<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>3664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2018 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2018 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ฉก.ปัตตานี เผยกลุ่มหัวรุนแรงใช้เด็กรุ่นใหม่ก่อเหตุระเบิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 46 และผู้บัญชาการหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้มาจากหลายสาเหตุแต่ถ้าแยกเป็นประเด็นๆอันแรกคือ กลุ่มคนร้ายพยายามที่จะสร้างสถานการณ์ในช่วงที่โอไอซีก็จะเดินทางมาในพื้นที่ให้เห็นว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกเรื่องการต่อต้านโครงการพาคนกลับบ้านของ กอ.รมน.4 ส่วนหน้า ที่พยายามจะเปิดพื้นที่ให้ผู้คนเห็นต่างได้เข้ามาได้แสดงตนได้ต่อสู้ทางกฎหมายและเรื่องการขยายพื้นที่ทางการเมือง ส่วนหนึ่งปลายปีนี้ก็จะมีการเลือกตั้งเขาก็ต้องการแสดงอิทธิพลเพื่อที่จะหวังประโยชน์ในการควบคุมประชาชนด้วยวิธีการเดิมๆ ประเด็นเหล่านี้อาจรวมกัน แต่เมื่อประเมินแล้วความเห็นของ ฉก.ปัตตานี มองว่า ยังมีพัฒนาการที่เบากว่าที่ผ่านมา เช่น การใช้จักรยานก่อเหตุระเบิดไม่ได้รุนแรงหรือสร้างความเสียหายมากมายแต่สร้างความรู้สึกว่าเหมือนจะไม่ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปัจจุบันคนร้ายมีข้อจำกัดคือ&amp;nbsp;หาคนทำงานไม่ได้แล้วก็เลยเอาเด็กใหม่มาฝึกเอาคนที่ไม่มีประสบการณ์มาพยายามจะสร้างใหม่ แต่สามารถควบคุมได้บางส่วนแล้ว ก็อยู่ระหว่างการขยายผลจากข้อมูลที่เราได้ล่าสุดที่ก่อเหตุ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเป็นกลุ่มเดิมที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่อำเภอหนองจิก โคกโพธิ์ และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลามีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่หนองจิกที่เคยก่อเหตุระเบิดทหาร ฉก. 43 เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา เขาทำพื้นที่เดิมไม่ได้ เนื่องจากมวลชนก็ฝ่ายเรา การควบคุมพื้นที่ก็หนาแน่น เขาก็เลยไปหาพื้นที่อื่นเอาพื้นที่ที่ไกลๆ ที่เราคาดไม่ถึง นอกจากนั้นคนร้ายต้องการทำลายเศรษฐกิจ ทำลายการท่องเที่ยว ซึ่งเราพยายามที่จะขับเคลื่อน แต่เขาพยายามที่จะทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการประเมินของ ผบ.ฉก.ปัตตานีมองว่าเป็นการก่อเหตุที่ไม่ได้มากขึ้น เราสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้เร็วขึ้น เพราะได้รับความร่วมมือจากประชาชน ถ้าเราไม่ได้เบาะแสจากประชาชนถึงแม้เราจะมีกล้องวงจรปิดก็ตามแต่เราไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าคนนี้เป็นใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.จตุพร กล่าวอีกว่าตอนนี้เรารู้แล้ว สามารถจับเขามาได้แล้ว 2 ราย และคุมตัวเพิ่มอีก 10 กว่าคน สอบถามประวัติและปล่อยตัว คงเหลือ 2คน ส่วนใหญ่คนที่ก่อเหตุเป็นเด็กใหม่ๆไม่ใช่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่มีประสบการณ์ ทำด้วยความคึกคะนองรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ได้มองเรื่องของกระบวนการ เพราะคนเหล่านี้ไม่มีประวัติและถูกจ้างมา เราก็พยายามที่จะหาช่องของกฎหมายที่จะช่วยเหลือเขา เพราะเสียดายอนาคตของเยาวชน เพราะที่ได้ข้อมูลมาแล้วเป็นกลุ่มที่ก่อเหตุแค่ร่วมวางแผนร่วมดูต้นทางแต่เราก็เอาตัวมาซักถามก็ปล่อยตัวกลับบ้าน ทำประวัติไว้ ตรวจดีเอ็นเอไว้เพราะรู้สึกเสียดายอนาคต เขายังไม่ได้ทำอะไรมากมาย แรงจูงใจที่ต้องทำ เขาก็พูดทำนองว่าเพื่อนชวนไป และก็อยากลองอยากสนุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงมาตรการป้องกัน&amp;nbsp; ผบ.ฉก.ปัตตานี บอกว่า มาตรการในการดูแลพื้นที่ทั้งเพิ่มในเรื่องของการสร้างกระแสให้ประชาชนช่วยกันดูแลบุตรหลานเพราะบางทีเด็กพวกนี้มีอายุไม่ถึง 20 ปียังเรียนอยู่ แต่พ่อแม่ก็ไม่รู้เรื่องเพื่อนชวนไป ก็เลยอยากให้ทางผู้ปกครองและครูช่วยกันดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้มีการตั้งด่านตรวจเข้มตามห้วงเวลาสลับพื้นที่สละเวลาเรื่องของการลาดตะเวนที่ตั้ง และตั้งด่านลอยบางพื้นที่บางเวลา จัดชุดลาดตระเวนในเส้นทางหลักและเส้นทางรอง และประสานงานทางวิทยุกับเครือข่ายวิทยุตำบล วิทยุหมู่บ้าน วิทยุชุมชนให้ช่วยกันกระจายข่าวให้ได้รับข่าวสารแต่เนิ่นๆ เวลามีเหตุขึ้นก็จะได้สกัดการหลบหนีของคนร้าย เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าระงับเหตุได้รวดเร็ว&amp;nbsp; สามารถสกัดไม่ให้มีการก่อเหตุซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.