<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯย้ำไทยใช้เวทีลุ่มน้ำโขงสร้างความเชื่อมั่นผนึก6 ประเทศดันโครงการ7.83หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย.63 -ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมระดับรัฐมนตรีแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (GMS) ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม ไทย และจีน ครั้งที่ 24 ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้แทนรัฐบาลไทยเข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ให้การสนับสนุนความร่วมมือของกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงนี้เป็นอย่างมาก โดยเน้นย้ำให้ถือเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนต่างประเทศที่สนใจเข้ามาลงทุนในสาขาที่ประเทศไทยมีศักยภาพเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ส่งเสริมการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งเป็นโอกาสของประเทศในการนำเสนอบทบาทความเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ในอนุภูมิภาค ทั้งการพัฒนาระบบถนน ระบบราง และด่านพรมแดน ทั้งนี้ ยังมีประโยชน์ที่จะเกิดจากการร่วมกันหาทางแก้ปัญหาทางด้านสังคม สาธารณสุข การศึกษา และการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามพรมแดน อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ผลการประชุมรัฐมนตรีฯ เป็นที่น่าพอใจ เห็นสัญญาณของความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและการพัฒนาในหลายมิติร่วมกัน ประเทศสมาชิกเห็นพ้องในกรอบการลงทุนของอนุภูมิภาค ปี 2565 ซึ่งประกอบด้วยแผนงานโครงการลงทุนและโครงการความช่วยเหลือทางวิชาการ รวมทั้งสิ้น 205 โครงการ มูลค่ารวมกันกว่า 7.83 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (2.35 ล้านล้านบาท) โดยในรอบปีที่ผ่านมามีโครงการมูลค่ารวม 267 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ในส่วนโครงการของประเทศไทย มี 74 โครงการ มูลค่ารวม 1.78 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 22.7% ของโครงการในกรอบความร่วมมือฯ ทั้งนี้ โครงการมูลค่าการลงทุนสูงที่ได้เริ่มดำเนินการแล้ว ได้แก่โครงการพัฒนารถไฟทางคู่ในประเทศ 1.21 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่สาม 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ และโครงการพัฒนาเส้นทางรถไฟเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ 2.28 พันล้านเหรียญสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรัชดา กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบในหลักการ 2 เรื่องด้วยกัน คือ 1.กรอบยุทธศาสตร์ใหม่ของแผนงาน GMS ในระยะปี 2575 ซึ่งเป็นการรวบรวมแผนการดำเนินการและมาตรการเพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งสอดคล้องกับประเด็นภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติของไทย และ 2. ร่างเอกสารแผนการฟื้นฟูและตอบสนองต่อผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 สนับสนุนให้คณะทำงานด้านสุขภาพ (Health Cooperation Sector) ภายใต้แผนงาน GMS เป็นตัวหลักในการทำหน้าที่ดูแลและติดตามการได้มาของวัคซีน เพื่อการกระจายวัคซีนใน GMS อย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82972</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง(GMS), น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f997e8e1682c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15345</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2018 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2018 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>FN เอ๊าท์เลท  บุกอีอีซี เปิดสาขาใหม่ที่ระยอง ปลายปีนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;FN บุกอีอีซี เปิดสาขาใหม่ที่ระยอง ปลายปีนี้ ยึดจุดยุทธศาสตร์ประชากรหนาแน่นและมีกำลังซื้อสูง พร้อมพัฒนาช่องทางอีคอมเมิร์ซ หวังหนุนรายได้ดีต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รายงานข่าวจาก บมจ.เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท &amp;nbsp;(FN) ธุรกิจศูนย์จัดจําหน่ายสินค้า ประเภทเอ๊าท์เลท เปิดเผยว่า ช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ บริษัทมีแผนเปิดสาขาใหม่ 1 สาขา ที่จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีการเติบโตสูงตั้งอยู่ในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ เพราะมีประชากรหนาแน่นและมีกำลังซื้อสูง รวมทั้งยังได้พัฒนาช่องทางอีคอมเมิร์ซ เพื่อรองรับรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกค้าที่เปลี่ยนไป โดยคาดว่าจะสนับสนุนรายได้ของบริษัทขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะเดียวกัน บริษัทได้พัฒนาสินค้าให้มีรูปแบบที่ตรงตามความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ผ่านการปรับกลยุทธ์คัดสรรสินค้า เพื่อให้ได้สินค้าคุณภาพดีในราคาที่คุ้มค่ากับลูกค้า และมุ่งเน้นแผนการตลาด เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่แบรนด์ รวมถึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการ ค่าใช้จ่ายให้เกิดประสิทธิภาพ เช่น การน่าระบบไอทีมาใช้ เพื่อลดขั้นตอนการทำงาน การลงทุนติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ เพื่อใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทดแทนการใช้พลังงานไฟฟ้าบางส่วน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับการดำเนินงานครึ่งปีแรก บริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่าง ๆ เช่น งาน เอฟเอ็น แฟร์ ที่สาขา และสำนักงานใหญ่ เพื่อกระตุ้นให้เกิดยอดขาย ส่งผลให้รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น โดยมีกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 61 อยู่ที่ 4.07 ล้านบาท ส่งผลให้ครึ่งปีแรกอยู่ที่ 19.84 ล้านบาท รวมทั้งบริษัทยังเพิ่มสินค้าแบรนด์เนมมากขึ้น เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาที่เอ้าท์เลท &amp;nbsp;และมีนโยบายที่จะเพิ่มพื้นที่ให้เช่าในสาขาเดิม และสาขาใหม่ที่จะเปิดในอนาคต เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ และสร้างความน่าสนใจให้เอ้าท์เลทเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทมีสาขาทั้งสิ้น 10 สาขา ได้แก่ สาขาเพชรบุรี สาขากาญจนบุรี สาขาพัทยา สาขาปากช่อง สาขา สิงห์บุรี สาขาหัวหิน สาขาศรีราชา สาขาพระนครศรีอยุธยา สาขาหาดใหญ่ และสาขาฉะเชิงเทรา โดยบริษัทมีแผน ที่จะเปิดสาขาระยอง ซึ่งเป็นสาขาที่ 11 ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15345</URL_LINK>
                <HASHTAG>FN, ระยอง, ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก, อีอีซี, เปิดสาขาใหม่, เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180814/image_big_5b723b58e479d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
