<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2021 17:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สุภัทร&quot;เผยรอ&quot;รมว.ศธ.&quot;คนใหม่ชี้ชัดเอาหรือไม่เอา กก.  5ชุดแก้ปัญหานร. ตั้งแต่ทรงผม  ยันแสดงออกการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4มี.ค.64-นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาตามข้อร้องเรียนนักเรียน ตามข้อเรียกร้องของกลุ่มนักเรียน ซึ่งที่ผ่านมาได้แบ่งคณะกรรมการออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.คณะทำงานด้านการละเมิด การกระทำความรุนแรง และความปลอดภัยในสถานศึกษา 2. คณะทำงานด้านกฎระเบียบที่ล้าหลังของสถานศึกษาที่กระทบต่อนักเรียน นักศึกษา 3. คณะทำงานด้านการแสดงออกทางการเมืองในสถานศึกษา 4. คณะกรรมการพิจารณาในประเด็นเครื่องแบบ ทรงผมนักเรียน และ5.คณะกรรมการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งคณะกรรมการชุดต่างๆได้สรุปข้อมูลการแก้ปัญหาต่างๆให้นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (อดีต รมว.ศธ.) พิจารณาไปแล้ว แต่เมื่อนายณัฏฐพลได้พ้นจากตำแหน่ง รมว.ศธ.ไปแล้ว จึงทำให้ข้อสรุปการแก้ปัญหานักเรียนยังไม่สมบูรณ์ ดังนั้นจึงต้องรอให้ รมว.ศธ. คนใหม่เข้ามาทบทวนเรื่องนี้อีกครั้ง ซึ่งเชื่อว่ารมว.ศธ. คนใหม่น่าจะมีแนวคิดเกี่ยวกับการแก้ปัญหาตามข้อร้องเรียนของนักเรียนอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า อดีตรมว.ศธ. ได้ส่งเรื่องการยกร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มาพิจารณา เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่บังคับใช้ ทั้งร่างระเบียบศธ.ว่าด้วย เรื่องทรงผมนักเรียน และร่างระเบียบศธ.ว่าด้วยเรื่อง เครื่องแต่งกายนักเรียน ซึ่งอดีต รมว.ศธ.มองว่าควรให้หน่วยผู้ใช้อย่าง สพฐ.ได้ทบทวน ว่า ข้อเสนอของคณะกรรมการแก้ปัญหาร่างระเบียบดังกล่าว สพฐ.เห็นด้วยหรือไม่อย่างไร เพื่อตอบโจทย์ข้อเรียกร้องของกลุ่มนักเรียน โดย สพฐ.ได้วิเคราะห์แล้วและมีข้อสรุปว่า ร่างระเบียบ ศธ.ว่าด้วยเรื่องเครื่องแต่งกายนักเรียนนั้น ไม่จำเป็นจะต้องปรับแก้ระเบียบใหม่ เนื่องจากระเบียบฉบับเดิมเปิดช่องให้โรงเรียน ผู้ปกครอง และนักเรียนมีส่วนร่วมในการทำข้อตกลงว่าจะใส่ชุดแบบไหนเป็นเครื่องแต่งกายนักเรียนได้ ดังนั้นเรื่องนี้โรงเรียนสามารถบริหารจัดการได้เอง ส่วนร่างระเบียบ ศธ.ว่าด้วยทรงผมนักเรียนนั้น คณะกรรมการมีข้อเสนอที่จะให้ไว้ผมยาวได้ตั้งแต่เด็กระดับปฐมวัยไปจนถึงมัธยมศึกษานั้น ซึ่งประเด็นนี้ สพฐ.ได้วิเคราะห์ร่วมกับผู้ปกครองและครูแล้ว และมีความเห็นตรงกันว่า การให้เด็กไว้ผมยาวได้ ควรเริ่มตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นเป็นต้นไป เพราะเด็กระดับนี้มีความรับผิดชอบที่จะดูแลสุขอนามัยสุขภาพผมด้วยตัวเอง ซึ่งหากให้ไว้ผมยาวตั้งแต่เด็กเล็กอาจส่งผลเรื่องการดูแลสุขภาพผมได้ เนื่องจากยังเป็นเด็กเล็ก ทั้งนี้ตนจะสรุปร่างระเบียบ ศธ.ทั้ง 2 ฉบับนี้ให้รมว.ศธ. คนใหม่พิจารณาต่อไป ซึ่งก็แล้วแต่ว่ารมว.ศธ.คนใหม่จะเห็นด้วยกับการแก้ไขปัญหานักเรียนอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95012</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ปัญหานักเรียน, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ระเบียบทรงผมนักเรียน, สุภัทร จำปาทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd895213873a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 17:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ครูตั้น” แจงการพัฒนาอนาคตการศึกษา ไม่เกี่ยวกับทรงผม ส่วนนร.ถูกคุกคามทางเพศในรร.มีช่องทางร้องเรียนได้อยู่แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 ว่า สำหรับเรื่องนี้เมื่อนักเรียน เยาวชนมาเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลง ตนก็ได้มีการแก้ไขปัญหาทันที คือ การยกเลิก ข้อ 7 &amp;nbsp;ของระเบียบว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2563 และยังได้มีการตั้งคณะทำงานยกร่างระเบียบทรงผมนักเรียนด้วย ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าวให้เสนอแนวทางการปรับปรุงระเบียบ ศธ. ว่า ด้วยการไว้ทรงผมนักเรียนฯ มาให้ตนพิจารณาแล้ว ซึ่งคงต้องนำไปหารือร่วมกับฝ่ายปฏิบัติในส่วนของครูและโรงเรียน ว่าแนวทางดังกล่าวสามารถปฏิบัติได้จริงหรือไม่ และมีข้อกังวลในประเด็นใดไหม อย่างไร ดังนั้นในกระบวนการแก้ไขเรื่องทรงผม และชุดนักเรียนนั้น ตนได้มีการขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง และตนต้องการให้เข้าใจว่า ศธ.ไม่ได้ละเลยปัญหาทุกๆ เรื่องที่มีการเรียกร้องเข้ามา&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม เรื่องที่สำคัญที่สุดในข้อเรียกร้องของนักเรียนนั้น คือ เรื่องหลักสูตรการศึกษา การพัฒนาการศึกษาและอนาคตของการศึกษาไทย ซึ่งตนต้องการให้นักเรียน และผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นความสำคัญในเรื่องเหล่านี้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เราเห็นปัญหาอยู่และจะต้องได้รับการแก้ไข อีกทั้งการศึกษาจะพัฒนาให้ดีนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องทรงผม หรือ เครื่องแต่งกายเรื่องเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์จนเกิดแฮทแท็ก #ทรงผมบังเพื่อน และสังคมเกิดการตั้งคำถามถึงแนวคิดของผู้บริหาร ศธ.ว่าส่งผลต่อกฎระเบียบต่างๆ ของ ศธ.หรือไม่ นั้น นายณัฏฐพล กล่าวว่า เรื่องนี้ มองว่าผู้ที่ให้ข้อมูลมีเจตนาที่จะสื่อสาร เพื่อให้เกิดความเข้าใจได้อย่างง่าย และหากว่ามีการสื่อสารที่อาจจะทำให้เกิดประเด็น ก็คงต้องรับฟังเหตุผลว่าเพราะเหตุใด ซึ่งไม่ได้มีความตั้งใจให้เป็นเรื่องตลกหรืออย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับกรณีที่มีนักเรียนหญิงออกมาแสดงออกถึงเรื่องการถูกล่วงละเมิดภายในโรงเรียนนั้น ผมได้พูดเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องว่า ความปลอดภัยในโรงเรียนเป็นเรื่องสำคัญและเราได้มีกระบวนการป้องกันการคุกคามทางเพศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการปลดออก ไล่ออก ครูที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้อง และหากว่ายังมีข้อร้องเรียนในประเด็นลักษณะนี้ก็สามารถสื่อสารผ่านช่องทางที่ ศธ. เปิดไว้ได้ ซึ่งผมจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไว้ในสถานศึกษาแต่ผมก็จำเป็นที่จะต้องมีข้อมูล และผมไม่ต้องการให้นำประเด็นเหล่านี้มาเป็นประเด็นทางการเมือง เพราะ ศธ.ไม่ได้ละเลยและสนใจเรื่องนี้มากกว่าในอดีตที่ผ่านมาด้วย&amp;rdquo;รมว.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85017</URL_LINK>
                <HASHTAG>การพัฒนาการศึกษา, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ม็อบนักเรียนเลว, ระเบียบทรงผมนักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbe2b2d4a727.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สมพงษ์&quot;ฟังเสียงเด็ก ชี้เหตุ&quot;นักเรียนเลว&quot;ไล่จวก&quot;รมว.ศธ.เพราะปฎิรูปการศึกษา ระเบียบทรงผม ชุดนร.ไม่คืบ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

23พ.ย.63-&amp;quot;สมพงษ์&amp;quot; มองเหตุการณ์ &amp;quot;นักเรียนเลว&amp;quot; รุมจวก &amp;quot;รมว.ศธ.&amp;quot; เพราะไม่รับหลักการแก้รธน. 7 ฉบับ &amp;nbsp;การปฎิรูปการศึกษาไม่คืบ &amp;nbsp;แถมยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงระเบียบทรงผม ชุดนักเรียนจริงจัง &amp;nbsp;ทำให้เด็กต้องลงถนน แนะต้องรับฟังเสียงเด็ก เปิดพื้นที่แสดงความคิดเห็น เห็นใจเด็กถูกอำนาจกดทับมานานแสดงออกไม่ได้ &amp;nbsp; ระบุส่วนตัวจะลงไปทำงานกับเด็ก

