<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรใต้ลอบกัด ถล่มตร.นราฯ เสียชีวิต1เจ็บ1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โจรใต้ก่อเหตุดักเป็นรายทาง กราดยิงด้วยอาวุธสงคราม ขว้างระเบิดเพลิงซ้ำ สว.ป.สภ.ศรีสาคร เจ็บ สิบตำรวจเสียชีวิต 1 นาย สลด ตร.ทั้ง 2 นายขับรถมุ่งหน้ากลับ สภ.ศรีสาคร เพื่อผลัดเปลี่ยนเวร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 มี.ค.63 พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส, พ.อ.กำธร ศรีเกตุ ผบ.ฉก.ทพ.49, พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส, เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส, เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จุดเกิดเหตุอยู่ริมถนน 4060 บ้านตะโละ ม.2 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นพงหญ้าข้างทาง จำนวน 2 จุด ที่คนร้ายใช้เป็นจุดดักซุ่มยิงใส่ รถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนที่คนร้ายจะขว้างระเบิดเพลิงซ้ำ จนทำให้รถยนต์กระบะถูกเพลิงไหม้และกระสุนปืนได้รับความเสียหายทั้งคัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน ร.ต.ต.ประมวล แก้วกุ้ง รอง สว.ป.สภ.ศรีสาคร และ ส.ต.ท.ชิษณุพงศ์ ชุมสุวรรณ ผบ.หมู่ งานป้องกันและปราบปราม ได้รับบาดเจ็บ แต่ ส.ต.อ.บุญจรัล สงทิพย์ ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปรามเสียชีวิต เหตุเกิดในช่วงเวลา 23.55 น. ของคืนวันที่ 6 มี.ค.63 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดแรก ซึ่งห่างจากโรงพยาบาลศรีสาคร ประมาณ 1 กม. พบร่องรอยคนร้ายประมาณ 5 คน ได้ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 และอาก้า ดักซุ่มยิงรถยนต์สายตรวจที่ ร.ต.ต.ประมวลและพวก รวม 3 นาย นั่งโดยสารมา ซึ่งมีร่องรอยเหยียบย่ำต้นหญ้าล้ม โดยเจ้าหน้าที่สามารถเก็บรวบรวมหลักฐานเป็นปลอกกระสุนปืนทั้ง 2 ชนิดได้จำนวนกว่า 40 ปลอก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจุดที่ 2 ซึ่งห่างจากจุดแรกประมาณ 50 เมตร คนร้ายประมาณ 5 คน ซึ่งสภาพแวดล้อมโดยรวมเหมือนกับจุดแรก ที่มีต้นหญ้ารกทึบขึ้นที่คลุมพื้นที่ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนทั้ง 2 ชนิด จำนวนกว่า 50 ปลอก และเยื้องจุดเกิดเหตุฝั่งตรงข้ามจุดที่ 2 ซึ่งเป็นจุดที่รถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มได้รับความเสียหายและขว้างระเบิดเพลิงใส่ซ้ำ จำนวน 1 ลูก จนรถยนต์ได้เสียหลักตกข้างทางนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบพบว่า เพิงจำหน่ายเสื้อผ้ามือ 2 ของชาวบ้านที่ปลูกไว้ริมหน้าบ้านพัก ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายไปด้วย โดยรถยนต์กระบะสายตรวจของเจ้าหน้าที่ที่ถูกเพลิงไหม้ ได้ถูกเคลื่อนย้ายออกจากจุดเกิดเหตุแล้วตั้งแต่ในช่วงคืนที่ผ่านมา โดยมีคราบของเพลิงไหม้จุดที่รถยนต์ของเจ้าหน้าที่จอด และซากของเพิงจำหน่ายเสื้อผ้ามือ 2 ให้เจ้าหน้าที่ไว้ดูต่างหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.ต.ท.ชิษณุพงศ์ได้ขับรถยนต์สายตรวจ โดยมี ร.ต.ต.ประมวล รอง สว.ป.นั่งหน้าคู่กันมา และมี ส.ต.อ.บุญจรัล นั่งเบาะหลัง เพื่อลาดตระเวนตรวจความเรียบร้อยพื้นที่รับผิดชอบ โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปลงชื่อที่ตู้แดง ซึ่งติดตั้งไว้บริเวณด้านหน้าของอาคารโรงพยาบาลศรีสาคร หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขับและนั่งรถยนต์สายตรวจมุ่งหน้ากลับ สภ.ศรีสาคร เพื่อผลัดเปลี่ยนเวร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ขับและนั่งรถยนต์สายตรวจออกจากโรงพยาบาลได้ประมาณ 1 กม. ได้ถูกคนร้ายซึ่งดักซุ่มอยู่ริมทาง เมื่อเห็นรถยนต์เจ้าหน้าที่ขับผ่านมาจึงได้ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 และ อาก้ายิงถล่มใส่ จนเจ้าหน้าที่ต้องเร่งเครื่องยนต์หลบหนี และเมื่อผ่านจุดที่คนร้ายดักซุ่มยิงจุดแรกไปได้ประมาณ 50 เมตร ก็ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 และอาก้ายิงถล่มใส่ซ้ำ พร้อมทั้งได้ใช้ระเบิดเพลิงขว้างใส่รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ จนเกิดเพลิงไหม้และรถได้เสียหลักตกไหล่ทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ ร.ต.ต.ประมวล และ ส.ต.ท.ชิษณุพงศ์ตั้งสติได้จึงได้เปิดประตูรถออกมาในขณะที่เพลิงกำลังลุกไหม้รถยนต์อย่างรวดเร็ว โดยใช้อาวุธปืนประจำกายยิงใส่กลุ่มคนร้ายที่แอบซ่อนตัวอยู่ข้างทาง เพื่อป้องกันกลุ่มคนร้ายจะเข้ามายิงซ้ำ จนทำให้ ส.ต.อ.บุญจรัล ถูกเพลิงไหม้เสียชีวิตคารถยนต์กระบะ และเพลิงที่ลุกไหม้รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ได้ลามไปลุกไหม้เพิงจำหน่ายเสื้อผ้ามือ 2 ของชาวบ้านได้รับความเสียหายไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด ส.ต.ท.