<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> แรงฉุดไม่อยู่! คลังเล็งปรับจีดีพีปี 61 เพิ่มเป็น 4.5% ทุบสถิติรอบ 6 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แรงฉุดไม่อยู่! คลังเล็งปรับประมาณการจีดีพีปี 2561 เพิ่มเป็น 4.5% ทุบสถิติรอบ 6 ปี อานิสงส์รัฐติดเครื่องลงทุนอีอีซี-โครงสร้างพื้นฐาน พ่วงเศรษฐกิจโลกพุ่ง หนุนส่งออกปีนี้ลุ้นโตเกิน 8% พร้อมแจงราคาน้ำมันขยับแรงไม่กระทบคาดการณ์เศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;24 พ.ค. 61 - นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมปรับประมาณการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจไทยปี 2561 ใหม่ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 4.5% สูงสุดในรอบ 6 ปี จากปัจจุบันคาดการณ์ที่ 4.2% &amp;nbsp;หลังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 1/2561 โตสูงกว่าคาดการณ์ที่ 4.8% จากเดิมกระทรวงการคลังคาดว่าในไตรมาสแรกของปีเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 4%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยเป็นผลมาจากปัจจัยสนับสนุนสำคัญเรื่องการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ และการเดินหน้าลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ทำให้คาดว่าในปีนี้ภาพรวมการลงทุนของภาครัฐจะขยายตัวได้สูงกว่า 10% จากคาดการณ์เดิมอยู่ที่ 8.9% รวมถึงการส่งออกที่ปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้สูงกว่า 8% ซึ่งเป็นคาดการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปีนี้ที่คาดว่าจะขยายตัวได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการเร่งลงทุนในโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐ จะช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นของภาคเอกชน ให้เร่งลงทุนเพิ่มในปีนี้เพิ่มขึ้นได้สูงกว่า 3% ซึ่งปัจจัยนี้จะเป็นอีกกำลังสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศไทยด้วย ส่วนราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นนั้น ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป แต่เบื้องต้นประเมินว่าปัจจัยดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้อย่างแน่นอน ส่วนทิศทางค่าเงินบาทในขณะนี้มีแนวโน้มอ่อนค่าลงมาใกล้แตะระดับ 32 บาทต่อดอลล่าร์แล้ว ซึ่งดีกว่าคาดการณ์ปัจจุบันที่ 31.50 บาทต่อดอลล่าร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ยอมรับว่าทิศทางราคาน้ำมันหลังจากนี้ยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยหากดูรายละเอียดในตลาดล่วงหน้าจะพบว่าแนวโน้มราคามีการเพิ่มสูงขึ้น แต่ไม่ต่อเนื่อง โดยมีโอกาสปรับตัวลดลงได้ในระยะต่อ ๆ ไป ดังนั้นเมื่อมาพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้น จะมาจากการที่สหรัฐฯ คว่ำบาตประเทศอิหร่าน และการลดกำลังการผลิตน้ำมันของประเทศเวเนซูเอล่า โดยในส่วนนี้ยังไม่ใช่ปัจจัยที่มีผลต่อราคาน้ำมันในระยะยาว และยังมีประเด็นเรื่องการปิดซ่อมบำรุงท่อขนส่งน้ำมันของสหรัฐฯ ที่แม้จะยังมีกำลังการผลิตน้ำมันมาก แต่ก็มีปัญหาในเรื่องดังกล่าวอยู่ ดังนั้นคาดว่าเมื่อการปิดซ่อมบำรุงแล้วเสร็จก็จะทำให้มีปริมาณน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มขึ้น และราคาน้ำมันจะมีการปรับตัวลดลงในที่สุด&amp;rdquo; นางสาวกุลยา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นางสาวกุลยา กล่าวอีกว่า ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามเนื่องจากมีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ ได้แก่ การเร่งรัดเม็ดเงินลงทุนในโครงการลงทุนต่าง ๆ หากเดินหน้าได้ตามเป้าหมายที่กำหนดก็จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ โดยความไม่ล่าช้าของโครงการลงทุนต่าง ๆ จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญ รวมถึงความชัดเจนทางการเมืองก็ยังเป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อการลงทุนของต่างชาติด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9899</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลยา ตันติเตมิท, คลัง, จีดีพี, ระเบียงเศรษฐกิจ, สศช., อีอีซี, เศรษฐกิจ, โครงสร้างพื้นฐาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b068196d5e6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
