้ารู้จักกันหมด เราต้องไว้ใจซึ่งกันและกัน แต่เรื่องนั้นก็วิเคราะห์ได้ ถ้าจะวิเคราะห์กันก็หลายเรื่อง แม้แต่การประชุมก็เกิดขึ้น ต่างประเทศก็มา อะไรก็มา และมาเกิดในช่วงนี้ นี่คือการทำงานประเทศของเรา ใครที่ทำก็แล้วแต่ ผมถือว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่ใช้ไม่ได้จริงๆ มันต้องไม่มีที่ยืน&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า ก่อนหน้านี้มีการข่าวอะไรมาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีในลักษณะเกิดความรุนแรง ทุกคนอยู่ในช่วงการดีใจที่ได้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง การแถลงนโยบายที่ผ่านมาก็โอเค ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย ไม่คิดว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ทุกคนก็พยายามระวังเต็มที่แล้ว จะเห็นได้ว่าก็มีความพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์ ไม่ทำให้เกิดความสูญเสียจำนวนมาก อะไรทำนองนี้ ถ้าเราไม่เข้มงวดคงจะมากกว่านี้ ฉะนั้น เราต้องสร้างความเข้มแข็งของพวกเราด้วย
แจ้ง&amp;#39;ไมก์ ปอมเปโอ&amp;#39;เอาอยู่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะต้องใช้มาตรการพิเศษอะไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่มี ยังไม่ต้องใช้กฎหมายพิเศษ กฎหมายปกติมีอยู่แล้ว การสืบสวนสอบสวนใช้กระบวนการปกติ โดยบูรณาการร่วมกับ กอ.รมน., ศอ.บต. ซึ่งมีรัฐมนตรีที่กำกับดูแลรับผิดชอบอยู่แล้วทำงานร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องคุมเข้ม แน่นอนเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นต้องมีอยู่แล้วโดยเพิ่มมาตรการให้เข้มงวดมากขึ้น ทั้งพื้นที่ราชการ พื้นที่เชิงสัญลักษณ์ต่างๆ การประชุม สถานทูต ตนได้สั่งการไปหมดแล้ว อันนี้ก็เต็มที่ ต้องบอกว่าทำเต็มที่ ขอให้ช่วยกันอีกทางหนึ่งก็แล้วกัน สื่อก็ช่วยกันด้วย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ระบุเป็นกลุ่มเก่าๆ สร้างสถานการณ์ 5 ปีที่ผ่านมา ทำไมกวาดล้างคนกลุ่มนี้ไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า บางคนก็หนีไป สอบแล้วก็พบความเชื่อมโยงกันอยู่บ้าง หลายๆ กลุ่มถูกติดคุกไปแล้วก็มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า เหตุระเบิดครั้งนี้จะทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่นหรือไม่ ระหว่างที่เป็นเจ้าภาพจัดประชุมรมว.ต่างประเทศอาเซียน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า แน่นอน คนทำก็หวังอย่างนั้น ถ้าเขามุ่งประเด็นตรงนั้น เราก็อย่าให้เขาสมหวัง เราก็เพิ่มมาตรการต่างๆ ดูแล ทุกคนก็โอเคในการพูดคุย ดูแลคุ้มครองให้ ทุกคนก็พอใจในมาตรการต่างๆ ขอให้เกิดความร่วมมือก็แล้วกัน อย่าทำอย่าคิดอะไรที่ให้คนที่กระทำสมหวัง เราต้องเข้มแข็ง เพิ่มมาตรการดูแลให้ดีที่สุด และเราก็ต้องดูแลเขาให้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุระเบิดตอนปี 58 และปี 60 ก็เคยเกิดอยู่บ้าง และครั้งนี้พบก่อนส่วนหนึ่งที่ยังไม่ระเบิด และพบที่ระเบิดส่วนหนึ่ง แต่โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บสูญเสียจำนวนมาก แต่ถ้าเราไม่พบก่อนหรือเพิ่มมาตรการ อาจจะบาดเจ็บสูญเสียมากกว่านี้ก็ได้ ช่วยกันอะเลิร์ตแล้วกัน อะเลิร์ตเพื่อประเทศไทย ไม่ใช่แค่วันนี้ช่วงนี้ หลังจากวันนี้ก็ต้องอะเลิร์ตต่อไป นี่แหละคือประชาธิปไตยของเรา ต้องยอมรับว่าจะทำอย่างไรให้ประชาธิปไตยของเราเข้มแข็ง ทำอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย เราต้องไม่ให้คนไม่ดีมีที่ยืนในสังคมในประเทศไทย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีหลายจุดที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างน้อย 3 จุด คนร้ายที่ก่อเหตุมีประสบการณ์ มีการมาสำรวจพื้นที่ก่อน ซึ่งประเด็นการก่อเหตุยังไม่สามารถตอบได้ เมื่อก่อเหตุเสร็จได้เดินทางกลับภาคใต้ทันที ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้จะมีกี่คน อย่าเพิ่งคาดเดา แต่ที่แน่ๆ เราสามารถควบคุมตัวคนร้ายได้แล้ว 2 คน เจ้าหน้าที่ไม่หนักใจในการทำงาน เรามีประสบการณ์ แต่ไม่ประมาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนร้ายเป็นคนหน้าใหม่ ไม่อยู่ในระบบ หลังจากนี้จะแต่งตั้ง พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าชุดในการทำงาน ซึ่งเป็นชุดเดียวกันกับที่คลี่คลายคดีที่ รพ.