จากกรณีที่มีการชุมนุมของกลุ่ม&amp;quot;นักเรียนเลว&amp;quot; หรือ นรล.ในกิจกรรมบ๊ายบายไดโนเสาร์ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีผู้ชุมนุมแต่งมาสคอตเป็นตัวไดโนเสาร์เดินบนถนนหน้าห้างสยามพารากอน และจัดกิจกรรมเขียนข้อความใส่กระดาษโพสต์อิทและนำไปแปะ เพื่อสื่อถึงนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ในประเด็นการศึกษามีปัญหา

นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตนเห็นว่าตัวเร่งแรงที่ทำให้เด็กออกมาจัดกิจกรรม ซึ่งเป็นคำพูดของเด็กๆ เอง ก็คือ กรณีที่นายณัฏฐพล ลงมติไม่รับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 7 ฉบับนั้น อาจจะแสดงให้เห็นว่า รมว.ศธ.มีการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหวและเห็นความต้องการของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชนจริงหรือไม่ ทำให้เกิดการไม่ไว้วางใจกัน เพราะส่วนตัวตนมองว่าเห็นใครที่จะมาทำงานด้านเด็ก อย่างน้อยจะต้องมีความเข้าใจกิจกรรม ความเคลื่อนไหวและจินตนาการ ไม่จำเป็นต้องเข้าข้างเด็ก แต่ต้องเข้าใจ อีกทั้งหากพื้นฐานมีความขาดความไว้วางใจกันแล้ว ตนมองว่าจะไปต่อค่อนข้างลำบาก เพราะพื้นฐานของคนที่จะทำงานรวมกันเด็กนั้น นอกจากจะต้องรับฟังเสียงเด็ก มีความเข้าใจเด็กแล้ว จะต้องไม่เห็นเรื่องที่เด็กทำเป็นเรื่องที่ผิด หรือ เป็นเรื่องที่รับไม่ได้

นอกจากนี้สิ่งที่ตนมองว่าการที่เด็กยังคงมีการจัดกิจกรรมเพื่อแสดงออกนั้น เป็นเพราะการปฏิรูปการศึกษาที่ไม่มีความคืบหน้า ไม่ไปถึงไหน และอาจจะแย่ หรือ หนักกว่าที่ผ่านมา และการปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของเด็กไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคุกคามต่างๆ การแก้ปัญหาเรื่องทรงผม ก็ยังคงมีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นในโรงเรียน โดยในส่วนของระเบียบที่เหี่ยวย้องกับทรงผม และชุดนักเรียน ที่คณะกรรมการพิจารณาข้อร้องเรียนนักเรียน นักศึกษาของ ศธ. ได้มีการพิจารณาให้ปรับแก้ให้ยืดหยุ่นขึ้นแล้ว แต่เมื่อเสนอไปแล้วก็ยังไม่มีข้อตอบรับจากทาง รมว.ศธ.และยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงกฎระเบียบที่มีการประกาศอย่างชัดเจน

&amp;ldquo;อย่างก็ตาม ปัจจุบันผมมองว่าโรงเรียน มหาวิทยาลัยและสถานศึกษา ยังเป็นสถานที่ที่เปิดอิสระรับเด็กให้สามารถแสดงออก จัดกิจกรรม หรือยอมรับความคิดเห็นของเด็ก เฉพาะฉะนั้นกิจกรรมเหล่านี้จึงเกิดการระเบิด ทำให้เด็กลงถนน และมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ส่วนตัวที่ผมทำงานกับเด็กมากว่า 30 ปี และในระยะ 6-7 เดือนที่ผ่านมา ผมได้มีการเสนอในคณะกรรมการหลายๆ ชุด ว่า หากเราไม่เปิดพื้นที่มห้เด็กเข้ามามีส่วนร่วม ไม่รับฟังความเห็น ก็จะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ คือ เด็กลงถนนจัดกิจกรรม แต่ก็ไม่มีการรับฟังหรือบอกว่าผมเข้าข้างเด็ก แต่ผมขอบอกว่านั่นคือ สังคมไทยที่เราใช้อำนาจกดทับไม่เปิดพื้นที่ ไม่ทำให้เด็กได้แสดงออกอย่างอิสระ ดังนั้นจากนี้ผมคิดว่าเราต้องลงมาทำงานร่วมกับเด็ก มาพูดคุยรับฟังความเห็น เปิดพื้นที่และสร้างความปลอดภัยในการแสดงความเห็น ผมเชื่อว่าจะทำให้สังคมเราดีขึ้นอย่างแน่นอน&amp;rdquo;อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84735</URL_LINK>