ชิษณุพงศ์ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณขาและสะโพก หลังแพทย์โรงพยาบาลศรีสาครปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ได้ถูกส่งตัวรักษาต่อยังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ส่วน ร.ต.ต.ประมวล นอนรักษาที่โรงพยาบาลศรีสาคร และศพของ ส.ต.อ.บุญจรัล ผู้บังคับบัญชาได้เคลื่อนศพไปยังวัดพุทธภูมิ จ.ยะลา เพื่อประกอบพิธีรดน้ำศพ และบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59122</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิงด้วยอาวุธสงคราม, นราธิวาส, ระเบิดเพลิง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จักรทิพย์กุมขมับ!สางบึ้มกรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ย่านประตูน้ำระทึก! รายวัน พบระเบิดเพลิงจากเหตุบึ้มทั่วกรุง ซุกอยู่ในร้านเสื้อผ้าชั้น 5 ห้างดังอีก 1 ลูก &amp;quot;อีโอดี&amp;quot; เร่งเก็บกู้ไปตรวจสอบ &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; ยกทีมสอบปากคำ 4 ผู้ต้องสงสัยละเอียดยิบ กุมขมับรับมีปัญหาบ้าง ยังเสียงแข็งมั่นใจปิดคดีได้แม้ต้องใช้เวลา &amp;quot;หนุ่ม รปภ.&amp;quot; คอตกแกล้งเพื่อนวางระเบิดปลอม เจอคุก 7 เดือน &amp;quot;ศาล&amp;quot; ปรานีโทษจำลดเหลือ 3 เดือน 15 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดเหตุพบวัตถุต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดหลายจุดในกรุงเทพฯ รายวันอีกครั้งในย่านประตูน้ำ กรุงเทพฯ เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา เจ้าของร้านขายเสื้อผ้าภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำ โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดภายในร้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล นำกำลังเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรืออีโอดี และประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจ สน.พญาไท เดินทางเข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยร้านขายเสื้อผ้าชื่อดัง บริเวณชั้น 5 ของสรรพสินค้าย่านประตูน้ำ เขตราชเทวี กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่อีโอดีพบเป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบเพลิง หรือระเบิดเพลิง ชนิดเดียวกันกับที่พบในร้านค้าย่านประตูน้ำเมื่อหลายวันก่อน เบื้องต้นเชื่อว่าระเบิดเพลิงที่พบเป็นของกลุ่มเดียวกับที่ก่อเหตุเผาร้านค้าย่านประตูน้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ถือเป็นระเบิดเพลิงลูกที่ 8 จากทั้งหมด 17 ลูก ส่วนที่เหลือเป็นระเบิดแสวงเครื่อง 9 ลูกที่เกิดเหตุระเบิดหลายจุดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา อาทิ บริเวณศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ, สถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี รวมถึงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผบช.ส., พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.,พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. เดินทางไปที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) อ.เมืองฯ จ.ยะลา ประชุมร่วมกับ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 ในฐานะ ผบ.ศปก.ตร.สน. และ พล.ต.ต.สมชาย รักเสนาะ ผบก.สส.ภ.9 เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมผู้ต้องสงสัยลอบวางระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในศูนย์พิทักษ์สันติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดินทางมาถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้ใช้เวลาในการสอบถามถึงความคืบหน้าของคดีจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะนำตัวผู้ถูกควบคุมตัวคือ นายวิลดัน มะหะ หนึ่งใน 4 ผู้ต้องสงสัยที่ได้ควบคุมตัวเอาไว้มาสอบปากคำเพิ่มเติม รวมทั้งทยอยสอบปากคำผู้ถูกควบคุมทั้งหมดทีละคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลงพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า อ.เมืองฯ จ.ยะลา ในครั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด มีการกุมขมับในระหว่างซักถามผู้ต้องสงสัยหลายครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ให้สัมภาษณ์ว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ หลังจากที่มีปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่กรุงเทพฯ 2 จุด ก็มาสอบถามทางบุคคลที่ได้ควบคุมตัวเอาไว้ว่ามีความเชื่อมโยงกันอย่างไร ก็จะพูดคุยกับทุกคนที่ได้ควบคุมตัวเอาไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้กำลังพยายามอยู่ว่าสิ่งที่ได้ไปตรวจค้นที่กรุงเทพฯ ทั้งสองจุดนั้นมีความเชื่อมโยงกันได้อย่างไร ซึ่งข้อกังวลนั้นก็ต้องทำไป ปัญหามันก็จะมีทุกคดีอยู่แล้ว แต่ก็ต้องเดินหน้าต่อไป เจ้าหน้าที่ทุกนายพร้อมในการทำงาน ในคดีนี้ก็เชื่อว่าจะสามารถปิดคดีได้ แต่ก็ต้องใช้เวลา เพราะมีหลายชุด พยานหลักฐานสาวไปถึงที่ไหนก็ว่าไปตามพยานหลักฐาน สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็อยากจะให้จบเร็วๆ เพราะพี่น้องประชาชนเป็นห่วง แต่เจ้าหน้าที่ก็จะไม่ผลีผลาม จะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบให้ความเป็นธรรมกับทุกคน&amp;quot; ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันได้ขออนุมัติหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ หมายจับที่ 462/2562 ลงวันที่ 8 ส.