พระมงกุฎฯ และเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ที่ผ่านมามีคดีที่หนักกว่านี้ เรายังควบคุมสถานการณ์ได้&amp;quot; ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.30 น. ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า นายไมก์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในระหว่างการหารือเพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกาในหลายๆ ด้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท่านนายกฯ ได้แจ้งให้นายไมก์ ปอมเปโอ และคณะทราบว่าขณะนี้เหตุการณ์ความวุ่นวายอยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว และได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่ามิให้ประมาท ยังคงเฝ้าระวังเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าว
ประสานเสียงประณาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผกก.4 บก.สันติบาล 3 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า ทำเนียบฯ จะเพิ่มความถี่ในการตรวจมากขึ้นกว่าเดิม มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ที่ออกเวรแล้ว ให้มาช่วยเสริมการปฏิบัติในการออกตรวจ ซึ่งช่วงนี้จะเพิ่มความถี่ในการออกตรวจเป็น 24 ชั่วโมง ขณะที่การเข้า-ออกทำเนียบฯ ได้สั่งเพิ่มเติมให้ตรวจเข้มบุคคลที่เข้ามาว่าจะมาพื้นที่ส่วนไหน ซึ่งมาตรการทางเราได้วางไว้อยู่แล้วว่าใครจะมาตึกไหน จะใช้บัตรสีที่แตกต่างกันหรือสีประจำตึก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ดำเนินการตามมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ เน้นย้ำให้ร่วมมือกับประชาชนดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในทุกพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศในด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการและสถานที่สำคัญต่างๆ อย่างรอบคอบและรัดกุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร อดีตที่ปรึกษารองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง วิเคราะห์ว่า เหตุระเบิดป่วนกรุงหลายจุดค่อนข้างชัดเจนว่ามีเป้าหมายดิสเครดิตรัฐบาล และอาจใช้มือก่อการบางส่วนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติและระเบิดที่หน้ากองบัญชาการกองทัพไทย ทั้ง 2 เป้าหมายนี้จะเป็นแรงสะท้อนไปยังรัฐบาล ซึ่งอยู่ในสภาพที่ยังไม่ได้ตั้งตัว 100% เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็จะเกิดแรงกดดันต่อรัฐบาลทันที ยังโชคดีที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 คนแรกเอาไว้ได้ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ยังทำให้ประชาชนตื่นตระหนก และเชื่อได้ว่าเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อลดความน่าเชื่อถือทางการเมือง&amp;quot; รศ.ดร.ปณิธานระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงเหตุระเบิดในกรุงเทพฯ ว่า ขอเรียกร้องไปยังผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐบาล และตำรวจ ทหาร ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยเร่งหาตัวผู้ดำเนินการ ไม่ว่าจะสร้างสถานการณ์ หรือหวังผลอะไรก็แล้วแต่ มาดำเนินการลงโทษให้เร็วที่สุด เชื่อว่าทุกจุดที่มีการกระทำดังกล่าวน่าจะมีกล้องวงจรปิด ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐเร่งตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้กระทำเหตุการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ให้รวดเร็วที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ใครที่ได้ประโยชน์จากการสร้างเหตุการณ์นี้ก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่น่าประณามที่สุดคือ ถ้ามีคนคิดที่สร้างสถานการณ์นี้เพื่อประโยชน์ของตนเอง ก็เป็นความคิดที่เลวมาก คือเล่นอยู่กับชีวิต ทรัพย์สิน และจิตใจของประชาชน เรายอมไม่ได้ที่จะให้เกิดเรื่องแบบนี้&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ทวีตข้อความกรณีเหตุระเบิดป่วนทั่งกรุงเทพฯ ว่าเกิดเหตุระเบิดหลายจุด ผมหวังว่ารัฐบาลจะเร่งสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้โดยเร็ว และเฉพาะหน้า ควรแจ้งสถานการณ์ตามความเป็นจริง และมาตรการความปลอดภัยให้ประชาชนทราบ สุดท้ายขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจทำให้กระทบกระเทือนต่อความเชื่อมั่นและบรรยากาศทางการเมืองที่กำลังทยอยกลับเข้าสู่ระบบปกติ แต่ตนเชื่อว่าประชาชนเข้าใจดี และเชื่อว่าจะผ่านไปได้ ซึ่งพวกเราต้องช่วยกัน อย่าให้สถานการณ์ระเบิดในวันนี้ ลุกลามบานปลายไปจนเป็นข้ออ้างในการเข้ามาใช้อำนาจพิเศษใดๆ อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ขอประณามผู้ก่อเหตุ ไม่ว่าจะเป็นใคร กระทำด้วยเหตุผลใด ขอให้ยุติการกระทำซะ พวกคุณไม่สามารถที่จะสร้างสถานการณ์หลอกคนไทยได้อีกแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42582</URL_LINK>
                <HASHTAG>9 ครั้ง 5 จุด, บึ้มป่วนกรุง, มันต้องไม่มีที่ยืน, ระเบิดป่วนกรุง, ระเบิดป่วนเมือง, หนังสือพิมพ์, เร่งคลี่คลายคดี, ใช้หน้าใหม่ลงมือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d4445b0e389b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีทีเอส เข้มมาตรการรักษาความปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.62-รายงานข่าวจาก บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส แจ้งว่าจากกรณีเกิดเหตุการณ์ระเบิดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา บีทีเอสให้ความสำคัญถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้บริการ โดยจะให้ความร่วมมือกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ และเพิ่มความเข้มงวดการปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัยภายในระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสทั้งหมดให้มากยิ่งขึ้น ทั้งในสถานีรถไฟฟ้าทุกสถานี ขบวนรถไฟฟ้า และบริเวณพื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้า &amp;nbsp;โดยเพิ่มความเข้มงวดการปฏิบัติงาน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ และจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;2. เข้มงวดในการตรวจสัมภาระผู้โดยสาร รวมถึงเพิ่มความถี่ในการตรวจตราพื้นที่ภายในสถานีรถไฟฟ้าและพื้นที่โดยรอบ โดยเดินตรวจสอบจุดต่างๆ ในสถานี ทั้งชั้นพื้นถนน ชั้นจำหน่ายตั๋ว และชั้นชานชาลา 3. ตรวจตรา และเฝ้าระวังสถานการณ์ด้วยระบบกล้องวงจรปิดภายในสถานีรถไฟฟ้า และบริเวณโดยรอบ โดยมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ตรวจดูกล้องวงจรปิดตลอดเวลาให้บริการ 4. ประสานความร่วมมือให้มีสุนัขตำรวจ ตรวจตราเข้ามาปฏิบัติงาน ในระบบไฟฟ้าบีทีเอส 5. ประสานงานและสนับสนุนเจ้าหน้าที่ ในสายทางรถไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;6. ให้แม่บ้านประจำสถานี จัดเก็บถังขยะในสถานีให้บ่อยครั้งขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มความถี่ในการรักษาความปลอดภัย และ7. ให้นายสถานีเปิดไฟบริเวณสถานี 100 % ในเวลากลางคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รถไฟฟ้าบีทีเอสยังคงเปิดให้บริการตามปกติทุกสถานี ทั้งในสายสีลม และสายสุขุมวิท โดยไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงใดๆ เกิดขึ้นภายในสถานี ขอความร่วมมือผู้โดยสารโปรดให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสัมภาระก่อนเข้าสถานี &amp;nbsp; และ หากพบเหตุการณ์ผิดปกติ วัตถุต้องสงสัย หรือบุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจ โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำสถานีได้ทันที &amp;nbsp;หรือแจ้งศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 0 2- 617- 6000 และไลน์ @btsskytrain&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42566</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟฟ้าบีทีเอส, ระเบิดป่วนเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d44114835384.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