                <HASHTAG>#การปฎิรูปการศึกษา, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, นักเรียนเลว, ม็อบนักเรียน, ระเบียบทรงผมนักเรียน, ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f9940fd28cc5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83014</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 17:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ.แก้ระเบียบทรงผมนร. ไว้ทรงอะไรก็ได้ แต่ถ้ารร.ต้องการออกระเบียบให้ชัด ต้องถามความเห็นเด็กก่อน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6พ.ย.63-คกก.แก้ไขปัญหาทรงผมนักเรียร คาะ แก้ระเบียบ ศธ.ว่าด้วยการไว้ทรงผม เปิดทาง ให้ นร.จะไว้ผมสั้นหรือยาวก็ได้ หาก รร.ต้องการออกระเบียบ ต้องผ่านกระบวนการรับฟังความเห็น ส่วนเรื่องเครื่องแบบ &amp;ldquo;สมเกียรติ&amp;rdquo; เผย กม.เปิดกว้าง ส่ง หนังสือซักซ้อม สร้างความเข้าใจให้รร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (ทีดีอาร์ไอ) ในฐานะประธานคณะทำงานยกร่างระเบียบทรงผมนักเรียน &amp;nbsp;กล่าวผลประชุมคณะกรรมการพิจารณาข้อร้องเรียนนักเรียน นักศึกษาของ ศธ. ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงร่างระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. .. และพิจารณาแนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการแต่งเครื่องแบบนักเรียน ซึ่งมีข้อสรุปว่า ให้แก้ไขเพิ่มเติมระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2563 ทั้งสิ้น 3 ส่วน คือ 1.ในส่วนของบทนำและคำปรารภ ว่า ต้องการจะปรับแก้ระเบียบดังกล่าวให้มีความเหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบัน และสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน การคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การมีส่วนร่วม รวมทั้งการป้องกันไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและรองรับในความหลากหลาย 2.การแก้ไข ระเบียบข้อที่ 4 ที่เดิมมีการแยกเรื่องการไว้ทรงผมของนักเรียนชายและนักเรียนหญิงที่แตกต่างกัน จึงต้องมีปรับใหม่เพื่อไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติทางเพศ ที่ระบุว่า นักเรียนจะไว้ผมสั้นหรือยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวให้เป็นไปตามความเหมาะสมและรวบให้เรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า และ 3.ให้ยกเลิกความใน ข้อ 7 &amp;nbsp;ของระเบียบว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2563 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน &amp;ldquo;ข้อ 7 ภายใต้บังคับข้อ 4 ให้สถานศึกษาวางระเบียบเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้&amp;nbsp;โดยต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกันจากคณะกรรมการสถานศึกษา หรือคณะกรรมการบริหารโรงเรียนเอกชนแล้วแต่กรณี และผู้แทนของนักเรียนจำนวนเท่ากับจำนวนคณะกรรมการ สถานศึกษาหรือคณะกรรมการบริหารโรงเรียนเอกชนที่สถานศึกษานั้นพึงมีก่อนการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้สถานศึกษาดำเนินการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;1.จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน ผู้แทนครู และบุคลากรทางการศึกษา ผู้แทนผู้ปกครอง และผู้แทนชุมชนท้องถิ่น และเผยแพร่ผลการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวไว้ในบริเวณสถานศึกษา 2.ให้ยึดถือหลักความเหมาะสมในการพัฒนาบุคลิกภาพที่ดีของนักเรียน 3. ให้คำนึงถึงความเท่าเทียมระหว่างเพศของนักเรียน ทั้งนี้ให้นำแนวปฏิบัติเรื่องทรงผมนักเรียนดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมจัดพิมพ์แนวปฏิบัติเรื่องทรงผมแจกจ่ายให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบต่อไป ซึ่งการปรับในเรื่องนี้จะสร้างการมีส่วนร่วมให้การพิจารณาเรื่องการไว้ทรงผมของนักเรียนมากยิ่งขึ้น โรงเรียนไม่สามารถดำเนินการได้เอง และหากระเบียบที่เกี่ยวข้องกับทรงผมของโรงเรียนใดไม่สอดคล้องกับการปรับแก้ดังกล่าว ถือว่าระเบียบนั้นไม่สามารถบังคับใช้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากมีข้อสงสัยว่า นักเรียนสามารถไว้ทรงผมหน้าม้าได้หรือ ตามระเบียบที่มีการปรับแก้ในครั้งนี้สามารถไว้ผมหน้าม้าได้ และหากโรงเรียนใดต้องการที่จะไม่ให้นักเรียนไว้ผมหน้าม้าก็จะต้องกำหนดออกมาเป็นระเบียบ โดยผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายดังที่กล่าวไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า จากนี้ ศธ.