<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2020 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลยืนยันระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ไม่สะดุดมองผลระยะยาวพัฒนาเป็นพื้นทีศก.ใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 ก.ย.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน (Southern Economic Corridor: SEC) ว่า ควบคู่ไปกับการเดินหน้าโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รัฐบาลได้ขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ฯ ครอบคลุม 4 จังหวัดภาคใต้ตอนบน คือชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช เพื่อให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่และทางออกทางทะเลของภาคใต้ตอนบน โดยยึดแนวทางการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่ผสานกับเทคโนโลยี และความได้เปรียบทางกายภาพและที่ตั้งของพื้นที่ รวมทั้งการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ ซึ่งแตกต่างจากแนวทางของ EEC ทั้งนี้ กรอบการพัฒนาSEC ประกอบด้วย 4 เรื่อง ได้แก่ 1.การพัฒนาประตูการค้าฝั่งตะวันตก (Western Gateway) 2.การพัฒนาประตูสู่การท่องเที่ยวอ่าวไทยและอันดามัน (Royal Coast &amp;amp; Andaman Route) 3.การพัฒนาอุตสาหกรรมฐานชีวภาพและการแปรรูปการเกษตรมูลค่าสูง (Bio-Based &amp;amp; Processed Agricultural Products) และ 4.การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรม(Green &amp;amp; Culture)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้เริ่มขับเคลื่อนแผนการพัฒนา SEC ระยะ 2562-2565 และยังมีแผนระยะยาวปี 2566 เป็นต้นไป รวม 111 โครงการ คิดเป็นวงเงินเฉพาะที่ต้องขอรับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน 102,418 ล้านบาท มีโครงการ อาทิ โครงการพัฒนาท่าอากาศยาน นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ระนอง โครงการพัฒนาศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานและส่งเสริมการตลาดของท่าเรือระนองรองรับกลุ่ม BIMSTEC ที่มีประชากรกว่า 1.5พันล้านคน (บังคลาเทศ อินเดีย เมียนมา ศรีลังกา ภูฏาน และเนปาล) โครงการพัฒนาถนนเลียบชายทะเลภาคใต้ฝั่งอันดามันสู่พื้นที่ตอนใน โครงการขยายทางหลวงระนอง-พังงาเป็น 4 ช่องจราจร โครงการศึกษาออกแบบ/ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม รถไฟสายใหม่ระนอง-ชุมพร โครงการสนับสนุนการแปรรูปสมุนไพรแบบครบวงจร โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเพิ่มโครงข่ายอินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็น ASEAN Digital Hub&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกฯ กล่าวอีกว่า มากไปกว่านั้น รัฐบาลได้เห็นชอบให้กระทรวงคมนาคมจ้างที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาเบื้องต้น ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และวิเคราะห์รูปแบบโมเดลการพัฒนาการลงทุนใน &amp;ldquo;โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (Land bridge)&amp;rdquo; คาดจะรู้ผลกลางปี 2566 ซึ่งจะนำไปสู่การเชื่อมโยงการขนส่งและคมนาคมอย่างครบถ้วนระหว่าง EEC ฝั่งอ่าวไทย และ SEC ฝั่งอันดามัน เพิ่มศักยภาพในการรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าจากพื้นที่ EEC เพื่อส่งออก/นำเข้าไปยังประเทศแถบมหาสมุทรอินเดียโดยตรง และเชื่อมต่อไปยังกลุ่ม BIMSTEC ประเทศตะวันออกกลาง และยุโรปได้อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้เศรษฐกิจประเทศจะอยู่ในภาวะหดตัวเช่นเดียวกับประเทศทั่วโลกเนื่องจากผลกระทบโควิด19 แต่รัฐบาลยังคงเดินหน้าวางรากฐานเพื่อการพัฒนาประเทศและการลงทุน เพราะในระยาวเศรษฐกิจจะค่อยๆฟื้นตัว การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจแห่งใหม่ และการเชื่อมโยงการคมนาคมและขนส่งภายในประเทศและระหว่างประเทศถือเป็นการวางพื้นฐานสำคัญ รัฐบาลไม่ได้อยู่นิ่งเฉยรอความหวังจะถึงวันเศรษฐกิจดีขึ้น แต่เดินหน้าสร้างโอกาสให้ประเทศด้วยแผนยุทธศาสตร์ที่มีเป้าหมายชัดเจน โครงการ SEC จะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นในการลงทุนภาคอุตสาหกรรม และสามารถยกระดับเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ SEC จะเป็นประตูเศรษฐกิจด้านตะวันตกของไทยสู่เอเชียใต้ สามารถเชื่อมโยงกับ EEC ทำให้ต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์ต่ำลง และจะมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคที่มีศักยภาพและเพียงพอที่จะรองรับการเติบโตของเมืองและการท่องเที่ยวด้วย&amp;rdquo; น.