<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>2542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2018 20:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2018 20:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มติครม.ระเบียงผลไม้EFCลบชื่อ&#039;หมอนทอง&#039;สร้างแบรนด์ทุเรียนพรีเมียมใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.61- นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่(ครม.สัญจร) จ.จันทบุรี เห็นชอบในหลักการโครงการจัดตั้งระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (Eastern Fruit Corridor : EFC) มีเป้าหมายให้ภาคตะวันออกของไทยเป็นตลาดกลางประมูลผลไม้คุณภาพสูง เบื้องต้นจะตั้งอยู่ที่นิคม สมาร์ทพาร์ค จ.ระยอง คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการ 2-3 ปี จะเปิดดำเนินการได้เต็มระบบ โดยระยะ 6เดือนแรกจะทำการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการก่อน ซึ่งตามโครงการจะสร้างห้องเย็นสำหรับจัดเก็บผลไม้ด้วย &amp;nbsp;โดยจะมีการใช้แนวทางประชารัฐให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ &amp;nbsp;รมว.พาณิชย์ แถลงผลประชุมครม.สัญจร &amp;nbsp;ที่จังหวัดจันทบุรี ว่าที่ประชุมเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การค้าผลไม้ครบวงจรพร้อมทั้งให้กระทรวงพาณิชย์ไปประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การค้าผลไม้ครบวงจร เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศที่มีผลไม้เมืองร้อนจำนวนมาก ก้าวขึ้นเป็นมหานครผลไม้ของโลก มีเป้าหมาย 4 ด้านคือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการผลิตผลไม้เมืองร้อน ทั้งผลไม้สดและแปรรูป,ให้ประเทศไทยเป็นประเทศถือครองส่วนแบ่งตลาดหรือมาร์เก็ตแชร์ผลไม้เมืองร้อนของโลกมากที่สุด,ให้ประเทศไทยสามารถคุมกลไกการค้าผลไม้เมืองร้อนได้ และ ทำให้เกิดการสร้างแบรนด์ประเทศไทยกับผลไม้ ให้ชาวต่างชาติมีภาพจำของผลไม้ไทยว่าเป็นผลไม้ที่มีคุณภาพเกรดพรีเมี่ย ทั้งนี้ ตามยุทธศาสตร์การค้าผลไม้ครบวงจร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการผลิตผลไม้เมืองร้อนนั้น ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตผลไม้เมืองร้อนทั้งสดและแปรรูปให้มีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ประกอบด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การกำหนดและส่งเสริมมาตรฐานการผลิตและการค้าผลไม้เกรดพรีเมี่ยม ทั้ง Q-GAP, Thai GAP, Thailnd Trust Mark โดยจะยกระดับสัดส่วนสินค้าเกรดพรีเมี่ยม เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 10%ของผลผลิตรวม &amp;nbsp;ให้เพิ่มขึ้นเป็น 20 %
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ส่งเสริมการทำการตลาดผลไม้เกรดรอง โดยการเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูป เช่นผลที่รูปทรงไม่สวย แก้ปัญหาโดยการแกะออกมาใส่แพ็คเกจพร้อมรับประทาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการแปรรูป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 4.การนำนวัตกรรมและงานวิจัยมาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ผลไม้ เช่น การทำน้ำเชื่อมลำไยหรือลำไยไซรัป รับประทานเพื่อสุขภาพ และช่วยดูดซับปริมาณผลไม้ตกเกรดได้มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า การก้าวขึ้นเป็นผู้ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดผลไม้เมืองร้อนมากที่สุดนั้น จะต้องมีตลาดกลาง เพื่อกำหนดมาตรฐานราคาที่มีความน่าเชื่อถือได้ และต้องบุกตลาดเป้าหมายเมืองร้อน เช่น จีน จะรุกไปทุกพื้นที่มากขึ้น และพัฒนาโลจิสติกส์ควบคู่กันไป รวบถึงการสร้างคลังสินค้าที่นำระบบห้องเย็นที่สร้างขึ้นจากการผลิตพลังงาน นำส่วนที่สูญเสียมาใช้ประโยชน์ทำเป็นห้องเย็นขนาดใหญ่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับงบประมาณที่จะนำมาใช้ให้ใช้งบประมาณเดิมของหน่วยงานต่างๆก่อน หากมีความจำเป็นสามารถตั้งงบประมาณเพิ่มได้ กระทรวงพาณิชย์จะสร้างแบรนด์ผลไม้ของประเทศไทยให้เป็นผลไม้เกรดพรีเมี่ยม เป็นที่ยอมรับในเรื่องคุณภาพและมาตรฐาน จะเริ่มต้นที่ผลไม้ 3 ชนิดก่อนคือ ทุเรียน ลำไย และมังคุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่าเริ่มต้นปีแรกที่ทุเรียนก่อน ต่อไปทุเรียนพันธุ์หมอนทองจะไม่เรียกว่าทุเรียนหมอนทอง แต่จะเป็นทุเรียนแบรนด์ประเทศไทย ซึ่งทางบริษัทเอสซีจี เทรดดิ้ง จำกัด กำลังดำเนินการที่จะทำแบรนด์ทุเรียนของประเทศไทย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ทุเรียนของไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ต่อไปชาวต่างชาติจะคิดถึงทุเรียนของไทยในภาพของทุเรียนคุณภาพ ไม่ใช่ทุเรียนอ่อน &amp;nbsp;มีความแตกต่างจากทุเรียนของประเทศอื่น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสนธิรัตน์คาดว่าปีนี้จะมีผลผลิตทุเรียนจำนวน 900,000 ตัน จะคัดทุเรียนที่ผลิตได้เกรดพรีเมียมออกมา 1% หรือประมาณ 9,100 ตัน ขณะนี้รวบรวมได้แล้วประมาณ 5,000ตัน ส่วนนี้จะนำมาใช้สร้างทุเรียน แบรนด์ประเทศไทย คาดว่าจะประชาสัมพันธ์ให้ต่างชาติทราบว่าถ้าต้องการทุเรียนคุณภาพดีต้องเป็นทุเรียนของประเทศไทยได้ในเดือนเม.ย.นี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หลังจากที่ทุเรียนมีราคาดีในปี 2560 ที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรหันมาปลูกทุเรียนกันมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคตะวันออกที่โค่นต้นยางพาราแล้วหันมาปลูกทุเรียนกันจำนวนมาก จะทำให้ผลผลิตทุเรียนในอนาคตมีมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องเตรียมการเพื่อรองรับอนาคตด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2542</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.สัญจร, ระเบียงผลไม้EFC, สร้างแบรนด์ทุเรียนพรีเมียม, หมอนทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180206/image_big_5a79aee352b8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