จะจัดทำหนังสือซักซ้อมความเข้าใจ ใน 3 ประเด็น ได้แก่ เรื่องการทำให้นักเรียนมีส่วนร่วมมากที่สุด โดยส่งเสริมให้ตัวแทนสภานักเรียนเข้าร่วมสังเกตการณ์การออกระเบียบของคณะกรรมการโรงเรียน และจะมีการเสนอตัวอย่างของโรงเรียนที่มีการบริหารจัดการเรื่องนี้เป็นอย่างดี ประเด็นสุดท้าย ในกรณีที่พบว่านักเรียนทำทรงผมไม่ถูกต้องตามระเบียบ โรงเรียนจะต้องดำเนินการชี้แจงและให้ปรับปรุงแก้ไขก่อน ไม่ให้ใช้วิธีลงโทษที่นอกเหนือจากระเบียบ ศธ. เช่น การกล้อนผมไม่สามารถทำได้ เป็นต้น ส่งไปให้โรงเรียนทั่วประเทศ&amp;rdquo;ประธานคณะทำงานยกร่างระเบียบทรงผมนักเรียน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นเรื่องเครื่องแบบ ที่ประชุมมองว่ายังมีความจำเป็นและมีความเหมาะสม อีกทั้งในเรื่องนี้ยังมีกฎหมายที่กำหนดไว้ อย่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2551 และระเบียบ ศธ. ว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน กำกับอยู่ ซึ่งที่ประชุมเห็นว่า กฎหมายดังกล่าวมีความยืดหยุ่นเพียงพอสามารถประยุกต์ใช้ได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นการปฏิบัติของในหลายโรงเรียนที่ยังไม่ทราบว่า กฎหมายที่การเปิดช่องไว้ให้สามารถดำเนินการได้ คือ ระเบียบ ข้อ 15 ที่ระบุว่าสถานศึกษาใด จะกำหนดให้นักเรียนแต่งเครื่องแบบลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด นักศึกษาวิชาทหารหรือแต่งชุดพื้นเมือง ชุดไทย ชุดลำลอง ชุดฝึกงาน ชุดกีฬา ชุดนาฏศิลป์ หรือชุดอื่นๆ แทนเครื่องแบบนักเรียนตามระเบียบนี้ ในวันใดให้เป็นไปตามที่สถานศึกษากำหนดโดยคำนึงถึงความประหยัดและความเหมาะสม และข้อ 16 ในกรณีมีเหตุจำเป็นหรือมีเหตุผลพิเศษให้สถานศึกษาพิจารณายกเว้นหรือผ่อนผันการแต่งเครื่องแบบนักเรียนได้ตามความเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นที่ประชุมจึงเสนอให้มีการทำหนังสือซักซ้อมความเข้าใจเรื่องดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้โรงเรียนใช้ระเบียบนี้ในการกำหนดเรื่องการแต่งกายของนักเรียนอย่างยืดหยุ่น ไปยังโรงเรียนทั่วประเทศ ทั้งนี้หากโรงเรียนต้องการออกระเบียบที่แตกต่างจากกฎหมายดังกล่าวก็จะต้องผ่านกระบวนการการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม จากนี้ทางคณะกรรมการจะสรุปผลการประชุมเพื่อเสนอให้นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ พิจารณา เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาข้อร้องเรียน 3 ประเด็น ได้แก่ คณะทำงานด้านการละเมิดการกระทำความรุนแรงและความปลอดภัยในสถานศึกษา คณะทำงานด้านกฎระเบียนที่ล้าหลังของสถานศึกษาที่กระทบต่อนักเรียน และคณะทำงานด้านการแสดงออกทางการเมืองในสถานศึกษา ซึ่งจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่&amp;nbsp;11 พ.ย.นี้&amp;rdquo;ประธานคณะทำงานยกร่างระเบียบทรงผมนักเรียน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83014</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์, ระเบียบทรงผมนักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201106/image_big_5fa529d1c9000.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 17:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มนร.การศึกษาเพื่อความไท ร้องรมว.ศธ. ถอนระเบียบทรงผมนร.-เปิดรับฟังความเห็นตรงไม่ผ่านตัวกลาง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16ก.