จตุพร กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการพาคนกลับบ้าน ส่วนหนึ่งมารายงานตัวกับแม่ทัพภาคที่ 4 ที่มาจากมาเลเซีย เป็นคนที่หลบหนีคดีไป ตอนนี้มีอยู่ประมาณ 103 คน อีกส่วนหนึ่งทยอยกันมาอย่างต่อเนื่อง เราคิดว่าเขาเริ่มได้รับความมั่นใจมากขึ้นเพราะเพื่อนที่ออกมาแล้วเรามีกระบวนการให้เขาสามารถต่อสู้ทางคดีได้อย่างยุติธรรม จากเมื่อก่อนนี้มีภาพข่าวออกมาว่า เข้ามาแล้วถูกควบคุมตัวถูกทำร้าย ไม่ได้รับการประกันตัว ความเข้าใจที่มีทุกวันนี้มีมากขึ้นเพราะเราใช้กระบวนการทางกฎหมาย เพื่อนเขาที่เข้ามาก็ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดก็ยังมีข้อกล่าวหาอยู่เขาก็ต้องพิสูจน์ตัวเอง ที่นี้เราก็เปิดโอกาสให้เขาพิสูจน์ด้วย เมื่อมาถึงให้รายงานตัวแล้วประกันตัว แล้วก็สู้คดีกันไปตามช่องทางการกฎหมาย มีทนายอาสาและมีเงินประกันจากศูนย์ยุติธรรมดูแลให้การช่วยเหลือทางคดีอันนี้เขาก็มีความมั่นใจมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลายคนที่ต่อสู้คดีกัน แล้วมีหลายคนที่ศาลไม่ฟ้องตั้งแต่ชั้นอัยการ เพราะบางคดีคลุมเครือไม่สามารถ เอาความผิดได้ ศาลก็สั่งยุติไปตั้งแต่อัยการก็เยอะ ศาลยกฟ้องก็มี ไอ้พวกที่ทำจริงๆเขาก็ตัดสิน อย่างคดีระเบิดที่บ่อทองปี 2556 อันนั้นศาลตัดสิน 36 ปี ระเบิดสายบุรีศาลก็ตัดสินประหารชีวิต ก็คนเหล่านั้นไม่ได้มาในกระบวนการของการมอบตัว แต่เป็นการควบคุมตัวเขาต้องชั่งใจเอง เขาทำจริงเขาหลบหนีไปโอกาสที่จะถูกจับกุมมันก็มี ไม่ใช่ว่าหนีได้ตลอด แต่ถ้าเกิดเขาออกมาสู้คดีเขาก็มีโอกาสที่จะรอดพ้นคดีเพราะการก่อเหตุลักษณะนี้ไม่ได้ทำคนเดียวร่วมกันทำหลายคน&amp;rdquo;ผบ.ฉก.ปัตตานี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3664</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัตตานี, ผบ.ฉก.ปัตตานี, พล.ต.จตุพร กลัมพสุต, ระเบิดภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180222/image_big_5a8e481ab255c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2018 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2018 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนร้ายลอบวางระเบิดจนท.บาดเจ็บ2รายขณะปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองคณะครูเมืองยะลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บึ้มรายวัน เจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบลบันนังสาเรงบาดเจ็บ2ราย ขณะกำลังออกลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยคณะครู อ.เมืองยะลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 15 ก.พ. ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) บันนังสาเรง อ.เมือง จ.ยะลา นำกำลังจำนวน 7 นาย ขี่จักรยานยนต์ (จยย.) จำนวน 4 คัน ออกลาดตระเวนเส้นทางรักษาความปลอดภัยคณะครูโรงเรียนประชาอุทิศ หมู่ 5 บ้านบันนังสาเรง ต.บันนังสาเรง โดยมีนายอาแซ ยูโซ๊ะ เป็นหัวหน้าชุด ขณะเจ้าหน้าที่นำคณะครูมาถึงระหว่างทางกลางทุ่งนา จู่ๆได้เกิดระเบิดดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว เป็นเหตุให้นายมูฮะมัดรอนี เลาะหะมะ อายุ 50 ปี ที่ขี่ จยย.ปิดท้าย และมีนายวันซูรอวัน เจ๊ะมิง อายุ 40 ปี นั่งซ้อนท้ายถูกระเบิดจนรถ จยย.กระเด็นตกลงไปในทุ่งข้างทาง ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บสาหัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันสุกรี แวมามะ ป้องกันจังหวัดยะลา พร้อมนายก้องสกุล จันทราช นายอำเภอเมืองยะลา รุดไปตรวจสอบประสานกู้ภัยนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ส่วนคนร้ายคาดว่าเป็นแนวร่วมอาร์เคเค.ในหมู่บ้านแอบนำระเบิดอัดกล่องเหล็กมาวางซุกไว้แล้วจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อให้ระเบิดทำงานจนทำให้เจ้าหน้าที่ 2 นายได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3180</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุ้มครองครู, บึ้มรายวัน, ยะลา, ระเบิดภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180215/image_big_5a85204f89ff3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