ค.62 นายลูโอ แซแง อายุ 23 ปี และหมายจับที่ 463/2562 ลงวันที่ 8 ส.ค.62 นายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ชาว จ.นราธิวาส ข้อหา &amp;quot;อั้งยี่, ร่วมกันทำ ใช้ มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และพกพาอาวุธ (ระเบิด) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าคดีระเบิดหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ ว่า เรื่องนี้ ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ไปหมดแล้ว และตนไม่อยากให้สัมภาษณ์อะไร เพราะเป็นเรื่องของ ผบ.ตร. คงปล่อยให้ตำรวจทำงานไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์เหตุระเบิดส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการเมือง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนไม่ทราบ ตอนนี้เรายังไม่ได้ตัดประเด็นอะไรไป ต้องหาข้อมูลไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบพื้นที่ในกทม.ที่มีนักศึกษาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้พักอาศัยอยู่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาดูเพราะว่ามันเคยมีเหตุเกิดขึ้น เช่น ซอยรามคำแหง 53 เขาก็ไปดูว่ายังมีหลงเหลืออยู่หรือไม่ เขาก็ตรวจสอบทุกจุดที่สงสัย &amp;nbsp;ปล่อยให้ตำรวจทำงานไปก่อน มาซักถามกันทุกวันใครจะตอบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ควบคุมตัวนายเสน่ห์ ฮิมวาด อายุ 29 ปี อาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัยในคอนโดฯ แห่งหนึ่ง ผู้ต้องหาคดีวางระเบิดปลอมหน้าสำนักงานขายคอนโดฯ ในซอยรัชดาภิเษก 32 และแจ้งความเท็จ มาส่งให้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 1 ยื่นฟ้องคดีด้วยวาจา ซึ่งอัยการก็ได้ยื่นฟ้องนายเสน่ห์เป็นจำเลย ในความผิดฐานทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจโดยการขู่เข็ญ และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานฯ โดยศาลรับไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.4689/2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2562 จำเลยได้นำวัตถุทรงกระบอกพันด้วยเทปพันสายไฟสีดำ ด้านหนึ่งมีสายไฟยาวประมาณ 1 ฟุต มีลักษณะต้องสงสัยคล้ายวัตถุระเบิดมาวางไว้ใน ซ.รัชดาภิเษก 32 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. ทำให้ประชาชนที่เดินผ่านไปมาเกิดความตกใจกลัว เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวมีเหตุการณ์ลอบวางระเบิดหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร และภายหลังเกิดเหตุ จำเลยได้แจ้งข้อความว่ามีชายต้องสงสัยเป็นผู้นำวัตถุคล้ายระเบิดมาวางไว้บริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งการแจ้งความของจำเลยเป็นเท็จ ความจริงจำเลยเป็นผู้นำวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวไปวางไว้ที่เกิดเหตุเอง สอบสวนแล้วจำเลยให้การรับสารภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 172, 392 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจ จำคุก 1 เดือน ฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน และแจ้งความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุด จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 7 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน 15 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พนักงานอัยการยังได้ยื่นฟ้องนายเสน่ห์อีกสำนวน ในความผิดฐานเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์) ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาเช่นกัน ศาลรับไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.691/2562 และพิพากษาให้จำคุกจำเลย 3 เดือน โดยนับโทษจำเลยต่อจากคดีวางระเบิดปลอมและแจ้งความเท็จ ดังนั้น เมื่อรวมจำคุกจำเลยทั้งสองสำนวนแล้วเป็นเวลา 6 เดือน 15 วัน ทั้งสองสำนวนไม่รอลงอาญา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43121</URL_LINK>
                <HASHTAG>บึ้มกรุงเทพ, ย่านประตูน้ำ, ระเบิดเพลิง, ระเบิดแสวงเครื่อง, วางระเบิดปลอม, หนังสือพิมพ์, อีโอดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190809/image_big_5d4d755baec6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