ย.63-เวลา 15.30 น.ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนนักเรียนกลุ่มการศึกษาเพื่อความไท เดินทางยื่นหนังสือถึงนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เรื่องขอหารือให้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของนักเรียนโดยไม่ต้องผ่านตัวกลางและการจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาที่มีส่วนร่วมจากภาคนักเรียนและให้ยกเลิก กฎกระทรวงศธ.เรื่องระเบียบการไว้ทรงผมนักเรียน พ.ศ.2563 โดยมีนายสนิท แย้มเกสร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) เป็นผู้รับเรื่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
โดยตัวแทนนักเรียนกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท กล่าวว่า ตนขอบคุณ ศธ.ที่เห็นปัญหาของนักเรียนที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่ และกำลังหาแนวทางแก้ไข แต่ทางกลุ่มพวกตนคิดว่า ศธ.ยังแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด เช่น การแก้ไขกฎระเบียบทรงผมนักเรียน นักเรียนถูกคุกคามในสถานศึกษากับการแสดงออกสัญลักษณ์ทางการเมืองด้วยความเห็นต่าง เป็นต้น ทั้งนี้ กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไทจึงขอให้ ศธ.แก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและเร่งด่วน 2 ข้อ ได้แก่ 1.ขอให้เพิกถอนกฎระเบียบเรื่องทรงผมนักเรียน เนื่องจากพบว่าการออกกฎระเบียบดังกล่าวเป็นฐานอำนาจให้ครูและผู้บริหารโรงเรียนมีช่องทางในการดำเนินการที่ส่งผลกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และเสรีภาพของนักเรียน &amp;nbsp;และ 2.ขอให้ศธ.เปิดรับฟังความเห็นนักเรียนโดยไม่ผ่านตัวกลางจากกลไกสภานักเรียน และครู เพราะกว่าข้อมูลจะไปถึงศธ.ต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน ส่งผลให้เสียงของนักเรียนไปไม่ถึงศธ.ตามจุดประสงค์ที่แท้จริง รวมถึงให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้านนายสนิท กล่าวว่า รมว.ศธ.มีความห่วงใยปัญหาเด็กและเยาชนเป็นอย่างมากจึงมอบหมายให้ตนมารับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว ซึ่งตนจะนำรายงานให้นายณัฏฐพลรับทราบต่อไป ทั้งนี้ที่ผ่านมาข้อเรียกร้องของกลุ่มนักเรียนทุกกลุ่มอยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไข เช่น การปรับหลักสูตร เป็นต้น และบางเรื่องได้มีการดำเนินการแก้ไขไปแล้ว ดังนั้นไม่อยากให้นักเรียนมีความกังวลว่า ศธ.จะละเลยปัญหาต่างๆ ของเด็ก โดยศธ.เปิดรับฟังข้อมูลจากนักเรียนทุกช่องทาง ซึ่งก็มีช่องทางส่งเรื่องต่างๆถึงรมว.ศธ.โดยตรงผ่านเว็บไซต์ nattapol.com อย่างไรก็ตามจากปัญหาข้อร้องเรียนต่างๆไม่ว่าจะเป็นการถูกคุกคามในสถานศึกษาก็ลดลงไปแล้ว เพราะเสียงของนักเรียนเป็นสิ่งสำคัญที่ ศธ.จะเพิกเฉยไม่รับฟังปัญหาไม่ได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77649</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., กลุ่มการศึกษาเพื่่อความเป็นไท, การรับฟังความคิดเห็น, ระเบียบทรงผมนักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f61ece3dbf29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 19:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบนักเรียนบุกศธ.ร้อง&quot;อยากได้เสรีภาพการไว้ทรงผม-จี้ปรับหลักสูตรการเรียนการสอน&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19ส.ค.63-เมื่อเวลา 15.30 น.ที่บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มนักเรียนเลว ปักหลักจัดชุมนุมปราศัยการทำงานของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) โดยขอให้มีการปฏิรูปการศึกษา ปรับหลักสูตรการเรียนการสอน เครื่องแบบเครื่องแต่งกายนักเรียน และทรงผมนักเรียน โดยมีกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาจากโรงเรียนต่างๆภายในกทม.