ส.รัชดา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78570</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก, ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f60d4d8e655d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2018 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2018 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; เตรียมนำชาวบางปะกงร้องบิ๊กตู่ตั้งเขตปลอด &#039;อีอีซี&#039; ในพื้นที่สีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.61 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ชาวตำบลเขาดิน อ.บางปะกง รวมตัวกันบุกศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อยื่นหนังสือผ่านศูนย์ดำรงธรรมถึงผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อร้องเรียนกรณีมีนายทุนมากว้านซื้อที่ดิน เตรียมผุดเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ รองรับการพัฒนา&amp;nbsp;EEC ทั้งๆ ที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สีเขียวตามกฎหมายผังเมือง ก่อนบุกเข้ารื้อถอนขับไล่ที่ทำกินชาวบ้านที่เคยเช่าอยู่เดิมออกไปให้พ้นพื้นที่ แล้วเร่งรีบจ้างเหมาเอกชนให้มาปรับพื้นที่โดยถมดินทำให้ถนนหนทางพังเสียหาย ทำให้ชาวบ้านต้องนำความไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การร้องเรียนผู้ว่าฯ การฟ้องศาลปกครอง ยังไม่อาจหยุดยั้งการเดินหน้าถมที่ดินและการขับไล่ชาวบ้านให้ออกไปจากพื้นที่ได้ แม้จะเป็นการขัดต่อกฎหมายหลายฉบับ อาทิ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม 2535 พ.ร.บ.การขุดดินและถมดิน 2543 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 2524 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมฯ 2522 ประมวลกฎหมายที่ดิน 2487 และ พ.ร.บ.ผังเมือง 2518 ซึ่งแต่หากปล่อยให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นของนักอุตสาหกรรมแล้วปล่อยให้ทำการขุดดิน ถมดินปิดกั้นเส้นทางสัญจรของชาวบ้าน ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการใช้พื้นที่ไปอย่างถาวร โดยการนำดินจากพื้นที่อื่นมาถมก่อสร้างโรงงานตั้งเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรม ก็จะทำให้ภูมิปัญญาพื้นถิ่นและความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ตำบลเขาดินหายไปทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังเปลี่ยนวิถีของชาวบ้านจากเกษตรกรมาเป็นชนชั้นแรงงานรับจ้างในระบบอุตสาหกรรมไปทั้งหมด คนที่เคยร่ำรวยจากทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่รอบตัว กลับกลายต้องมานั่งรอเงินเดือนหรือต้องตกงานตามสภาะเศรษฐกิจที่ขึ้นลงได้ ด้วยเหตุดังกล่าวชาวตำบลเขาดิน อ.บางปะกง จึงรวมตัวกันที่จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC) เพื่อขอให้มีคำสั่งยกเว้นพื้นที่ตำบลเขาดิน อ.บางปะกง เป็นพื้นที่ปลอดการส่งเสริม EEC เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชโองการ เรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม และด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการใช้สิทธิตามมาตรา 43(3) ของรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อยับยั้งกระบวนการวิ่งเต้นการขอเปลี่ยนสีผังเมืองเป็นสีม่วง และการใช้อำนาจตามกฎหมาย EEC มาลบล้างกฎหมายต่างๆทั้งปวงอีกด้วย โดยสมาคมฯและชาวบ้านบางปะกงจะเดินทางไปยื่นหนังสือในวันพฤหัสที่ 18 ต.ค.2561 เวลา 10.30 น. ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ ตึก กพร.เดิม ทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20091</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ฉะเชิงเทรา, ชาวตำบลเขาดิน, นายศรีสุวรรณ จรรยา, นิคมอุตสาหกรรม, ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก, ศูนย์ดำรงธรรม, สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, อำเภอบางปะกง, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181017/image_big_5bc6a6e19270b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