ร่วมชุมนุม กว่า 400 คน ทั้งนี้การชุมนุมดังกล่าวมีนายมงคลกิตติ์ สุขสิน ส.ส.บัญชีรายชื่อสังกัดพรรคไทยศิวิไลซ์ มาร่วมสังเกตการณ์ชุมนุมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ระหว่างการชุมนุมกลุ่มนักเรียนเลวได้ร้องเพลงแจวร่ายกลอนตอนหนึ่ง ว่า นักเรียนจะไม่ทนกับระบบการศึกษาในขณะนี้ อยากได้เสรีเรื่่องทรงผม ไม่ต้องการแบบเรียนเหยียดเพศ อยากให้ครูรับฟังเสียงนักเรียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกับปราศัยว่า ถึงจะอยู่โรงเรียนเดียวกันกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่ไม่ขอรับเป็นรุ่นพี่ และพร้อมจะลุกขึ้นต่อสู่อำนาจมืดในโรงเรียน พร้อมมีการติดริบบิ้นสีขาวบริเวณรั้วด้านหน้า ศธ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อเวลา 16.50 น. นายณัฏฐพล ได้เดินออกจาก ศธ.ไปพบกับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งทางแกนนำได้มีการประกาศให้ รมว.ศธ.เดินไปเข้าแถวบริเวณหางแถวของกลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมทั้งมีเสียงผู้ชุมนุมตะโกนให้ไปต่อแถว รวมถึงชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว ตลอดทาง ซึ่งเมื่อถึงบริเวณหางแถว นายณัฏฐพลได้มีการพูดคุยกับกลุ่มนักเรียนที่เข้าร่วมชุมนุม รวมถึงแกนนำบางส่วนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเวลา 18.00 น.นายณัฏฐพล กล่าวว่า ตนพร้อมเปิดใจรับฟังปัญหาของนักเรียน และได้แสดงความจริงใจที่เดินไปหากลุ่มนักเรียนที่มาชุมนุมแม้ระหว่างทางจะถูกแรงยั่วยุ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนมาแสดงความคิดเห็นร่วมกัน เพียงแต่ไม่ได้มีการพุดคุยกับกลุ่มแกนนำ ซึ่งประเด็นส่วนใหญ่ที่นักเรียนแสดงความคิดกับตนต้องการเรื่องการพัฒนาการศึกษามากกว่าเรื่องการเมือง ตนยินดีที่เด็กๆใส่ใจอนาคตของตัวเอง ทั้งนี้จะมีการเปิดเวทีให้นักเรียนรับฟังผ่านกลไกสภานักเรียน รวมถึงตนกำลังหาแนวทางในการให้นักเรียนเสนอแนะความคิดเห็นได้โดยตรงกับตน ส่วนการร่วมรับฟังเวทีใหญ่กับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ตนพร้อมตลอดเวลาอยู่ที่แกนนำนักเรียนนักศึกษาจะที่จะความพร้อมที่จะมาพูดคุยหรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า สำหรับข้อเรียกร้องนักเรียนส่วนใหญ่ ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่นักเรียนสนใจการศึกษาชาติ เช่น การเรียนการสอนภาษาอังกฤษให้เป็นภาษาที่ใช้อย่างเป็นทางการ การตัดงบประมาณของ ศธ. การเรียนประวัติศาสตร์การเมืองของไทย 14 ตุลา 2516 เป็นต้น ซึ่งในประเด็นเหล่านี้ ตนดีใจที่นักเรียนมีความสนใจอนาคตของตัวเอง และสิ่งเรียกร้องนี้ ก็ไม่เกินความคาดหมาย ซึ่งหลายเรื่องที่เด็กๆ เรียกร้องอยู่ในกระบวนการที่ ศธ.กำลังดำเนินการอยู่ รวมถึงสิทธิเด็กไม่ว่าจะเป็นการตัดผม การแต่งชุดนักเรียน การไว้ผมหน้าม้า ซึ่งตนรับจะไปปลดล็อคให้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ผมขอให้สัญญากับนักเรียนว่าหลังจากนี้นักเรียนทุกคนที่แสดงออกทางการเมืองจะไม่มีครูหรือโรงเรียนไหนเข้ามาคุกคามนักเรียนอย่างแน่นอน แต่มีสิ่งที่ผมกังวลคือการสื่อสารจากผู้มีอำนาจตัดสินใจไปสู่หน่วยงานผู้ปฎิบัติยังไม่มีความชัดเจนเท่าที่ควร ซึ่งผมจะกำชับเรื่องนี้อีกรอบและหาแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการใช้วิธีการเป่านกหวีดไล่ เหมือนในอดีตนั้น นายณัฏฐพล กล่าวว่า ตนมองว่าเด็กได้เห็นวิธีการแบบนี้มาแล้ว หรือการชุมนุมทางการเมืองที่ฮ่องกง ก็รู้แล้วว่าไม่ได้ประสบความสำเร็จ แต่ถือว่าเป็นบทเรียนที่เด็กควรหาแนวทางใหม่ๆในการต่อสู่เพื่อประชาธิปไตย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อเวลา 18.30 น. มีตัวแทน จำนวน 4 คน เข้าชี้แจงข้อเรียกร้องต่อ รมว.ศธ. เช่น การจำกัดสิทธิเรื่องทรงผม การครูที่มีไม่ความเข้าใจ และจำกัดสิทธิในการแสดงออกทางความคิดเห็นทางการเมือง การปรับระบบแนวคิดเรื่องเพศในหนังสือสุขศึกษา เป็นต้น ซึ่ง นายณัฏฐพล ได้ก็รับที่จะไปพิจารณาเพื่อนำไปสู่การแก้ไขต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74954</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ม็อบนักเรียนเลว, มํอบนักเรียน, ระเบียบทรงผมนักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3d1c4ddb76f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2020 15:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2020 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.สั่ง รร.ทุกแห่ง ออกแนวปฏิบัติเรื่องระเบียบทรงผมใหม่ ให้สอดคล้องกับกฎ ศธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
21ก.ค.63-นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงประเด็นการเปิดภาคเรียนที่ 1 ในปีการศึกษา 2563 ซึ่งมีจุดเน้นในการบริหารจัดการ 4 เรื่อง ได้แก่ การบริหารจัดการโครงการอาหารกลางวัน การลงโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุ ปัญหาล่วงละเมิดทางเพศ และปัญหายาเสพติด โดยในการบริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนประถมศึกษาทั่วประเทศนั้น สพฐ.ได้กำชับเรื่องการบริหารงบประมาณ ว่าการ ใช้ทุกเม็ดเงินจะต้องทำให้เกิดความโปร่งใส ห้ามมีการทุจริตเงินอาหารกลางวันของเด็กอย่างเด็ดขาด &amp;nbsp;และโรงเรียนจะต้องบริหารจัดการอาหารกลางวันให้เด็กได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน ส่วนปัญหาล่วงละเมิดทางเพศนั้นได้กำชับให้หน่วยงานใน สพฐ.ได้สื่อสารให้เขตพื้นที่ได้เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตัวเองในการรับผิดชอบกับเรื่องนี้ โดยตนได้ตั้งคณะทำงานจากส่วนกลางหากพบปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นคณะทำงานชุดนี้จะลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามคดีทันที พร้อมกับประสานให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.)ให้พักราชการไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอำนาจ กล่าวต่อว่า ส่วนปัญหาการลงโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการทำโทษด้วยการตีเด็ก ขณะนี้ถือว่าลดน้อยลงแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ สพฐ.เจอในตอนนี้ คือ การลงโทษแบบบูลลี่นักเรียนส่งผลกระทบด้านจิตใจของเด็ก เช่น การตัดผม เป็นต้น ดังนั้น สพฐ.จึงมอบเป็นแนวทางในการปฏิบัติเรื่องทรงผมนักเรียน โดยขอให้โรงเรียนทุกแห่งได้ออกแนวปฏิบัติเรื่องระเบียบทรงผมใหม่ของโรงเรียนเองให้สอดคล้องกับกฎ ศธ.ในเรื่องนี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัญหายาเสพติด ขณะนี้ สพฐ.มีความเป็นห่วงและกังวลใจ เนื่องจากพบว่ามีเรื่องยาเสพติดกำลังระบาดในโรงเรียน ซึ่งขอให้โรงเรียนหาทางป้องกันพร้อมกับการช่วยเหลือเด็ก นอกจากนี้ในส่วนของครูเอง ตนขอห้ามเด็ดขาด ไม่ให้ครูเป็นทั้งผู้ที่เสพหรือค้ายาเสพติด โดยครูจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่นักเรียน เพราะหากมีการตรวจพบว่าครูเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม จะต้องโดนโทษทางวินัยอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม หากมีผู้พบเห็นยาเสพติดในสถานศึกษาขอให้แจ้งเบาะแสมาได้ที่ศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน (ฉก.ชน.) ของ สพฐ.ได้ทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72102</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., ระเบียบทรงผมนักเรียน, อำนาจ วิชยานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f16a649b305f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
